ตำนานดาบเกมออนไลน์ - ตอนที่ 535 : คุมอำนาจ
จวนของตระกูลมาวเงียบสงัดจนน่ากลัว ทุกสายตา
ต่างจับจ้องมาที่เย่ฮวาเป็นตาเดียว
หากเขาไม่เชื่อฟังในสิ่งที่อีกฝ่ายพูดแม้เพียงเล็กน้อย
เสว่หลินและคนอื่นๆ อาจมีอันตรายถึงชีวิต ในที่สุดเขาจึง
หุบยิ้มและเข้าสู่โหมดเคร่งขรึม
ใครคุกคาม เขาก็จะคุกคามโต้ตอบกลับไป ไม่ว่าใคร
หน้าไหนที่กล้าคุกคามคนหรือทุกอย่างที่เป็นของเขา เขาก็
คงไม่สามารถควบคุมเพลิงแห่งความเกรี้ยวกราดภายใน
ร่างกายได้อีกต่อไป!
หัวหน้าตระกูลเสอสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของเขา
อีกฝ่ายจึงรีบเข้ามาจากทางด้านหลังและดึงกริชที่มีแสง
สว่างออกมา จากนั้นก็ต่อมาที่กลางลำคอของเย่ฮวา
“เย่ฮวา!”
เสว่หลินตะโกนเรียกชื่อเขา สายตาของเธอเต็มไปด้วย
ความกังวล ใบหน้าที่เย็นชาของเธอ บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็น
หญิงสาวผู้หวาดกลัวอย่าสมบูรณ์ สิ่งเดียวที่ทำให้เย่ฮวา
รู้สึกประหลาดใจก็คือ แม้ในช่วงเวลาที่อันตราย เธอกลับ
เป็นห่วงความปลอดภัยของเขา
“ในเมื่อเย่ฮวาถูกจับกุมตัวแล้ว วันนี้พวกข้าจะยอม
ปล่อยตระกูลมาวไป หลังจากนี้อย่าได้รับคนที่ไม่มีหัวนอน
ปลายเท้าเข้าตระกูลอีก ไม่เช่นนั้นพวกเจ้าได้ถูกตะเพิด
ออกจากเมืองสวรรค์ลึกลับเป็นแน่!” หัวหน้าตระกูลโหว
กล่าวเสียงขรึม
เย่ฮวาส่งเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ หัวหน้าตระกูลเสอ
เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของเย่ฮวา เขาจึงใช้กริชจ่อมาที่
กลางลำคอของเย่ฮวาพร้อมถามด้วยน้าเสียงเย็นชา
“หัวเราะอะไร?”
เย่ฮวาหยุดยิ้ม หันหน้ากวาดตามองตระกูลใหญ่ทั้งเจ็ด
พลันกระตุกมุมปาก “เดิมทีฉันก็ไม่อยากฆ่าพวกนาย
หรอกนะ”
“อะ……”
“พรวด!”
ดาบยาวที่ถูกห้อมล้อมด้วยเพลิงกาฬเจาะทะลุหลัง
หัวหน้าตระกูลเสอจนเป็นรูพรุน เย่ฮวาดึงดาบออกจาก
ร่างของเขา เลือดสีแดงสดที่เปื้อนอยู่บนเปลวเพลิงบน
ดาบถูกเผาไหม้จนเกิดเสียง “ฉ่า…ฉ่า”
หัวหน้าตระกูลเสอยังพูดไม่ทันจบประโยค เขาก็ทรุด
ลงไปกองอยู่บนพื้นด้วยความตกตะลึง ก่อนจะเปลี่ยนเป็น
ศพในเวลาต่อมา
“สัตว์เดรัจฉาน!”
ตระกูลใหญ่ทั้งเจ็ดต่างพากันชะงักงันด้วยความตกใจ
แต่ในเวลาต่อมาพวกเขาก็กลับมาได้สติอีกครั้ง เสียง
คำรามดังขึ้นขณะพุ่งหลาเข้าหาเย่ฮวา ในเวลาเดียวกันผู้มี
ฝีมือระดับสูงของตระกูลมาวก็เริ่มปล่อยพลังไปที่แขนเพื่อ
เตรียมตัวลงมือเช่นกัน!
