ตำนานดาบเกมออนไลน์ - ตอนที่ 393 : รักษาเมืองเพียงลำพัง
แสงจันทราค่อยๆ สว่างขึ้นผ่านม่านหมอกสีแดงชาด
จากความงามที่พบเห็นได้ทุกวันทว่าบัดนี้กลับเปลี่ยนเป็น
ความมืดที่แปลกประหลาดเกินกว่าจะหาสิ่งใดเทียบเทียม
บัดนี้ภายในเกมกำลังเข้าสู่ช่วงกลางดึกแล้ว ซึ่งเป็นเวลา
เดียวกับที่เวลาภายในโลกแห่งความเป็นจริงก็เริ่มเข้าสู่ช่วง
ดึกแล้วเช่นกัน
ช่วงมื้อดึกหลังจากมู่จื่อหานเห็นเย่ฮวายังไม่ยอมออก
จากระบบ เธอจึงเดินมาจากทางด้านหลังและกอดเย่ฮวา
ไว้พร้อมกับใช้ใบหน้าที่ขาวนวลซบลงบนแผ่นหลัง เธอพูด
ด้วยน้าเสียงสะอึกสะอื้น “เย่ฮวาพอเถอะ ทำแบบนี้
ร่างกายจะแย่เอานะ”
ดวงตาของเขาเริ่มมีเส้นเลือดฝอยปรากฏขึ้นอย่างเห็น
ได้ชัด การต่อสู้ตลอดทั้งวันทำให้ร่างกายของเขาเจอกับ
ความเหนื่อยล้าที่ถาโถมเข้ามา ทว่าตอนนี้ค่าชื่อเสียงของ
เขายังเหลืออีกครึ่งหนึ่ง บางทีเขาอาจจะรับมือกับมันได้
จนถึงเช้าของวันพรุ่งนี้หรืออาจจะนานกว่านั้น
เย่ฮวายิ้มด้วยรอยยิ้มขมขื่นก่อนจะกล่าวด้วยเสียงที่
อ่อนโยน “เสี่ยวหาน ฉันรู้ว่าเธอเป็นห่วงฉันและฉันก็รู้ดีว่า
เธอรู้สึกได้ถึงความรู้สึกทั้งหมดที่อยู่ภายในใจของฉัน แต่
ฉันมีเป้าหมายในเกมชัดเจนตั้งแต่แรกเริ่มนั่นก็คือตะลุย
ทั่วทุกสารทิศ แต่หลังจากที่ฉันเข้ามาในโลกใบนี้ฉันก็เพิ่งรู้
ว่าเป้าหมายของฉันมันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเลย ยิ่ง
ความสามารถแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ความรับผิดชอบก็
หนักขึ้นมากเท่านั้น ตราบใดที่ฉันยังมีลมหายใจและยืนอยู่
ที่นี่ฉันก็จะไม่ยอมแพ้ ถ้าหากเมืองว่านต่าวถูกตีจนเมือง
แตกก็เท่ากับว่าเซิร์ฟเวอร์จีนทั้งหมดกำลังเจอกับหายนะ”
“แต่…”
มู่จื่อหานสะอึกสะอื้น “ฉันไม่อยากให้นายทำแบบนี้
ฉันไม่อยากให้นายฝืนจนร่างกายทรุดลงนะ…”
เขากระตุกยิ้มออกมาเพื่อปลอบโยนเธอด้วยรอยยิ้ม
ขมขื่น เขารู้สึกได้ถึงหยาดน้าตาที่หยดลงบนแผ่นหลังของ
ตัวเอง ทว่าเขาไม่คิดที่จะปล่อยดาบในมือ เขาหมุนตัวเพื่อ
ดึงเธอออกจากสนามรบที่เหม็นคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวเลือด
ขณะที่ดาบในมือยังคงต้านการโจมตีของศัตรูเหล่านั้น
อย่างไม่หยุดหย่อน
เขาเข้าใจดีว่ามู่จื่อหานรู้สึกอย่างไรในตอนนี้ เขาใช้
เวลาอยู่ที่นี่ทั้งวันแม้ว่าท้องจะเริ่มประท้วงเพื่อให้เขา
ออกไปกินข้าวแล้ว แต่เขาก็ยังดึงดันที่จะสู้กับผู้เล่น
เซิร์ฟเวอร์อเมริกาต่อ เพราะเขารู้ดีว่าหากออกไปจากที่นี่
เพียงแค่วินาทีเดียวเขาคงสูญเสียเมืองหลักแห่งนี้อย่าง
สมบูรณ์
เขาสู้กับคนเหล่านั้นไปพลาง หันไปปลอบใจมู่จื่อหาน
