ตำนานดาบเกมออนไลน์ - ตอนที่ 624 : เสี้ยวเสี่ยวซวง
“ฮ่า~~”
เย่ฮวายืนหันหลังพิงเข้ากับกำแพง จุดที่เขายืนอยู่เป็น
จุดลับสายตาภายในลานกว้างของเมืองลั่วเซียว เขายืด
เส้นยืดสายขณะมองดูคะแนนของตัวเอง ตอนนี้คะแนน
มากกว่าหนึ่งหมื่นเก้าพันพอยท์แล้ว แม้ว่าจะไม่ได้
มากมายอะไรแต่ก็นับว่ากวาดคะแนนไปได้ไม่น้อย
หลังจากที่แยกกับพี่หน่ายไปเมื่อเช้า เย่ฮวาจึงเดินทาง
มาที่เมืองลั่วเซียวเพื่อเก็บคะแนนต่อทันที เขาเก็บคะแนน
จนถึงช่วงบ่ายสองโมงครึ่ง นอกจากการรับประทาน
อาหารอย่างเร่งรีบเขาก็ไม่ได้ทำอย่างอื่นเลย
สนามประลองไม่ได้เป็นเรื่องยากเย็นสำหรับเขา คู่
ต่อสู้ที่ระบบสุ่มจับคู่ให้เขาคือผู้เล่นที่อยู่ระดับนภาลัย ใน
แผ่นดินใหญ่หลิงเกิงแห่งนี้คนที่สามารถเอาชนะเย่ฮวาได้
เกรงว่าจะมีอยู่แค่ไม่กี่คน
อัตราการต่อสู้เพื่อครอบครองตำแหน่งอันดับหนึ่งของ
เย่ฮวาอยู่ที่ 100% แต่ตอนนี้คงไม่มีเวลาเก็บคะแนนแล้ว
เพราะเขายังมีเรื่องสำคัญที่ต้องทำรออยู่
เวลาที่นัดไว้คือบ่ายสามโมง เหลือเวลาอีกไม่มาก เย่ฮ
วาจึงตัดสินใจเดินทางไปดูสถานการณ์ที่เมืองนะโมก่อน
เป็นอย่างแรก
เขาใช้เทเลพอร์ตเพื่อย้ายไปยังเมืองนะโม ทันทีที่
มาถึงก็เห็นกลุ่มผู้เล่นที่กำลังลาดตระเวนอยู่ตรงหน้า เย่
ฮวาอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา ในที่สุดเมืองแห่งนี้ก็รอดพ้น
จากการเป็นเมืองที่ว่างเปล่า และได้กลายเป็นเมืองที่มีคน
อาศัยอยู่สักที
พี่โจวกำลังส่งทหารไปบนกำแพงเมืองมอบหมาย
ตำแหน่งหน้าที่ให้กับ NPC
เย่ฮวาเดินไปข้างหน้า เขาพูดกับพี่โจวด้วยรอยยิ้ม “พี่
โจว ไม่เจอกันนาน เมืองนี้กลายเป็นเมืองระดับสามแล้ว
สุดยอดจริงๆ”
พี่โจวหันมามองเย่ฮวาและยิ้มให้กับเขา “ไม่เท่าไหร่
หรอก นี่เป็นเพราะชิงฮว่าซางคอยช่วยเหลือพวกเรา
ต่างหากล่ะ”
“หืม?”
ชิงฮว่าซางช่วยเหลือพี่โจว? เย่ฮวาได้ยินไม่ผิดใช่ไหม
ชิงฮว่าซางไม่เห็นด้วยที่เขาให้เมืองนะโมกับพี่โจวไม่ใช่
เหรอ? ทำไมถึงเปลี่ยนใจมาช่วยพี่โจวได้ล่ะเนี่ย?