เย่ฮวาใช้สกิลใบมีดเจาะทะลวงพุ่งไปด้านหน้าพร้อม
อัญเชิญร่างโคลนออกมาสองร่าง ตามไปติดๆ ด้วยสกิ
ลดาบยวี่เจี้ยนและสะบั้นคมดาบตัดสิน!
ร่างโคลนขยับเข้าไปช่วยมาวเย่ซานและเสว่หลินแล้ว
ด้วยสกิลดาบยวี่เจี้ยนและสะบั้นคมดาบตัดสินสังหารศัตรู
ไปสามชีวิต จึงช่วยสมาชิกหลักของตระกูลได้อีกบางส่วน
เสอเทียนเหยียนพุ่งเข้าหาเสว่หลิน จากนั้นใช้ฝ่ามือ
ฟาดเข้าที่กลางศีรษะของเธอ!
“คุณหนูระวัง!”
คนของตระกูลมาวที่อยู่ด้านหลังผลักเสว่หลินไป
ด้านหน้า เพียงวินาทีเดียวศีรษะของเขาคนนั้นก็แหลกเป็น
ผุยผงด้วยฝ่ามือของเสอเทียนเหยียน
เลือดอุ่นๆ หนึ่งหยดกระเด็นมาที่แก้มของเย่ฮวา เขา
มองคนของตระกูลมาวที่ทรุดตัวลงบนพื้นด้วยความ
เจ็บปวด เขาแหงนหน้ามองไปที่ป่าด้านนอกเมือง “เสอห
ยางหาน ตระกูลเสอของนายไม่ยอมปล่อยฉันเองนะ”
เขาพุ่งตัวไปด้านหน้าและใช้มือคว้าคอของเสอเทียน
เหยียนไว้ ยังไม่ทันที่อีกฝ่ายจะได้พูดอะไร แสงสว่างจาก
ปลายดาบสว่างวาบขึ้น ศีรษะของเขาอยู่ในมือเย่ฮวาและ
ทุ่มลงกับพื้น จากนั้นใช้เท้าเหยียบร่างของเสอเทียนเห
ยียนจนเละ!
เพียงชั่วพริบตาระลอกแสงทำให้เลือดของเสอเทียนเห
ยียนสาดกระจายไปรอบๆ แรงกดดันถูกส่งออกมาจากเย่ฮ
วาทำให้ทุกคนชะงักงันไปชั่วขณะหนึ่ง
เย่ฮวาเดินไปด้านหน้าพร้อมกับร่างโคลนทั้งสองเพื่อ
ขวางด้านหน้าคนของตระกูลมาว จากนั้นกล่าวเสียงขรึม
ว่า “กลับเข้าไปด้านในก่อน เดี๋ยวทางนี้ผมจะจัดการเอง”
มาวเย่ซานรู้สึกได้ถึงแรงกดดันบนร่างกายของเขา เห็น
ได้ชัดว่าเขาไม่สามารถขัดขวางเย่ฮวาได้ จึงตัดสินใจนำคน
ของตระกูลมาวถอยกลับเข้าไปด้านใน
เย่ฮวาพูดกับเสว่หลินที่ยืนอยู่ข้างๆ “ไม่ต้องห่วง ฉันจะ
ไม่เป็นอะไร”
พูดจบ เขาโบกมือวูบหนึ่งเพื่อเรียกเม่ยเอ๋อร์ในร่างแมว
วิญญาณออกมา เม่ยเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ด้านหลังเสว่หลินใช้ปาก
คาบคอเสื้อของเสว่หลินและลากเธอกลับเข้าไปด้านใน
เย่ฮวาแกว่งดาบยาวในมือและปล่อยพลังออกมา
สายตาอันเย็นเยียบกวาดมองทุกคน “ดูเหมือนว่าวันนี้
พวกเราคงต้องสู้กันสักหน่อยแล้วล่ะ!”
