ตำนานดาบเกมออนไลน์ - ตอนที่ 657 : ม่านแสงเทพหลับใหล
ลมกระโชกพัดผ่านหู เสื้อคลุมที่อยู่ด้านหลังพลันโบก
สะบัด ท่านโห่วหัวเราะเบาๆ “เจ้าเด็กน้อย เมื่อไปถึงแดน
วิญญาณหลิงหลัว ข้าคงไม่มีเวลามาดูแลความปลอดภัย
ของเจ้า เจ้าต้องดูแลตัวเองให้ดีนะ”
“เข้าใจแล้ว ท่านโห่ว”
เย่ฮวาพยักหน้าเบาๆ ขาทั้งสองข้างของเขาหนีบหลัง
ท่านโห่วไว้แน่น เพราะกลัวว่าถ้าหากไม่ระวังอาจจะตก
จากหลังของท่านโห่วได้ หลังจากเงียบไปไม่กี่วินาที เขาจึง
ถามว่า “แต่…แดนวิญญาณหลิงหลัวเป็นสถานที่แบบไหน
เหรอ?”
ท่านโห่วขมวดคิ้วเล็กน้อย “แดนวิญญาณหลิงหลัว
เป็นสถานที่สุดท้ายที่คนของแดนมารหลบหนีมา”
“เผ่ามารไม่ใช่เหรอที่เรียกเทียนขุยออกมา จนเกือบจะ
ทำลายโลกหลิงเกิง?” เย่ฮวาถามด้วยความประหลาดใจ
ท่านโห่วอดยิ้มไม่ได้ “เจ้ายังเด็กนัก ผู้คนแบ่งแยก
ความดีความชั่ว มารก็เช่นกัน ไม่ใช่เผ่ามารทุกตัวหรอกนะ
ที่จะฆ่าสิ่งมีชีวิตตามอำเภอใจ และมีความคิดอยากจะยึด
ครองโลก พวกนั้นเป็นพวกปฏิเสธสงครามและถูกขับไล่
โดยเผ่ามาร ดังนั้นแม้ว่าเผ่าเทพจะรู้ว่าพวกมันซ่อนตัวอยู่
ที่ไหน แต่ก็ไม่เคยเข้าไปรบกวนพวกมัน”
เย่ฮวาพยักหน้าอย่างงงๆ “ฉันนึกว่าจะมีแค่เหล่าอัน
เดดที่มีความเลวร้าย”
“เรื่องอดีตของหลิงเกิง เจ้ายังรู้น้อยเกินไป”
ท่านโห่วถอนหายใจเบาๆ “แดนนรกเคยเป็นแดน
วิญญาณ แดนวิญญาณนั้นมี 4 ส่วน เหล่าอันเดดเป็นเพียง
หนึ่งในนั้น เมื่อเหล่าอันเดดใช้พลังของเผ่ามารในการ
รวบรวมแดนวิญญาณ ในที่สุดก็ได้ทำลายแดนวิญญาณ
และเปลี่ยนมันเป็นแดนนรก จะเรียกสิ่งนี้ว่าเป็นกรรมก็ได้
นะ”
เย่ฮวาขมวดคิ้ว มันเป็นข้อมูลของหลิงเกิงที่ไม่เคยถูก
กล่าวถึงเลย และสิ่งที่ท่านโห่วกล่าวมาในตอนนี้ อยู่
นอกเหนือข้อมูลที่หลิงเกิงได้แจ้งให้กับพวกเขาอย่าง
สิ้นเชิง!
“ในเมื่อคนของเผ่ามารแข็งแกร่งขนาดนั้น ทำไมถึงยัง
กังวลเรื่องเหล่าอันเดดซ่อนหัวใจและจิตวิญญาณของผู้
แข็งแกร่งอีกล่ะ?”
