ตำนานดาบเกมออนไลน์ - ตอนที่ 498 : เยี่ยมเยียนคุณมู่
แสงอรุณรุ่งแรกเริ่มปรากฏจากขอบฟ้า แสงสว่างและ
ความอบอุ่นสาดส่องลงบนร่างกายของเย่ฮวา
เย่ฮวายืนอยู่บนกำแพงเมืองของเมืองลั่วเซียว เมื่อจ้อง
มองความศิวิไลซ์ที่อยู่ด้านล่างกำแพงก็อดไม่ได้ที่จะ
กระตุกมุมปากยิ้ม เกมหลิงเกิงช่างเป็นเกมที่วิเศษจริงๆ
ยอดเยี่ยมจนทำให้เขาทำใจไม่ได้ที่จะต้องออกจากเกม
แห่งนี้
เขาเอนตัวพิงเข้ากับกำแพงเมืองพร้อมกับหวนระลึก
ถึงช่วงเวลาที่เข้ามาในเกมแห่งนี้ในช่วงแรกๆ ความทรงจำ
เหล่านั้นทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
บางทีสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกมีความสุขมากที่สุดก็คงจะเป็น
การได้รู้จักกับทุกคน
เมื่อสักครู่เขาได้รับโทรศัพท์จากคุณมู่ เขาเองก็เห็น
โพสต์ปักหมุดของลี่เฟิงเหลิ่งเช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงโทรมา
หาเขาด้วยน้าเสียงที่ค่อนข้างเคร่งขรึม บางทีอาจจะเป็น
เพราะอยากพูดคุยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเขาและมู่จื่อ
หานก็เป็นได้
ความประทับใจที่เขามีต่อคุณมู่คืออีกฝ่ายเป็นผู้ที่
ประสบความสำเร็จในรอบด้าน เขารักและทะนุถนอมมู่จื่อ
หานเป็นอย่างมาก เขาเชื่อว่าบางทีคุณมู่อาจจะอวยพร
ให้กับความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองคน
ภายในใจของเขาไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่าความรักเลย
มู่จื่อหานเป็นลูกสาวของตระกูลมู่ที่เกิดบนกองเงินกอง
ทอง เธอคือลูกสาวเพียงคนเดียวของเขา ส่วนเขาเป็นแค่
ลูกชาวบ้านจากเมืองแห่งหนึ่งที่ไม่สามารถเทียบอะไรกับ
เธอได้เลย นอกจากรายได้จากเกมแล้ว รายได้ส่วนอื่นๆ ที่
มีรวมกันยังไม่พอซื้อรถแบบเธอเลยด้วยซ้า
พรุ่งนี้เช้าเขาต้องเดินทางไปทำเรื่องโอนกิจการ ซึ่ง
คาดว่าน่าจะใช้เวลาไม่นาน หลังจากนั้นเขาก็จะรีบ
เดินทางไปหาคุณมู่ทันที
คืนนี้เขาไม่ได้วางแผนที่จะทำอะไรเป็นพิเศษ เขานั่ง
หลอมโอสถอายุยืนอยู่ภายในลานกว้างอย่างสบายใจ
หลังจากนั้นก็นำแร่คริสตัลภูตผีจากเหมืองก็อบลินไปแลก
เป็นค่าชื่อเสียง และภารกิจสุดท้ายคือเดินทางไปที่แดน
เพลิงเพื่อตามหาสร้อยหลอมละลาย อัตราการดรอปสร้อย
มีไม่มากเท่าไหร่นัก ผู้เล่นจำนวน 400 กว่าคนไม่เพียง
พอที่จะทำให้ไอเท็มชิ้นนี้ดรอปในจำนวนมาก แต่สำหรับ
เขาสามารถเพิ่มอัตราการดรอปได้มากกว่าหลายสิบเท่า
หลังจากฆ่ามอนสเตอร์จนถึงช่วงเที่ยงคืน เขาก็จำได้
ว่าเคยสัญญากับมู่จื่อหานว่าจะรีบนอนให้เร็วแม้ว่าจะยัง
ไม่ง่วงก็ตาม เขาออกจากระบบมาอาบน้าอาบท่า จากนั้น
ก็เอนตัวนอนลงบนเตียงพร้อมกับหลับตานึกถึงเนื้อหาที่
อยู่ภายในหนังสือโบราณ
พลังปราณนิ่งสงบ สมองว่างเปล่า เขารู้สึกราวกับว่า
ตัวเองกำลังอยู่ภายในทุ่งหญ้าแห่งหนึ่งที่ไร้ซึ่งจุดสิ้นสุด
เขาวิ่งไปด้านหน้าอย่างบ้าคลั่งโดยปราศจากพันธนาการ
ทั้งปวง
รู้ตัวอีกทีเขาก็เข้าสู่ห้วงนิทราไปเสียแล้ว
……
ช่วงเช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้น…….
