ตำนานดาบเกมออนไลน์ - ตอนที่ 477 : แค่มีเธอก็พอแล้ว
ยามรัตติกาลที่เงียบสงบ เย่ฮวานั่งอยู่บนพื้นหญ้าอ่อน
นุ่มและแหงนหน้ามองดวงดาราที่ประดับประดาอยู่บน
ฟากฟ้า เสียงจิ้งหรีดคลอเคลียลมหนาวในค่าคืนนี้
“มานั่งอยู่ที่นี่อีกแล้ว…”
เสียงอ่อนโยนของมู่จื่อหานดังขึ้นจากทางด้านหลัง
เย่ฮวาหันไปยิ้มให้เธอขณะที่เธอยังคงบ่นพึมพำว่า
“ออกมาไม่บอกฉันสักคำ ต้องให้ฉันเดินหาอยู่เรื่อย”
เย่ฮวายักไหล่ “ก็แค่ออกมาเดินเล่นเอง เดี๋ยวก็กลับ
แล้ว”
มู่จื่อหานเดินมานั่งข้างๆ เขา จากนั้นก็เอนศีรษะมาที่
บ่าของเขาพร้อมกับพูดด้วยเสียงที่นุ่มนวล “อีกสอง
อาทิตย์ก็จะเริ่มภารกิจสงครามกลางเมืองแล้ว หลังจากนั้น
ก็เปิดเทอมแล้วด้วย”
เย่ฮวากระตุกยิ้มมุมปาก “ถึงแม้ว่าช่วงหลังๆ จะเก็บ
เลเวลได้ค่อนข้างช้า แต่ภารกิจเหล่านี้ก็ออกมาให้ผู้เล่นเข้า
ร่วมแถมทำให้เลเวลของฉันเพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็วไม่แพ้
การออกไปเก็บเลเวลด้วยตัวเองเลย หลังจากที่เลเวลตัน
จนถึงจุดสูงสุดของเกม บางทีก็คงจะถึงเวลาที่ฉันต้องออก
จากเกมแล้ว ถึงเวลานั้นพวกเราก็คงมีเวลาได้เรียนหนังสือ
ออกไปหาอะไรอร่อยๆ กินแล้วก็นั่งพูดคุยกันได้มากขึ้น คง
ไม่ต้องขลุกตัวเองอยู่ในเกมทั้งวันทั้งคืนอีกแล้วล่ะ”
มู่จื่อหานอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา “อันที่จริงแบบนี้ก็ดี
เหมือนกันนะ อยู่บ้านหลังเดียวกันเดินแค่ไม่กี่ก้าวก็เจอกัน
แล้ว ได้พูดอรุณสวัสดิ์กับนายทุกเช้า ก่อนนอนก็ได้พูด
ราตรีสวัสดิ์กับนายด้วยตัวเอง แค่นี้ฉันก็พอใจมากแล้ว”
เย่ฮวายื่นมือออกไปโอบบ่าของเธอ เขารู้สึกได้ถึงบ่าที่
เนียนนุ่มของเธอผ่านเสื้อเชิตบาง จากนั้นก็พูดด้วยรอยยิ้ม
“ฉันได้เงินมาจากในเกมส่วนหนึ่งแล้ว หลังจากนี้ก็คงจะ
เอาไปลงทุนกับอะไรสักอย่างเพื่อนำเงินมาลงทุนในธุรกิจ
ของตัวเอง ถึงเวลานั้นฉันจะไปหาคุณมู่ด้วยตัวฉันเอง”
มู่จื่อหานเปล่งเสียงหึออกมาจากลำคอ เธอยกแขนทั้ง
สองข้างขึ้นมากอดเอวเขาไว้แน่น จากนั้นก็ซบหน้าลงบน
