ตำนานดาบเกมออนไลน์ - ตอนที่ 512 : แหล่งปราณวิญญาณ
บนถนนภายในเมืองลั่วเซียวที่เต็มไปด้วยความคึกคัก
เย่ฮวาค่อยๆ ก้าวเท้าเดินไปด้านหน้า โดยมีหญิงสาวสวม
ใส่ด้วยเกราะสีเงินเดินตามหลังมาติดๆ
เขาไม่เคยพูดคุยกับผู้หญิงคนนี้มาก่อน แต่เขาจำได้ว่า
เขาเห็นชื่อ ID ของเธอมาหลายครั้งแล้ว
หลิวหลี!
เย่ฮวาหยุดยืนอยู่ภายในลานกว้างซึ่งเป็นจุดตั้งแผง
ลอยของเหล่าผู้เล่น เขาหมุนตัวหันกลับไปถามอีกฝ่าย
“เธอเดินตามฉันทำไมเนี่ย?”
หลิวหลีหยิบสมุดเล่มเล็กออกมา “ไอดอลช่วยเซ็นให้
ฉันหน่อยสิ”
เย่ฮวายกมือก่ายหน้าผาก “พอเถอะ เดี๋ยววันมะรืน
พวกเราก็ได้เจอกันแล้วไม่ใช่เหรอ”
เธอดึงสมุดกลับไปพร้อมกับมองเขาด้วยสายตาเป็น
ประกายระยิบระยับ “นายจะมาจริงๆ เหรอ? พาพ่าวโม่
กับปิงหลีไปด้วยใช่ไหม?”
เขาพยักหน้าเบาๆ “ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันเคยพูดโกหก
กับคนในกิลด์หานเยว่เหมิงตั้งแต่ตอนไหนล่ะ?”
หลิวหลีพึมพำ “ครั้งก่อนนายเพิ่งจะพูดว่าในชีวิตจริง
ของพี่หน่ายเป็นคน…”
“ไปไกลๆ เลย!”
……
หลังจากเสวนากันจบแล้ว เนื่องจากตอนนี้ยังไม่มีธุระ
อะไรให้ต้องสะสาง เขาจึงตัดสินใจทำในสิ่งที่อยากจะ
จัดการให้เรียบร้อย นั่นคือจัดการกับหินภูเขาที่กินพื้นที่ใน
กระเป๋าเขามากถึง 200 ช่อง!
ของเหล่านี้ไม่สามารถใช้งานได้ ถ้าหากวางไว้ใน
กระเป๋าก็มีแต่จะเปลืองพื้นที่โดยเปล่าประโยชน์ ถ้าหาก
นำไปถามหานหลินและจิ้งหย่าน่าจะมีประโยชน์กว่า ถ้า
หากมันสามารถนำไปใช้ประโยชน์สำหรับภารกิจหรือใช้
เป็นอาวุธได้เหมือนกับอนุสรณ์หลอมรวมวิญญาณขึ้นมา
จริงๆ เขาคงรวยเละเลย!
คิดเช่นนี้เขาก็รีบเดินทางไปที่ห้องโถงของแดนสวรรค์
ทันที
ตอนที่มาถึงหานหลินและจิ้งหย่ากำลังนั่งพูดคุย
เกี่ยวกับแผนที่อยู่ข้างๆ โต๊ะ ตอนที่พวกเธอเห็นเขามาถึง
จิ้งหย่าก็เอ่ยปากพูดขึ้นว่า “พี่ชาย วันนี้มีเวลามาที่นี่ได้
อย่างไรเจ้าคะ?”
เย่ฮวายิ้ม “มาหาจิ้งหย่าไง ไม่ได้เจอกันตั้งห้าปี คิดถึง
แทบแย่แล้ว”
จิ้งหย่าแลบลิ้นปลิ้นตาใส่เขา “ไม่จริงใจเอาเสียเลย
พี่ชายพูดมาตรงๆ เถอะเจ้าค่ะ มาที่นี่มีธุระอะไรหรือเจ้า
คะ?”