ไปพลาง ค่าชื่อเสียงของเขาหมดเมื่อไหร่ก็คงถึงเวลาที่เขา
จะออกไปกินข้าวและพักผ่อนอย่างจริงๆ จังๆ เสียที แม้
ว่ามู่จื่อหานจะเป็นห่วงเขามากขนาดไหนแต่ด้วยความ
ปรารถนาอันแรงกล้านี้ เธอจึงไม่สามารถเปลี่ยนความคิด
ของเขาได้ ดังนั้นเธอจึงทำได้เพียงแค่อยู่ข้างเย่ฮวาอย่าง
เงียบๆ
……
สนามต่อสู้ที่น่ากลัวมากที่สุดในเวลานี้คือสนามรบ
ระหว่างเซิร์ฟเวอร์อเมริกาและจีน ความน่าประหลาดใจก็
คือตอนนี้คนของเซิร์ฟเวอร์อเมริกามีกองทัพมากกว่าหลัก
ล้านคน ทว่ากลับถูกผู้เล่น CVG อันดับสามของจีนเพียง
คนเดียวดักไว้จนไม่สามารถยึดครองเมืองว่านต่าวได้ และ
ที่น่าตกใจไปกว่านั้นก็คือเซิร์ฟเวอร์จีนที่ควรจะเสียเมือง
ว่านต่าวไปตั้งแต่เช้ากลับยังยืดเวลามาจนถึงเที่ยงด้วย
จำนวนคนที่เหลืออยู่เพียงแค่ 21 คนสุดท้าย
เมื่อเวลาเดินมาจนถึงช่วงเที่ยงของวันแรก คลิปวิดีโอ
ที่ถูกบันทึกไว้จากด้านในวังซึ่งอยู่ด้านหลังเย่ฮวาก็ถูก
เผยแพร่เข้าไปในกระทู้เกม ประตูเมืองของวังมีแสงสว่างสี
แดงปรากฏขึ้น เย่ฮวาและเม่ยเอ๋อร์ยังคงใช้ร่างกายที่อิด
โรยต้านการโจมตีของผู้เล่นเหล่านั้นไว้อย่างสุดชีวิต แสง
สว่างหมุนวนรอบตัวของพวกเขาราวกับมีเขาคนเดียวคง
เพียงพอที่จะรับมือกับสงครามในครั้งนี้แล้ว ท่าทางของ
เขาในเวลานี้ราวกับจะบอกทุกคนว่าเขาจะเป็นผู้นำความ
สงบสุขกลับมาให้วังแห่งนี้
ตอนนี้ประเทศจีนกำลังเข้าสู่ช่วงกลางดึกแล้ว ในขณะ
ที่เซิร์ฟเวอร์อเมริกาเพิ่งจะเริ่มต้นเช้าวันใหม่ ผู้เล่นที่ยัง
ไม่ได้เข้าร่วมต่อสู้ก่อนหน้านี้จำนวนกว่าหลักแสนเริ่มสลับ
สับเปลี่ยนเข้ามาที่เมืองว่านต่าวแล้ว
วงเวทย์ต้องคำสาบมีประโยชน์สำหรับสำหรับผู้เล่น
อเมริกามาก แต่มันก็มีประโยชน์สำหรับผู้เล่นเซิร์ฟเวอร์
จีนเช่นกัน เพราะผู้เล่นที่ถูกสังหารภายในนี้ไม่ว่าจะเป็นผู้
เล่นจากเซิร์ฟเวอร์ใดก็จะไม่สามารถกลับมาที่นี่ได้อีก
หลังจากที่รับมือกับการต่อสู้ที่ยากลำบากจนถึงช่วงหัว
รุ่งของวัน ไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองถูกฆ่าตายไปกี่ครั้งแล้ว แต่
ไม่ว่าจะถูกฆ่าตายอีกสักกี่ครั้งเขาก็ยังยืนหยัดที่จะลุกขึ้น
ยืนเพื่อสู้ต่อไป ในขณะเดียวกันเขาก็หันไปบอกให้ทุกคนที่
ยืนอยู่ด้านหลังแยกย้ายกันออกไปพักผ่อน หากเขาไม่
สามารถรับมือกับคนเหล่านี้ได้เขาจะเป็นคนเรียกคน
เหล่านั้นกลับมาช่วยอีกครั้งด้วยตัวเอง
อันที่จริงทุกคนต่างก็รู้ดีว่าถ้าหากเขารับมือไม่ไหว
พวกเขาก็คงแพ้ราบคาบเช่นกัน
แม้แต่เย่ฮวาก็รู้ดีว่าถ้าหากเขาไม่สามารถรับมือได้เขา
ก็คงไม่บากหน้าทักไปหาคนอื่นๆ ให้เสียเวลาเหมือนกัน
เพราะไม่มีประโยชน์ที่จะเรียกให้พวกเขามาสละชีวิต