แขนของเขาพร้อมกับพูดพึมพำเบาๆ “นานแค่ไหนฉันก็
จะรอนายนะ”
ได้ยินเธอพูดเช่นนั้น รอยยิ้มที่เปี่ยมล้นด้วยความสุขก็
ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา ชีวิตนี้ได้รับความรักจากเธอ
เขาก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว…
……
เช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้น
เนื่องจากเซลล์ภายในร่างกายที่แข็งแกร่งขึ้น เขานอน
ถึงช่วงประมาณตีสองก็ตื่นแล้ว ไม่เพียงแต่จะไม่รู้สึกเพลีย
เท่านั้น แต่เขายังรู้สึกกระปี้กระเป่าเป็นอย่างมาก
หลังจากอาบน้าแต่งตัวแล้ว เขาก็เปิดโทรศัพท์ขึ้นมาดู
ก็พบว่ามีข้อความส่งมาหาเขาพันกว่าฉบับ ซึ่งเป็น
ข้อความที่ส่งมาจากร้านค้าแลกเงินภายในเกมหลิงเกิง
มีคนซื้อเหรียญทองจากเขาตั้งแต่หลักพันไปจนถึง
หลักล้าน จนตอนนี้ถูกซื้อออกไปจนหมดแล้ว ในบัตรของ
เขามีตัวเลขเข้าอย่างต่อเนื่อง เพียงแค่ชั่วข้ามคืนมีเงินเข้า
มาในบัญชีของเขามากถึง 120 ล้านหยวน ตอนนี้เขา
กลายเป็นมหาเศรษฐีแล้ว!
ตอนที่เย่ฮวาเห็นตัวเลขในบัญชีธนาคาร เขาก็แอบ
หยิกขาตัวเองเพื่อให้มั่นใจว่าไม่ได้ฝันไป คิดไม่ถึงเลยว่า
เขาจะมีเงินเก็บถึงร้อยล้านหยวนจริงๆ!
แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้ยังเช้ามากและระบบยังคงปิด
ปรับปรุงเซิร์ฟเวอร์จนถึงแปดโมงเช้า ไม่เช่นนั้นป่านนี้เขา
คงเข้าไปฆ่ามอนสเตอร์เพื่อเก็บเงินเพิ่มแล้ว
หลังจากหายจากอาการตื่นเต้น เขาก็กลับเข้าสู่
สถานการณ์ปกติอีกครั้ง เขาเริ่มคิดทบทวนอย่างจริงจังอีก
ครั้ง ก่อนหน้านี้เขามีเงินเพียงพอสำหรับนำเงินไปลงทุน
เปิดร้านอาหารได้แค่ร้านเดียวเท่านั้น แต่ตอนนี้เขามี
เงินทุนมากพอแล้ว เขาก็ควรจะทำอะไรที่ใหญ่โตกว่านี้
ไม่ใช่เหรอ?
แม้ว่าเขาจะไม่ได้สนใจเรื่องเงินทองเท่าไหร่นัก แต่เงิน
เหล่านี้เป็นเงินที่เข้ามาเหนือความคาดหมายของเขา ถึง
จะไม่มีเงินก้อนนี้เขาก็ไม่ได้รู้สึกเสียดาย ถ้าเช่นนั้นก็ควร
จะนำมันออกไปลงทุนเพื่อให้เงินงอกเงยไม่ใช่เหรอ?
