ตำนานดาบเกมออนไลน์ - ตอนที่ 59 : เข้ารับการฝึก
“เย่ฮว่านายมานี่หน่อยสิ” ห่างออกไปเสียงของเยว่
เอ๋อร์ก็ดังขึ้น
เย่ฮวา หันมาหาทั้งสี่คน “รองหัวหน้าเรียกฉันไปพบ
เดี๋ยวพวกนายจัดการกันไปก่อนนะ”
“โอเค เดี๋ยวพวกเราจัดการต่อเอง!” เอ้อวาย ทุบอก
เป็นสัญญาณ ระหว่างพูด
“ไอ้หยา! นั่นขานายถูกมอนสเตอร์ตัดขาดแล้วเหรอ!”
“ฉิบ…แล้ว! รีบฮีลฉันสิ!”
……
เขาไม่ได้สนใจอะไรต่อแล้วรีบวิ่งไปหาเยว่เอ๋อร์ทันที
ตอนที่มาถึงด้านหน้าของเยว่เอ๋อร์ เย่ฮวาก็ถามเธอว่า
“เรียกฉันมามีอะไรเหรอเยว่เอ๋อร์?”
เยว่เอ๋อร์ยักไหล่ “นายไม่ต้องเก็บเลเวลแล้ว นายไปกับ
ฉันเถอะ”
“ไปไหน?”
“พานายไปขายให้วิหารสังหาร จื้อลี่ชาวฉุนบอกกับฉัน
แล้วว่าจะให้เงินพวกฉัน 500 เหรียญทองแลกกับตัวนาย”
เยว่เอ๋อร์พูดด้วยน้าเสียงไม่แยแส
เย่ฮวา เปล่งเสียงหึออกมาจากลำคอ “500 เหรียญ
ทองไม่น้อยไปหน่อยเหรอ ทำฉันดูไร้ราคาค่างวดไปเลย”
“ที่จริงฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน ตอนแรกกะว่าจะให้
แบบฟรีๆ แต่หมอนั่นไม่ยอม ยืนกรานว่าชีวิตนาย
เหมาะสมกับราคานี้แล้ว” เยว่เอ๋อร์ พูดไปพลางหัวเราะไป
พลาง
เย่ฮวา ยกมือทั้งสองข้างขึ้นเหนือหัวโดยไม่ได้พูดอะไร
เขารู้ดีว่าที่เธอพูดก็แค่ล้อเล่นเท่านั้น นับตั้งแต่ที่ได้รู้จัก
เธอมา ต่อให้จื้อลี่ชาวฉุนถวายตัวให้เธอ เยว่เอ๋อร์ก็ไม่มี
ทางเอาเขาไปแลกกับคนๆ นั้นแน่นอน
เพราะเยว่เอ๋อร์ไม่มีทางเป็นคนแบบนั้นไปได้
หลังจากเดินมาได้ไม่กี่ก้าว ก็เห็นเยว่เอ๋อร์ยังคงเงียบ
เขาจึงถามต่อ “เยว่เอ๋อร์ว่าแต่เธอมีธุระอะไรเหรอ? ถ้าไม่
มีธุระอะไรฉันจะได้กลับไปเก็บเลเวลกับพวกเอ้อวายต่อ
อยู่กับหมอนั่นแล้วผ่อนคลายดี”
เยว่เอ๋อร์หันกลับมามองก็อ้าปากค้างด้วยความตกใจ
“นี่นายหันไปชอบเพศเดียวกันตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย!”
“ชอบเพศเดียวกันก็แย่แล้ว! เห็นฉันเป็นคนแบบนั้นรึ
ไง?”
“โอเคๆ ไม่ล้อเล่นแล้วก็ได้ จะพูดเรื่องเป็นการเป็น
งานแล้ว” เยว่เอ๋อร์ยิ้มและพูด
“ว่าแต่เรื่องอะไร?”
