ตำนานดาบเกมออนไลน์ - ตอนที่ 79 : สุสานวิญญาณ
หลังจากออกจากสังเวียนแล้วเย่ฮวาก็นำเงิน 3000
เหรียญทองไปเปลี่ยนเป็นเงินหยวนที่ร้านประมูล เพียงไม่
นานข้อความจากธนาคารก็ส่งเข้ามาในระบบว่าได้รับเงิน
จำนวน 8.7 หมื่นหยวนแล้ว ซึ่งเป็นเงินที่เยอะที่สุดตั้งแต่ที่
เย่ฮวาเคยเล่นเกมนี้เลย!
คิดไม่ถึงเลยนะเนี่ยว่าแค่เล่นเกมจะทำให้ได้เงินเยอะ
ขนาดนี้!
ไม่แปลกใจเลยที่สตูดิโอห้วนเฉิงที่มีจำนวนคนกว่าร้อย
คนสามารถยืนหยัดอยู่ในเกมได้ แถมยังมีหลายคนที่เข้ามา
อยู่ในเกมมากมายขนาดนี้ ที่แท้ก็เป็นเพราะนี่เป็นแหล่ง
ทำงานชั้นยอดนี่เอง!
นี่ก็ดึกมากแล้ว เย่ฮวาคุยกับผู้เล่นในกิลด์อยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนที่จะขอตัวเพื่อจะออกจากระบบ
ผ่านไปอีกหนึ่งคืนแล้ว
……
เช้าวันรุ่งขึ้น
ร้านซาลาเปาด้านล่าง กวาจื่อกำลังกินซาลาเปาอยู่
แถมหมอนี่ดูเหมือนจะกินไปเจ็ดเข่งแล้วด้วย เย่ฮวาดื่มน้า
เต้าหู้และกวาดตาไปรอบๆ เขาไม่ได้เจอพ่อกับแม่มาครึ่งปี
แล้วสินะ ถ้าวันไหนว่างๆ คงจะต้องกลับไปเยี่ยมท่าน
หน่อยจะได้แวะเอาเงินไปให้ท่านด้วย
หลังจากกินข้าวเช้าเสร็จแล้วพวกเขาก็เข้าระบบอีก
ครั้ง ตอนนี้กวาจื่อหมกตัวอยู่กับผู้เล่นในกิลด์และช่วยคน
อื่นๆ เก็บเลเวลทั้งวันทั้งคืน แถมไม่มีเวลามาเก็บเลเวล
กับเย่ฮวาเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
มู่จื่อหานก่อนหน้านี้อยากจะคืนเงิน 3000 เหรียญทอง
ให้เย่ฮวา แต่เป็นเพราะเย่ฮวาปฎิเสธเธอจึงไม่ได้คืนเงินมา
ให้ ทั้งเย่ฮวาและเยว่เอ๋อร์ต่างก็เป็นรองหัวหน้าทั้งคู่ แม้แต่
เยว่เอ๋อร์ยังยอมควักเงินให้ตั้งหมื่นกว่าเหรียญทอง แต่เย่ฮ
วากลับให้ไปเพียงแค่ 3000 เหรียญทองแค่นี้ก็เสียหน้าจะ
แย่อยู่แล้ว นี่ยังคิดจะคืนเงินเขาอีก แล้วจะรับได้ได้ยังไง
กันล่ะ
เย่ฮวาถ่ายภาพแผนที่และส่งไปให้เยว่เอ๋อร์ เพียงไม่ถึง
ครึ่งชั่วโมงเธอก็ดึงเย่ฮวาเข้าไปอยู่ในกลุ่มซึ่งในกลุ่มมีมู่จื่อ
หานอยู่ด้วย
เยว่เอ๋อร์พูด “เสี่ยวหาน เย่ฮว่า ฉันเพิ่งจะได้รับเควสห
ลักมาเควสหนึ่ง สามารถแบ่งภารกิจได้มากสุด 5 คน พวก
เราไปทำภารกิจด้วยกันเถอะ!”
เย่ฮวาถาม “เควสหลักอะไรเหรอ?”
เยว่เอ๋อร์ยิ้ม “เป็นเควสหลักให้หาของน่ะ ความยาก
ระดับ S เลยนะ”
“โอ้ว!”