คิดเช่นนั้นเขาก็เข้าไปเสริชหาข้อมูลเพื่อหาช่องทางใน
การลงทุน จู่ๆ เขาก็เห็นประกาศเซ้งกิจการร้าน KTV(ร้าน
คาราโอเกะ) ใจกลางเมือง ทางนั้นไม่ได้แจ้งสาเหตุในการ
เซ้งกิจการ แต่ราคาถือว่าไม่น้อยเลยเพราะต้องใช้เงินมาก
ถึงสิบล้านหยวน แม้ว่าจะเป็น KTV ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจ
กลางเมืองและมีชื่อเสียง แต่ราคาของมันก็แพงเกินกว่าจะ
ทำใจยอมรับได้ เพราะตามหลักความเป็นจริงการเปิดร้าน
KTV ขนาดใหญ่ก็น่าจะใช้เงินลงทุนไม่เกินสองล้านหยวน
แต่เย่ฮวาก็ยังเลือกที่จะกดโทรไปหาเจ้าของกิจการ
ตอนที่รอสายอยู่ครู่หนึ่งก็มีเสียงของชายกลางคนดังขึ้น
จากปลายสาย หลังจากนั้นพวกเขาก็เริ่มทำการเจรจา
ต่อรองกัน
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลังจากผ่านไปได้ครึ่ง
ชั่วโมงเขาก็เดินออกมาจากห้อง สองสาวยังคงนอนหลับ
อยู่ เขาจึงไม่ได้เข้าไปปลุกเธอเพื่อยืมกุญแจรถ แต่เลือกที่
จะกดเรียกแท็กซี่ให้มารับหน้าหมู่บ้านแทน หลังจากใส่
เสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว เขาก็ออกเดินทางทันที
ตอนที่เย่ฮวาเดินทางมาถึงร้าน KTV ที่มีชื่อเสียงมาก
ที่สุดภายในเมืองแห่งนี้ ร้าน KTV ตั้งอยู่บนชั้น 8-12 ของ
ตึกแห่งนี้ ซึ่งมีทั้งหมดสี่ชั้น แต่ละชั้นมีห้องคาราโอเกะ
ราวๆ 50 ห้อง ชายกลางคนอายุราวๆ สี่สิบปีเดินออกมา
ต้อนรับเย่ฮวา เขาสวมใส่ด้วยชุดสูทสุภาพ ทรงผมของเขา
เป็นแบบหวีเสยแนวสลิคแบค ทว่ากลับไม่สามารถปกปิด
ใบหน้าที่เหนื่อยล้าและซีดเซียวของเขาได้
ชายคนนั้นยื่นมือออกมาจับมือทักทายกับเขา จากนั้น
ก็พูดด้วยใบหน้ารอยยิ้มจางๆ “คุณเย่สินะครับ ผมเคยได้
ยินชื่อเสียงของคุณและเคยเห็นคลิปเกมที่มีหน้าของคุณ
อยู่บ่อยๆ”
เย่ฮวาพยักหน้าตอบรับกลับไป ตอนนี้ไม่มีเวลา
เสียเวลาแล้วเพราะเหลือเวลาอีกแค่หนึ่งชั่วโมงก็จะเป็น
เวลาที่ระบบเปิดให้บริการอีกครั้ง
“คุณพาผมไปดูสถานที่เลยก็ได้ครับ ระหว่างเดินดูก็คุย
ไปพลางๆ เพื่อประหยัดเวลา”
“ได้ครับๆ”
ระหว่างที่กำลังพูด ชายคนนั้นก็เดินนำเขาเข้าไปด้าน
ใน KTV ต้องยอมรับจริงๆ ว่า KTV ใจกลางเมืองที่มี
ชื่อเสียงแห่งนี้ดูดีสมชื่อ การตกแต่งของที่นี่ดูหรูหราและมี
ขนาดใหญ่โต ดูเหมือนว่าเขาจะประเมิน KTV แห่งนี้ต่า
เกินไปหน่อย ราคาแค่สองล้านหยวนเกรงว่าจะไม่สามารถ
สร้างสถานที่แห่งนี้ขึ้นมาได้ ถ้าหากต้องใช้เงินลงทุนจริงๆ
ก็น่าจะไม่เกินสามล้านหยวน
หลังจากเดินดูรอบๆ จนครบ เย่ฮวาก็เดินเข้าไปด้านใน
ห้องทำงานของเขา อีกฝ่ายรินน้าชาให้พร้อมกับพูดด้วย
รอยยิ้ม “ที่นี่ก็มีประมาณนี้เท่าที่คุณเห็น คุณเย่คิดว่ายังไง
บ้างครับ?”