เย่ฮวาลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ท้องฟ้าในตอนนี้ยังคงมืด
สนิทราวกับแสงอาทิตย์ยังไม่พ้นขอบฟ้า หลังจากที่เซลล์
ภายในร่างกายมีความแข็งแกร่งขึ้นก็ทำให้เขาได้รับ
ประโยชน์จากเรื่องนี้ ร่างกายของเขากระปรี้กระเป่าได้
นานกว่าคนอื่นๆ แต่ละวันก็ใช้เวลานอนหลับพักผ่อนแค่
เพียงเล็กน้อย
หลังจากออกไปวิ่งจ๊อกกิ้ง เขาก็กลับมาอาบน้าอาบท่า
จากนั้นก็เข้าสู่เกมเพื่อตามเก็บสร้อยหลอมละลายภายใน
แดนเพลิงชั้นหนึ่งต่อ
เมื่อเข็มนาฬิกาบอกเวลาเจ็ดโมงเช้า เขาก็ออกจาก
ระบบเพื่อมารับประทานอาหารเช้า จากนั้นก็เดินไปขอยืม
รถจากมู่จื่อหานเพื่อไปทำธุระและไปหาพ่อของเธอ
เมื่อมู่จื่อหานได้ยินว่าเขาจะไปหาคุณมู่ เธอก็รีบ
อาบน้าแต่งตัวเพื่อเดินทางไปพร้อมกับเขา เขาเองก็
ปฏิเสธไม่ได้เช่นกัน ในเมื่อเธออยากเจอพ่อของเธอก็เป็น
สิ่งที่สมเหตุสมผลอยู่แล้ว
เมื่อเตรียมเอกสารต่างๆ เพื่อใช้สำหรับโอนกิจการแล้ว
พวกเขาทั้งสองคนก็เดินทางไปที่ใจกลางเมืองทันที ส่วน
เยว่เอ๋อร์เนื่องจากไม่มีอะไรต้องจัดการ เธอจึงเข้าเกมเพื่อ
เก็บไอเท็มภายในแดนเพลิงต่อไปในฐานะผู้บัญชาการ
ชั่วคราว
ตอนที่เดินทางมาถึงร้านเสินฮว่า KTV มู่จื่อหานก็ถาม
ด้วยความสงสัย “เย่ฮวา หลายวันมานี้นายมาที่นี่เหรอ?”
เขาพยักหน้าเบาๆ
เธอแอบประหลาดใจเล็กน้อย “นายมาที่นี่คนเดียว
เพื่อร้องเพลงเนี่ยนะ?”
เย่ฮวายิ้ม “เธอคิดไปถึงไหนเนี่ย ช่วงนี้ฉันได้เงินจาก
เกมมาส่วนหนึ่ง แล้วฉันก็เห็นว่าร้าน KTV แห่งนี้กำลังจะ
ขายกิจการพอดี ฉันก็เลยมาเทคโอเวอร์ที่นี่ ตอนนี้เหลือ
เวลาอีกไม่มากฉันก็ต้องออกจากเกมแล้ว ถ้าหากยังไม่มี
ธุรกิจเป็นชิ้นเป็นอัน หลังจากนี้ฉันจะเลี้ยงเธอได้ยังไง
ล่ะ?”