พี่โจวเห็นว่าเย่ฮวาสงสัยจึงหัวเราะเบาๆ “เมื่อเช้าชิงฮ
ว่าซางบอกกับฉันว่ากิลด์อายฮว่าของพวกเธอเคยประจำ
อยู่ในกองทัพ NPC แห่งหนึ่งก่อนหน้าที่จะมาประจำการที่
เมืองหลัก ที่นั่นมี NPC จำนวนไม่น้อย ก็เลยส่งพิกัดมาให้
ฉัน”
เย่ฮวาอยากจะเอามือตีหัวตัวเอง เขาก็เพิ่งจะนึกขึ้นได้
ว่าครั้งหนึ่งเคยไปติดต่อกับชิงฮว่าซางที่เมืองหมอกราตรี
ที่นั่นมี NPC หลายสิบนาย หลังจากที่กิลด์อายฮว่าเข้าสู่
เมืองหลัก ที่นั่นจึงกลายเป็นเมืองที่ถูกทอดทิ้ง คิดไม่ถึงเลย
จริงๆ ว่ามันจะมีประโยชน์ในเวลานี้
เมื่อเย่ฮวาคิดถึงใบหน้าที่ยิ้มแย้มของชิงฮว่าซาง
ผู้หญิงคนนี้ช่วยเหลือเย่ฮวามาหลายเรื่องแล้ว บางที
อาจจะยังมีเรื่องอีกมากที่เขายังไม่รู้
เย่ฮวายิ้มอย่างขมขื่นและกล่าวด้วยรอยยิ้มให้กับพี่โจว
“แล้วเมืองนะโมต้องใช้เวลาเท่าไหร่กว่าจะขึ้นเป็นระดับ
สี่?”
พี่โจวส่ายหน้า “ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ตอนนี้มี NPC
จำนวน 118 คนที่เข้ามาอยู่ในเมืองหลักแล้ว ห่างจากการ
เลื่อนระดับไม่ถึงหนึ่งในสาม ฉันจะไปดูที่หมู่บ้านละแวกนี้
อีกครั้ง เพื่อเลื่อนระดับให้ได้ภายในคืนนี้”
เย่ฮวาพยักหน้าเบาๆ จากนั้นมองไปยังนักธนูที่ยืนอยู่
บนกำแพงไม่ไกลจากจุดนี้เท่าไหร่นัก พร้อมกับเปิด
ค่าสเตตัสขึ้นมาตรวจสอบ!
[นักธนู] (เสริมสร้างความแข็งแกร่งระดับสาม)
เลเวล : 100
พลังโจมตี : 261,000-302,000
พลังป้องกัน : 20,000
พลังชีวิต : 500,000
แนะนำตัวละคร : นักธนูป้องกันเมืองที่ได้รับการฝึกฝน
มาอย่างดี พวกเขาสามารถยิงได้อย่างแม่นยำในระยะหนึ่ง
ร้อยก้าว ศัตรูที่อยู่ใกล้เมืองหลักไม่สามารถหลบรอด
สายตาของพวกเขาได้
……
มอนสเตอร์ที่เสริมสร้างความแข็งแกร่งระดับสาม พลัง
ชีวิตและพลังป้องกันช่างน่าสงสาร แต่ขีดจำกัดพลังโจมตี
ทะลุสามแสนพอยท์แล้ว นับว่าเป็นเรื่องที่ดี อย่างน้อย
เมืองหลักแห่งนี้ก็พอจะมีตัวทำความเสียหายหลักอยู่บ้าง
ถือเป็นความสามารถในการป้องกันเมืองเบื้องต้น
สุดท้ายแล้ว NPC นี้ก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร ตอนนี้ก็คง
รอให้พี่โจวทำการเลื่อนระดับเมืองหลักเป็นระดับสี่ เพื่อให้
มีกองทัพที่แข็งแกร่งมากกว่านี้
เย่ฮวาหันไปมองและถามพี่โจวว่า “เออนี่พี่โจว เฮยโม๋
เซียนล่ะ?”
เมื่อเย่ฮวานึกถึงเฮยอ้านจือเสินของกลุ่มเสินเตี้ยน เขา
จึงอดแปลกใจไม่ได้ ตั้งแต่เริ่มสร้างเมืองนะโมขึ้นมา พี่โจว
ก็มีเรื่องมากมายให้จัดการตลอดเวลา แต่กลับไม่เห็นเฮย
อ้านจือเสินโผล่หน้าออกมาช่วยเหลือเลยสักครั้ง
พี่โจวถอนหายใจเบาๆ กล่าวว่า “เขาบอกว่าต้องการ
ตำแหน่งรองเจ้าเมืองเพื่อจะได้รับสิทธิ์ทั้งหมด แต่ฉัน
ปฏิเสธเพราะอยากให้เขาเป็นแม่ทัพป้องกันเมือง ซึ่งมี
ระดับเทียบเคียงกับตำแหน่งเจ้าหน้าที่ระดับสอง แต่เขาไม่
เต็มใจ สุดท้าย…”
“ก็เลยไปจากที่นี่?”