ตัวเองอยู่ที่นี่ คนเหล่านั้นยอมอยู่เป็นเพื่อนเขาตลอดทั้งวัน
ก็เพียงพอที่จะพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพวกเขาทำเพื่อ
ส่วนรวมจริงๆ ไม่ว่าครั้งนี้จะเสียเมืองว่านต่าวไปหรือไม่
แต่สิ่งที่สามารถยืนยันได้ก็คือทุกคนต่างเป็นวีรบุรุษผู้กล้า
หาญในสงครามครั้งนี้อย่างสมศักดิ์ศรี
ช่วงตีสามหลังจากมู่จื่อหานหันมาบอกเขาว่าจะออก
จากเกมเธอก็ออกจากระบบไปในทันที เดิมทีเขาคิด
ว่ามู่จื่อหานคงจะร้องจนเหนื่อยและเธอก็คงอยากจะนอน
พักผ่อนจริงๆ แต่คิดไม่ถึงเลยว่าหลังจากผ่านไปแค่ครึ่ง
ชั่วโมงเขาก็รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่บริเวณแผ่นหลังของ
เขาอีกครั้ง
มันไม่ใช่ความรู้สึกภายในเกมแต่เป็นร่างกายที่สัมผัส
เข้ากับร่างของของเขาในโลกแห่งความเป็นจริง เขารู้สึกได้
ถึงความสดชื่นที่แตะปลายจมูกขณะยื่นมือไปสัมผัสมือ
เล็กที่อ่อนนุ่มราวกับไร้กระดูกข้างนั้น ต่อให้มองไม่เห็น
ด้วยตาแต่เขาก็รู้สึกได้ด้วยใจ
นอกจากเธอจะไม่รีบเข้านอนแล้วยังจะขับรถมาหา
เขากลางดึกอีก
อันที่จริงร่างกายของเขาอิดโรยมานานแล้ว จนแอบมี
ความคิดแวบเขามาในหัวว่าไม่อยากจะอยู่คุ้มกันที่นี่อีก
ต่อไป แต่เป็นเพราะมู่จื่อหานจึงทำให้เขากลับมาสดชื่น
และมีเรี่ยวแรงอีกครั้ง เขายังคงยืนหยัดในสนามต่อสู้และ
ใช้ดาบในมือสู้กับคนเหล่านั้นด้วยพละกำลังทั้งหมดที่มี
ราวกับเป็นกำแพงหนาชั้นสุดท้ายของเมืองว่านต่าวแห่งนี้!
……
ตอนนี้ผู้เล่นเซิร์ฟเวอร์อเมริกาเริ่มโจมตีเมืองว่านต่า
วอย่างจริงจังแล้ว หลังจากเวลาผ่านไปอีกวันผู้เล่น
เซิร์ฟเวอร์อเมริกาก็กลับมากระปี้กระเป่ามากกว่าก่อน
หน้านี้อย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้การโจมตีก็เริ่มดุเดือด
และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ตอนนี้ค่าสเตตัสของเขาคงยากเกิน
กว่าที่จะรับมือคนเหล่านี้ได้แล้ว เขาจึงหันไปมองเม่ยเอ๋อร์
ที่อยู่ข้างๆ
สาวน้อยผู้ฉลาดปราดเปรื่องรับรู้ความคิดของเขา
ในทันที เธอจึงยิ้มด้วยรอยยิ้มสดใสและตอบกลับมาด้วย
เสียงอ่อนโยน “พี่ชายอย่าได้กังวลใจ เม่ยเอ๋อร์จะอยู่เคียง
ข้างพี่ชายตลอดไป ไม่ต้องเป็นห่วงข้านะ”
หลังจากผ่านไปได้ไม่กี่วินาทีให้หลังผู้เล่นเซิร์ฟเวอร์
อเมริกาก็เริ่มล้มตายไปอีกกลุ่มหนึ่ง เสียงเม่ยเอ๋อร์ดังขึ้น
พร้อมกับหางที่งอกออกมาเก้าหางซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีมา
ก่อนขณะที่เธออยู่ในร่างของมนุษย์ นอกจากนี้ยังมีแสง
สว่างบนหางหางหนึ่งเจาะผ่านร่างของเขาพร้อมๆ กับ
เสียงจากระบบที่ดังขึ้นข้างหู
“ติ๊ง!”
