ตำนานดาบเกมออนไลน์ - ตอนที่ 63 : ค้นหาการ์ดสร้างกิลด์
“เย่ฮว่าตอนบ่ายนายว่างไหม?” มู่จื่อหานส่งข้อความ
มา
เขาตอบกลับไป “ว่าง มีอะไรให้ฉันทำเหรอ?”
“อื้ม ตอนบ่ายพวกเราจะไปรวมตัวกันที่บึงเงียบสงัด”
“โอเคได้”
“ถ้างั้นเจอกันตอนบ่ายนะ”
“โอเคแล้วเจอกัน”
……
ตอนนี้ทั้งตัวเย่ฮวาสวมใส่อุปกรณ์ระดับบรอนซ์
ทั้งหมด แต่ดาบที่อยู่ในมือเป็นอาวุธระดับเงิน ในกระเป๋า
ยังมีไอเท็มสำหรับเพิ่มเลือดและมานาส่วนหนึ่ง ซึ่งคิดว่า
น่าจะสามารถใช้งานได้ระยะเวลาหนึ่ง ตอนนี้ดูเหมือนว่า
เขาจะแข็งแกร่งกว่าเมื่อตอนที่เขาถูกฆ่าตายเสียอีก
หลังจากฝึกฆ่าเหล่าพระแห่งความชั่วร้ายเหล่านั้น
จนถึงเที่ยง เขาก็ล็อคเอาท์ออกจากระบบเพื่อมานั่งกิน
ข้าวกับกวาจื่อ หลังจากนั้นก็ล็อคอินเข้าระบบอีกครั้งและ
เดินทางไปยังบึงเงียบสงัดทันที
มู่จื่อหานและเยว่เอ๋อร์มาถึงนานแล้ว ตอนที่มู่จื่อหาน
เห็นเย่ฮวาและกวาจื่อมาถึง เธอก็พูดขึ้นมาว่า “ที่ฉันเรียก
พวกนายมาเพราะว่ามีเรื่องจะคุยด้วยซึ่งก็คือเรื่องการ์ด
สร้างกิลด์ด์!”
“การ์ดสร้างกิลด์ด์!” ได้ยินเช่นนั้นเขาก็ตกใจขึ้นมา
เพราะมีเพียงแค่การ์ดสร้างกิลด์ด์เท่านั้นที่จะสามารถ
สร้างกิลด์ด์ขึ้นมาได้ *ก่อนหน้านี้ถึงจะเรียกว่ากิลด์ แต่ก็
เป็นการจับกลุ่มรวมตัวกันเท่านั้น* หรือว่ามู่จื่อหานจะมี
การ์ดหรือเบาะแสเกี่ยวกับการ์ดงั้นเหรอ?
เยว่เอ๋อร์หันมามองเย่ฮวาแล้วยิ้ม “ไม่ต้องคิดให้
เยอะแยะ ความหมายของพวกเราก็คือไปหาการ์ดสร้าง
กิลด์ด์นั่นแหละ!”
“ตกใจหมดเลย!”