“ใช่ ~”
พี่โจวพยักหน้าเบาๆ “เขาไปพร้อมกับกลุ่มเสินเตี้ยน
จำนวนพันกว่าคน ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาไปที่ไหน”
เย่ฮวายิ้มอย่างขมขื่นและกล่าวว่า “อยากไปก็ไปเถอะ
แบบนี้เมืองนะโมก็สามารถรวมเป็นหนึ่งได้แล้ว ขืนหมอ
นั่นยังอยู่ที่นี่ไม่ช้าก็เร็วพวกเธอสองคนคงได้สู้กันแน่ๆ”
“แต่ฉันรู้สึกเหมือนเสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล
เลย”
“ไม่เป็นไร ไม่ต้องคิดมาก ถ้าเป็นฉัน ฉันก็ไม่เก็บเขาไว้
เหมือน เขาไปก็ดีแล้ว”
……
หลังจากพูดคุยกับพี่โจวไม่กี่นาที เย่ฮวาจึงออฟไลน์
ออกไป เขาลุกขึ้นไปอาบน้าเปลี่ยนเสื้อผ้าและเดินออก
จากห้อง
ในตอนนี้มู่จื่อหานและเยว่เอ๋อร์นั่งรอเขาอยู่ที่
ห้องนั่งเล่นแล้ว
เมื่อเยว่เอ๋อร์เห็นว่าเย่ฮวาเดินมาแล้วจึงรีบกล่าวว่า
“เย่ฮวาถ้านายมาช้ากว่านี้อีกนิด พวกเราคงกินอาหารเย็น
โดยไม่รอนายแล้ว”
เย่ฮวาเกาศีรษะพร้อมหัวเราะ “มีเรื่องให้ทำเยอะไป
นิด พวกเราไปกันเถอะ”
มู่จื่อหานหยิบกุญแจรถขึ้นมา “นายขับหรือฉันขับ?”
เย่ฮวาตบหน้าอก “ฉันเป็นคนเรียกเสี่ยวตูฉงให้มาที่นี่
คนที่อยากเจอก็คือฉัน ฉันต้องเป็นคนขับอยู่แล้ว”
ขณะที่กล่าวเย่ฮวาจึงเดินไปจับมือมู่จื่อหานพร้อมกับ
กุญแจ มู่จื่อหานหน้าแดงระเรื่อ เธอกำหมัดทุบหน้าอก
ของเย่ฮวาเบาๆ “ตาบ้า~”
“เฮ้~”
เยว่เอ๋อร์ที่อยู่ด้านข้างทำหน้าตาบึ้งตึง “เหม็นความ
รัก~”
เย่ฮวาเหลือบมองไปที่เธอ จากนั้นจึงจูงมู่จื่อหานออก
ประตูไป
มู่จื่อหานและเยว่เอ๋อร์นั่งอยู่แถวหลัง ส่วนเย่ฮวาทำ
หน้าที่ขับรถไปที่สนามบิน
ระหว่างทางมู่จื่อหานและเยว่เอ๋อร์กำลังคุยกันเรื่อง
หลังจากเจอเสี่ยวตูฉงจะทำอะไรต่อ เย่ฮวาทำได้เพียงยิ้ม
เล็กน้อยและขับรถต่อไป
ในช่วงเวลานี้บนถนนแทบจะไม่มีรถเลย เย่ฮวาขับรถ
มาถึงสนามบินจากนั้นจึงหยิบกระดาษแข็งออกมาจาก
ท้ายรถ บนกระดาษเขียนอักษรตัวใหญ่ว่า “เสี่ยวตูฉง”
จากนั้นจึงพาสองสาวไปที่ทางออก