เควสระดับ S ถือเป็นอะไรที่น่ากลัวมาก และตั้งแต่เย่ฮ
วาเล่นเกมมาเย่ฮวาก็ไม่เคยรับภารกิจแบบนี้มาก่อนด้วย
แล้วถ้าหากว่า….เอ่อ…มีมู่จื่อหานด้วยนี่นา มีเธออยู่ก็คงไม่
ต้องกลัวอะไร
มู่จื่อหาน “ปกติเควสที่สามารถแชร์ได้แบบนี้มักจะ
เป็นเควสแบบกลุ่ม เควสระดับ S แบบนี้คงจะยากน่าดู
เพราะฉะนั้นพวกเราต้องสร้างกลุ่มเล็กขึ้นมาไม่งั้นคนที่
เสียเปรียบก็คือพวกเรา”
เยว่เอ๋อร์ “ตอนนี้เรายังขาดผู้เล่นระยะไกลกับฝ่ายฮีล
พวกเธอคิดว่าเลือกใครดีล่ะ?”
เย่ฮวายิ้ม “ฝ่ายฮีลคงไม่ต้องถามแล้วมั้ง? พี่หน่ายของ
พวกก็กำลังเม้ามอยอยู่ในแชทไม่ใช่เหรอ? เรียกเธอมาสิ!”
เยว่เอ๋อ์ลากเธอเข้ามาในกลุ่ม ทันทีที่พี่หน่ายเข้ามา
เธอก็พูดขึ้น “เยว่เยว่น้อย ลากพี่สาวเข้ามาแบบนี้มีอะไรรึ
เปล่าเนี่ย? หรือว่าจะคุยเรื่องที่ฉันคุยกับเธอเมื่อคืนเหรอ?
เอ๋? เย่เย่น้อยก็อยู่ในนี้ด้วยเหรอเนี่ย? จุ๊บๆ นะจ้ะ~
มั๊วะ!!!”
“ไปจุ๊บกับแมวเถอะไป!”
“อุ๊บส์! ฟาดงวงฟาดงาจังเลยนะเนี่ย หรือว่าวันนั้นของ
เดือนมาเหรอ?”
“……”
“เลิกโวยวายกันก่อนเถอะ”
มู่จื่อหานพูด “ที่ลากพี่เข้ามาเพราะอยากจะให้ช่วยทำ
เควสหลักระดับ S น่ะ พี่อยากจะเข้าร่วมด้วยกันไหม?”
พี่หน่ายยิ้ม “แล้วเยว่เยว่น้อยกับเย่เย่น้อยร่วมด้วยรึ
เปล่า?”
“ร่วมสิ!”
“อ่าวงั้นรออะไรล่ะ? รวมตัวที่ไหนว่ามาเลย!”
“ไปเจอกันที่ประตูเมืองทางทิศใต้ของเมืองชิงสุ่ยแล้ว
กัน”
“โอเค!”
……
ทางประตูทิศใต้ของเมืองชิงสุ่ย พี่หน่ายกำลังกอดเอว
เยว่เอ๋อร์พร้อมกับกระซิบอะไรบางอย่างจนทำให้เยว่เอ๋
อร์หน้าแดงระเรื่อขึ้นมา
มู่จื่อหานหันมาหาเย่ฮวาแล้วโบกมือเรียก เย่ฮวารีบ
เดินไปก็พบว่าพี่หน่ายกำลังยิ้มมาที่เย่ฮวาด้วยท่าทางเบิก
บาน
ตอนที่เดินมาตรงหน้ามู่จื่อหานก็พูดขึ้น “ตอนนี้มี
สมาชิก 4 คนแล้ว พวกเราไปหานักเวทย์มาเพิ่มอีกคนแล้ว
กัน”
เย่ฮวาถาม “ทำไมไม่ให้ซิงเหอมาล่ะ?”
มู่จื่อหานส่ายหน้า “ตอนนี้ซิงเหอเลเวล 37 อยู่เลย
ระดับความยากของเควสนี้เลเวลของผู้เล่นมีส่วน
เหมือนกัน ตอนนี้เยว่เอ๋อร์เลเวล 42 แล้ว ถึงจะสามารถ
รับเควสระดับ S มาได้ แต่ถ้าให้ซิงเหอไปฉันคิดว่ามัน
อันตรายเกินไปหน่อย”
เย่ฮวาคิด “แล้วพวกเธอมีตัวเลือกดีๆ ไหม?”
พี่หน่ายยกมือ “ฉันรู้จักนักเวทย์อยู่คนนึง ฝีมือไม่เลว
เลยนะ”
“ใคร?” เย่ฮวาถาม
พี่หน่ายยิ้ม “เธอเป็นนักเวทย์อันดับสองของเมืองหวน
เซียง~”
เยว่เอ๋อร์ “หืม! แล้วอยู่ที่เมืองชิงสุ่ยเหรอ?”