ท่านโห่วส่ายหัว “เมื่อไปถึงแดนวิญญาณหลิงหลัว เจ้า
ก็จะเข้าใจเอง”
“โอเค”
ความเร็วของท่านโห่วรวดเร็วมาก ใช้เวลาเพียงครึ่ง
ชั่วโมงก็นำเย่ฮวาข้ามแผนที่หลิงเกิงทั้งหมดมาถึงตำแหน่ง
ขอบของแผนที่แล้ว
อีกด้านหนึ่งของม่านแสงขนาดยักษ์ก็เหมือนกับที่นี่
เพียงแต่เป็นพื้นทะเลไร้ขอบเขต ทว่าม่านแสงนี้กลับดู
คล้ายของปลอมเมื่ออยู่ต่อหน้าท่านโห่ว เพราะท่านโห่วสา
มารถผ่านม่านแสงได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ได้ถูกกีดกัน
แม้แต่น้อย
หลังจากบินผ่านไปอีกไม่กี่นาที ดินแดนขนาดใหญ่แห่ง
หนึ่งก็ปรากฏขึ้นในทัศนวิสัยของเย่ฮวา มองจากมุมสูง
สถานที่แห่งนี้มีขนาดเกือบหนึ่งในสิบของเมืองเทพพันธะ
เรียกว่าเป็นอาณาจักรเล็กๆ แห่งหนึ่งได้เลย!
บนพื้นทะเลรอบๆ แผ่นดินนี้ มีม่านแสงครึ่งวงกลม
ปรากฎอยู่ ม่านแสงนี้ดูอ่อนแอมาก แต่ท่านโห่วกลับหยุด
อยู่นอกม่านแสง
ท่านโห่วพาเย่ฮวาไปยังแนวปะการังในทะเล จากนั้น
จึงกล่าวว่า “ม่านแสงเทพหลับใหล ดูเหมือนว่าเจ้าจะต้อง
เข้าไปก่อน เดี๋ยวข้าจะตามเข้าไป”
เย่ฮวาต้องการจะถาม แต่เมื่อเห็นท่าทางอันเคร่งขรึม
ของท่านโห่ว เขาจึงรู้ว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่ควรถาม แต่เมื่อ
มองเข้าไปในม่านแสง เย่ฮวากลับรู้สึกลังเลเล็กน้อย
เพราะสุดท้ายแล้วเขายังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันเลย
ท่านโห่วรับรู้ในสิ่งที่เย่ฮวาคิด จึงกล่าวว่า “วางใจได้
เมื่อเข้าไปข้างในแล้ว เจ้าลองมองดูรอบๆ ก็จะพบเผ่ามาร
ได้ทุกที่ ขอแค่เจ้าบอกเจตนาของเจ้าไป ก็จะไม่พบกับ
อันตรายใดๆ”
เมื่อท่านโห่วกล่าวจบ เย่ฮวาจึงไม่พูดอะไรให้มาก
ความ เขาเรียกมังกรยักษ์ระเบิดวายุออกมา และบินตรง
เข้าไปยังแผ่นดินผืนนั้นทันที!
ก่อนที่จะถึงม่านแสง เย่ฮวาจึงทำใจแข็งพุ่งตรงไปยัง
ม่านแสงอย่างไม่หวั่นเกรง เมื่อปะทะเข้ากับม่านแสง เย่ฮ
วากลับไม่รู้สึกเจ็บปวดอย่างที่คิด ราวกับชนเข้ากับผ้านุ่มๆ
เท่านั้น พลังปะทะของมังกรยักษ์ระเบิดวายุนั้นเร็วมาก
เย่ฮวาหันกลับไปมองท่านโห่ว เขาเองก็กำลังมองมาที่
เย่ฮวาเช่นกัน เย่ฮวาเข้าใจเป็นอย่างดีว่าม่านแสงเทพ
หลับใหลอาจจะใช้ไม่ได้ผลกับเขา แต่มันกลับมีผลกับท่าน
โหว
มังกรยักษ์ระเบิดวายุกระพือปีกขนาดยักษ์ของมัน
ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า มุ่งหน้าไปยังส่วนลึกของแผ่นดินใหญ่!
ความเร็วของมังกรยักษ์ระเบิดวายุเทียบไม่ได้กับท่าน
โห่ว หากเป็นท่านโห่ว สถานที่แห่งนี้เขาสามารถวน
ครบรอบได้ภายใน 3 นาที แต่ดูเหมือนว่ามังกรยักษ์ระเบิด
วายุบินแค่รอบเดียวก็อาจจะต้องใช้เวลามากกว่า 1 ชั่วโมง
ขณะที่เย่ฮวากำลังสังเกตสถานการณ์ด้านล่างและ
กำลังคิดอย่างรอบคอบอยู่นั้น ได้มีภาพมายาหนึ่งพุ่งเข้า
มาหาเขาจากด้านในป่า!