เยว่เอ๋อร์ก้าวเท้าเดินต่อพลางพูดไป “ตอนนี้ผู้เล่น
ระดับสูงของหานเยว่เหมิงมีทั้งหมด 6 คน ซึ่งก็จะมีฉัน
เสี่ยวหาน โม่ซาง ซิงเหอ นายแล้วก็กวาจื่อ ซึ่งในบรรดา 6
คนนี้นายเป็นคนที่มีทักษะการเล่นที่แย่ที่สุด ดังนั้นฉันกับ
เสี่ยวหานเลยตัดสินใจว่าจะให้นายเข้ารับการฝึกเพื่อให้
รูปแบบการต่อสู้ของนายพัฒนาขึ้นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะ
เป็นไปได้”
เย่ฮวา เบ้ปาก “รับการฝึก ทำไมฉันถึงได้รู้สึกขนลุกขน
พองขนาดนี้เนี่ย เธอจะช่วยฝึกให้ฉันเหรอ?”
เยว่เอ๋อร์ “ฉันก็อยากทำแบบนั้นแหละ แต่น่าเสียดาย
ที่ฉันเป็นผู้เล่นระยะไกล ถึงแม้ว่าอาชีพของฉันทักษะใน
การต่อสู้ของฉันจะไม่ได้เลวร้ายอะไรแต่ก็ยังไม่ถือว่ายอด
เยี่ยมขนาดนั้น ครั้งนี้เสี่ยวหานจะเป็นคนฝึกให้นายเอง”
“มู่จื่อหานนะหรอ?”
เขาอึ้งไปพัก ก่อนจะถาม “ตอนนี้มู่จื่อหานไม่เป็นไร
แล้วเหรอ?”
เยว่เอ๋อร์หรี่ตามองมาที่เขา “ทำไมฉันถึงรู้สึกเหมือน
นายไปรู้อะไรบางอย่างมาเลยนะ”
เย่ฮวา รีบโบกมือปฏิเสธ “ฉันไม่รู้อะไรทั้งนั้นแหละ
แล้วเมื่อกี้ฉันก็ไม่ได้เห็นมู่จื่อหานร้องไห้ด้วย…….”
“อุ๊บส์! แบบนี้นี่เอง!”
เยว่เอ๋อร์ชี้มาที่เขาและพูดขึ้น “ยังไม่ยอมรับอีก!”
จู่ๆ เยว่เอ๋อร์ก็หยุดเดินและหันมาหาเย่ฮวาก่อนที่จะ
พูดเสียงเบาๆ ว่า “เมื่อกี้เสี่ยวหานก็ร้องไปยกนึง
เหมือนกันแต่ตอนนี้โอเคแล้วล่ะ เพราะหานเยว่เหมิงเป็น
สิ่งที่พวกเราสร้างมันขึ้นมากับมือ พอเจอเรื่องแบบนี้เป็น
ใครก็ทำใจยอมรับไม่ได้กันทั้งนั้น แต่นายไม่ต้องพูดถึง
เรื่องนี้นะ เพราะมันจะยิ่งทำให้เสี่ยวหานไม่สบายใจมาก
ขึ้นไปอีก”
“ฉันไม่ได้ซื่อบื้อซะหน่อย ฉันรู้ดีว่าอะไรควรพูดอะไร
ไม่ควรพูด”
“จ้า~”
……
“เย่ฮว่ามาแล้วเหรอ”
มู่จื่อหานที่กำลังนั่งแกว่งขาไปมาอยู่บนโขดหินข้าง
แม่น้า เมื่อเห็นเขาเดินมาถึง เธอก็กระโดดลงมาจากโขด
หินและเดินมาหาเย่ฮวาทันที
เขาชะงักไปชั่วครู่ หลังจากผ่านไปไม่กี่วินาที ก็หันไป
คุยกับเยว่เอ๋อร์ “ทำไมฉันรู้สึกว่า มู่จื่อหานแปลกๆ ไป
ละเนี่ย”
เยว่เอ๋อร์ยิ้ม “ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ไม่มีอะไรซะหน่อย
เสี่ยวหานก็แค่อยากจะสร้างสัมพันธไมตรีที่ดีกับนายก็แค่
นั้นเอง”
มู่จื่อหาน เดินเข้ามาด้านหน้า “เตรียมตัวพร้อมรึยัง?