เมื่อทั้งสามคนเดินเข้าไปในอาคารผู้โดยสารของ
สนามบิน ผู้คนที่อยู่รอบๆ ต่างพากันหันมามองพวกเขา
วันนี้มู่จื่อหานและเยว่เอ๋อร์ต่างสวมใส่ด้วยชุดปกติ พวก
เธอสวมเสื้อสเวตเตอร์ผ้าโปร่งสีครีม เรียวขายาวของพวก
เธอดูน่าดึงดูดภายใต้กางเกงยีนรัดรูป สองสาวเดินจับมือ
และส่งยิ้มหวาน แม้ว่าพวกเธอจะไม่ได้แต่งหน้า แต่กลับ
ทำให้ชายหนุ่มต่างพากันหวั่นไหวใจอ่อนระทวย
ตอนที่มาถึงทางออก เย่ฮวาจึงก้มหน้าเช็คเวลา
เครื่องบินที่เสี่ยวตูฉงนั่งถึงเมื่อสองนาทีที่แล้ว เย่ฮวาชูป้าย
ขึ้นและรอการปรากฏตัวของนักเวทย์อันดับหนึ่งของกลุ่ม
หานเยว่เหมิงของพวกเขา
หลังจากรอสิบกว่านาที มีผู้หญิงผมสั้นสวมแจ็คเก็ต
หนังรัดรูปและแว่นกันแดดคนหนึ่งเดินลากกระเป๋า
เดินทางสีชมพูออกมา
เธอสูงประมาณ 160 เซนติเมตร รูปร่างมีน้ามีนวลและ
ดูกะทัดรัดน่ารักเป็นอย่างมาก
หลังจากที่เธอเดินออกมา เธอกวาดตามองไปรอบๆ
และหยุดมองมาที่เย่ฮวา จากนั้นจึงเดินเข้ามาหาพวกเขา
อย่างรวดเร็ว
เยว่เอ๋อร์รีบกล่าวว่า “คนนี้ไม่ใช่เสี่ยวตูฉงมั้ง! เธอดู
น่ารักมากเลยอ่ะ!”
ในขณะนั้นเองผู้หญิงคนนี้ได้เดินมาถึงด้านหน้าพวก
เขา เธอถอดแว่นออก แววตาเป็นประกายขณะเอ่ยถาม
หยั่งเชิง“หัวหน้า?”
เย่ฮวายิ้มให้เธอและยื่นมือขวาออกมา “สวัสดี เสี่ยว
ตูฉง ฉันเย่ฮวา~”
เสี่ยวตูฉงจึงยื่นมือออกมาและจับมือเย่ฮวา “เสี้ยว
เสี่ยวซวง”
“สวัสดี สวัสดี~” เยว่เอ๋อร์ยื่นมือออกมาอย่างรวดเร็ว
เสี่ยวตูฉงจับมือของเยว่เอ๋อร์ “สวยสดใสแบบนี้น่าจะ
เป็นหัวหน้าเยว่เอ๋อร์สินะ?”
เยว่เอ๋อร์อ้าปาก “ร้ายกาจ เธอเดาถูกด้วย!”
“มีข่าวลือตลอดว่าหัวหน้าเยว่เอ๋อร์ หัวหน้าเสี่ยวหาน
และเย่ฮวาอยู่ด้วยกัน ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องจริงสินะ”
เสี่ยวตูฉงยิ้มเบาๆ
เย่ฮวารีบอธิบายอย่างรวดเร็ว “พวกเราอยู่ด้วยกัน
ไม่ได้อยู่ห้องเดียวกันสักหน่อย เธออย่าเข้าใจผิด~”
“ฮิฮิ ฉันยังไม่ได้พูดอะไรเลย นายจะกังวลทำไม?”