เย่ฮวาเห็นว่าอีกฝ่ายรู้ทัน เขาก็แอบยิ้มเจื่อนออกมา
จากนั้นเขาก็หยิบหินภูเขาออกมาวางบนพื้น “นี่เป็นของที่
ฉันเจอมาโดยบังเอิญตอนที่เดินทางไปสู้กับลัวเชวภายใน
แดนเทพตกสวรรค์พร้อมกับท่านโห่ว ดูเหมือนว่ามันจะ
เป็นสมบัติหายากบางอย่าง ไม่รู้ว่ามันมีประโยชน์อะไร ก็
เลยมาที่นี่เพื่อมาหาเกี่ยวกับของชิ้นนี้”
จิ้งหย่าและหานหลินขมวดคิ้ว จากนั้นหานหลินก็พูด
ขึ้นว่า “หินภูเขาชิ้นนี้เป็นวัตถุวิญญาณลึกลับภายใน
แผ่นดินใหญ่หลิงเกิง มันดูดกลืนพลังวิญญาณระหว่าง
สวรรค์และผืนปฐพีไว้ พลังที่ถูกดูดกลืนมีจำนวนมหาศาล
แต่…”
“แต่อะไรครับ?” เย่ฮวารีบเอ่ยถาม
จิ้งหย่าก้าวเท้ามาด้านหน้า เธอวางฝ่ามือลงบนหิน
ภูเขา ทันใดนั้นด้านบนหินภูเขาก็เกิดแสงสว่างจางๆ ขึ้น
“ท่านพ่อของข้าเคยได้รับหินภูเขานี้ตอนที่ท่านยังมีชีวิต
อยู่ ท่านใช้เวลากว่าร้อยปีเพื่อเจาะพลังที่อยู่ภายในหิน
ภูเขานี้ แต่กลับไม่เกิดผล หินภูเขาสามารถทำให้จิต
วิญญาณแข็งแกร่งขึ้นได้ นอกจากนี้สิ่งมีชีวิตรอบๆ จะ
ได้รับการคุ้มครองโดยพลังวิญญาณนี้ด้วย แต่ถ้าหาก
สิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายเข้าใกล้หินภูเขานี้ ความแข็งแกร่งของ
มันก็จะลดลงอย่างมาก”
ได้ยินคำพูดนี้ เย่ฮวาก็เข้าใจได้ในทันทีว่าทำไมท่าน
โห่วถึงสั่งให้เขาทำลายหินภูเขานี้ แต่โชคดีที่เขาไม่ได้
ทำลายมันทันทีที่ได้รับคำสั่ง แม้ว่าจะไม่รู้ว่าพลังที่เขามีจะ
มากพอที่จะทำลายมันได้หรือไม่ แต่ถ้าหากทำให้สิ่งล้าค่า
เช่นนี้พังทลายลงต่อหน้าต่อตา คงรู้สึกเสียดายน่าดูเลย
เย่ฮวาถามจิ้งหย่าต่อไปว่า “ในเมื่อหินภูเขามีพลังมาก
ขนาดนี้ ถ้างั้นฉันทิ้งไว้ที่นี่เพื่อให้พวกเธอนำไปผลิตให้เกิด
ประโยชน์สูงสุดก็แล้วกันนะ”
จิ้งหย่าส่ายหน้าพลันยิ้มด้วยรอยยิ้มขมขื่น “ท่านพ่อ
เคยบอกข้าว่าหินภูเขาที่ดูดกลืนพลังวิญญาณจากพิภพจะ
ทำให้มันมีสติปัญญามากขึ้นเรื่อยๆ หากให้เวลามันหนึ่ง
ล้านปีมันสามารถสร้างความสำเร็จที่น่าอัศจรรย์มากยิ่ง
กว่านี้ นอกจากนี้พลังมหาศาลที่มันมีเพียงพอที่จะอยู่
เหนือกาลควบคุมของทุกสรรพสิ่งบนโลก พลังของหิน
ภูเขานี้อาจจะสูงจนถึงขั้นขอบเขตพิเศษเลยก็เป็นได้”
“ขอบเขตพิเศษ?” เย่ฮวาย้อนถามด้วยความไม่เข้าใจ
ภายในเกมนี้ระดับที่แข็งแกร่งที่สุดคือเทพศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่
เหรอ?
หานหลินยื่นมือออกมาข้างหนึ่ง ท้องฟ้าเต็มไปด้วย
ดวงดาวอันกว้างใหญ่ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา เธอโบกมือ
ครั้งหนึ่งก็ปรากฏร่างเสมือนจริงขึ้น “ภายใน
แผ่นดินใหญ่หลิงเกิงมีพลังซ่อนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิต
ดวงวิญญาณ อันเดด หรือแม้แต่สิ่งของก็ถูกจำกัดระดับขั้น
ไว้อย่างชัดเจน ขั้นปฐพี นภาลัย ดวงดารา ไปจนถึงเทพ
ศักดิ์สิทธิ์ เหนือระดับเทพศักดิ์สิทธิ์ยังมีอีกหนึ่งระดับซึ่งก็
คือระดับว่างเปล่า”
ระดับว่างเปล่า?