เดี๋ยวฉันจะสอนรูปแบบการต่อสู้ภายในเกมให้นายเอง”
เย่ฮวา พยักหน้าด้วยท่าทางที่เงอะงะ “ธะ…เธอสอน
เลย…”
มู่จื่อหานชี้ไปที่หมีดำเลเวล 35 ตัวหนึ่งที่อยู่ด้านหน้า
และพูด “นายไปฆ่ามอนสเตอร์ตัวนั้นและพยายามหลบ
การโจมตีของมันให้ได้มากที่สุดเท่าที่นายจะทำได้”
เย่ฮวา ดึงดาบออกมาและเดินไปที่หมีดำตัวนั้นทันที
ในเวลานี้เองมู่จื่อหานก็พูดขึ้น “ห้ามใช้สกิลนะ ใช้แค่การ
โจมตีธรรมดาฆ่ามันเท่านั้น!”
เย่ฮวา ที่กำลังจะเรียกใช้สกิล จู่ๆ พอได้ยินมู่จื่อหาน
พูดเช่นนั้นก็ยกเลิกการใช้สกิลและวิ่งตรงไปยังหมีดำตัว
นั้นทันที
ดาบยาวในมือฟาดไปที่ด้านหลังของหมีดำตัวนั้นจน
มันเปล่งเสียงร้องออกมา หลังจากนั้นมันก็หันกลับมา
พร้อมกับง้างมือขึ้นเพื่อที่จะฟาดมาที่เย่ฮวา ทว่าเขาก็ได้
รีบสไลด์ตัวถอยออกไป ทำให้สามารถหลบการโจมตีของ
หมีดำตัวนั้นได้สำเร็จ
หมีดำแผดเสียงคำรามออกมา ดาบในมือของเขาแทง
ไปด้านหน้าก่อนที่จะทิ่มเข้าสู่ลูกตาของมันจนเลือดสาด
กระจายไปทั่ว
หมีดำลุกขึ้นอีกครั้งก่อนที่จะใช้พละกำลังของมันพุ่ง
ตัวมาทางเย่ฮวา ในขณะที่เขากำลังถอยออกไป ทว่าความ
รวดเร็วในการหลบหลีกก็ยังเพียงพอที่จะสามารถหลบการ
โจมตีของมันไปได้
การโจมตีของหมีดำตัวนี้ไม่ได้เร็วเกินไปและด้วย
รูปแบบการเคลื่อนไหวของเย่ฮวาที่ฝึกฝนมาอย่างต่อเนื่อง
ทำให้สามารถหลบหลีกการโจมตีของมันได้
เย่ฮวา สบัดข้อมือไปด้านหน้า ในเวลานั้นหมีดำก็หมุน
ตัวกลับมาพร้อมกับใช้มือของมันเตรียมตะปบมาที่เขา
เนื่องจากระยะห่างที่ค่อนข้างใกล้จึงทำให้ไม่สามารถหลบ
หลีกการโจมตีของมันที่มาจากฝั่งซ้ายและฝั่งขวาได้ จึงทำ
ได้เพียงแค่กระโดดหลบหรือทิ้งระยะถอยออกมาเท่านั้น
เขาถอยหลังออกไปอย่างรวดเร็วขณะที่กรงเล็บของ
หมีดำฟาดมาที่หน้าขา เย่ฮวาถอนหายใจออกมาแรงๆ
หนึ่งครั้ง ก่อนจะใช้ดาบในมือฟาดไปที่กลางหัวของหมีดำ
ตัวนั้นและการโจมตีในครั้งนี้ก็ประสบความสำเร็จเข้าเป้า
อีกครั้ง
ไม่สามารถใช้สกิลในการฆ่ามอนสเตอร์ได้ช่างเจ็บปวด
ชะมัดเลย ไม่งั้นป่านนี้เขาคงจะฆ่าหมีตัวนี้ไปได้นานแล้ว!