เสี่ยวตูฉงยิ้มเบาๆ
“อึก! อย่ามาแซวฉันนะ!” เย่ฮวาแกล้งทำเป็นไม่พอใจ
มู่จื่อหานยิ้มและจับมือกับเสี่ยวตูฉง “มู่จื่อหาน”
“หัวหน้ามู่จื่อหานตัวจริงสวยกว่าในเกมอีกนะเนี่ย”
มู่จื่อหานกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “เธอก็น่ารักกว่าในเกม
เยอะเลย~”
เสี่ยวตูฉงจับแก้มของตัวเอง “อย่าพูดเลย ฉันเริ่มแก่
ขึ้นแล้วเนี่ย แบบนี้คงขายไม่ออกแน่เลย”
“ถามพี่เย่ฮวาสิ! เขารู้จักหนุ่มหล่อเยอะแยะเลยนะ~”
เยว่เอ๋อร์กล่าวอย่างตื่นเต้น
“ไปๆๆ เธอจะพูดมากเกินไปแล้วนะ”
เย่ฮวากลอกตาใส่เยว่เอ๋อร์ และหันไปกล่าวกับเสี่ยว
ตูฉงเบาๆ “เดี๋ยวฉันจะพาเธอไปดูที่พักเอง”
“โอเค”
เย่ฮวาหยิบกระเป๋าเดินทางของเสี่ยวตูฉงและพาเธอ
ไปที่ลานจอดรถ เธอมองไปที่ BMW และกล่าวด้วยความ
ประหลาดใจ “ไม่คิดว่าหัวหน้าจะรวยขนาดนี้ ขับ BMW
เลยเหรอเนี่ย”
เย่ฮวารีบโบกมือ “ไม่ต้องชมฉันหรอก นี่เป็นรถของ
เสี่ยวหานต่างหากล่ะ รถของฉันยังอยู่ที่ทางเดินในชุมชน
นู้น แค่สตาร์ทก็มีเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดแล้ว”
เยว่เอ๋อร์มองเย่ฮวาอย่างดูถูก “โกหก นายโกหก ใคร
จะไม่รู้ว่าเย่ฮวาเป็นคนรวย มีทั้งรถ มีทั้งสาวงาม อยากได้
อะไรก็สามารถเนรมิตขึ้นมาได้”
เย่ฮวายัดเยว่เอ๋อร์เข้าไปในรถ เพื่อปิดปากของเธอ
เสี่ยวตูฉงนั่งข้างคนขับ จากนั้นเย่ฮวาจึงขับรถไปยัง
ร้านอาหารหานเยว่
……
พวกเขาได้มาถึงจุดหมายปลายทางเมื่อเวลาประมาณ
ห้าโมงเย็น กวาจื่อและหลิวหลีมารออยู่ก่อนหน้านี้แล้ว
เมื่อลงจากรถกวาจื่อจึงเข้ามาทักทาย “เสี่ยวตูฉง สวัสดี
ฉันกวาจื่อนะ เธอจำฉันได้ไหม?”
เสี่ยวตูฉงยิ้มเบาๆ “จำได้สิ ผู้พิทักษ์แห่งกิลด์หานเยว่
เหมิงของพวกเรา ทำไมฉันจะจำไม่ได้ล่ะ”
เย่ฮวากล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “นี่คือกัวเสียน ข้างๆ คือ
หลิวหลีแฟนสาวของเขา”
หลังจากที่ทั้งสามคนจับมือทักทาย กวาจื่อจึงพาเสี่ยว
ตูฉงมายังที่พักของเธอ ที่นี่เป็นห้องสวีทที่มีแสงสว่าง
เพียงพอ มีขนาด 80 ตารางเมตร ใหญ่เพียงพอสำหรับการ
พักอาศัยอยู่คนเดียว นอกจากนี้ยังมีซูเปอร์มาร์เก็ตขนาด
ใหญ่อยู่ใกล้ๆ ดังนั้นการพักอาศัยที่นี่จึงสะดวกสบายอย่าง
มาก
ห้องได้รับการตกแต่งเรียบร้อยแล้ว อุปกรณ์เครื่องใช้
ในบ้านกวาจื่อก็จัดเตรียมให้เรียบร้อยแล้ว ชายร่างใหญ่
อย่างเขาจัดการเรื่องเหล่านี้ได้รอบคอบมาก
หลังจากนั้นพวกเขาจึงไปดูร้านอาหารหานเยว่ การ
ตกแต่งของที่นี่ถูกจัดวางอย่างสมบูรณ์แล้ว เหลือแค่รอ
เวลาเปิดร้านอย่างเป็นทางการ
หลังจากทำการเยี่ยมชมเสร็จแล้ว เรื่องสำคัญที่สุดที่
ลืมไม่ได้คือการจัดงานเลี้ยงต้อนรับ
เย่ฮวาพาทุกคนไปยังโรงแรมใกล้ๆ หลังจากสั่งอาหาร
อันโอชะแล้ว พวกเขาจึงเริ่มสังสรรค์และพูดคุยกันอย่าง
สนุกสนาน