มันพุ่งเข้ามาเร็วมากเสียจนเย่ฮวาไม่มีเวลาตอบสนอง
เขารีบตบหลังมังกรยักษ์ระเบิดวายุควบคุมให้มันหลบหลีก
แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว!
มังกรยักษ์ระเบิดวายุเพิ่งจะเบี่ยงตัวไปด้านข้างก็ถูก
โจมตีเข้าใส่ เมื่อมองดูจึงพบว่ามีลูกศรเล็กๆ ดอกหนึ่งติด
อยู่ที่ท้องของมังกรยักษ์ระเบิดวายุ มีเพียงขนนกของลูกศร
เท่านั้นที่ยังโผล่ออกมาให้เห็น ส่วนที่เหลือของลูกศรได้
ทะลุผ่านเกล็ดแข็งจมเข้าไปในเนื้อของมังกรแล้ว
มังกรยักษ์ระเบิดวายุเปล่งเสียงร้อง ก่อนจะกลายเป็น
แสงลอยกลับเข้าไปในช่องเก็บสัตว์เลี้ยงของเย่ฮวา!
สิ่งนี้ทำให้เย่ฮวาอดประหลาดใจไม่ได้!
โอ้โห…มังกรยักษ์ระเบิดวายุเป็นพาหนะระดับโบราณ
กาล แม้แต่โครงกระดูกวิญญาณ หากไม่โจมตีหลายสิบ
ครั้งก็ไม่สามารถทำให้ความทนทานของมันหมดลงได้
ตอนนี้ลูกธนูเพียงดอกเดียวสามารถทำให้มันกลับสู่
ช่องเก็บสัตว์เลี้ยงของเขาได้ในทันที!
เย่ฮวาสูญเสียการสนับสนุนจากสัตว์พาหนะจึงร่วงตก
ลงมาจากท้องฟ้า ในขณะนั้นเองก็มีลูกศรอีกดอกพุ่งเข้า
มาหาเขาจากในป่า!
ขณะที่เย่ฮวาลอยอยู่กลางอากาศ เขาจึงไม่สามารถ
หลบหลีกได้!
การโจมตีที่สามารถทำให้ความทนทานของมังกรยักษ์
ระเบิดวายุหมดลงได้ภายในครั้งเดียว เพียงพอที่จะฆ่าเย่ฮ
วาได้ในวันฮิต นี่มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลยนะ!
เย่ฮวารีบเทเลพอร์ต เขาเคลื่อนย้ายออกไป 5 หลาเพื่อ
หลบลูกศร ในขณะนั้นเองเขาจึงอดไม่ได้ที่จะสาปแช่งท่าน
โห่วในใจ พูดซะดิบดีเลยนะว่าไม่มีอันตราย!
เย่ฮวายังไม่ทันได้เห็นคนของเผ่ามารก็จะถูกฆ่าตายซะ
แล้ว!
ขณะหล่นลงมาด้านล่าง เย่ฮวาจึงใช้สกิลเทเลพอร์ต
เพื่อหลบลูกศร 3 ดอก จึงลงสู่พื้นดินได้สำเร็จ!
ทันทีที่เย่ฮวาลงมาถึงพื้นก็พบว่ามีลูกศรบินผ่านหูของ
เขาไป เขารีบหันมองไปยังทิศทางที่ลูกศรยิงออกมา บน
ยอดไม้มีคนสวมชุดหนังสีดำยืนอยู่ ทั้งยังมีคันธนูอยู่ในมือ
ด้วย!
คนคนนี้ดูคล้ายกับเอลฟ์มาก มีหูยาวแหลมและลูกตา
ดำเป็นสีม่วง ดูลึกลับอย่างมาก
เย่ฮวามองเผ่ามารที่มีอายุราวๆ 16-17 ปี จากนั้นจึง
รีบตรวจสอบค่าสเตตัสอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเห็นข้อมูลก็ทำ
ให้เขาตกใจอย่างมาก!