“แจ้งเตือนจากระบบ: สัตว์เลี้ยงของท่าน [แมว
วิญญาณเก้าหาง––––เม่ยเอ๋อร์] เปิดใช้สกิล [วิญญาณเก้า
ชีวิต] หลังจากถูกสังหารท่านจะได้รับการชุบชีวิตพร้อมกับ
พลังชีวิตที่กลับคืนมา 100% ค่าสเตตัสทั้งหมดของท่าน
จะเพิ่มขึ้น 5% [วิญญาณเก้าชีวิต] สามารถใช้งานได้อีก
8/9 ครั้ง”
……
หลังจากเปิดใช้สกิลวิญญาณเก้าชีวิตค่าสเตตัสของเขา
ก็เพิ่มสูงขึ้น หลังจากนี้เขาสามารถเปิดใช้งานสกิลนี้ได้อีก
8 ครั้งเมื่อถูกสังหาร หากรวมค่าสเตตัสที่เหลืออยู่อีก 8
ครั้งเข้าด้วยกันหมายความว่าสกิลนี้จะช่วยให้ค่าสเตตัส
ของเขาเพิ่มขึ้นอีก 40% นอกจากนี้ยังมีสกิลล็อควิญญาณ
สงัดที่ช่วยเพิ่มค่าสเตตัสอีก 10% ด้วยเหตุนี้ค่าสเตตัสของ
เขาจึงเข้าก้าวเข้ามาอยู่ในจุดที่โหดสุดๆ ไปเลย!
[อีเย่กูโจว] (เทพพยากรณ์)
เลเวล :104
พลังการโจมตี :163,278-196,556
การป้องกัน :146,791
ค่าพลังชีวิต :1,730,958
ค่าพลังเวทย์ :137,631
ค่าชื่อเสียง :162,529,000
ค่าความโชคดี :8
……
หลังจากเปิดใช้บัพเสริมจิตวิญญาณค่าการโจมตีของ
เขาก็ทะลุไปถึง 200,000 พอยท์ รวมถึงค่าการป้องกันที่
สูงถึง 160,000 พอยท์ด้วย สิ่งนี้ทำให้กลายเป็นเรื่องยากที่
ผู้เล่นตรงหน้าจะสามารถทำลายการป้องกันของเขาได้ ใน
เวลาเดียวกันยังมีสกิลปราศจากฝึกปราณที่ติดมากับ
เกราะทองศักดิ์สิทธิ์ด้วยจึงช่วยลดค่าดาเมจที่ส่งมาได้มาก
ถึง 50% อีกทั้งยังทำให้เขาอึดมากยิ่งขึ้น
ตอนนี้ผู้ที่สามารถทำลายการป้องกันของเขาได้ก็คือผู้
เล่นนักธนูระดับสูงที่ใช้สกิลศรอุปราคา ทว่าก็ยังไม่
สามารถสร้างค่าดาเมจได้มากกว่า 100,000 พอยท์ ถ้า
หากสามารถสร้างค่าดาเมจได้มากกว่า 100,000 พอยท์
การโจมตีนั้นก็จะสะท้อนกลับไปยังผู้โจมตีด้วยสกิลแว้งกัด
เช่นกัน ด้วยสกิลนี้จะช่วยเพิ่มความเสียหายให้กับผู้เล่น
ระดับสูงเหล่านั้นได้เป็นอย่างมาก ยิ่งเป็นผู้เล่นเกราะผ้าก็
มีความเป็นไปได้สูงที่จะถูกสังหารภายในฉับพลัน
ตอนนี้ค่าสเตตัสของเขาสูงกว่าการโจมตีของผู้เล่น
อเมริกาที่อยู่รอบๆ ตัว แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะ
อยู่ยงคงกระพันบนสนามรบแห่งนี้ตลอดไป ค่าสเตตัสที่
สูงขึ้นช่วยให้ค่าพลังชีวิตของเขายืดเวลาออกไปให้นานขึ้น
ก็เท่านั้น การโจมตีของผู้เล่นหลักล้านที่ห้อมล้อมอยู่รอบๆ
ทำให้ความสามารถในการต่อสู้ของเขามีอยู่อย่างจำกัด
และเขาคงไม่สามารถสังหารทุกคนได้เพียงลำพัง ยิ่งไป
