ตำนานดาบเกมออนไลน์ - ตอนที่ 426 : เอาคืน
กลิ่นหอมของโอสถฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งลานกว้าง เม่ย
เอ๋อร์ยังคงนอนเลียกรงเล็บของตัวเองด้วยท่าทางผ่อน
คล้าย ดวงตาสีมรกตคู่นั้นยังคงจ้องมองมาที่เย่ฮวาไม่
วางตา
“อื้ม~”
เย่ฮวายืดแขนบิดขี้เกียจ ตอนนี้สมุนไพรอายุยืนที่
ได้รับจากชางห่ายเกอถูกเปลี่ยนเป็นโอสถล้าค่าแล้ว เขา
รู้สึกพึงพอใจกับผลงานของตัวเองเป็นอย่างมาก โอสถ
อายุยืนยี่สิบชุดในกระเป๋าของเขาคือค่าเหนื่อย และเป็น
แหล่งผลิตความร่ารวยให้เขา
เขาติดต่อโม่อี้หลงส่าวเพื่อแลกโอสถอายุยืนกับเหรียญ
ทองจำนวนหนึ่ง หลังจากแลกเปลี่ยนแล้วเย่ฮวาก็นำเงิน
ไปแลกเป็นเงินหยวนเพื่อฝากเข้าไปในธนาคาร ตอนนี้
เหรียญในเกมทำเงินได้ไม่ดีเท่ากับเมื่อก่อนแล้ว ระหว่างที่
โอสถชนิดใหม่ยังไม่ปรากฏขึ้น กำไรที่สามารถทำได้จาก
โอสถก็เริ่มน้อยลงเรื่อยๆ
“พี่ใหญ่ เกิดเรื่องแล้ว!” โม่ซางส่งข้อความมาหาเขา
ด้วยท่าทางรีบร้อน สิ่งนี้ทำให้เย่ฮวาที่กำลังจะออกจาก
ระบบเพื่อไปพักผ่อนเกิดความตื่นตระหนกขึ้น
“เกิดอะไรขึ้น?”
โม่ซางส่งรูปมาให้เขาสองสามรูป “นี่เป็นภาพของสัน
เขาชี่เฟิง ก่อนหน้านี้เป็นแนวกั้นพรมแดนระหว่าง
เซิร์ฟเวอร์จีนและเซิร์ฟเวอร์ยุโรป เป็นทางแยกของเมือง
รุ่งอรุณและเมืองเลี่ยเยี่ยน จุดนี้ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างทั้ง
สองเมืองจึงไม่ได้เป็นของเซิร์ฟเวอร์ใดเซิร์ฟเวอร์หนึ่ง”
“พูดต่อเลย” เย่ฮวาพูดด้วยเสียงเคร่งขรึม
“เช้าวันนี้กลุ่มของพวกเราเจอแร่ชนิดหนึ่งที่นี่ มันคือ
แร่ระดับสิบที่หาได้ยากมาก ฉันติดต่อผู้เล่นที่เล่นอาชีพ
ช่างตีเหล็กเป็นอาชีพเสริมมารวมตัวกันที่นี่เพื่อขุดแร่ชนิด
นี้ แต่เมื่อไม่นานนี้มีคนของเมืองรุ่งอรุณมาที่นี่ หลังจากคน
พวกนั้นเห็นแร่ชนิดนี้ก็เริ่มขับไล่ให้พวกเราออกไป พวก
เราไม่ยอมก็เลยสู้กับคนพวกนั้น เราได้รับชัยชนะกลับมา
แม้ว่าจะสูญเสียพี่น้องไปหลายคน แต่ว่า…”
“แต่ว่าอะไร?”