มู่จื่อหานพูดต่อ “ตอนนี้หานเยว่เหมิงของเรามีคนน้อย
แถมยังไม่มีอะไรโดดเด่นในเมืองชิงสุ่ยด้วย แต่ถ้าเรา
สามารถหาการ์ดสร้างกิลด์ด์ได้และกลายเป็นกิลด์ด์แรกที่
สร้างขึ้นภายในเซิร์ฟเวอร์ เราคงจะสามารถลากคนเข้ามา
อยู่ในกิลด์ด์ได้เยอะแน่ๆ ถึงเวลานั้นเราก็จะสามารถทำให้
หานเยว่เหมิงกลายเป็นกิลด์ด์ที่มีจำนวนสมาชิกมากกว่า
พันคนได้ อีกอย่างถ้าหากเรารับผู้เล่นที่แข็งแกร่งเข้ามา
ในอนาคตหานเยว่เหมิงของพวกเราจะต้องเกิดการ
เปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน”
เย่ฮวา คิดอยู่ครู่หนึ่ง “แล้วเราจะหาการ์ดจากที่ไหน
ล่ะ? แถมข้อมูลจากระบบก็บอกแล้วด้วยว่าการ์ดสร้าง
กิลด์ด์เป็นของที่มาจากบอสเวล 50 ขึ้นไปเท่านั้นถึงจะมี
โอกาสที่จะได้การ์ดมา แต่ก็ยังแทบจะเป็นไปไม่ได้อยู่ดี
อย่าเพิ่งพูดเลยว่าจะหาบอสเวล 50 จากที่ไหน ต่อให้เรา
เจอบอสแบบนั้นแต่ความสามารถของพวกเราในตอนนี้ไม่
มีทางที่จะฆ่าบอสเลเวลสูงแบบนั้นได้”
เยว่เอ๋อร์พูด “ถ้ามีจุดหมายก็ต้องมีทางข้างหน้าให้ไป
อยู่แล้ว ตอนนี้เราตามหาแมพที่มีมอนสเตอร์เวลสูงๆ ให้
ได้ก่อนแล้วเราก็เก็บเลเวลไปพลางๆ ถ้าหากเจอบอสเวล
50 จริงๆ ต่อให้เลเวลลดเราก็ต้องฆ่ามันให้ได้ เพราะต่อให้
เลเวลลดมันก็ยังเก็บใหม่ได้ แต่โอกาสที่จะสร้างกิลด์ด์เป็น
กิลด์ด์แรกถ้าพลาดแล้วก็พลาดเลย”
มู่จื่อหานพยักหน้าเห็นด้วยกับเยว่เอ๋อร์ “ฉันคิดว่าเรื่อง
นี้จะเก็บไว้เป็นความลับน่าจะดีกว่า เราจะแบ่งผู้เล่นทั้งหก
คนแยกกันออกตามหาแผนที่ระดับสูงเป็นสองกลุ่ม ”
กวาจื่อมองพวกเธอ “แล้วจะแบ่งยังไงล่ะ?”
เยว่เอ๋อร์โบกมือ “จะแบ่งยังไงก็ได้แต่ฉัน เสี่ยวหาน
แล้วก็เย่ฮว่าต้องอยู่ด้วยกัน”
กวาจื่อ “ถ้าพูดแบบนี้ยังต้องแบ่งอีกเหรอ?”
……
เมื่อเห็นเงาของกวาจื่อเดินออกไป เขาก็ถอนหายใจ
ออกมา พอหันกลับมามองเยว่เอ๋อร์ เย่ฮวาก็ถอนหายใจ
ออกมาอีกครั้ง
เยว่เอ๋อร์ยิ้ม “เอาหน่า! ว่าแต่พวกเราจะไปไหนก่อนดี
ล่ะ?”
มู่จื่อหานพูด “ตอนนี้ฉันเวล 35 แล้ว เยว่เอ๋อร์ 34 ส่วน
เย่ฮว่า 32 ความสามารถของพวกเราตอนนี้ฉันว่าเราไปตี
มอนสเตอร์เวล 40 ก็ยังไหว”
“อื้อ”
พวกเขาเดินออกมาจากเมืองชิงสุ่ยก่อนที่จะเดินไป
ยังแมพที่ห่างไกลออกไป เป็นเพราะแมพที่ค่อนข้างห่าง
จากเมืองจึงทำให้เลเวลของมอนสเตอร์สูงขึ้น
พวกเขาใช้เวลากว่า 40 นาที ในที่สุดก็เดินมาถึงพื้นที่
ราบน้าแข็งซึ่งเป็นแมพระดับเลเวล 40
มอนสเตอร์ของที่นี่ประกอบด้วยยักษ์น้าแข็งที่รวมตัว
กันโดยมีเลเวลที่สูงกว่าพวกเขามากจึงทำให้เย่ฮวามองไม่
เห็นค่าสเตตัสของมัน แต่เป็นเพราะมู่จื่อหานสามารถ
มองเห็นค่าสเตตัสเหล่านั้นได้ จึงทำให้เธอสามารถแชร์
ค่าสเตตัสของมันให้กับพวกเขาได้
[ยักษ์น้าแข็ง]
เลเวล :40
โจมตี :571-638
ป้องกัน :150
พลังชีวิต :10000
แนะนำมอนสเตอร์ : ผู้พิทักษ์แห่งพื้นที่ราบน้าแข็ง
พวกมันมีพละกำลังอย่างมากพื้นที่ราบแห่งน้าแข็งที่นี่จึง
ไม่มีผู้ใดสามารถเอาชนะพวกเขาได้อีกทั้งยังถูกโจมตีจาก
พวกมันด้วย
……
ทันทีที่เห็นค่าสเตตัสของยักษ์น้าแข็ง เย่ฮวาก็ชะงักไป
ในทันที ให้ตายเถอะค่าสเตตัสโคตรโหดเลย!