กว่านั้นการป้องกันของแวมไพร์บารอนก็ไม่ใช่น้อยๆ
ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงแค่สู้ต่อไปจนกว่าจะตายกันไปข้าง
หนึ่ง
การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไปจนพระอาทิตย์เริ่มจะโผล่
พ้นจากขอบฟ้า ตอนนี้เป็นเวลากว่า 24 ชั่วโมงแล้วที่เขา
ยืนหยัดอยู่ที่นี่ บัดนี้คนที่เคยคิดว่าจะอยู่โต้รุ่งจนถึงเช้า
กลับไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว ในขณะที่คนที่ง่วงนอนที่สุดกลับยัง
ยืนอยู่ในสนามจนถึงเช้า…
เหล่าผองเพื่อนต่างก็ทักมาหาเขาเพื่อให้ล้มเลิกความ
ตั้งใจนี้ เนื่องจากร่างกายของเขาเพิ่งจะหายจนเกือบ
สมบูรณ์ได้ไม่นาน และกังวลว่าการฝืนสังขารตัวเองอยู่ใน
เกมติดต่อกันกว่า 24 ชั่วโมงนี้อาจจะทำให้ร่างกายของเขา
เจอกับผลเสียในภายหลังได้
ทว่าค่าชื่อเสียงของเขาในเวลานี้ยังเหลืออีก
40,000,000 กว่าล้านพอยท์ ตอนนี้เหลือเวลาอีก 16
ชั่วโมงการต่อสู้ในครั้งนี้ก็จะสิ้นสุดลง และเขาก็คิดว่า
ตัวเองสามารถสู้ต่อจนถึงช่วงสุดท้ายของสงครามนี้ได้ ต่อ
ให้ไม่สามารถรับมือได้แต่อย่างน้อยๆ ก็ต้องใช้เวลาเกือบ
ครึ่งชั่วโมงจึงจะสังหารราชาภายในเมืองว่านต่าวได้สำเร็จ
ขอแค่เขารับมืออีกเพียงแค่ 15 ชั่วโมง 30 นาทีเขาก็จะ
สามารถคุ้มกันเมืองว่านต่าวได้สำเร็จ
แม้ว่าทฤษฎีดูเหมือนจะง่าย แต่เมื่อต้องมาปฏิบัติจริง
มันง่ายซะที่ไหนกันล่ะ?
คนเพียงคนเดียวคุ้มกันเมืองใหญ่หนึ่งเมืองก็ถือเป็นสิ่ง
ที่อยู่เหนือความคาดหมายของทุกคนมากพออยู่แล้ว ทว่า
เขากลับยืดเวลาออกไปนานถึงสองวันอีกทั้งยัง
ประจันหน้ากับศัตรูนับล้านชีวิต
มือของเขายังสัมผัสได้ถึงความอบอุ่น มู่จื่อหานนอน
หลับอยู่ข้างๆ เขาตลอดทั้งคืน เป็นเพราะมู่จื่อหานยังไม่
เข้าระบบเขาจึงทำได้เพียงแค่บอกให้กวาจื่อเดินมาเคาะ
ประตูเรียกให้เธอกลับบ้าน เนื่องจากตอนนี้เขายังอยู่ใน
เกมและอีกไม่นานก็ถึงเวลาที่เขาจะได้ออกจากระบบแล้ว
ทว่าผลที่ได้เป็นไปอย่างที่เขาคิดไว้ไม่มีผิด มู่จื่อหานไม่
ยอมกลับบ้านและดึงดันที่จะอยู่รอเขาจนกว่าเขาจะออก
จากระบบ ส่วนเยว่เอ๋อร์และลินดาก็เดินทางมาที่นี่พร้อม
กับวัตถุดิบทำอาหารมากมายเพื่อเตรียมกับข้าวอร่อยๆ ให้
เขาทันทีที่ออกจากระบบ
ทุกคนต่างก็เป็นห่วงเขาแน่นอนว่าเขาเองย่อมรู้ดี ยิ่ง
พวกเธอดีกับเขามากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งละอายใจมากเท่านั้น
ทั้งๆ ที่ทุกคนต่างก็เป็นกังวลใจเพราะเขา แต่เขากลับดึง