มู่จื่อหานให้เขาทำแบบนี้เธอจะต้องมีเหตุผลอย่าง
แน่นอน ถ้าหากมีสกิล เย่ฮวาคงจะสามารถฆ่ามอนสเตอร์
ได้เร็วกว่านี้มาก อีกอย่างการต่อสู้แบบนี้ก็จะทำให้เห็น
ทักษะในการต่อสู้ของเขา ถ้าหากเขาเอาแต่พึ่งพาสกิลฆ่า
พวกมันแล้วจะฝึกฝนทักษะรูปแบบการต่อสู้ของตัวเองได้
ยังไงกัน?
ถ้าหากไม่โจมตีและเอาแต่หลบการโจมตีของมอน
สเตอร์ก็ถือว่าเพียงพอที่จะหลบหลีกได้ แต่การที่จะ
สามารถหลบหลีกไปด้วยและโจมตีไปด้วยถือเป็นสิ่งที่
ดีกว่า
ดังนั้นการโจมตีโดยใช้วิธีการต่อสู้แบบธรรมดาโดย
ไม่ใช่สกิลนั้นถือว่าเป็นการฝึกทักษะการหลบหลีก รวมไป
ถึงเป็นการฝึกการโจมตีไปด้วยในเวลาเดียวกัน
ที่จริงรูปแบบการต่อสู้ของเย่ฮวาในเวลานี้ก็ถือว่าไม่
เลวนัก เจ้าหมีดำตัวนี้อันที่จริงก็ไม่ได้ทำให้เขาเปลืองแรง
อะไรมากมาย ท้ายที่สุดก็สามารถฆ่ามันได้โดยที่ไม่สูญเสีย
เลือดแม้แต่หยดเดียว
มู่จื่อหานและเยว่เอ๋อร์เดินมาด้านหน้า เยว่เอ๋อร์ยก
นิ้วโป้งให้เขาและพูดขึ้น “ไม่เลวเลยหนิ”
มู่จื่อหานยิ้มออกมาเล็กน้อย “เย่ฮว่า ที่จริงรูปแบบการ
ต่อสู้ของนายถือว่าใช้ได้เลยนะ แต่ก็ใช้ได้แค่กับพวกมอน
สเตอร์เท่านั้น ถ้าหากนายต้องสู้กับผู้เล่นคนอื่นๆ การใช้
รูปแบบการต่อสู้ลักษณะนี้ยังมีข้อบกพร่องอีกมาก”
เย่ฮวา พยักหน้า “ว่ามาเลยฉันน้อมรับข้อเสนอแนะ”
มู่จื่อหานพูดต่อ “ก่อนอื่นตอนที่นายทำการต่อสู้นายรู้
เพียงแค่วิธีการถอยหลังและการเคลื่อนย้ายแบบปกติ ซึ่ง
นายใช้วิธีการกระโดดหลบหลีกและการใช้วิธีการวิ่งหลบ
แบบซิกแซกไปมาน้อยมาก อย่างที่สองคือนายยังไม่รู้จัก
การคาดเดาล่วงหน้าอย่างเช่นอีกฝ่ายจะสวนกลับมายังไง
หรือจะเรียกใช้สกิลอะไรต่อจากนั้น ถ้านายยังปล่อยให้
เป็นแบบนี้แล้วอีกฝ่ายเรียกใช้สกิลกระทันหัน นายจะไม่มี
เวลาให้โต้ตอบกลับไป และนายก็จะถูกโจมตี ดังนั้นนาย
จะต้องรู้จักอ่านการเคลื่อนไหวคาดการณ์ล่วงหน้า”
เย่ฮวาฟังอย่างตั้งใจ ในขณะที่มู่จื่อหานเองก็อธิบายให้
เขาฟังอย่างละเอียด “การคาดการณ์คือตอนที่นายต่อสู้
นายจะต้องจำการเคลื่อนไหวและนายก็ต้องอ่านรูปแบบ
ของอีกฝ่ายด้วย นายจะต้องมองให้ออกว่าอีกฝ่ายสามารถ
โจมตีได้กี่รูปแบบ สำหรับการโจมตีที่จะเกิดขึ้นและนาย
จะต้องนึกให้ได้ว่านายจะรับมือกับมันยังไงด้วยรูปแบบ
คร่าวๆ หลังจากที่อีกฝ่ายทำการโจมตีนายจะต้องเตรียม
ตัวตอบโต้กลับไป ไม่ใช่รับมือตอนที่อีกฝ่ายโจมตีเข้า
มาแล้ว”
“โอเคฉันจะจำไว้”
มู่จื่อหานพูดต่อ “รูปแบบการต่อสู้ในเกมที่จริงง่ายมาก
โดยมันอยู่ที่ตำแหน่งและทักษะการต่อสู้ของนาย แต่
ทักษะเหล่านี้มันจะตอบสนองได้ดีกับคู่ต่อสู้และวิธีการที่
เหมาะสม ซึ่งจะช่วยให้เราลดความสูญเสียในการต่อสู้ให้
เหลือน้อยที่สุด”
“เข้าใจแล้ว!”