“เมื่อกี๊อินดราพาผู้เล่นจำนวนหลายพันคนมาล้อม
พวกเราไว้เพื่อไล่พวกเราออกไปจากสันเขา พวกเราไม่ได้
ออกไปตามคำสั่งของพวกมัน ดังนั้นคนพวกนั้นก็เลยใช้วิธี
นี้โจมตีเรา มีผู้เล่นของเราถูกฆ่าตายไป 50 คน”
ถ้าหากไม่ใช่คำพูดที่หลุดออกมาจากปากของโม่ซาง
เขาไม่มีทางเชื่อเรื่องพวกนี้แน่ๆ ว่าเป็นเรื่องจริง ผู้เล่น
เซิร์ฟเวอร์อินเดียและเซิร์ฟเวอร์จีนต่างก็เป็นพันธมิตร
ของกันและกัน สิ่งที่สามารถทำได้คือหลบหลีกการปะทะ
และเจรจาแบบซึ่งๆ หน้า ทว่าผู้เล่นอินเดียกลับลงมือก่อน
แบบนี้ พวกเขาจะยอมเป็นผู้ถูกกระทำได้อย่างไรกัน?
เย่ฮวาเอ่ยถามเสียงขรึม “ตอนนี้นายอยู่ที่ไหน?”
“ตอนนี้ฉันอยู่ในป่าข้างๆ สันเขาชี่เฟิง คนที่มาเก็บแร่
ก็อยู่ที่นี่ทั้งหมด อันที่จริงฉันกะว่าจะเรียกรวมตัวผู้เล่นใน
กิลด์มาที่นี่ แต่หลังจากกองทัพอันเดดบุกเข้ามาก็จะเป็น
สงครามใหญ่แล้ว ฉันกลัวว่าอาจจะต้องเจอศึกหนัก
มากกว่านี้ ดังนั้นฉันเลยมาถามนายก่อนว่าจะเอายังไงต่อ”
โม่ซางพูดด้วยน้าเสียงไม่เต็มใจเท่าไหร่นัก
“ใครที่กล้ามาเหยียบจมูกเราถึงที่ก็ต้องขับไล่กลับไป
อย่างไม่มีเงื่อนไข แต่ไม่จำเป็นต้องรวมตัวผู้เล่นในกิลด์
หานเยว่เหมิงหรอก ฉันจะไปด้วยตัวเอง พวกนายรอฉัน
ก่อนนะ วันนี้ฉันจะกลับไปล้างแค้นให้พวกนายเอง!” เย่ฮ
วาพูดด้วยน้าเสียงเยือกเย็น ตอนนี้ความโกรธแค้นเริ่ม
ปะทุขึ้นมาในใจแล้ว ในเมื่อกล้าทำกันขนาดนี้ อีกทั้งยังทำ
ให้ผู้เล่นของกิลด์หานเยว่เหมิงเสียหาย ถ้าหากไม่ทำให้คน
พวกนั้นได้เห็นความสามารถของกิลด์หานเยว่เหมิง
หลังจากนี้อาจจะเกิดเรื่องที่รุนแรงมากกว่านี้อีกก็เป็นได้
เขาเปิดวาร์ปเดินทางมาที่เมืองเลี่ยเยี่ยน จากนั้นก็
เรียกม้าจ้านหยินออกมาและมุ่งหน้าไปที่สันเขาชี่เฟิงทันที
หลังจากควบม้าออกไปได้ครึ่งชั่วโมง ในที่สุดเขาก็
เดินทางมาถึงป่าที่อยู่ข้างๆ สันเขาชี่เฟิงและมารวมตัวกับ
กลุ่มของโม่ซาง
ตอนที่โม่ซางเห็นเขามาถึง ใบหน้าของเขาก็ดูสดใสขึ้น
เล็กน้อย คนที่อยู่ในกลุ่มของเขาต่างพากันส่งเสียงเรียก
“หัวหน้า”
เย่ฮวาพยักหน้าตอบกลับไปและกวาดตามองไปรอบๆ
หากผู้เล่นเดินทางออกนอกเซิร์ฟเวอร์ตัวเอง อัตราดรอป