หัวหน้าตระกูลโหวมองเขาพลันกล่าวเสียงขรึม “พวก
เราคงประเมินเจ้าต่าเกินไป แต่ความแข็งแกร่งขอบเขต
ดวงดาราของเจ้าไม่มีทางเอาชนะพวกข้าได้!”
ระหว่างที่พูด หัวหน้าตระกูลนอกจากตระกูลโหวเข้า
มาห้อมล้อมเย่ฮวาไว้ นอกจากนี้ยังมีเหล่าชายชราผู้มี
ความแข็งแกร่งระดับดวงดาราขั้นต้นอีกสิบกว่าคน
หัวหน้าตระกูลหนิวมองเย่ฮวา ก่อนจะหันไปหาคนอื่นๆ
และยกมือขึ้นคารวะ “ในเมื่อเขาสังหารคนของตระกูลเสอ
มีพลังจากทั้งหกตระกูลร่วมมือกันเช่นนี้ ตระกูลหนิวของ
พวกเราขอไม่เข้าร่วม ดูแลตัวเองด้วย”
พูดจบหัวหน้าตระกูลหนิวจึงเดินออกไปพร้อมกับหนิ
วม่าน ตอนที่หนิวม่านกำลังจะเดินออกไป เธอหันมามอง
เขาด้วยความกังวล ตระกูลหนิวมาที่นี่เพียงสองคนเท่านั้น
จึงไม่คิดที่จะลงมือในครั้งนี้
หายไปแค่หนึ่งตระกูลไม่ได้แตกต่างอะไร ตอนนี้คน
ของตระกูลโหวที่เดินทางมาที่นี่ห้อมล้อมเขาไว้จากทุก
สารทิศแล้ว ทั้งยังพุ่งถลาเข้ามาโจมตีเข้าด้วย!
เย่ฮวาโบกมือวูบหนึ่ง สกิลเสริมจิตวิญญาณและโล่
เทพเจ้าเสินฮวงถูกเปิดใช้งาน เย่ฮวาหันไปพูดกับหัวหน้า
ตระกูลโหวด้วยรอยยิ้ม “ผมเจตนาดีต้องการแลกเปลี่ยน
กับท่าน แต่ท่านกลับคิดจะสังหารผม วันนี้ตระกูลโหว
จะต้องรับผิดชอบเรื่องทั้งหมด!”
เย่ฮวายกแขนขึ้นระหว่างที่พูด จากนั้นยื่นมือออกไป
หัวหน้าตระกูลโหวจนลอยอยู่กลางอากาศ อีกฝ่ายหน้า
ขาวโพลนขณะกระอักเลือดออกมาคำโต เขาจึงหยุดการ
เคลื่อนไหว
เย่ฮวาโบกดาบยาวเบาๆ หนึ่งครั้ง แสงสว่างเจ็ดสีวาด
ผ่านกลุ่มคนที่ยืนอยู่โดยรอบ ทันใดนั้นความเจ็บปวดก็เริ่ม
จู่โจมเข้าใจร่างกายของพวกเขา เย่ฮวาออกแรงไปที่ขาทั้ง
สองข้าง ไม่เพียงแต่ไม่คิดจะถอยแต่กลับปรี่เข้าหากลุ่มคน
เหล่านั้น!
ปล่อยสกิลใบมีดแปดวายุ!
เย่ฮวากระโดดเข้ามาอยู่ท่ามกลางกลุ่มฝูงชน ตามมา
ติดๆ ด้วยพลังงานอันบ้าคลั่งที่แผ่ซ่านออกไปด้วยจำนวน
มหาศาล ส่งเข้าใส่ทุกสารทิศจน จนทำให้ทุกคนมีบาดแผล
ทั่วทั้งตัว
เย่ฮวายกฝ่ามือขึ้นข้างหนึ่งและกุมเข้าด้วยกัน เสียง
มังกรกู่ร้องดังสะท้านฟ้า ตามมาติดๆ ด้วยร่างของมังกร
เทพหนึ่งตัวที่ลอยจากจุดที่เย่ฮวายืนอยู่ พลังอันแข็งแกร่ง
ของมันถูกส่งออกมา ผู้แข็งแก่งระดับดวงดาราที่อยู่ข้างๆ
ยังถือว่าโชคดี แต่ผู้แข็งแกร่งระดับนภาลัยกลับได้รับความ
เสียหายจนสูญเสียความสามารถต่อสู้ไปแล้ว ส่วนผู้
แข็งแกร่งระดับปฐพีถูกสังหารภายในวินาทีเดียว!