มันคืออะไรกัน?
หานหลินไม่ได้คิดจะปล่อยให้เขาสงสัยนานนัก เธอพูด
ต่อไปว่า “ระดับว่างเปล่าคือระดับที่เทพเจ้าได้รับก่อนที่
จะสิ้นชีพไป มันคือระดับของผู้ที่หลุดพ้นจนโลกใบนี้ได้
อย่างสมบูรณ์ และไม่ยุ่งเกี่ยวกับกับโลกใบนี้อีกต่อไป”
เย่ฮวาขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย จู่ๆ เขาก็รู้สึกได้ถึง
ลมได้พัดปะทะเข้ากับใบหน้าของเขาอย่างรุนแรง
หมายความว่าระดับว่างเปล่านี้คือจุดสูงสุดของระดับ
ทั้งหมดสำหรับผู้แข็งแกร่ง หลังจากนั้นก็ตายอย่างนั้น
เหรอ?
ไร้สาระ!
อย่าบอกนะว่าหลังจากสิ้นสุดช่วงสุดท้ายของเกมนี้ จะ
เกิดโลกใบใหม่ขึ้นอีกใบ หรือว่าเลเวล 125 จะไม่ใช่เลเว
ลสูงสุดของเกมนี้?
จิ้งหย่าลูบหินภูเขาและกระซิบเสียงแผ่วเบาว่า “พี่ชาย
ข้าว่าท่านนำหินภูเขากลับไปไว้ที่จุดเดิมที่ท่านได้รับมา
เถอะ นี่เป็นสิ่งที่ท่านพ่อของข้าตัดสินใจไว้อย่างดีแล้ว
เพราะท่านคงอยากให้มันกลับไปคลุกคลีอยู่บนโลกมนุษย์
มากกว่าที่จะอยู่ที่นี่”
“แล้วฉันต้องทำยังไงล่ะ?” เย่ฮวาเอ่ยถามด้วยเสียง
แผ่วเบา
“ติ๊ง!”
“ประกาศจากระบบ: ยินดีด้วยค่ะ ท่านได้รับภารกิจ
[แหล่งปราณวิญญาณ] (ระดับความยาก: ระดับ S)”
……
[แหล่งปราณวิญญาณ] (ระดับความยาก: ระดับ S)
แนะนำภารกิจ : ท่านได้รับมอบหมายให้ทำภารกิจนำ
หินภูเขากลับไปยังสถานที่ที่มีปราณวิญญาณอุดมสมบูรณ์
มากที่สุดภายในแผ่นดินใหญ่ ทำให้มันสามารถดูดพลัง
วิญญาณบนผืนพิภพได้มากยิ่งขึ้น หลังจากสิ้นสุดภารกิจ
ท่านสามารถกลับมารับรางวัลกับจิ้งหย่าได้
……
คำแนะนำของภารกิจนี้ทำให้เขากลืนน้าลายอึกใหญ่
ภารกิจระดับ S!
ดูเหมือนว่าระดับความยากของภารกิจนี้ไม่ใช่น้อยๆ
เลย ตอนที่เขาเปิดหาแหล่งปราณวิญญาณ จู่ๆ เขาก็เผลอ
สบถออกมา!
แหล่งปราณวิญญาณไม่ได้อยู่ในเซิร์ฟเวอร์จีนบน
แผ่นดินหลิงเกิงที่เขารู้จัก แต่มันตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก
เฉียงใต้ของแผ่นที่ ที่นั่นเป็นสถานที่ที่ออกนอกเส้นทาง
ข้อมูลของเกม ยิ่งไปกว่านั้นสถานที่แห่งนั้นคือหมู่เกาะ
ร้าง!
ที่นั่นคือแหล่งปราณวิญญาณงั้นเหรอ?