ไอเท็มก็จะเพิ่มสูงขึ้น ดังนั้นกลุ่มผู้เล่นจีนที่ถูกผู้เล่นอินเดีย
ฆ่าตายจึงดรอปไอเท็มคนละ 1-2 ชิ้น
เย่ฮวากำหมัดแน่น “พวกนายตามฉันมา”
พูดจบเย่ฮวาก็ควบม้าจ้านหยินไปที่สันเขาชี่เฟิงทันที
หลังจากออกจากแผนที่เมืองเลี่ยเยี่ยน ในที่สุดพวกเขา
ก็มาถึงสันเขาชี่เฟิง เพียงไม่นานพื้นที่ตรงหน้าก็มีจุดสีขาว
ปรากฎขึ้น มันคือจุดแสดงตำแหน่งของผู้เล่นที่ยืนอยู่
ภายในแผนที่
ผู้เล่นที่ยืนอยู่ในป่าต่างติดตามเข้าไปด้วย ดูจาก
ท่าทางแล้วพวกเขาคงจะถูกอินดราไล่ตะเพิดออกมา
เช่นกัน เขาเชื่อว่ากิลด์หานเยว่เหมิงคือหนึ่งในสามผู้นำ
เซิร์ฟเวอร์จีน ดังนั้นคนพวกนั้นไม่มีทางเพิกเฉยพวกเขา
แน่ๆ
หลังจากผ่านไปได้ไม่กี่นาทีอัศวินที่นั่งอยู่บนหลังมังกร
ดินระดับสวรรค์ก็ปรากฎตัวขึ้น เย่ฮวากวาดตามองไปที่
อัศวินเลเวล 101 คนนั้น เขาคือผู้เล่นอันดับ 103 ของ
EVG นับว่าเป็นผู้เล่นแนวหน้าเลยก็ว่าได้
อีกฝ่ายเข้ามาขวางทางพวกเขาไว้พร้อมกับพูดท่าทาง
เย็นชา “โทษที หัวหน้าของพวกฉันสั่งห้ามไม่ให้ใครเข้าไป
ด้านใน”
ได้รับการต้อนรับแบบนี้รวมกับกลุ่มของโม่ซางที่เพิ่ง
ถูกฆ่าตายได้ไม่นาน ความเกรี้ยวกราดของเย่ฮวาก็ยิ่งปะทุ
มากขึ้น เขาจึงพูดกับอัศวินที่ยืนอยู่ตรงหน้า “คิดว่าตัวเอง
เป็นใคร ไสหัวออกไป!”
พูดจบเย่ฮวาก็มองอีกฝ่ายเป็นอากาศ เขาเดินเข้าไป
ด้านในสันเขาชี่เฟิงต่อโดยไม่แยแสคำทักท้วงใดๆ อัศวิน
คนนั้นหน้าเจื่อนและตะโกนขึ้นมาว่า “หัวหน้าสั่งว่าใครก็
ตามที่บุกรุกเข้าไปด้านใน ฆ่าทิ้งให้หมด!”
พูดจบอีกฝ่ายก็ยกหอกยาวขึ้นมาและแทงเข้าใส่ร่าง
ของเขาทันที!
“พี่ใหญ่ระวัง!” โม่ซางตะโกน ตอนที่เขากำลังจะวิ่ง
เข้ามา เย่ฮวาก็ยกมือขึ้นมาห้ามเขาไว้
วินาทีที่อัศวินคนนั้นกลายเป็นเงาที่กำลังพุ่งเข้าใส่ร่าง
ของเย่ฮวา เขาก็รีบเบี่ยงตัวไปข้างๆ เพื่อหลบการโจมตี
ดังนั้นอีกฝ่ายจึงไม่สามารถสร้างค่าดาเมจให้เขาได้ แสง
สว่างจากปลายดาบถูกส่งออกไป วินาทีต่อมาหัวของมังกร
ดินที่เป็นสัตว์พาหนะก็กลิ้งไปกับพื้นหลายตลบ
เย่ฮวายื่นมือออกไปคว้าหอกของอีกฝ่ายไว้จากนั้นก็ใช้
มือกราชากร่างของอีกฝ่ายลงมาจากหลังมังกรดินไร้หัวตัว
นั้น
“ฟึบ!”