ผู้แข็งแกร่งระดับดวงดาราปรี่เข้ามาโจมตีเขา การ
โจมตีอันทรงพลังจากหลายสิบคนพุ่งเข้าใส่ร่างของเย่ฮวา
แต่หลังจากปะทะเข้ากับโล่เทพเสินฮวงก็มลายหายไป
เป็นการโจมตีที่ไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับเขาได้
แม้แต่น้อย
เย่ฮวาพุ่งตัวไปตรงหน้าหัวหน้าตระกูลโหวพลันกล่าว
เสียงขรึม “โลภมากลาภหาย เป็นเพราะขาดความชอบ
ธรรมจึงทำให้นายต้องรับบทเรียนในวันนี้!”
พูดจบชาร์จแสงอสนีบาตก็ถูกส่งออกไป ดาบฟาดเข้า
ที่แขนของหัวหน้าตระกูลโหว เขาส่งเสียงร้องโหยหวน
ออกมาก่อนจะล้มตัวนอนแน่นิ่งไป!
คนอื่นๆ ต่างพากันถอยกรูออกไป ไม่มีใครกล้าลงมือ
กับเย่ฮวา เย่ฮวายื่นเท้าไปด้านหน้าและเหยียบลงบนอก
ของหัวหน้าตระกูลโหว เขากวาดตามองไปยังคนของ
ตระกูลโหวและพูดเสียงขรึมว่า “เดิมทีฉันคิดว่าจะทำการ
แลกเปลี่ยนกับตระกูลโหว แต่ในเมื่อเรื่องราวเป็นแบบนี้
ฉันก็จะไม่เสียเวลาพูดให้มากความ ถ้าหากยังอยากให้
หัวหน้าตระกูลของพวกนายยังมีชีวิตรอดต่อไป รีบไปเอา
เหล็กวิจิตรลึกลับโบราณมา! เดี๋ยวนี้!!!”
คนของตระกูลโหวหมุนตัวออกไปจากที่นี่ แต่มีคนส่วน
ใหญ่ที่เหลือที่คิดอยากจะออกไปจากที่นี่แต่กลับไม่กล้า
แม้แต่จะก้าวขา เย่ฮวากวาดตามองคนเหล่านั้น “ไสหัว
ไป!!!”
หัวหน้าตระกูลใหญ่ทั้งเจ็ดมีคนหนึ่งเสียชีวิต ส่วนอีก
คนได้รับบาดเจ็บสาหัส คนที่เหลือก็ได้รับบาดเจ็บไปไม่
น้อย พวกเขารีบออกไปจากที่นี่และไม่กล้าที่จะสู้กับเย่ฮวา
อีก
หลังจากรอไปประมาณสิบนาที ก็มีคนนำกล่องมาให้
เขา ตอนที่เปิดออกมาดูก็พบว่ามันบรรจุเหล็กวิจิตรลึกลับ
โบราณไว้จริงๆ เขาจึงยอมยกเท้าขึ้นจากอกของหัวหน้า
ตระกูลโหวและปล่อยให้คนเหล่านั้นหิ้วปีกอีกฝ่ายออกไป
เย่ฮวาส่งเสียงเรียก มาวเย่ซานจึงนำคนของเขา
ออกมาจากด้านใน เมื่อเห็นศพที่นอนเกลื่อนอยู่ภายใน
ลานของจวน พวกเขาจึงมองเย่ฮวาด้วยสายตายกย่องนับ
ถือ
มาวเย่ซานเดินตรงเข้ามาพร้อมยิ้มด้วยรอยยิ้มขมขื่น
“ข้าเอาแต่ปกป้องเจ้าในฐานะของผู้น้อยอยู่ตลอด คิดไม่
