ตำนานดาบเกมออนไลน์ - ตอนที่ 635 : กำไลเทพวิญญาณ
“ตูม!”
ปราณดาบทำลายพื้นดินก่อเกิดเป็นรอยแตกจำนวน
นับไม่ถ้วน ทุกอย่างกลายเป็นฝุ่นในพริบตา ร่างกาย
ของมู่จื่อหานถูกห่อหุ้มด้วยแสงสีทอง!
เอฟเฟคการฟื้นฟูพลังชีวิตของมู่จื่อหานไม่ได้มี
ประสิทธิภาพเท่ากับเย่ฮวา ทั้งยังถูกหวางซวงโจมตี
ตลอดเวลา พลังชีวิตจึงเหลือไม่มาก ถ้าหากตายโดยสกิล
สะบั้นผนึกสวรรค์ คงแย่แน่ๆ
หลังจากตายไปบัพของสวรรค์วิญญาณแห่งเหมันต์จะ
หายไปทันที หากเป็นเช่นนั้นพวกเขาต้องประสบกับภัย
พิบัติอย่างเลี่ยงไม่ได้
การโจมตีบอสระดับนี้ ค่าสเตตัสธรรมดาคงไม่สามารถ
เอาชนะได้
ตอนนี้สกิลทั้งห้าของหวางซวงได้ถูกใช้ออกมาสี่สกิล
แล้ว สกิลสุดท้ายอย่างดาบคู่สองผสาน เย่ฮวาไม่สามารถ
ปล่อยให้มันใช้งานได้
ก่อนหน้านี้ยังมีหวางยี่อยู่ หวางซวงจึงสามารถใช้สกิ
ลดาบคู่สองผสานออกมาได้ ตอนนี้หวางยี่ได้ตายไปแล้ว
และยังถูกหวางซวงกินไปเกินครึ่งตัว มันเป็นไปไม่ได้ที่
หวางยี่จะลุกขึ้นมาใช้สกิลคู่ไปกับหวางซวงอีกครั้ง
ด้วยพลังงานอันทรงพลังที่โหมกระหน่านี้ มู่จื่อหานถูก
ห่อหุ้มด้วยแสงสีทองท่ามกลางสกิลสะบั้นผนึกสวรรค์ เธอ
ไม่ได้รับความเสียหายเลยแม้แต่น้อย แต่เย่ฮวาไม่ได้โชคดี
แบบนั้นเพราะพลังชีวิตของเขากำลังลดฮวบ!
“15,754,574”
ความเสียหายนี้ทำให้พลังชีวิตของเย่ฮวาลดลงไปสาม
ในสี่ส่วน เกือบจะฆ่าเขาตายในพริบตา
เย่ฮวามองหวางซวงด้วยความหวาดกลัว จากนั้นจึง
เหวี่ยงดาบกระแทกเข้ากับร่างของหวางซวง สร้างความ
เสียหายขั้นสูงถึงเจ็ดครั้ง เนื่องจากมีเอฟเฟคดูดเลือด
100% ทำให้พลังชีวิตของเย่ฮวากลับมาเต็มเปี่ยมอีกครั้ง
หนึ่ง
พวกเขาทั้งสามได้สู้กันอยู่ใต้แท่นบูชานี้ เวลาผ่านไป
อย่างช้าๆ เมื่อไอสีดำที่อยู่รอบตัวของเย่ฮวาค่อยๆ จาง
หายไป เขาจึงยิ้มอย่างขมขื่นให้กับมู่จื่อหาน จากนั้นจึงไป
ที่ด้านหลังหวางซวง
ระยะเวลาของสกิลหทัยแห่งอันเดดได้สิ้นสุดลงแล้ว
ในตอนนี้พลังชีวิตของเย่ฮวามีแค่ 7,000,000 พอยท์และ
พลังป้องกัน 1,000,000 พอยท์ ไม่มีค่าพอที่จะอยู่ใน
สายตาของหวางซวงได้ ถ้าหากโชคร้าย แค่ดาบเดียวก็