มู่จื่อหานมองไปที่ยักษ์น้าแข็งแล้วพูดขึ้นมาว่า “เย่ฮว่า
นายฆ่ายักษ์น้าแข็งตัวนี้แล้วกัน พยายามอย่าใช้สกิลนะ
ฉันอยากเห็นว่านายจะสามารถหลบการโจมตีของมันได้รึ
เปล่า”
เยว่เอ๋อร์พยักหน้า “ใช่ ก่อนหน้านี้ตอนที่เจอมอน
สเตอร์พวกนั้นนายยังไม่ได้ใช้วิธีการหลบหลีกเลย รอบนี้
นายลองดูแล้วกันนะ”
ได้ยินเช่นนั้นเขาก็เดินตรงไปด้านหน้าพร้อมกับ
กราชับดาบไว้ในมือ
เคล้ง!
ดาบถูกฟาดไปที่กลางหลังของยักษ์น้าแข็งตัวนั้นอย่าง
แรงจนทำให้เกล็ดน้าแข็งบนผิวหนังกระเด็นขึ้นมา
“582”
ยักษ์น้าแข็งหันกลับมาอย่างช้าๆ ในเวลานั้นเองการ
โจมตีที่สองก็ถูกส่งออกไปอีกครั้ง ในเวลาเดียวกันหมัด
ของมันก็ถูกยกขึ้น
หมัดยักษ์ของยักษ์น้าแข็งถูกยกขึ้นสูง หลังจากนั้นก็
ทุบมาที่เขาอย่างแรง ทว่าเย่ฮวาก็ได้ใช้พละกำลังของ
ตัวเองเพื่อสไลด์ตัวไปด้านข้าง
“MISS”
เขาสามารถหลบหลีกจากการโจมตีของมันได้อย่าง
สำเร็จ ทว่าการโจมตีของมันรุนแรงมาก แม้ว่าเขาจะ
สามารถหลบการโจมตีของมันได้แต่พื้นที่รอบๆ ที่ถูกแรง
กระแทกได้เกิดการสั่นสะเทือนจนทำให้เขาแทบจะยืนไม่
ตรง
หลังจากที่ตั้งหลักทรงตัวได้แล้ว เย่ฮวาก็ใช้ดาบฟาดไป
ที่ยักษ์ตัวนั้นอีกครั้ง ในเวลาเดียวกันก็ทำการวิ่งซิกแซก
เพื่อหลบการโจมตีของมัน
การโจมตีของยักษ์น้าแข็งแม้ว่าจะไม่ได้รวดเร็วอะไร
แต่ก็เต็มไปด้วยพลังทำลาย หลังจากที่หลบการโจมตีของ
มันไปแต่ละครั้ง หมัดของมันที่ทุบลงกับพื้นก็ทำให้แผ่นดิน
เกิดความสั่นสะเทือนในทันที
ยักษ์น้าแข็งที่มีค่าพลังชีวิตถึงหมื่นหน่วยนั้นสามารถ
เรียกได้ว่าเป็นมอนสเตอร์ที่มีค่าชีวิตสูงที่สุดเท่าที่เขาเคย
พบเจอมา อีกอย่างการป้องกันของมันก็ไม่ได้ต่าเลย การที่
จะฆ่ามันได้ ทำให้เขาเสียพลังงานไปเป็นอย่างมากแถม
เขายังต้องใช้เวลากว่า 40 วินาทีกว่าจะฆ่ามันได้แต่ละตัว
ด้วย
มู่จื่อหานมองเขาและพูด “พัฒนาขึ้นไม่น้อยเลย