พี่หน่ายตาเป็นประกาย “ยังมาไม่ได้หรอก เพราะ
ตอนนี้ระหว่างสองเมืองยังไม่มีระบบเปิดวาร์ป ถ้าเปิด
เมื่อไหร่เธอก็คงจะวาร์ปมาหาฉันที่นี่”
มู่จื่อหานยิ้ม “ในเมื่อพี่หน่ายไม่รู้จักเพื่อนที่เป็นนัก
เวทย์ที่แข็งแกร่งในเมืองชิงสุ่ย งั้นฉันเรียกให้ป้านเฉิงเยียน
ซาของห้วนเฉิงมาช่วยแล้วกัน เพราะอย่างน้อยๆ พวกเรา
สองกิลด์ก็จะได้สร้างสัมพันธไมตรีต่อกันด้วย”
เยว่เอ๋อร์พยักหน้า “ถือว่าเป็นวิธีการที่ไม่เลวเลย
ถึงแม้ว่าผลประโยชน์จะไม่ควรไหลออกไปให้คนอื่น แต่ถ้า
ร่วมมือกับป้านเฉิงเยียนซาฉันคิดว่าเป็นตัวเลือกที่ดี
เพราะเขามีความสามารถที่แข็งแกร่งมากแถมถ้ามีเขาอยู่
เควสนี้คงจะง่ายขึ้นเยอะ”
“อื้ม ถ้างั้นเดี๋ยวฉันไปติดต่อเมิ่งเสี่ยวฉินอินเอง” มู่จื่อ
หานพูดจบก็ส่งข้อความหาเมิ่งเสี่ยวฉินอินทันที
เพียงไม่นานร่างของป้านเฉิงเยียนซาก็วาร์ปกลับมาที่
เมือง จะว่าไปคนของหวนเฉิงนี่ใช้ได้เลยนะเนี่ย
ป้านเฉิงเยียนซากึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาที่พวกเขา ท่าทาง
ของเขาดูเหมือนเด็กหนุ่มอายุ 17-18 ใบหน้าดูสง่าและดูดี
มาก แถมยังมีรอยยิ้มที่น่าประทับใจด้วย
พี่หน่ายกระซิบ “โว้ว! หล่อชะมัด!”
ป้านเฉิงเยียนซาเดินมาข้างเย่ฮวา “สวัสดี ได้ยินมาว่า
พวกนายต้องการความช่วยในการทำเควสระดับ S ฉัน
มาแล้ว คงไม่สายเกินไปใช่ไหม?”
มู่จื่อหานยิ้ม “ยังไม่สาย นายเข้ากลุ่มก่อนเดี๋ยวฉันแบ่ง
เควสให้!”
พูดจบเธอก็ลากป้านเฉิงเยียนซาเข้ากลุ่ม ทันใดนั้น
ข้อความจากระบบก็ดังขึ้น
“ข้อความจากระบบ: ผู้เล่น [เฉียนจื่อพ่าวโม่] ได้ทำ
การแบ่งเควส [หินวิเศษ] ระดับ S ท่านต้องการเข้าร่วม
หรือไม่?”
เย่ฮวากดตอบรับหลังจากนั้นคำแนะนำของเควสก็
ปรากฎขึ้น
[หินวิเศษ] (ระดับ S)
แนะนำภารกิจ : มีเมืองรองที่สำคัญสี่แห่งใน
แผ่นดินใหญ่ของหลิงเกิง สี่เมืองใหญ่เหล่านี้จะถูกเชื่อมต่อ
ผ่านวงเวทย์เคลื่อนย้าย ทว่าพลังงานของวงเวทย์นั้นเป็น
พลังเวทย์มนต์ขนาดใหญ่ภายในหินวิเศษ หินวิเศษของ
เมืองชิงสุ่ยมีอายุนับร้อยปีแล้ว แม้ว่าจะยังมีพลังวิเศษอยู่
ภายในนั้นแต่ก็ไม่สามารถที่จะรักษาวงเวทย์เคลื่อนย้ายให้
คงอยู่ได้ ด้านนอกเมืองชิงสุ่ยมีหลุมฝังศพที่ชั่วร้ายซึ่ง
ภายในนั้นมีหินวิเศษอยู่ภายในหลุมฝังศพ ถ้าหากสามารถ
นำหินวิเศษชิ้นนั้นกลับมาที่เมืองชิงสุ่ยและมอบให้กับ
กษัตริย์ได้ ท่านจะได้รับรางวัลชิ้นโต
……
ไปหลุมฝังศพอีกแล้ว!