เย่ฮวายิ้ม “ทุกคนต่างก็รู้ดีว่า KTV แห่งนี้มีราคาอยู่ที่
เท่าไหร่ จำนวนเงินสิบล้านหยวนเพียงพอที่ผมจะเปิดร้าน
คาราโอเกะแบบคุณได้สามถึงสี่แห่งแบบสบายๆ ผมว่า
พวกเราถอยกันคนละก้าวดีไหมครับ”
ชายคนนั้นเลิกคิ้วขึ้นและพูดด้วยรอยยิ้ม “ถ้าหากคุณ
อยากได้ที่นี่จริงๆ ผมลดให้คุณได้ต่าสุดเก้าล้านหยวน แต่
ละเดือนที่นี่สามารถทำกำไรได้ไม่น้อย จำนวนเงินสองล้าน
หยวนอาจจะเปิดเหมือนกับผมได้ก็จริง แต่ก็อาจจะทำ
กำไรได้ไม่เท่ากับที่นี่ เรื่องนี้คุณเองก็น่าจะรู้ดี”
เย่ฮวาหรี่ตามองอีกฝ่าย สายตาและท่าทางของอีก
ฝ่ายดูเปลี่ยนไปจากเดิม สมกับที่อยู่ที่นี่มานานเพราะ
ท่าทางของเขาดูไม่รีบร้อนที่จะขายเลยแม้แต่น้อย
ถ้าหากซื้อ KTV แห่งนี้ด้วยจำนวนเงินเก้าล้านหยวน
จากตำนานของ KTV แห่งนี้เป็นไปไม่ได้เลยที่จะคืนทุน
ภายในระยะเวลาหนึ่งปี หลังจากนี้จะเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่
กับการบริหารของเขาแล้ว
เย่ฮวาหยุดคิดครู่หนึ่ง จากนั้นก็พูดด้วยท่าทางสบายๆ
“ผมให้คุณได้สูงสุดแปดล้านหยวน”
ชายคนนั้นขมวดคิ้ว แต่ไม่ได้มีท่าทีว่าจะปฏิเสธ
ในทันที ท่าทางของเขาดูเหมือนว่าคงอยากจะปล่อย
สถานที่แห่งนี้ให้เร็วที่สุด ไม่เช่นนั้นคงไม่แสดงท่าทางลังเล
แบบนี้ เย่ฮวาเห็นว่าเข้าทางก็รีบพูดต่อไปว่า “จำนวนเงิน
แปดล้านหยวนเป็นราคาสูงสุดที่ผมให้ได้ ราคานี้ผม
สามารถนำเงินไปซื้อตึกเพื่อเปิด KTV แบบคุณได้สบายๆ
ก็จริงอยู่ที่ชื่อเสียงของ KTV ใจกลางเมืองแห่งนี้เป็นที่รู้จัก
ภายในเมืองแหงนี้ แต่ชื่อเสียงกิลด์หานเยว่เหมิงของผมดัง
ไปทั่วโลกแล้ว เรื่องนี้คุณเองก็น่าจะรู้ดี”
ชายคนนั้นขบฟันแน่น เขาพยักหน้า “ตกลง! แปดล้าน
ก็แปดล้าน ถ้างั้นรบกวนคุณทิ้งที่อยู่ให้ผมหน่อยนะ อีก
สองสามวันผมจะส่งหนังสือสัญญาไปให้ ถ้าหากคุณไม่มี
ปัญหาอะไรพวกเราก็นัดกันเซ็นสัญญาได้เลย”
เย่ฮวายิ้มจากนั้นก็ยื่นมือเพื่อจับมือกับเขา “ถ้างั้นก็ตก
ลงตามนี้ ผมยังมีธุระต้องไปทำต่อ ผมจะรอเอกสารจาก
คุณนะครับ”
พูดจบเย่ฮวาก็เดินออกจาก KTV แห่งนี้ หลังจากลง
มาถึงชั้นล่างเขาก็เรียกรถแท็กซี่เพื่อเดินทางกลับไปที่วิล
ล่าทันที ตอนนี้เป็นช่วงที่คนกำลังออกไปทำงานกันแล้ว
รถจึงค่อนข้างติด ตอนที่กลับมาถึงวิลล่าก็เกือบจะเก้าโมง
เช้าแล้ว
ตอนนี้เกมเปิดให้บริการมาหนึ่งชั่วโมงแล้ว มู่จื่อหานก็
เพิ่งจะโทรมาบ่นกับเขาที่ออกไปไม่บอกเธอ เย่ฮวาจึงทำ
ได้เพียงแค่ขอโทษขอโพยเพื่อให้เธอสบายใจ
หลังจากกลับมาถึงวิลล่าและหาอะไรรองท้องแล้ว เย่ฮ
วาก็เข้าสู่ระบบทันที ตอนนี้เขาตื่นเต้นจนไม่ไหวที่จะได้
เห็นค่าสเตตัสของตัวเองหลังจากที่สวมใส่สร้อยเทพเซียน
แล้ว!