นะเนี่ย เย่ฮว่าดูเหมือนว่านายคงจะขยันฝึกน่าดู”
เขายิ้มรับ “เป็นเพราะเธอสอนดีไง”
“เอาเถอะๆ เลิกพูดเยินยอได้แล้ว”
มู่จื่อหานมองไปรอบๆ “แมพเลเวล 40 ตอนนี้ดู
เหมือนว่าจะไม่ได้ง่ายสำหรับพวกเรา ถ้าอย่างนั้นพวกเรา
ลองหาที่นี่ก่อนแล้วกันนะ บอสโดยส่วนใหญ่แล้วจะมีเลเว
ลห่างกันแค่ 0-10 เลเวล ซึ่งถ้าหากมีบอสอยู่ที่นี่ก็คงจะ
เป็นบอสเลเวล 50 นั่นแหละ”
เย่ฮวา พยักหน้า “ถ้างั้นพวกเราก็ฆ่ายักษ์ไปพลางแล้ว
ก็หาไปพลางก็แล้วกัน”
“อื้อ”
หลังจากเข้าสู่สนามต่อสู้ตลอดทั้งบ่ายเลเวลของเขาก็
อัพมาถึงเลเวล 34 แล้ว ในขณะที่สองสาวก็เลเวลเพิ่มด้วย
เช่นเดียวกัน
หลังจากออกมากทานข้าวเย็นแล้ว เย่ฮวาก็กลับเข้า
เกมอีกครั้งและทำการออกค้นหาต่อไป ในเวลานั้นเอง
พวกเขาก็เห็นผู้เล่นที่เข้ามาใหม่อีกสามคน
ทั้งสามคนนั้นมองเห็นพวกเขาก็เดินเข้ามา แล้วมู่จื่อ
หานก็พูดว่า “นั่นคือฉานหลง หลงสิงเทียนตี้แล้วก็จิ่วตู้โยห
มิง ระวังตัวกันด้วย แล้วก็เตรียมตัวปะทะได้ทุกเมื่อ”
ตอนที่พวกเขาทั้งสามเดินมาตรงหน้า ฉานหลงก็ยกมือ
ขึ้นทักทายมาที่พวกเขา “ที่แท้ก็หัวหน้าแล้วก็รองหัวหน้า
หานเยว่เหมิงนี่เองแถมยังมีอีเย่กูโจวบุคคลผู้มีชื่อเสียงใน
เมืองชิงสุ่ยด้วย บังเอิญจังเลยนะเนี่ย”
มู่จื่อหานยิ้มพร้อมกับพูดเสียงเบา “บังเอิญจริงด้วยนะ
แถมยังคิดไม่ถึงเลยว่าจะเจอผู้เล่นฝีมือระดับสูงทั้งสามคน
ของซายวี่ด้วย”
ฉานหลงยกมือโบกไปมา “ระดับสูงที่ไหนกันล่ะ มันก็
แค่คำที่คนพูดๆ กันเท่านั้น”
ในเวลานั้นเองจิ่วตู้โยหมิงก็กระซิบอะไรบางอย่างข้าง
หูเพื่อนที่มาด้วยกัน หลังจากนั้นฉานหลงก็ยกมือขึ้นมา
และพูดกับพวกเขาว่า “วันนี้พวกฉันมีธุระ ขอตัวก่อนแล้ว
กัน ไว้ถ้ามีโอกาสค่อยคุยกันใหม่คราวหน้า”
มู่จื่อหานพยักหน้าก่อนที่จะมองดูทั้งสามคนที่เดินจาก
ไป
เย่ฮวา ถาม “พวกเรากับฉานหลงก็ไม่ได้เป็นศัตรูกันนี่
นา ทำไมเธอถึงคิดว่าคนพวกนั้นจะสู้กับเราล่ะ?”