[ฟีลา] (เผ่ามารระดับ 3)
เลเวล :???
พลังโจมตี :???
พลังป้องกัน :???
พลังชีวิต :???
แนะนำ :???
……
จากข้อมูลนี้ เผ่ามารผู้นี้มีชื่อว่าฟีลา ข้อมูลของมัน
ไม่ใช่มอนสเตอร์ที่เสริมสร้างความแข็งแกร่งหรือบอส แต่
เป็นเผ่ามารระดับ 3 สิ่งนี้ทำให้เย่ฮวาสับสนเล็กน้อย
เพราะไม่เคยมีข้อมูลเหล่านี้ในหลิงเกิงมาก่อน
หลังจากที่คนคนนั้นเห็นเย่ฮวา อีกฝ่ายจึงชักลูกศร
ออกมาจากซองธนูด้านหลัง เขาดึงสายธนูและเล็ง
มายังเย่ฮวา จากนั้นจึงถามด้วยน้าเสียงเย็นชาว่า “เจ้าเป็น
ใคร?”
เย่ฮวาขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่กล้าแม้แต่จะลุกขึ้นยืน ลูก
ธนูดอกหนึ่งมีพลังเพียงพอที่จะฆ่ามังกรยักษ์ระเบิดวายุได้
นี่ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่เย่ฮวาจะทำให้ขุ่นเคืองใจได้
เย่ฮวามองไปรอบๆ ด้วยหางตา แต่กลับไม่พบเผ่ามาร
คนอื่นๆ เขาจึงรู้สึกโล่งอก แรงกดดันก็ลดลงไปมาก
เมื่อเผชิญหน้ากับเผ่ามาร เย่ฮวาไม่ได้เคลื่อนไหว เขา
เพียงใช้สกิลปล่อยพลังขั้นเทพออกมาอย่างช้าๆ จากนั้น
แสงสีทองจึงเปล่งประกายออกมาจากร่างกายของเขาและ
กระจายออกไปรอบๆ
เผ่ามารที่ชื่อฟีลามองมาที่เย่ฮวาและขมวดคิ้ว “คน
ของเผ่าเทพ? เจ้ามาทำอะไรที่นี่?”
เย่ฮวาแสดงตัวตน และบอกวัตถุประสงค์ที่เดินทางมา
ที่นี่ทันที “เทพธิดาให้ฉันมาแจ้งกับคนของเผ่ามารที่อยู่ใน
แดนวิญญาณหลิงหลัวว่า จักรพรรดิอันเดดได้ฆ่าผู้นำของ
เผ่าใหญ่ทั้ง 3 อย่างเผ่าคนแคระ เผ่าเอลฟ์และเผ่าออร์ค
ทั้งยังยึดจิตวิญญาณและหัวใจไปด้วย มีความเป็นไปได้ว่า
อาจจะเกี่ยวข้องกับวิญญาณห้าแดน ดังนั้นเทพธิดาจึงสั่ง
ให้ฉันมาเตือนทุกคนที่นี่”
“จักรพรรดิของเผ่าอันเดด?” เสียงทุ้มต่าดังขึ้นข้าง
หลังเย่ฮวา ทำให้เย่ฮวาขนลุกซู่ไปทั่วร่าง มีคนอยู่ด้านหลัง
เขาตั้งแต่ตอนไหน? ทำไมเขาไม่รู้สึกเลย!
เย่ฮวารีบหันหลังกลับไป พบว่ามีชายคนหนึ่งที่อยู่ใต้
เสื้อคลุมสีดำยืนอยู่ด้านข้าง เส้นผมสีดำยาวปลิวไสวตาม
แรงลม รูปร่างดูบอบบาง เหมือนกับเด็กน้อยที่อยู่บนต้นไม้
เพียงแต่ใบหน้าของอีกฝ่ายดูเป็นผู้ใหญ่มากกว่า และรู
ม่านตาสีม่วงก็มีสีเข้มกว่ามาก!
[โซฟิส] (เผ่ามารระดับ 7)
เลเวล :???