ครั้งก่อนกวาจื่อก็ให้เย่ฮวาไปที่หลุมฝังศพของเหล่า
หวาง ครั้งนั้นพวกเขาเกือบจะถูกฆ่าตายด้วยซ้า แต่คิดไม่
ถึงเลยว่าครั้งนี้จะได้รับเควสแบบนี้อีกแล้ว แถมระดับ
ความยากของมันก็น่าจะมีบอสระดับสูงที่กำลังรอพวกเขา
อยู่แน่นอน
มู่จื่อหานเดินนำพวกเย่ฮวาไปยังแผนที่ที่พวกเราจะไป
ทำเควสในทันที รางวัลของเควสระดับ S นี้ถือว่าสูงมาก
อีกอย่างเควสหลักแบบนี้คงจะทำให้พวกเขาทั้ง 5 คน
ได้รับค่าสเตตัสที่สูงขึ้นไม่น้อยแน่ๆ
เพียงไม่นานพวกเขาก็เดินทางมาถึงแผนที่แห่งหนึ่ง
ซึ่งมีขนาดไม่ใหญ่เท่าไหร่นัก ที่แห่งนี้เป็นป่าโดยมีมอน
สเตอร์เดินวนเวียนไปมา และดูเหมือนว่าจะไม่มีทางเข้า
หลุมฝังศพด้วย
พี่หน่ายถามขึ้น “เควสนี้สามารถเข้าไปด้านในได้นี่ แต่
ทำไมถึงไม่เห็นทางเข้า?”
มู่จื่อหานยิ้มก่อนที่จะหยิบม้วนกระดาษขึ้นมา แล้วใช้
มือของเธอบีบจนม้วนกระดาษแหลกและร่วงลงสู่พื้น
ตูมๆๆๆ!
พื้นดินเกิดเสียงดังขึ้นพร้อมกับแรงสั่นสะเทือน
หลังจากนั้นหินแกะสลักขนาดใหญ่ที่มีรูปร่างราวกับสัตว์
ร้ายที่น่ากลัวค่อยๆ ปรากฏขึ้นตรงหน้าพวกเขา
ด้านบนหินมีประตูหินปรากฏขึ้น มันมีลักษณะถูกปิด
ตายอยู่ซึ่งดูเหมือนจะมีความแข็งและหนาเป็นอย่างมาก
มู่จื่อหานก้าวเท้าไปด้านหน้าอย่างช้าๆ ก่อนที่จะใช้มือจับ
ไปที่บนประตูบานนั้น ทันใดนั้นประตูก็ค่อยๆ เปิดอย่าง
ช้าๆ พร้อมกับฝุ่นที่ลอยขึ้นมาจากพื้นราวกับเป็นสถานที่ที่
ไม่มีคนมาที่นี่เป็นเวลานานแล้ว และไม่แน่ก็อาจจะเป็นที่
ที่ไม่เคยมีใครเดินเข้ามา
พวกเขาเดินตามมู่จื่อหานเข้าไปด้านใน ทันใดนั้นก็
สัมผัสได้ถึงความเย็นของลมที่ปะทะเข้ามา ในเวลา
เดียวกันเสียงร้องโหยหวนของอะไรบางอย่างก็ดังขึ้น
พร้อมๆ กับระบบที่ทำการแจ้งเตือน “ท่านได้เดินทางเข้า
สู่แผนที่ลับ [หลุมฝังศพวิญญาณ]”
[หลุมฝังศพวิญญาณ] : สุสานที่รวบรวมวิญญาณของ
ผีร้าย ที่นี่เป็นหลุมฝังศพของผู้แข็งแกร่ง ภายในแผนที่นี้
จะไม่สามารถใช้วาร์ปเพื่อกลับเมืองได้ หลังจากถูกสังหาร
ผู้เล่นจะฟื้นคืนชีพกลับมาในแผนที่นี้อีกครั้งด้วยระบบสุ่ม
……
กลับเมืองไม่ได้เนี่ยนะ! แถมตายแล้วก็ยังกลับเมือง
ไม่ได้ด้วย แผนที่นี้ต้องการให้พวกเขาเข้ามาตายชัดๆ!