สามารถฆ่าเขาได้แบบวันฮิตแล้ว
สกิลสวรรค์วิญญาณแห่งเหมันต์ของมู่จื่อหานก็เหลือ
เวลาอีกแค่ 1 นาทีเท่านั้น
ในตอนนี้พลังชีวิตของหวางซวงยังเหลืออีก 20%
แม้ว่าจะเป็นเช่นนั้นแต่เขาก็มั่นใจในตัวมู่จื่อหานเต็มร้อย
มู่จื่อหานกัดฟันเหวี่ยงดาบวิญญาณเหมันต์ ต้านการ
โจมตีจำนวนมาก
เย่ฮวาเรียกมังกรยักษ์เพลิงแกร่งออกมาเพื่อเพิ่มความ
เสียหายให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ค่าความทนทานของม้า
วายุล่าวิญญาณโลหิตของเขาหมดไปตั้งแต่ครึ่งนาทีที่แล้ว
ไม่มีโบนัสจากการขี่สัตว์พาหนะ นี่เป็นหนึ่งในสาเหตุที่
ประสิทธิภาพการต่อสู้ของเขาตกต่าอย่างมาก
หลังจากการต่อสู้ที่ยากลำบาก เย่ฮวาได้ใช้ร่างโคลน
มาขวางการโจมตีที่อันตรายถึงชีวิตให้กับมู่จื่อหานสอง
ครั้ง ในที่สุดพลังชีวิตของหวางซวงก็ลดมาถึง 5%
มันมองมาที่เย่ฮวาและมู่จื่อหานด้วยสายตาเย็นชา
และกล่าวด้วยน้าเสียงหนักแน่นว่า “ฆ่าน้องชายของข้าไป
แล้ว ยังคิดที่จะฆ่าข้าอีกเหรอ? วันนี้…ต่อให้ข้าต้องตาย ข้า
ก็จะทำให้เจ้าไม่เหลือแม้แต่กระดูก!”
หลังจากกล่าวจบมือซ้ายของมันจึงค่อยๆ ควบแน่น
กลายเป็นดาบสีดำเล่มหนึ่ง เย่ฮวาเบิกตากว้าง “นี่เป็นดาบ
คู่สองผสาน!”
เห็นได้ชัดว่ามู่จื่อหานเข้าใจเรื่องนี้ แต่มันก็สายเกินไป
แล้ว!
หวางซวงกระโดดดีดตัวขึ้นอย่างฉับพลัน มันถือดาบ
ไขว้ลอยอยู่กลางอากาศเผชิญหน้ากับมู่จื่อหาน และฟาด
อย่างไม่รอช้า!
พลังงานอันบ้าคลั่งพุ่งทะยานเข้าใส่มู่จื่อหาน ตอนนี้
เธอไม่สามารถหลบหลีกได้ ปัญหาใหญ่ที่สุดก็คือพลังชีวิต
ของมู่จื่อหานมีไม่มากนัก และสกิลสวรรค์วิญญาณแห่ง
เหมันต์ก็ได้เข้าสู่ช่วงเวลานับถอยหลังแล้ว
เมื่อพลังงานไหลผ่านร่างของมู่จื่อหานไป จึงเหลือทิ้ง
ไว้เพียงศพที่เพรียวบาง
หวางซวงหันมามองเย่ฮวา มันพูดจาเยาะเย้ย “ต่อไปก็
เป็นเจ้าแล้ว นำชีวิตมาชดใช้ให้กับน้องชายของข้าซะ!”
เมื่อกล่าวจบหวางซวงจึงพุ่งตรงมาหาเขา!
เย่ฮวาโบกแขนเปิดใช้สกิลจิตวิญญาณไร้พ่าย เขาได้
เข้าสู่สถานะอมตะในพริบตา ไม่ว่าหวางซวงจะโจมตีใส่
เขามากขนาดไหนก็ไม่สามารถทำอะไรเขาได้แม้แต่ปลาย
เล็บ!