พลังโจมตี :???
พลังป้องกัน :???
พลังชีวิต :???
แนะนำ :???
……
ตามที่คิดไว้ ค่าสเตตัสของชายคนนี้ก็ยังไม่สามารถ
ตรวจสอบได้อีกเช่นกัน แต่เขาเป็นถึงเผ่ามารระดับ 7 คงมี
ความแข็งแกร่งกว่าเด็กผู้ชายคนนั้นอย่างแน่นอน
“ท่านพ่อ” เด็กชายตะโกนเสียงดัง จากนั้นจึงกระโดด
มายืนข้างๆ ชายคนนั้น
เย่ฮวาเห็นการกระโดดที่ไกลถึง 30-40 หลา ทำให้เขา
แทบไม่ละสายตา แรงกระโดดแบบนี้ยังนับว่าเป็นมนุษย์
อีกเหรอ?
โซฟิสมองมาที่เย่ฮวาแล้วกล่าวอย่างเคร่งขรึม “ลุกขึ้น
เถอะ”
เมื่อได้รับอนุญาตจากคนในพื้นที่แล้ว เย่ฮวาจึงวางใจ
และลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว
โซฟิสมองเย่ฮวา จากนั้นจึงกล่าวว่า “เจ้าช่วยบอกทุก
อย่างที่เจ้ารู้ให้ข้าฟังได้ไหม?”
เย่ฮวารีบพยักหน้า จากนั้นจึงเล่าทุกอย่างที่ท่านโห่ว
เล่าให้เขาตลอดทาง และเมื่อโซฟิสได้ยินจึงขมวดคิ้ว
จากนั้นเขาจึงนำเย่ฮวาเดินทางไปที่เมือง
เมื่อโซฟิสมาถึงเมือง องครักษ์เผ่ามารระดับ 5 สองตัว
ก็ได้หยุดพวกเขาไว้ “ให้ข้าเข้าพบจอมมารโรซาดี้ นี่เป็น
เรื่องความเป็นความตายของเผ่ามาร!”
“ท่านจอมมารมีคำสั่งไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าไปใน
เมือง!” องครักษ์ไม่ขยับตัวแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นเช่นนั้น เย่ฮวาก็พอเดาสถานการณ์ของเผ่า
มารได้ ดูเหมือนว่าเผ่ามารจะไม่ได้ร่วมมือกัน ไม่ต่างจาก
เผ่ามนุษย์เลย
“ถ้ามีธุระสำคัญก็เข้ามาสิ”
ทันใดนั้นก็มีเสียงผู้ชายอันน่าดึงดูดดังขึ้นจากด้านใน
เมือง จากนั้นชายในชุดขาวก็ได้ก้าวเท้าเดินออกมา เขายิ้ม
ให้กับโซฟิสขณะเอ่ยขึ้นว่า “ท่านลุง”
ชายคนนี้มีอายุ 20 ต้นๆ เป็นเผ่ามารระดับ 6 ดู
เหมือนว่าจะไม่ใช่คนธรรมดา อีกฝ่ายเรียกโซฟิสว่าลุง ก็
หมายความว่าพวกเขาเป็นญาติกัน แต่กลับปฏิบัติต่อกัน
แบบนี้เนี่ยนะ เผ่ามารนี่ยุ่งเหยิงดีจริงๆ
“แต่ท่านจอมมาร…” สีหน้าขององครักษ์ทั้งสองอึดอัด
อย่างเห็นได้ชัด
เมื่อเหลือบมองชายที่ชื่อว่าอีวานคนนี้ เขาจึงขมวดคิ้ว
และกล่าวกับองครักษ์ทั้งสองว่า “ถ้ามีปัญหาข้าจัดการ
เอง!”
“ขอรับ!”
องครักษ์ทั้งสองเมื่อได้รับคำสั่งจึงถอยออกไป โซฟิส
รีบก้าวไปข้างหน้าและกล่าวกับอีวานว่า “ข้ามีเรื่อง
เร่งด่วนที่ต้องบอกต่อท่านจอมมาร”
อีวานพยักหน้า เขากล่าวกับโซฟิสด้วยความเคารพ
“ตามข้ามาเถิด”