ดันที่จะสู้ต่ออย่างไม่หยุด ที่เจ็บปวดมากที่สุดก็คือมู่จื่อ
หานจับมือเขาร้องไห้ตลอดทั้งคืน
เขารู้สึกโศกเศร้าเป็นอย่างมากทว่าเมื่อเห็นเหล่าแวม
ไพร์บารอนที่ลอยอยู่เบื้องบนจำนวนนับไม่ถ้วน อีกทั้งยังมี
ผู้เล่นจากด้านในและด้านนอกกำแพงอีกมากมาย เขาก็ได้
สติขึ้นมาว่าเขายังออกจากระบบตอนนี้ไม่ได้
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับโกหก ผู้เล่นอเมริกา
ยังคงปรากฏตัวระลอกแล้วระลอกเล่า อีกทังยังมีบางส่วน
ที่มีความกล้าหาญชาญชัยวิ่งกรูมาตรงหน้าเขาเพื่อหวังจะ
แย่งคำสั่งราชาศักดิ์สิทธิ์ไปจากเย่ฮวา แต่คนเหล่านั้นกลับ
ไม่สามารถแย่งไอเท็มไปจากเขาได้ เพราะถึงแม้ว่าเขาจะ
ถูกฆ่าตายก็ยังสามารถกลับมายืนในสนามได้อีกครั้ง
ภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งวินาที ส่วนเม่ยเอ๋อร์ก็ทำหน้าที่
ต้านการโจมตีจากผู้เล่นเหล่านั้นตลอดเวลารวมถึงช่วย
เก็บคำสั่งราชาศักดิ์สิทธิ์แทนเขาเมื่ออยู่ในช่วงเวลาวิกฤติ
ด้วย ซึ่งกระเป๋าเก็บของของเธอมีช่องเก็บของทั้งหมด 10
ช่อง
เหตุการณ์ภาพตัดเกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าหลังจากถูก
สังหาร ซึ่งเขาก็ยังดึงดันที่จะลุกขึ้นยืนอีกครั้งจนถึง
ช่วงเวลา 6 โมงกว่า ในที่สุดอาการง่วงนอนก็เริ่มกำเริบ
ขึ้นมา
โม่อี้หลงหลินปรากฏตัวขึ้นด้านหลังของเขา เธอใช้มือ
ขาวนวลยื่นแผ่นป้ายคำสั่งชิ้นหนึ่งให้เขาพลันกระซิบว่า
“อาหลงให้ฉันเอาของชิ้นนี้มาให้นาย เซิร์ฟเวอร์จีนใน
เวลานี้อาจจะมีแค่นายเพียงคนเดียวที่เหมาะสมจะใช้มัน”
เขาส่ายหน้าปฏิเสธ “ไม่ต้องหรอก คำสั่งราชาศักดิ์
สิทธ์ชิ้นนี้เป็นรางวัล MVP ที่โม่อี้หลงส่าวได้รับ ฉันจะรับไว้
ได้ยังไงกัน?”
โม่อี้หลงหลินขบฟันพลันหยุดคิด “งั้นก็คิดซะว่าให้
นายยืมใช้ชั่วคราวก็แล้วกัน คำสั่งราชาศักดิ์สิทธิ์วิญญาณ
ยืนหยัดชิ้นนี้จะช่วยให้พลังทางกายภาพของนายเพิ่มขึ้น
3,000 พอยท์ รวมถึงช่วยเพิ่มการป้องกันและค่าพลังชีวิต
ด้วย วิธีนี้จะช่วยให้นายยืนอยู่ในสนามต่อสู้ได้นานขึ้น
หลังจากสิ้นสุดสงครามกลางเมืองครั้งนี้นายค่อยมาคืนฉัน
ก็ได้ ตกลงไหม?”
เย่ฮวาพยักหน้าตอบกลับไปพร้อมกับรับป้ายคำสั่ง
ราชาศักดิ์สิทธิ์มาจากโม่อี้หลงหลิน ทันใดนั้นเขาก็ชะงักไป
ชั่วขณะ สาเหตุไม่ใช่เพราะค่าเอฟเฟคจากป้ายคำสั่งราชา
ศักดิ์สิทธิ์ชิ้นนี้ แต่เป็นเพราะเขาได้รับข้อมูลที่เหนือความ
คาดหมายบางอย่าง…