ถึงเลยว่าเจ้าจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้”
เย่ฮวายิ้มโดยไม่ได้เอ่ยวาจาใดออกไป เขาหยุดครุ่นคิด
ครู่หนึ่งและพูดว่า “ตอนนี้ผมได้เหล็กวิจิตรลึกลับโบราณ
แล้ว ผมเองก็คงต้องไปจากที่นี่แล้ว ขอรบกวนพวกท่าน
เก็บกวาดเศษซากปรักหักพังและศพเหล่านี้ด้วย เสว่หลิน
เธอมากับฉันหน่อย”
พูดจบเขาก็โบกมือวูบหนึ่ง ร่างขนาดใหญ่ของมังกร
ยักษ์เพลิงแกร่งปรากฏขึ้นภายในจวนตระกูลมาว เย่ฮวา
กระโดดขึ้นไปนั่งบนหลังมันพร้อมกับเสว่หลิน ทุกคนมอง
เขาด้วยสายตาตกตะลึงระคนยกย่อง จากนั้นเย่ฮวาก็สั่งให้
มังกรยักษ์บินออกไปจากจวนแห่งนี้
หลังจากออกมาจากตระกูลมาวก็มุ่งหน้าเข้าสู่เมือง
สวรรค์ลึกลับ เขาหันไปพูดด้วยรอยยิ้มกับเสว่หลินว่า “ฉัน
เคยบอกเธอแล้วใช่ไหม ว่าฉันจะไม่เป็นไร”
หางตาของเสว่หลินแอบมีคราบน้าตา จู่ๆ เธอก็ถลา
เข้ามากอดเขาพร้อมกับร้องสะอึกสะอื้น เย่ฮวาไม่รู้ว่าควร
จะทำอะไรจึงทำได้เพียงแค่ลูบหลังเธอเบาๆ โดยไม่พูด
อะไร
หลังจากผ่านไปหลายนาที เธอจึงหยุดร้องไห้ เย่ฮวา
ยิ้มด้วยรอยยิ้มขมขื่น ตอนที่มาถึงด้านในเมืองสวรรค์
ลึกลับ เขาก็ตะโกนจากที่สูง “ตระกูลใหญ่ระดับสวรรค์ทั้ง
เจ็ดรีบออกมาที่ลานประลอง ใครไม่ออกมา หลังจากนี้ได้
เห็นดีกัน!”
การต่อสู้เมื่อสักครู่ทำให้หัวหน้าตระกูลใหญ่แต่ละ
ตระกูลเห็นความแข็งแกร่งของเขา ทุกคนต่างพาคนของ
ตัวเองออกมา ระยะเวลาราวๆ สิบนาที ทุกคนก็มาถึงลาน
ประลองอย่างพร้อมเพรียงกัน แม้ว่าจะมีบางคนยังไม่
ออกมา ขอแค่มีคนสำคัญออกมาก็เพียงพอแล้ว
เย่ฮวานั่งบนหลังมังกรยักษ์เพลิงแกร่ง เขาก้มหน้ามอง
ทุกคนและกล่าวเสียงขรึมว่า “นับแต่นี้เป็นต้นไป หากใคร
กล้ารังแกคนของตระกูลมาวอีก ในวันที่ฉันกลับมาถึงที่นี่
อีกครั้ง ฉันจะฆ่าทิ้งทั้งตระกูล!”
สายตาของเขาเหลือบมองไปที่คนของตระกูลเสอ เขา
มองหาเสอลี่หยางที่บาดแผลส่วนใหญ่เริ่มสมานเข้า
ด้วยกัน “เสอลี่หยาง ยังจำวันที่ประลองได้ใช่ไหม นายติด
คำสัญญาไว้กับฉันหนึ่งข้อ!”