เมื่อเข้าสู่เกม เย่ฮวาก็ส่งข้อความไปหามู่จื่อหานเพื่อ
บอกเธอว่าเขากลับมาถึงบ้านแล้ว หลังจากนั้นเขาก็รีบ
หยิบสร้อยออกมาและสวมใส่เพื่อตรวจสอบค่าสเตตัสของ
ตัวเอง
[อีเย่กูโจว] (เทพพยากรณ์)
เลเวล :120
พลังการโจมตี :335,882-417,849
การป้องกัน :279,536
ค่าพลังชีวิต :3,287,583
ค่าพลังเวทย์ :472,351
ค่าชื่อเสียง : 1,249,000,000
ค่าความโชคดี :13
……
หลังจากสวมใส่สร้อยเทพเซียน ถ้าหากรวมเข้ากับดาบ
เปลวเพลิงสงครามก็เท่ากับว่าเขามีไอเท็มระดับเทพเซียน
สองชิ้นแล้ว ค่าสเตตัสโดยรวมจึงสูงขึ้น การโจมตีของเขา
ทะลุ 400,000 พอยท์ ส่วนค่าพลังชีวิตก็ทะลุ 3,000,000
พอยท์แล้ว ถ้าหากเรียกเม่ยเอ๋อร์ออกมา หลังจากใช้สกิลพ
ลังแมววิญญาณของเธอและนั่งบนหลังสัตว์พาหนะก็คง
ทำให้การโจมตีของเขาสูงถึง 800,000 พอยท์
แน่นอนว่าสิ่งที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนคือค่าชื่อเสียงและ
ค่าความโชคดี
ค่าชื่อเสียงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการใช้อนุสรณ์รวม
วิญญาณรวมถึงสกิลต่างๆ จากไอเท็มระดับเทพขึ้นไปใน
เวลานี้ ส่วนค่าโชคดีไม่ได้เป็นสิ่งที่ต้องการเท่าไหร่นักแต่
ตอนนี้เขาสะสมได้ 13 พอยท์แล้ว
เขาหมุนตัวกลับไปมองเมืองชิงสุ่ยที่อยู่ด้านหลัง ตอนนี้
เมืองกลับมาเหมือนใหม่อีกครั้ง หลังจากตรวจสอบข้อมูล
เกมก็พบว่าตอนนี้ช่วงเวลาภายในเกมผ่านไปห้าปีแล้ว
การปิดปรับปรุงเซิร์ฟเวอร์แค่วันเดียวแต่ทำให้เวลา
ภายในเกมแห่งนี้ก้าวกระโดดไปไกลถึง 5 ปี ไม่รู้ว่าตอนนี้
หานหลินจะรักษาบาดแผลของเธอไปถึงไหนแล้ว ตอนนี้
เธอจะช่วยให้เขาเลื่อนคลาสสู่คลาสห้าได้หรือยังนะ
คิดเช่นนี้เย่ฮวาก็เทเลพอร์ตไปที่แดนสวรรค์ทันที คง
เป็นเพราะระบบได้รับการปรับปรุงใหม่ หลังจากที่เขา
เทเลพอร์ตมาที่แดนสวรรค์ เขาก็ถูกส่งมาอยู่ด้านบนแท่น
เทเลพอร์ตของแดนสวรรค์ เผ่าเทพที่ยืนคุ้มกันสองคนรีบ
ยกหอกขึ้นมาขวางเขาเป็นรูปกากบาท “เจ้าเป็นใคร! แจ้ง
ชื่อของเจ้ามา!”