มู่จื่อหานพยักหน้า “นายลองฆ่าหมีดำอีกสักตัวแล้ว
กัน โจมตีไปพลางแล้วก็ใช้เทคนิคควบคู่ ทำตามที่ฉัน
แนะนำไปเมื่อกี้”
“ได้!”
……
หลังจากผ่านไปได้หนึ่งชั่วโมง เย่ฮวาก็นั่งข้างศพของ
หมีดำก่อนที่จะหอบหายใจ มู่จื่อหานพูด “วันนี้ที่ให้ฝึกก็มี
เท่านี้แหละ เมื่อกี้ฉันได้สอนการใช้ทักษะในการต่อสู้
รวมถึงการจัดตำแหน่งในการต่อสู้และหลบหลีกไปแล้ว
ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้เยอะแยะอะไร ถ้านายอยากจะใช้มัน
ให้คล่องแคล่วก็คงจะต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่ง ช่วงนี้
นายก็พยายามฝึกบ่อยๆ ก็แล้วกัน”
เยว่เอ๋อร์ที่อยู่ข้างๆ เขายิ้มขึ้นแล้วเอ่ยว่า “เย่ฮว่า การ
เคลื่อนไหวของหมีดำไม่ได้เร็วเท่าไหร่ นายลองไปฆ่ามอน
สเตอร์ที่เน้นความเร็วดูสิ นายจะได้ฝึกปฏิกิริยาตอบสนอง
ได้เร็วขึ้น”
เย่ฮวา ถาม “แล้วเธอรู้รึเปล่าว่ามอนสเตอร์พวกนั้นอยู่
ที่ไหน?”
เยว่เอ๋อร์ “มีแมพอยู่ทางฝั่งทิศใต้ของเมืองชิงสุ่ยชื่อว่า
อารามแห่งความชั่วร้าย ที่นั่นมีมอนสเตอร์ที่มีการ
เคลื่อนไหวรวดเร็วมาก แถมยังยากที่จะรับมือกับมันด้วย
นายลองไปฝึกที่นั่นดูก็ได้”
เย่ฮวา พยักหน้า “ถ้างั้นฉันขอตัวไปฝึกที่นั่นก่อนแล้ว
กัน”
“อื้ม!” เยว่เอ๋อร์พยักหน้าตอบกลับ
มู่จื่อหานเองก็มองมาที่เขา “นายไปฝึกที่นั่นก็ดี
เหมือนกัน แต่นายต้องระวังผู้เล่นของวิหารสังหารด้วย
ตอนนี้คนของวิหารสังหารมีอยู่ไม่น้อยเลยแถมยังกระจาย
ไปทั่วทุกพื้นที่ด้วย อย่าให้ถูกคนพวกนั้นจับได้ล่ะ”
เยว่เอ๋อร์ยิ้ม “ถ้าเจอคนพวกนั้นก็บอกฉันนะ เดี๋ยวพวก
เราจะไปช่วยนายเอง”
เย่ฮวายกมือโบกปัด “ช่างเถอะๆ ถ้าสู้ไม่ได้ก็แค่โกยให้
ไว อีกอย่างตอนที่อยู่ในหมู่บ้านมือใหม่ฉันก็ถูกคนพวกนั้น
ไล่ล่าอยู่ตลอด ตอนนี้ฉันก็ยังมีชีวิตรอดปลอดภัยดี พวก
เธอไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก”