อัศวินที่กลิ้งลงไปกองอยู่ที่พื้นรีบใช้มือพยุงร่างของ
ตัวเองเพื่อลุกขึ้นยืน ทว่าเย่ฮวากลับใช้เท้าเหยียบไปที่หลัง
ของเขาเพื่อกดให้อีกฝ่ายนอนแนบลงกับพื้นโคลน
เย่ฮวากวาดตามองไปยังกลุ่มผู้เล่นที่อยู่รอบๆ ที่กำลัง
เตรียมตัวโจมตีเขาจากนั้นก็พูดด้วยน้าเสียงเยือกเย็น “ไป
เรียกอินดรามาที่นี่”
นักธนูคนหนึ่งรีบหมุนตัวและวิ่งกลับไปที่สันเขาชี่เฟิง
อย่างไม่รีรอ เย่ฮวากระตุกยิ้มและยืนผิวปากอยู่กับที่โดยที่
ใต้เท้าของเขายังมีร่างของผู้เล่นอันดับที่ 103 ของ EVG
นอนอยู่
“นายเหยียบย่าฉันจนเสียเกียรติแบบนี้ พี่น้องที่อยู่ใน
สันเขาชี่เฟิงจำนวน 30,000 คนไม่มีทางปล่อยนายออกไป
จากที่นี่แน่!” อัศวินกัดฟันกรอดขณะพยายาม
ตะเกียกตะกายลุกขึ้นมา เนื่องจากพลังอันน้อยนิดของเขา
จึงทำให้กลายเป็นเด็กน้อยวัยสามขวบที่ไร้เรี่ยวแรงทันตา
เห็น
ไม่ถึงสิบนาที อินดราก็ควบสัตว์พาหนะของเขาเข้ามา
พร้อมกับผู้เล่นเกราะหนักอีกคน อีกฝ่ายกระโดดลงจาก
หลังสัตว์พาหนะและมองไปที่อัศวินซึ่งนอนอยู่ใต้เท้าของ
เย่ฮวา จากนั้นก็มองเขาด้วยสายตาอาฆาต “อีเย่กูโจว
นายทำแบบนี้หมายความว่ายังไง?”
“หมายความว่ายังไงเหรอ?”
เย่ฮวาเปล่งเสียงหึออกมาจากลำคอ แม้ว่าใบหน้าของ
เขาจะมีรอยยิ้มปรากฏอยู่ แต่น้าเสียงของเขากลับเย็นชา
“พี่น้องของฉันถูกคนของนายฆ่าตายที่นี่ นายนั่นแหละ
หมายความว่ายังไง!”
ผู้เล่นอินเดียต้องการยึดครองแร่เหล่านั้นจึงลงมือกับผู้
เล่นจีน ดังนั้นเรื่องนี้อินดราย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจจึงยากเกินกว่า
ที่จะตอบคำถามของเย่ฮวาได้ เขาจึงแสร้งตอบกลับด้วย
น้าเสียงเยือกเย็น “ที่นี่เป็นแผนที่ส่วนรวม ฉันแนะนำว่า
ทางที่ดีที่สุดนายอย่าเข้ามายุ่งวุ่นวายที่นี่จะดีกว่า ปล่อย
รองหัวหน้ากิลด์ของพวกเราซะ ความร่วมมือของเราจะได้
ไม่เป็นโมฆะ”
“ถุย!”
เย่ฮวากล่าวเสียงทุ้มต่า “ถ้าไม่มีผู้เล่นจีนของเรา
ป่านนี้พวกนายก็คงยังมุดหัวอยู่ในเมืองพรหมจันทร์ของ
นายนั่นแหละ ไม่มีทางที่จะยึดเมืองรุ่งอรุณได้เหมือนทุก
วันนี้หรอก วันนี้พวกนายทำให้พี่น้องของฉันต้องตาย ถ้า
หากนายไม่รับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น ฉันจะทำให้เมือง
พรหมจันทร์ของพวกนายต้องเจอจุดจบเหมือนกับเมือง
เทพพันธะ!”
อินดราสีหน้าเคร่งขรึม หลังจากเงียบไปหลายวินาที
เขาก็ออกคำสั่ง “เอาไอเท็มที่ได้จากผู้เล่นกิลด์หานเยว่
เหมิงคืนพวกเขาไป!”