คมดาบฟาดลงบนตัวของเย่ฮวา แต่ไม่ได้สร้างความ
เสียหายใดๆ จากนั้นจึงโบกมือไปทางมู่จื่อหาน ร่างกาย
ของเธอถูกห่อหุ้มด้วยพลังงานสีดำอย่างรวดเร็ว จากนั้น
จึงค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง
เย่ฮวาไม่ได้เปลี่ยนเสื้อคลุมเหวลึก เพราะสกิลวรยุทธ์
ภูตผีใช้งานได้เป็นอย่างดี
หลังจากที่มู่จื่อหานฟื้นคืนชีพขึ้นมา ค่าสเตตัสทั้งหมด
เพิ่มขึ้น 100% แม้ว่าจะไม่ดีเท่าสกิลสวรรค์วิญญาณแห่ง
เหมันต์ แต่ก็พอๆ กับสกิลวิญญาณแห่งเหมันต์
เมื่อขี่พาหนะค่าสเตตัสของมู่จื่อหานจึงเพิ่มขึ้นไม่น้อย
เธออาศัยเอฟเฟคของวรยุทธ์ภูตผีเพื่อสร้างความเสียหาย
บางส่วน
การโจมตีของเย่ฮวายังคงดำเนินต่อไป แต่หวางซวงไม่
สามารถโจมตีเขาได้ การโจมตีทั้งหมดของเขาฟาดฟันใส่
ร่างกายของมันไปเรื่อยๆ
เมื่อสถานะอมตะสิ้นสุดลง พลังชีวิตของหวางซวงยัง
เหลืออยู่อีก 2% เย่ฮวายิ้มให้กับมู่จื่อหานอย่างจนปัญญา
ขณะกล่าวว่า “เธอระวังหน่อยนะ ต่อไปฉันจะใช้ค่า
ชื่อเสียงฟื้นคืนชีพอย่างต่อเนื่อง เธอห้ามตายเด็ดขาดเลย
นะ ไม่อย่างนั้นฉันคงไม่สามารถช่วยเธอได้แล้ว”
มู่จื่อหานพยักหน้าเบาๆ แสดงให้เห็นว่าเข้าใจ
สถานการณ์ปัจจุบันของพวกเขา เย่ฮวากราชับดาบและ
ฟาดลงบนร่างกายของหวางซวง แต่ความเสียหายที่เขาทำ
ได้นั้นไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก
“245,371”
เย่ฮวาไม่พอใจกับค่าดาเมจที่เกิดขึ้นในตอนนี้ เพราะ
ความเสียหายของมู่จื่อหานที่ทำออกมานั้นสูงกว่าเขาเป็น
เท่าตัว แต่สำหรับหวางซวงการโจมตีนี้ทำให้มันรู้สึก
ระคายผิวเท่านั้น แต่มันไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว
เมื่อหวางซวงรู้สึกว่าเย่ฮวาไม่มีพลังแล้วจึงหัวเราะ
เยาะเย้ย “หมดแรงแล้วสินะ ถ้าอย่างนั้นข้าจะทำให้เจ้าไป
สบายเอง!”
เมื่อกล่าวจบ มันจึงยกดาบในมือขึ้นสูง พลังงานสีดำ
พวยพุ่งออกมาจากดาบ และทำการฟาดเข้าใส่ร่างของเย่ฮ
วาอย่างไม่รอช้า!
คมดาบฟันลงบนไหล่ของเย่ฮวา เขาเปล่งเสียงร้อง
ออกมาด้วยความเจ็บปวด พลังชีวิตลดลงฮวบใหญ่อย่าง
รวดเร็ว!
“7,341,174”
จากพลังชีวิตที่เต็มเปี่ยมของเย่ฮวา เพียงแค่ถูกการ
โจมตีครั้งเดียวก็เกือบจะถูกฆ่าตายในพริบตา เหลือพลัง
ชีวิตเพียงน้อยนิดไว้ให้ดูต่างหน้า เขารีบเปิดใช้สกิลโล่เทพ
เสินฮวงเพื่อต้านความเสียหาย ในขณะเดียวกันได้โยน
โอสถลั่วซินเข้าไปในปาก เพื่อฟื้นฟูพลังชีวิต 1,000,000
พอยท์ให้กลับคืนมา
หลังจากฟื้นฟูไปได้ส่วนหนึ่ง แน่นอนว่าเขาไม่ได้นั่งรอ
ความตาย แสงบนดาบเทพลั่วเสินเกิดการสั่นไหว สกิ
ลฟาดฟันต่อเนื่องถูกเปิดใช้งาน การโจมตีสิบสองครั้งฟาด
ลงบนร่างกายของหวางซวง สร้างความเสียหายมากกว่า
2,000,000 พอยท์ ทำให้พลังชีวิตของเขาเพิ่มกลับคืนมา
จำนวนไม่น้อย
การโจมตีของหวางซวงกระแทกลงบนร่างกายของเย่ฮ
วาอีกครั้ง ทันทีที่คมดาบกระทบกับโล่เทพเสินฮวง ร่าง
ของเย่ฮวาจึงกระเด็นไปตามแรงโจมตี
โล่เทพเสินฮวงต้านทานการโจมตีครั้งนี้อย่างสุด
ความสามารถ ปราณดาบทำให้โล่เทพเสินฮวงบิดเบี้ยว
อย่างต่อเนื่อง หลังจากดิ้นรนอยู่พักใหญ่ ท้ายที่สุดโล่เทพ
เสินฮวงก็ไม่สามารถต้านการโจมตีอันทรงพลังนี้ได้ พร้อม
กับถูกทำลายลง!