มู่จื่อหานเม้มปาก “แต่นายก็ต้องระวังตัวเองให้ดีนะ
ฉันกับเยว่เอ๋อร์จะพาคนในกลุ่มไปเก็บเลเวลต่อแล้ว นาย
ไปเถอะ”
เขาพยักหน้าก่อนที่จะหยิบม้วนวาร์ปออกมาเพื่อ
กลับไปยังเมืองชิงสุ่ย หลังจากนั้นก็วิ่งไปทางฝั่งทิศใต้ของ
เมืองทันที
ดูเหมือนว่ามู่จื่อหานจะให้ความสำคัญกับเย่ฮวามาก
พอสมควร แถมเธอยังช่วยสอนวิธีการต่อสู้ของเธอที่มี
ให้กับเขาอีก ทำให้เขาได้รับความรู้มาไม่น้อย อีกอย่าง
ตอนที่มู่จื่อหานสอนเขาก็ได้ทำการบันทึกไว้หมดแล้ว ถ้า
ว่างๆ ค่อยเปิดดูทบทวนอีกครั้ง แบบนี้เขาก็จะได้ไม่ลืมสิ่ง
ที่สอน
ถ้าหลังจากนี้มู่จื่อหานชี้แนะวิธีการต่อสู้ทั้งหมดที่เธอมี
ให้กับเย่ฮวา เขาก็คงจะสามารถกลายเป็นผู้เล่นแนวหน้า
ได้แล้ว
หลังจากใช้เวลาไปเกือบครึ่งชั่วโมงในที่สุดเขาก็มาถึง
อารามแห่งความชั่วร้าย แผนที่แห่งนี้ไม่ได้มีขนาดใหญ่
เท่าไหร่นัก แต่มอนสเตอร์ที่อยู่ในนี้ถือว่ามีอยู่ไม่น้อยเลย
แถมยังเป็นมอนสเตอร์ที่เป็นรูปร่างมนุษย์ด้วย ซึ่งเป็นพระ
หัวโล้นที่กำลังถือไม้ตะบองเป็นอาวุธอยู่ในมือ
พระเหล่านี้มีสีหน้าที่ดุร้ายแถมยังดูไร้ซึ่งความเมตตา
ด้วย
เป็นเพราะเลเวลของมอนสเตอร์เหล่านั้นอยู่ที่เลเวล
37 จึงทำให้เขามองไม่เห็นค่าสเตตัสของของมัน แต่ก็คง
จะไม่ได้แข็งแกร่งเท่าไหร่หรอกมั้ง
หลังจากที่ประตูใหญ่ของอารามถูกเปิดออก เย่ฮวาก็
เดินเข้าไปด้านในพร้อมกับดาบหลีกวง ทันทีที่เท้าแตะสู่
พื้นด้านในอาราม เสียงของพระรูปหนึ่งก็แผดขึ้น “ใคร?!
กล้าดีเช่นไรถึงได้มาเหยียบในวัดหลิงกวงของพวกข้า!!!”
พูดจบพระรูปนั้นก็พุ่งตัวเข้ามาที่เขาพร้อมกับไม้
ตะบองในมือ ความเร็วของมอนสเตอร์ตัวนี้ทำให้เย่ฮวารู้
ได้ทันทีว่าเยว่เอ๋อร์ไม่ได้พูดโกหก เพราะพระรูปนั้นวิ่งได้
อย่างรวดเร็วมาก แถมยังเร็วกว่ามอนสเตอร์ตัวอื่นๆ ที่เขา
เคยพบเจอมาด้วย!!!
…………………