พูดจบ ปีกมังกรยักษ์เพลิงแกร่งก็กระพือขึ้นลงและ
ทะยานไปหยุดตรงหน้าเขา เปลวเพลิงที่ร้อนระอุกระจาย
ไปรอบๆ มังกรยักษ์แผดเสียงกู่ร้องพร้อมกับเปลวเพลิงที่
สว่างวูบวาบ
เขากล่าวเสียงขรึม “เมื่อวานนายทำให้เสว่หลินภรรยา
ของฉันได้รับบาดเจ็บ วันนี้นายต้องคุกเข่าขอโทษเธอ”
สายตาของเสอลี่หยางแสดงออกถึงความหยิ่งผยอง
เขาพูดด้วยน้าเสียงดุดัน “เจ้าฆ่าท่านพ่อและลุงทั้งสอง
ของข้า วันนี้เป็นวันตายของเจ้า!”
เย่ฮวาหัวเราะด้วยน้าเสียงเยือกเย็น เขากระโดดลง
จากหลังมังกรยักษ์พร้อมกับเดินเข้าหาอีกฝ่ายและยื่นมือ
ออกไปเพื่อจับร่างของเขาไว้ แต่จู่ๆ กลับมีพลังปราณพุ่ง
ชนเข้าใส่ร่างของเย่ฮวา!
เย่ฮวารีบเบี่ยงตัวหลบการโจมตี พลังงานที่ถูกส่งออก
มาผ่านปลายจมูกของเขาไปและชนเข้าใส่หินขนาดใหญ่ที่
มีความสูงสองเมตรอย่างเฉียดฉิว
“ตูม!”
เสียงระเบิดดังอึกทึก หินก้อนนั้นแตกกระจายเป็น
ผุยผงภายในชั่วพริบตา!
ตามมาติดๆ ด้วยเสียงอันทรงพลังที่ดังขึ้น “ใครกันถึง
ได้กล้าเหิมเกริมถึงเพียงนี้ อย่าบอกนะว่ารังแกคนของ
ตระกูลเสอจนไม่เหลือใครแล้ว?”
ทุกคนแหวกทางให้บุคคลผู้มาเยือน ชายชราผู้มีความ
พิเศษกว่าคนธรรมดาทั่วไปปรากฏตัวขึ้นจากจุดที่ห่าง
ออกไปไม่ไกล เขาสวมใส่ด้วยเสื้อผ้าเรียบง่าย มีผมขาวดุจ
ขนกระเรียน แค่เห็นก็รู้แล้วว่าไม่ธรรมดา
หัวหน้าตระกูลหูที่ยืนอยู่ข้างๆ ส่งเสียงเรียกด้วยความ
ประหลาดใจ “ผู้อาวุโสตระกูลเสอ…เสอเสวียนอี!”
เสว่หลินรีบเดินมายืนข้างๆ เขาและพูดด้วยน้าเสียง
ร้อนใจ “เย่ฮวารีบไปเถอะ เขาคือปู่ทวดของหัวหน้า
ตระกูลเสอ ผู้แข็งแกร่งระดับดวงดาราขั้นสูงสุด ภายใน
ปฐพีแห่งนี้แม้แต่หัวหน้าตระกูลหนิวที่มีความแข็งแกร่ง
ระดับดวงดาราขั้นกลางก็ยังหวั่นเกรง เจ้ารับมือกับเขา
ไม่ได้หรอก!”
เสอเสียนอีปรากฏขึ้นตรงหน้าเย่ฮวาภายในชั่วพริบตา
ฝ่ามือของเขาปะทะเข้ากลางอกของเย่ฮวา เย่ฮวารีบผลัก
เสว่หลินออกไปและเบี่ยงตัวถอยหลังไปอย่างรวดเร็วเพื่อ
หลบการโจมตี
ทุกคนต่างรับรู้การมาถึงของบุคคลผู้นี้ สายตาของ
พวกเขาจ้องมองไปยังเสอเสวียนอีราวกับกำลังซึ้งใจ
สายตาที่เคยมองเย่ฮวาด้วยความหวาดกลัวค่อยๆ
เปลี่ยนเป็นความดูหมิ่นระคนเห็นใจ