เยว่เอ๋อร์ยิ้ม “นายไม่รู้จริงๆ เหรอว่าซายวี่มีความ
แข็งแกร่งในเมืองชิงสุ่ยมากขนาดไหน คนพวกนั้นมีพลัง
มากกว่าแถมยังสามารถกดดันพวกเราได้อีกด้วย ถึง
เมื่อก่อนเราจะมีจำนวนคนมากกว่าคนพวกนั้น แต่ตอนนี้
กำลังคนของพวกเราสู้พวกนั้นไม่ได้แล้ว อีกอย่างมันก็
บอกไม่ได้ว่าเขาจะไม่ลงมือกับพวกเรา”
มู่จื่อหานมองดูคนพวกนั้นที่เดินจากไปและพูด “ฉาน
หลงกับคนพวกนั้นมาอยู่ที่นี่ นั่นหมายความว่าคนพวกนั้น
ก็เริ่มออกตามหาการ์ดสร้างกิลด์ด์ด้วยเหมือนกัน”
เยว่เอ๋อร์ยักไหล่ “ดูเหมือนว่าจะไม่ได้มีแค่ซายวี่ ฝาน
หัว อี้เมิ่งเก๋อแล้วก็ห้วนเฉิงเท่านั้น แต่ตอนนี้มีอีกหลาย
กลุ่มที่เริ่มออกตามหาแมพระดับสูงแล้ว”
“ตอนนี้เราเหลือเวลาอีกไม่มาก ยังไงก็ต้องพยายาม
หาการ์ดสร้างกิลด์ด์แล้วก็ต้องสร้างกิลด์เป็นกิลด์แรกให้
ได้”
“อื้อ”
พวกเขาใช้เวลาหาเป็นเวลาหลายชั่วโมงก็พบว่าที่นี่ไม่
มีวี่แววของบอส ดังนั้นพวกเขาจึงตัดสินใจที่จะพักการ
ค้นหาไว้เพียงเท่านี้ ค่อยเริ่มหาใหม่อีกครั้งในวันพรุ่งนี้ที่
แมพอื่น
กวาจื่อส่งข้อความมาหาเย่ฮวาก่อนหน้านี้และบอกว่า
ก่อนที่จะล็อคเอาท์ออกจากระบบให้บอกด้วย ตอนที่เสร็จ
สิ้นภารกิจของวันนี้ เขาก็ติดต่อด้วยเสียงไปหากวาจื่อทันที
“ว่าไง เย่ฮว่า เสร็จแล้วเหรอ?”
“ใช่ ฝั่งนู้นล่ะ?”
“พวกเราเสร็จตั้งนานแล้วล่ะ ออกไปหามื้อดึกกินกัน
เหอะ ตอนหัวค่ากินน้อยไปหน่อย หิวชะมัดเลย”
“โอเค”
หลังจากนั้นพวกเขาก็ออกจากระบบพร้อมกันและเดิน
ออกไปหามื้อค่ากินกันที่ร้านอาหารข้างนอก ตอนกลางคืน
ผู้คนยังคงคึกคักเป็นอย่างมาก เมื่อพวกเขาหาโต๊ะได้แล้วก็
สั่งอาหารมาสองอย่างพร้อมกับเบียร์อีกสี่กระป๋อง
ระหว่างที่พวกเขากินมื้อดึก ก็พูดคุยกันไปเรื่อยเปื่อย
คุยไปคุยมาก็มาจบที่เรื่องกลุ่มหานเยว่เหมิง กวาจื่อเปิด
เรื่องโดยถามขึ้นมาว่า “เย่ฮว่านายตั้งใจจะอยู่กับ หานเยว่
เหมิงจริงจังหรือเปล่า?”