ดูเหมือนว่าภารกิจในครั้งนี้คงต้องเดินเท้าอีกแล้ว และ
อาจจะต้องใช้เวลาประมาณ 5-6 ชั่วโมง ไม่แปลกใจเลยที่
ระบบจะระบุความยากแบบนั้น ถ้าหากเปลี่ยนเป็นผู้เล่น
คนอื่นไม่ต้องคิดเลยว่าจะยากขนาดไหน ต่อให้มีราชาวาฬ
ทะเลเป็นสัตว์พาหนะก็อาจจะต้องใช้เวลาลอยอยู่กลาง
ทะเล 1-2 วันแบบไม่ต้องหลับต้องนอนกันเลยทีเดียว
ในเมื่อจิ้งหย่ามอบภารกิจนี้ให้เขา เขาจึงคิดว่าหินภูเขา
นี้คงไม่ได้มีประโยชน์อะไรสำหรับเขา ดังนั้นจึงตัดสินใจรับ
ภารกิจนี้ ยิ่งเป็นภารกิจระดับ S และเป็นภารกิจจากจิ้งห
ย่า รางวัลที่ได้รับหลังจากเสร็จภารกิจต้องไม่ธรรมดา
แน่นอน
หลังจากเก็บหินภูเขากลับเข้ากระเป๋าและบอกลาจิ้ง
หย่าแล้ว เขาก็ไม่ได้รีบลงมือทำภารกิจในทันที เนื่องจาก
ตอนนี้เหลือเวลาอีกไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงก็จะเป็นมื้อค่าแล้ว
เขาเลือกผู้เล่นภายในกิลด์เพื่อแบ่งไอเท็มชุดมังกรวายุและ
มังกรยักษ์ระเบิดวายุให้กับพวกเขาตามความเหมาะสม
ไอเท็มมังกรวายุเหล่านี้ถูกแบ่งให้กับผู้เล่นนักธนูเป็น
หลัก เนื่องจากทีมนักธนูจำเป็นต้องโจมตีจากระยะไกล ถ้า
หากเทียบความสามารถกับเหล่านักฆ่าแล้วพวกเขายังมี
ระดับที่สูงกว่ามาก ผู้เล่นนักฆ่าในตอนนี้มีประมาณ 50 คน
เท่านั้นที่ได้ไอเท็มชุดมังกรวายุไป คนเหล่านี้ที่ได้รับไอเท็ม
ชุดก็เป็นเพราะความแข็งแกร่งของพวกเขาเหมาะสมที่จะ
ได้รับมัน
หลังจากจัดแจงไอเท็มทั้งหมดให้ผู้เล่นภายในกิลด์
เรียบร้อยแล้ว เขาก็ออกจากระบบเพื่อไปรับประทาน
อาหารมื้อดึก บนโต๊ะอาหารเยว่เอ๋อร์หันมายิ้มให้เขา “พี่
เย่ฮวา เมื่อกี้ฉันได้ยินเสี่ยวหานบอกว่านายไปเทคโอเวอร์
ร้านเสินฮว่า KTV ที่อยู่ใจกลางเมืองมา จริงเหรอ?”
เย่ฮวาบุ้ยปาก “ถ้าเธอเชื่อก็คือเรื่องจริง”
“ว้าว~ หลังจากนี้นายก็คงจะรวยเละเลยน่ะสิ?”
เยว่เอ๋อร์ยกนิ้วขึ้นมาสองนิ้ว จากนั้นก็ยิ้มให้เขาจนตา
หยี “หลังจากนี้นายก็จะมาขอเสี่ยวหานของพวกเรา
แต่งงาน แล้วก็เดินขึ้นสู่จุดสูงสุดของชีวิตแล้วสินะ?”
เย่ฮวายิ้มด้วยรอยยิ้มขมขื่น “มันง่ายอย่างที่เธอคิดซะ
ที่ไหนกันล่ะ ถึงแม้ว่าฉันจะซื้อร้าน KTV มาได้สำเร็จ แต่
มันคงไม่ได้ง่ายอย่างที่พวกเราคิดหรอก ธุรกิจนี้คงต้องมี
ตื้นลึกหนาบางอยู่แล้ว หากำไรจากธุรกิจนี้มันง่ายซะที่
ไหนกันล่ะ”
มู่จื่อหานเม้มปาก “ให้ฉันคุยกับพ่อให้ไหม บางทีท่าน
อาจจะช่วยดูแลให้นายได้นะ”
เย่ฮวาโบกมือ “ไม่ต้องหรอก ตอนอยู่มัธยมปลายฉัน
กับกวาจื่อก็เคยเป็นพวกนักเลงหัวไม้มาก่อน เจ้ากวาจื่อมี
เส้นสายกว้างขวาง ถึงเวลานั้นฉันค่อยให้กวาจื่อจัดการให้
ก็ได้ ส่วนเรื่องรายได้ภายในระยะเวลาสั้นๆ ก็อาจจะยังไม่
สามารถทำกำไรได้”
เยว่เอ๋อร์ยิ้ม “พี่เย่ฮวาน่าจะทำโรงแรมนะ พ่อฉันก็ทำ