เย่ฮวาหรี่ตามองคนที่อยู่ตรงหน้า พวกเขาคือผู้คุ้มกัน
เผ่าเทพบอสระดับสวรรค์เลเวล 100 ทั้งสองคนไม่รู้จักเขา
แบบนี้ อย่าบอกนะว่าเป็นทหารหน้าใหม่ของแดนสวรรค์?
หนึ่งในนั้นกวาดตามองเขา จากนั้นก็หันไปพูดกับอีก
คนที่อยู่ข้างๆ “บุคคลผู้นี้ดูเหมือนว่าจะมีพลังเผ่าเทพแดน
สวรรค์เช่นเดียวกับพวกเรา คงเป็นคนของเผ่าเทพ”
เย่ฮวาหยิบแผ่นป้ายคำสั่งสีฟ้าอ่อนออกมาจาก
กระเป๋า นี่เป็นแผ่นป้ายที่หานหลินมอบให้เขาตอนที่เข้า
ไปเลือกทหารก่อนหน้านี้ เธอบอกเขาว่าถ้าหากมีสิ่งนี้ก็
สามารถที่จะบัญชาการทหารแห่งเผ่าเทพแดนสวรรค์
ทั้งหมดได้
ทหารทั้งสองเห็นแผ่นป้ายคำสั่งก็รีบเก็บหอกยาวใน
มือพร้อมกับโค้งคำนับ “ข้าน้อยไม่ทราบว่าท่านคือคนของ
เผ่าเทพ โปรดอภัยให้ข้าน้อยด้วย”
เย่ฮวาโบกมือ “ไม่เป็นไร พวกนายคุ้มกันเมืองต่อเถอะ
ฉันขอตัวก่อน”
ทั้งสองคนยกมือขึ้นคารวะ “เชิญท่านผู้อาวุโสขอรับ”
พูดจบเย่ฮวาก็เปิดใช้สกิลปีกเทพเจ้าเพื่อมุ่งหน้าไปที่
ห้องโถงทันที ทหารทั้งสองยังคงยืนนิ่งและมองมาที่เขา
ด้วยความตกตะลึง เพราะถึงแม้ว่าจะเป็นผู้แข็งแกร่ง
ระดับนภาลัยก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีความสามารถใน
การเหาะเหินเดินอากาศได้เสมอไป
ตอนที่เดินทางมาถึงห้องโถงก็พบว่าหานหลินกำลังยืน
อยู่กลางห้องโถง เธอยิ้มให้เขาขณะมองเขาที่เดินเข้ามา
ด้านใน “ไม่เจอกันห้าปี เจ้าสบายดีใช่หรือไม่?”
เย่ฮวา “ไม่เลวครับ ท่านหานหลิน…ครั้งนี้ผมสามารถ
เข้าสู่คลาสห้าได้หรือยังครับ”
หานหลินลอยมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา จากนั้นก็ยกมือ
ขึ้นทาบอกเขาและพูดพึมพำ “เผ่าเทพแดนสวรรค์ อำนาจ
แห่งเทพที่ยิ่งใหญ่ บัดนี้ข้าหานหลินขอมอบพลังจากเทพ
สวรรค์ให้กับเจ้า เพื่อให้เจ้าได้รับการเลื่อนขั้นเป็นผู้
แข็งแกร่งระดับนภาลัยอย่างแท้จริง”
ระหว่างที่พูดเธอก็เงยหน้าขึ้นมองเขา สายตาของเธอ
เต็มไปด้วยความชื่นชมขณะเอ่ยถามเขาว่า “พร้อมหรือ
ยัง?”
ยังต้องพูดอะไรอีกล่ะ!?
เขาพยักหน้าหงึกๆ “พร้อมครับ!”