เย่ฮวา ยิ้มแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร กวาจื่อจึงพูดต่อว่า “นาย
ก็น่าจะรู้หนิว่าหานเยว่เหมิงกับห้วนเฉิงต่างก็แย่งตัวนาย
กัน ตอนนี้ถ้าเทียบกัน สองกิลด์นี้ต่างกันราวฟ้ากับเหวเลย
นะ นายเลือกจะอยู่กับหานเยว่เหมิงจริงดิ?”
เขาพยักหน้า “ใช่ ฉันคิดว่าจะอยู่กับหานเยว่เหมิงเนี่ย
แหละ ตลอดไปเลย”
“ทำไมถึงคิดจะอยู่ตลอดไปล่ะ?” กวาจื่อถาม
“ที่จริงฉันก็ให้ความสนใจห้วนเฉิงเหมือนกันนะ แต่ที่
ฉันเข้ามาอยู่กับหานเยว่เหมิงก็เพราะอยากจะตอบแทน
บุญคุณ เมื่อวานตอนเช้าหานเยว่เหมิงต้องสูญเสียหนัก
ขนาดนั้นก็เพราะฉัน ถ้าฉันไม่เข้าร่วมกันหานเยว่เหมิงและ
ทำอะไรสักอย่างมันก็ดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่” เย่ฮวา ตอบไป
พลางก็จิบเบียร์ไปพลาง
กวาจื่อพูด “ตอนแรกฉันคิดว่านายจะสร้างกิลด์เองซะ
อีก”
เขายิ้ม “ฉันก็ตั้งใจไว้แบบนั้น แต่ตอนนี้ฉันรู้เรื่องเกม
แค่ผิวเผินแค่นั้นเอง นายดูมู่จื่อหานกับเยว่เอ๋อร์สิ พวกเธอ
ทั้งคู่ทุ่มเทกับหานเยว่เหมิงขนาดไหน แต่ละวันนอกจาก
จะเก็บเลเวลแล้วก็ยังต้องหาเงินลงทุนจากการทำกิจกรรม
ในเกมเพื่อนำมาหมุนในกลุ่มของตัวเอง ตอนนี้เป็นเพราะ
เกิดปัญหากับวิหารสังหารทำให้มันเป็นเรื่องยากที่จะฟื้น
กลับมาในช่วงระยะเวลาเพียงสั้นๆ ดังนั้นฉันเลยล้มเลิกที่
จะสร้างกิลด์ของตัวเอง อีกอย่างการสร้างกิลด์เองก็ไม่ใช่
ว่าจะเป็นกิลด์ที่ดีเสมอไป ฉันว่าเข้าร่วมกับกิลด์ดีๆ สัก
กิลด์น่าจะดีกว่า แถมฉันก็ยังทำตามคำที่เคยสัญญาไว้กับ
เสี่ยวหยู่ได้ด้วย”
กวาจื่อพูดเสียงแผ่วเบา “นายต้องจริงจังกับสัญญา
ขนาดนั้นเลยเหรอ?”
เขาดื่มเบียร์ก่อนที่จะพูดต่อ “ตอนนี้เสี่ยวหยู่ไม่อยู่แล้ว
และมันเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ฉันจะทำเพื่อเธอได้ แม้ว่า
ตอนนี้ฉันจะไม่ได้มีความสามารถอะไร แต่หลังจากจากที่
ปีกของฉันแข็งแรงแล้ว ฉันต้องทำตามสัญญาที่ให้ไว้ให้
สำเร็จ! และตอนนี้ฉันได้เริ่มต้นทำตามคำสัญญานั้นแล้ว”
กวาจื่อมองมาที่เขาราวกับจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็
เงียบไปก่อนที่จะยกแก้วเบียร์ขึ้นตรงหน้า
หลังจากนั้นพวกเขาก็ชนแก้วจนเกิดเสียงดังขึ้น
“แก๊ก!”
……………