ผู้เล่นที่ยืนอยู่รอบๆ ต่างพากันยืนนิ่ง ท้ายที่สุดพวก
เขาก็โยนทั้งไอเท็มและโอสถลงบนพื้น เย่ฮวาหันไปส่ง
สายตาให้โม่ซาง จากนั้นเขาก็นำผู้เล่นของตัวเองอีก 2-3
คนไปเก็บของเหล่านั้นกลับมา หลังจากพวกเขาเดิน
กลับมาเย่ฮวาก็ถามอีกครั้งว่า “ครบไหม?”
โม่ซางส่ายหน้า “ยังขาดโอสถอายุยืนอีก 50 เม็ด”
สิ้นสุดเสียงของโม่ซางเย่ฮวาก็หันกลับไปมองอีกฝ่าย
ด้วยสายตาเยือกเย็น อินดราเริ่มตื่นตระหนก เขาแสร้งพูด
ด้วยน้าเสียงสงบนิ่ง “โอสถพวกนั้นพวกฉันใช้หมดแล้ว คง
คืนให้พวกนายไม่ได้ เอาแบบนี้แล้วกัน…ฉันจะให้ไอเท็ม
ระดับสวรรค์หนึ่งชิ้นเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน”
เย่ฮวายื่นมือซ้ายไปด้านหน้า “เอาโอสถอายุยืนคืนมา
ให้ครบ 50 เม็ด หายไปหนึ่งเม็ดฉันจะฆ่าผู้เล่นของนาย
จนกว่าจะครบหนึ่งหมื่นคน”
“เหิมเกริม!”
อินดราแผดเสียงออกมา ทันทีที่เขายกมือขึ้นนักธนู
และนักเวทย์ก็เล็งเป้ามาที่เย่ฮวา สิ้นสุดคำสั่งของเย่ฮวาโม่
ซางและคนอื่นๆ ก็ถอยออกไปอยู่ในจุดปลอดภัย ส่วนเขา
เปิดใช้โล่เทพเสินฮวงเพื่อรับการโจมตีทั้งหมดที่ส่งออกมา
จากคนเหล่านั้น ดังนั้นเขาจึงไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นค่าความทนทานของโล่เทพเสินฮวงยังเหลือ
อีก 60% เย่ฮวาจึงเปิดใช้สกิลชาร์จและเทเลพอร์ตเพื่อไป
ยืนอยู่ตรงหน้าอินดรา เขาสะบัดหลังมือไปที่หน้าของ
อินดราจนเกิดเสียง ‘เพี้ยะ’
เป็นเพราะใช้พลังมากเกินไปหน่อย แม้ว่าเสียงจะอื้อ
อึงอยู่ข้างหูและรู้สึกราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงบนก้อนหิน
แต่ร่างของอินดราได้กระเด็นลอยออกไปตามแรงตบ
แล้ว หลังจากกลิ้งไปไกลสิบกว่าหลาร่างของเขาก็หยุดลง
อินดรายกมือขึ้นมากุมหน้าอกพร้อมกับกระอักเลือดสีแดง
สดออกมา
ตอนที่อัศวินที่ยืนอยู่ด้านหลังเย่ฮวากำลังจะลุกขึ้นยืน
ขาเรียวยาวของเม่ยเอ๋อร์ก็เหยียบไปที่กลางของอัศวินคน
นั้นอีกครั้ง เธอกราชับง้าวมังกรจูเสิในมือพร้อมกับกล่าว
เสียงเย็นชา “ไม่ได้รับคำสั่งจากพี่ชายก็อย่าหวังว่าจะได้
ลุกขึ้นยืน!”
นักบวชรีบฮีลเลือดให้อินดราอย่างรวดเร็วจนเลือด
ของเขากลับมาเต็มหลอดอีกครั้ง หลังจากค่อยๆ ลุกขึ้นยืน
อีกฝ่ายก็ตะโกนออกมาสุดเสียง “ตั้งฐานโจมตี! ฆ่าพวกมัน
ให้หมด!”