มู่จื่อหานได้ยินเช่นนี้ก็หน้าแดงระเรื่อขึ้นมา เธอวางมือ
ลงบนฝ่ามือขงอเขา จากนั้นก็จ้องมองเขาด้วยสายตาที่
ลึกซึ้ง เขาจึงโน้มตัวเข้าไปจุมพิตริมฝีปากของเธออย่าง
แผ่วเบา ไม่นานเถ้าแก่ก็เดินมาขึ้นรถพวกเขาเพื่อเดินทาง
ไปทำการโอนกิจการเพื่อเปลี่ยนชื่อเจ้าของสถานที่แห่งนี้
ให้กลายเป็นของเย่ฮวาโดยสมบูรณ์
หลังจากกลับมาถึงร้าน KTV และได้รับการโอนกิจการ
เรียบร้อยแล้ว เขาก็จัดการเพิ่มเงินเดือนของพนักงานทุก
คนขึ้นอีก 1,000 หยวนเพื่อให้พวกเขามีขวัญและกำลังใจ
ในการทำงานมากยิ่งขึ้น อีกอย่างเขาก็ไม่ชอบที่เห็นเหล่า
ลูกจ้างเห็นเขาเป็นแค่เจ้านายคนหนึ่งเท่านั้น
หลังจากสะสางเรื่องทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ก็
เป็นเวลาสิบโมงกว่า พวกเขาจึงรีบเดินทางไปที่บริษัทมู่ซื่อ
กรุ้ป ตอนที่มาถึงใต้ตึกก็เกือบจะบ่ายโมงพอดี
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสองคนยืนขวางตรง
บริเวณประตูใหญ่ “ขอโทษนะครับ พวกคุณมาทำธุระ
อะไรครับ?”
ตอนที่เย่ฮวากำลังเอ่ยปากพูด มู่จื่อหานก็พูดด้วยสี
หน้ายิ้มแย้ม “เรียกหัวหน้าของพวกคุณมาหน่อย”
ทั้งสองคนชะงักไปเล็กน้อย ออร่าที่ดูแพงประดับอยู่
บนร่างกายของมู่จื่อหาน แค่เห็นก็รู้แล้วว่าเธอต้องไม่ใช่
คนธรรมดาของที่นี่แน่นอน หนึ่งในนั้นจึงหยิบวิทยุสื่อสาร
ออกมา “พี่ใหญ่ครับ ที่ประตูมีแขกสองท่าน รบกวน
ออกมาเจอพวกเขาหน่อยครับ”
หนึ่งนาทีผ่านไป ชายอายุรุ่นลุงที่มีร่างกายกำยำก็เดิน
ออกมา เขาสวมใส่ด้วยชุดเครื่องแบบเจ้าหน้าที่รักษา
ความปลอดภัย แต่เย่ฮวามองเห็นวิญญาณชายชาติทหาร
อยู่บนร่างกายของเขา คนคนนี้ต้องเคยเป็นทหารมาก่อน
แน่นอน!
หัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัยรีบเดินเข้ามาหามู่จื่อ
หาน “หานเอ๋อร์ มาที่นี่ทำไมไม่บอกล่วงหน้าล่ะ”
มู่จื่อหานยิ้ม “มาแบบกะทันหันน่ะค่ะ เลยแวะมาหา
คุณพ่อด้วยเลย”
“นี่คือลุงเติ้ง เพื่อนออกรบสมัยที่คุณพ่อของฉันยังเป็น
ทหาร” มู่จื่อหานกระซิบ
เขาหันไปมองอีกฝ่ายและยิ้มอย่างสุภาพ “สวัสดีครับ
ลุงเติ้ง”
ลุงเติ้งยิ้มให้เขา จากนั้นก็หันไปมองมู่จื่อหาน “คนนี้
คือ……”
มู่จื่อหานยื่นมือออกมาคล้องแขนเขา “เย่ฮวา แฟน
ของหนูเองค่ะ”
“เมื่อเติบโตก็ถึงเวลาต้องเป็นฝั่งเป็นฝาแล้วสินะ
แป๊บๆ ก็มีแฟนซะแล้ว”
ลุงเติ้งยิ้มด้วยความเอ็นดู จากนั้นก็ชี้มาที่เย่ฮวา “พ่อ
หนุ่ม ถ้านายกล้ารังแกหานเอ๋อร์ล่ะก็ ฉันคือคนแรกที่จะ
ตามไปคิดบัญชีกับนาย”
“ผมจะทำอย่างนั้นได้ยังไงกันครับลุงเติ้ง ผมดูเป็นคน
แบบนั้นเหรอครับ”
“ก็ไม่เชิงหรอกนะ…”
ระหว่างที่พูดลุงเติ้งก็บอกพวกเขาว่า “งั้นก็ตามฉันมา
เถอะ”
“ครับ/ค่ะ”
จากนั้นพวกเขาก็เดินข้างๆ กันเพื่อเข้าไปด้านในตึก
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งสองคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง
ต่างพากันทอดถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก บางที
พวกเขาอาจจะแอบรู้สึกดีใจที่เย่ฮวาและมู่จื่อหานยัง
อารมณ์ดีอยู่
ลุงเติ้งเดินมาส่งพวกเขาถึงลิฟต์ จากนั้นพวกเขาทั้ง
สองคนก็ขึ้นลิฟต์เพื่อขึ้นไปยังห้องทำงานของคุณมู่
ด้านนอกห้องทำงานของคุณมู่มีพนักงานสองสามคน
กำลังนั่งทำงานอยู่ ส่วนห้องกระจกที่อยู่ด้านในคือห้อง
ทำงานของคุณมู่ เมื่อเห็นพวกเขาเดินทางมาถึงผู้ช่วยของ
คุณมู่ก็นำพวกเขาเข้าไปด้านในห้อง
ทันทีที่ประตูห้องถูกเปิดออก มู่จื่อหานก็วิ่งถลาเข้าไป
กอดพ่อของเธอ “คุณพ่อ หนูคิดถึงคุณพ่อจะแย่อยู่แล้ว”
คุณมู่ยังคงมีรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความรักประดับอยู่
บนใบหน้า เขาตบหลังมู่จื่อหานเบาๆ “อายุเท่าไหร่แล้ว
เนี่ย ยังกระโดดเข้ามากอดเป็นเด็กๆ ไปได้”
“หึ……”
มู่จื่อหานบุ้ยปากด้วยท่าทางไม่พอใจ เธอถอยหลัง
ออกไปครึ่งก้าว จากนั้นคุณมู่ก็กระซิบกับเธอว่า “ลูก
ออกไปรอข้างนอกก่อนนะ พ่อขอคุยธุระกับเย่ฮวาก่อน ยัง
ไม่กินอะไรมาใช่ไหม? เดี๋ยวพวกเราออกไปหาอะไรกิน
กัน”
มู่จื่อหานหันมามองเย่ฮวาด้วยสีหน้าเป็นกังวล จากนั้น
เธอก็เดินออกจากห้องและปิดประตูเพื่อเปิดทางให้พวก
เขาทั้งสองได้พูดคุยกันเป็นการส่วนตัว
คุณมู่ผายมือไปที่โซฟาข้างๆ “นั่งสิ”
“เชิญคุณลุงก่อนเลยครับ” เย่ฮวายิ้มอย่างสุภาพ
คุณมู่พยักหน้าให้เขา เมื่อเห็นผู้อาวุโสนั่งลงแล้วเย่ฮวา
จึงนั่งลงอย่างมีมารยาท