ธุรกิจด้านนี้เหมือนกัน นายน่าจะรู้จักโรงแรมซางหาว
อินเตอร์เนชั่นแนลใช่ไหม”
เย่ฮวาชะงักเล็กน้อย “เจ๋งใช้ได้เลยนี่นา โรงแรมซาง
หาวมีสาขาที่ต่างประเทศ แถมยังเป็นโรงแรมขนาดใหญ่ที่
เปิดพันกว่าสาขา ระดับความหรูหราไม่ใช่สถานที่ที่คน
ธรรมดาจะเข้าไปพักได้”
เยว่เอ๋อร์ยิ้ม “นายคิดเยอะเกินไปแล้ว พ่อของฉันก็แค่
ถือหุ้นส่วนอยู่ในมือ 65% เท่านั้นแหละ โรงแรมชางหาว
ยังไม่ใช่โรงแรมของพ่อฉันทั้งหมดหรอก”
“ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงนั่นแหละ แต่ฉันจำได้ว่าไม่กี่ปีที่ผ่าน
มาพ่อเธอน่าจะถือหุ้นส่วนไว้ 98% ไม่ใช่เหรอ ทำไมตอนนี้
เหลือแค่ 65% ล่ะ? เกิดปัญหาอะไรเหรอ?” เย่ฮวาแอบ
รู้สึกตกตะลึง การถือหุ้นส่วนชางหาว 1% สำหรับใครบาง
คนอาจจะต้องเกิดใหม่อีกหลายชาติจึงจะครอบครอง
หุ้นส่วนนี้ได้ แต่จู่ๆ หุ้นส่วนในมือของเขาก็หายไปหนึ่งใน
สาม ซึ่งเขาไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย
มู่จื่อหานหัวเราะพรวด “นายคิดเยอะเกินไปแล้ว
หุ้นส่วนที่หายไปก็ถูกโอนมาเป็นชื่อเยว่เอ๋อร์นั่นแหละ ถึง
เยว่เอ๋อร์จะเป็นแบบนี้ แต่มูลค่าของเธอหลายหมื่นล้าน
ดอลลาร์สหรัฐเลยนะ”
เย่ฮวารีบยกมือขึ้นคารวะ “ขอคารวะ สมแล้วที่เป็นพี่
ใหญ่ผู้มั่งคั่งเงินทอง หลังจากนี้ฉันคงต้องพึ่งพาเธอในภาย
ภาคหน้าแล้วล่ะ”
เยว่เอ๋อร์ยิ้มด้วยท่าทางเขินอาย “ให้ฉันโอนหุ้นให้นาย
ในราคาย่อมเยาว์ดีไหม หลังจากนี้นายคงมีเงินใช้ไม่ขาด
มือเลยล่ะ”
เย่ฮวาเกาท้ายทอย “อย่าเลย ฉันคิดไว้ว่าอยากจะเปิด
ร้านอาหารไม่ก็โรงแรมเป็นของตัวเอง แต่ตอนนี้ฉันกำลังมี
ปัญหาเรื่องการตั้งชื่ออยู่”
เยว่เอ๋อร์ทุบโต๊ะ “เรื่องแค่นี้เอง ก็ตั้งชื่อว่าหานเยว่สิ! มี
ชื่อเสียงกิลด์หานเยว่เหมิงของพวกเราช่วยอยู่ ไหนจะมีชื่อ
ของนายอีก ราบรื่นแน่นอน!”
“ตั้งชื่อแบบนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่มั้ง?” เย่ฮวาถูมือไปมา
มู่จื่อหานพูดเสริม “มันก็ได้อยู่นะ กิลด์หานเยว่เหมิง
ตอนนี้รู้จักไปทั่วทั้งประเทศแล้ว บนโลกเกมเสมือนจริง
ใครๆ ก็รู้จักชื่อเสียงกิลด์หานเยว่เหมิงกันทั้งนั้น แถม
หัวหน้ากิลด์หานเยว่เหมิงมาเปิดร้านอาหารด้วยตัวเอง
แบบนี้ ยังไงก็ดึงดูดคนจำนวนมากเข้ามาได้แน่นอน”
เย่ฮวาครึ่นคิดก่อนจะพยักหน้า “โอเค! แต่เรื่องนี้ฉัน
ขอไปปรึกษาคนในกิลด์ก่อนนะ”
“ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ยังไงกิลด์หานเยว่เหมิงก็เป็นของ
ทุกคนเนอะ~” เยว่เอ๋อร์หัวเราะคิกคัก
……
ภายในห้องอันเงียบสงบ แสงไฟสลัวกระทบลงบน
ใบหน้าขาวนวลของมู่จื่อหาน เธอยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู
พลันกระซิบด้วยเสียงแผ่วเบา “ถ้างั้นหนูฝากคุณพ่อ
จัดการด้วยนะคะ”