ผู้เล่นระยะไกลเริ่มโจมตีมาที่เย่ฮวาอย่างไม่หยุด เขา
ยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่ไหวติง จากนั้นก็เปิดใช้สกิลทลาย
สวรรค์ขั้นสุดจากคำสั่งกายาทองราชาศักดิ์สิทธิ์ ซึ่ง
สามารถสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง!
แสงสว่างสีทองที่ทรงพลังถูกส่งออกไปเป็นวงกว้าง
ภายในชั่วพริบตา กลุ่มผู้เล่นที่อยู่รอบตัวของเขาเริ่มเปล่ง
เสียงร้องโหยหวนออกมาก่อนจะกลายเป็นศพภายใน
ระยะเวลาสั้นๆ สิ่งที่เหลืออยู่มีเพียงแค่ไอเท็มที่ถูกดรอป
เกลื่อนพื้นเหล่านั้น
อินดราไหวตัวทันจึงเปิดใช้สกิลเป็นอมตะก่อนที่สกิล
ของเย่ฮวาจะถูกส่งออกไป ดังนั้นเขาจึงหลีกเลี่ยงจากการ
ถูกสังหารภายในฉับพลันได้ อีกฝ่ายมองมาที่เย่ฮวาด้วย
สายตาเย็นชา ทว่าเขากลับไม่กล้าทำอะไรผลีผลามอีก
ต่อไป
“ช้าก่อน…”
เสียงของใครบางคนดังขึ้นจากไกลๆ หลังจากผ่านไป
สิบกว่าวินาทีร่างของนักเวทย์ภายใต้เสื้อคลุมสีน้าเงินคน
หนึ่งก็เดินออกมา เขาคือยามะ
ยามะเดินมาขวางระหว่างเขาและอินดรา จากนั้นเขาก็
หันมายิ้มให้เย่ฮวาและพูดว่า “ขอโทษทีนะ ขอโทษที ครั้ง
นี้เป็นความผิดของพวกเราเอง หวังว่าอีเย่กูโจวจะไม่เอา
เรื่องพวกเราถึงชีวิต”
ครั้งก่อนตอนที่เย่ฮวาเจอกับยามะเขาก็รู้สึกได้ว่าคน
คนนี้เป็นผู้ที่ให้ความสำคัญกับสถานการณ์โดยรวมที่
เกิดขึ้นเป็นอย่างดี เขาคงไม่อยากให้อินดาทำให้เรื่องบาน
ปลาย ดังนั้นอีกฝ่ายจึงพูดกับเย่ฮวาอย่างเป็นมิตรจนทำให้
เย่ฮวาแอบรู้สึกประทับใจกับคนคนนี้ ท่าทางของเขาจึง
ผ่อนคลายลงจากเดิม “คนของพวกนายฆ่าพี่น้องของฉัน
แถมยังยึดโอสถอายุยืนไปอีก 50 เม็ดแล้วไม่ยอมคืนให้
พวกเรา นายคิดว่าเรื่องนี้ควรจะทำยังไงล่ะ?”
“งั้นนายรอฉันสามนาที ฉันจะให้คำตอบนายเรื่องนี้
แน่นอน”
พูดจบมายะก็หมุนตัวหันไปกระซิบกระซาบกับอินดรา
แม้ว่าจะได้ยินไม่ชัดว่าสองคนนั้นกำลังพูดคุยอะไรกัน แต่
ท่าทางของยามะทำให้เขาพอจะคาดเดาได้ว่าอีกฝ่าย
กำลังโน้มน้าวใจอินดราอยู่ แต่เนื่องจากเย่ฮวาไม่สามารถ
เชื่อใจคนเหล่านั้นได้สนิทใจ ดังนั้นเขาจึงต้องระมัดระวัง
ตัวเองตลอดเวลา
หลังจากรอคนเหล่านั้นไปได้ประมาณสองนาที อินดรา
ก็หยิบถุงออกมาหนึ่งถุง มายะรับถุงนั้นมาจากมือของอีก
ฝ่ายและยื่นมันให้เย่ฮวา “แค่นี้ก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้วใช่
ไหม”