“5,845,312”
พลังชีวิตของเย่ฮวาหมดลงอย่างฉับพลัน เม่ยเอ๋อร์
อุทานออกมาและหายตัวออกจากสนามรบพร้อมกันกับ
เขา เขาใช้ค่าชื่อเสียง 1,290,000 พอยท์เพื่อฟื้นคืนชีพ
กลับมาด้วยเลือดที่เต็มหลอด!
การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไป
หลังจากตายสลับกับเกิดใหม่วนเวียนอยู่หลายครั้ง
ตอนที่เย่ฮวาเสียค่าชื่อไปมากกว่า 30,000,000 พอยท์ ใน
ที่สุดเขาก็สามารถจัดการหวางซวงลงได้
……
เมื่อหวางซวงร้องโหยหวนก็เป็นการประกาศการ
สิ้นสุดการต่อสู้ครั้งนี้
บอสระดับเทพมหากาพย์จำนวนสองตัวทำให้พวกเขา
ได้รับของจำนวนไม่น้อย มู่จื่อหานเลเวลอัพถึง 127 ส่วน
เย่ฮวาก็อัพเลเวลจนแตะ 130 แล้ว
เย่ฮวาเก็บเหรียญทองที่หวางซวงดรอปออกมาเก็บใส่
ไว้ในโกดังปาร์ตี้ จากนั้นถึงเวลาแจกจ่ายไอเท็ม
เย่ฮวาหยิบไอเท็มชิ้นแรกขึ้นมา ของชิ้นนี้คือมงกุฎ
จากประสบการณ์ของเขา นี่น่าจะเป็นชิ้นส่วนของเกราะ
ผ้า!
เย่ฮวาไม่พูดอะไรให้มากความ ทำการแชร์ค่าสเตตัส
ของมงกุฎนี้ทันที!
[มงกุฎทองอินทนิล] (ไอเท็มระดับเทพเซียน)
ประเภท : เกราะผ้า
พลังป้องกัน : +1,265
ค่าสติปัญญา : +1,004
ค่าความว่องไว : +1,001
พลังทางกายภาพ : +998
ค่าพละกำลัง : +982
เพิ่มเติม : เพิ่มพลังป้องกันให้ผู้ใช้งาน 49%
เพิ่มเติม : เพิ่มพลังโจมตีด้วยเวทย์ให้ผู้ใช้งาน 43%
เพิ่มเติม : เพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ให้ผู้ใช้งาน
30%
เพิ่มเติม : เพิ่มอัตราการหลบหลีกให้ผู้ใช้งาน 20%
สกิล : โล่ลึกลับ เมื่อใช้สกิลนี้จะสร้างเกราะป้องกัน
รอบตัวผู้ใช้งานเพื่อป้องกันความเสียหายทั้งหมด
ระยะเวลาในการใช้งานต่อเนื่อง 20 วินาที ความเสียหาย
ทั้งหมดที่ได้รับภายใน 20 วินาทีนี้จะถูกเปลี่ยนเป็นขั้นที่
สองของโล่คุ้มกัน ความทนทานของโล่คือคำนวนจาก
ความเสียหายที่ได้รับภายใน 20 วินาที x 3 ระยะเวลาใน
การคูลดาวน์ 30 นาที
เลเวลที่ต้องการ: 125
……
เย่ฮวามองไปที่มงกุฎทองอินทนิล และกล่าวด้วย
รอยยิ้ม “เป็นไอเท็มของสายอาชีพเกราะผ้า ใช้งาน
เหมือนกับโล่ ค่าสเตตัสการโจมตี การป้องกัน การหลบ
หลีกและความเร็วในการโจมตีก็เพิ่มขึ้น นับว่าเป็นไอเท็ม
ที่ดีอีกชิ้นหนึ่งเลย”
“จะแจกจ่ายยังไงดี?” มู่จื่อหานถามด้วยรอยยิ้ม
เย่ฮวาคิดอยู่พักหนึ่งจึงกระซิบว่า “พี่หน่ายมีวิหคจ้ง
หมิงแล้ว และเธอก็เป็นนักบวชด้วย ความสามารถในการ
เอาตัวรอดจึงสูงเป็นทุนเดิม ไอเท็มชิ้นนี้เอาไปถามเสี่ยว
ตูฉงเถอะว่าเธออยากได้หรือเปล่า ถ้าเสี่ยวตูฉงไม่อยากได้
ก็ค่อยเอาไปให้ซิงเหอ”
มู่จื่อหานพยักหน้า “ฉันก็คิดแบบนี้เหมือนกัน”
“เยี่ยมไปเลย”
หลังจากเก็บมงกุฎทองอินทนิล เย่ฮวาจึงหยิบไอเท็ม
ชิ้นที่สองขึ้นมา ไอเท็มชิ้นนี้เป็นกำไลที่มีอัญมณีสีแดงฝัง
อยู่ ดูน่าเกรงขามเป็นอย่างยิ่ง!
[กำไลเทพวิญญาณ] (ไอเท็มระดับเทพเซียน)
ประเภท : เกราะหนัง
พลังป้องกัน : +1,872
ค่าพละกำลัง : +1,049
พลังทางกายภาพ : +1,042
ค่าความว่องไว : +1,038
ค่าสติปัญญา : +1,016
เพิ่มเติม : เพิ่มพลังป้องกันให้ผู้ใช้งาน 50%
เพิ่มเติม : เพิ่มขีดจำกัดพลังชีวิตของผู้ใช้งาน 44%
เพิ่มเติม : เพิ่มเอฟเฟคละเว้นความเสียหายให้ผู้ใช้งาน
30%
เพิ่มเติม : ค่าสเตตัสทั้งหมดของผู้ใช้งานเพิ่มขึ้น 3%
สกิล : เทพวิญญาณ เมื่อใช้สกิลนี้จะได้รับความ
คุ้มครองจากเทพวิญญาณ ค่าสเตตัสของผู้ใช้งานจะ
เพิ่มขึ้นอย่างมาก ในเวลาเดียวกันการโจมตีปกติจะสร้าง
ความเสียหายเพิ่มเติม ระยะเวลาในการคูลดาวน์ 1 ชั่วโมง
เลเวลที่ต้องการ: 125
……
มู่จื่อหานมองมาที่เย่ฮวาและกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ฉัน
พอจะรู้แล้วล่ะว่านายจะมอบกำไลวงนี้ให้กลับใคร”
เย่ฮวาเลิกคิ้วขึ้น “หืม? งั้นเธอลองบอกฉันหน่อยสิ”
มู่จื่อหานยักไหล่ “โบนัสค่าพลังชีวิตและค่าพลัง
ป้องกัน รวมถึงเอฟเฟคละเว้นความเสียหายแบบนี้ คงให้
โม่ซางอย่างไม่ต้องสงสัย”
“ช่างรู้ใจฉันดีจริงๆ”
มู่จื่อหานหัวเราะ “ฉันอยู่กับนายมานานแล้ว ฉันเห็น
ทัศนคติของนายที่มีต่อทุกคนได้อย่างชัดเจน ไม่แปลก
หรอกที่ฉันจะเดาได้”
เย่ฮวาถอนหายใจเบาๆ “ช่วยไม่ได้ กลุ่มหานเยว่เหมิง
ยังต้องพัฒนาให้มากกว่านี้ ไอเท็มเหล่านี้ต้องมอบให้ผู้ที่
สามารถแสดงประสิทธิภาพออกมาได้ดีที่สุดเท่านั้นถึงจะ
สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับผู้เล่นในกิลด์หานเยว่
เหมิงได้”
“ตั้งแต่ก่อตั้งกิลด์หานเยว่เหมิงมา ก็ลำบากนายมา
มากพออยู่แล้ว”
เย่ฮวาโบกมือไปมา “ลำบากอะไรกัน ตั้งแต่ก่อตั้งกิลด์
หานเยว่เหมิงมา คนที่จัดการก็คือกวาจื่อและเยว่เอ๋อร์
ต่างหากล่ะ ฉันแค่หาไอเท็มมาให้ และพาทุกคนไปเก็บ
เลเวลเอง”
“แค่นั้นก็ถือว่าสุดยอดมากแล้ว”
ทันใดนั้นเย่ฮวาจึงหรี่ตามองมู่จื่อหานด้วยรอยยิ้ม “ไม่
ใช่มั้ง เธอมาชมฉันขนาดนี้ ไม่ได้หลอกกันใช่ป่ะ?”
“หลอกที่ไหนกันล่ะ! นายคิดว่าฉันเป็นคนยังไงกัน”
“เป็นคนของฉันไง” เย่ฮวาจ้องมองเข้าไปนัยน์ตา
ของมู่จื่อหานและกล่าวด้วยรอยยิ้ม
มู่จื่อหานหน้าแดงระเรื่อ “ตาบ้า~”