เย่ฮวามองเข้าไปด้านในก็พบว่าด้านในประตูมีถ้าอยู่
และพวกเขาก็กำลังจะเดินเข้าไปด้านในหุบเขาที่มีความ
กว้างใหญ่แถมตรงหน้าก็ยังมีแม่น้าเล็กๆ อีกหนึ่งสาย ตรง
ขอบฝั่งแม่น้ามีต้นไม้ขนาดใหญ่เรียงรายอยู่ แถมยังมี
หิ่งห้อยที่บินอยู่เหนือต้นไม้เหล่านั้นจนเกิดแสงระยิบระยับ
ขึ้น
แม้ว่าที่นี่จะเป็นสถานที่ปิดแต่มันก็ดูเหมือนยังมีแสง
อยู่บ้าง จึงทำให้พวกเย่ฮวาสามารถมองเห็นด้านในได้ ถ้า
หากไม่ใช่เพราะเงยหน้าแล้วพบว่ามันมีหินปิดตายอยู่
ด้านบน เย่ฮวาคงคิดว่าที่นี่เป็นป่ายามค่าคืนที่มีทิวทัศน์ที่
ไม่เลวเลย
“กรรรรรรร”
ห่างออกไปราวๆ 20 หลา จู่ๆ ก็มีเงาของอะไร
บางอย่างปรากฎขึ้น ซึ่งเป็นมอนสเตอร์ที่มีรูปร่างราวกับ
มนุษย์ แต่สีหน้าและแววตาเต็มไปด้วยความชั่วร้าย
ถ้าจะบอกว่าเป็นมนุษย์ก็ไม่ถูกต้องสักทีเดียว เพราะ
ใบหน้าที่ดุร้ายนั้นดูเหมือนกับศพที่เพิ่งจะถูกรถชนจนร่าง
เละไปครึ่งตัว กางเกงสีฟ้าของมันดูของมันขาดรุ่งริ่ง แถม
ขาทั้งสองข้างก็ดูราวกับเป็นขาของหมูยังไงยังงั้น
ทันใดนั้นเย่ฮวาก็เห็นค่าสเตตัสของมัน
[ผู้คุ้มกันสุสาน]
เลเวล :46
พลังการโจมตี:697-724
พลังการป้องกัน:180
ค่าชีวิต:12000
แนะนำมอนสเตอร์ : ผู้คุ้มกันแห่งสุสานวิญญาณ พวก
มันเป็นสัตว์ประหลาดที่เกิดจากการกลายร่างของคนตาย
ด้วยยาพิเศษ ร่างกายของมันแข็งแกร่งและสามารถอยู่ได้
นานนับหมื่นปีโดยไม่เน่าเปื่อย พวกมันเคยเป็นทหารที่
ยอดเยี่ยมที่เอาชนะกองทัพอมนุษย์ในสงครามแห่งเทพ
เจ้าและปีศาจ ทว่าท้ายที่สุดพวกมันก็ถูกห้ามโดย
จักรวรรดิเนื่องจากวิธีที่ไร้มนุษยธรรมในการสร้างมัน
ขึ้นมา
……
“กรรรรร!”
เสียงคำรามของผู้คุ้มกันสุสานดังขึ้นก่อนที่จะกระโดด
เข้าใส่พวกเขาจนพื้นดินเกิดเป็นรอยร้าวขึ้น มันอ้า
ปากกว้างจนเผยให้เห็นฟันสีดำและของเหลวที่ไหล
ออกมาจากปาก
“มอนสเตอร์พวกนี้ไม่ได้แข็งแกร่งเท่าไหร่ พวกเราฆ่า
มันกันเถอะ!” มู่จื่อหานพูดพร้อมกับดวงตาที่ดูราวกับ
กำลังยิ้มแย้มอยู่
เยว่เอ๋อร์ง้างคันธนูในมือ “แปลกชะมัดเลย! นี่มันเคว
สระดับ S ไม่ใช่เหรอ? ทำไมมอนสเตอร์ถึงได้กระจอกแบบ
นี้? กากชะมัด”
พี่หน่ายยักไหล่ “อย่าเพิ่งดีใจไปก่อนเลย ตอนนี้มอน
สเตอร์อาจจะยังกระจอก แต่หลังจากนี้มันไม่แน่ว่าอาจจะ
น่ากลัวกว่านี้ก็ได้ เอ๋? ซาซา นายมองนมฉันทำไมเนี่ย?”
ป้านเฉิงเยียนซาหน้าเสีย “ใครดูนมเธอ? ฉันดูหนังสือ
เล่มนั้นที่อยู่ตรงหน้าเธอต่างหาก”
“อย่ามาพูดสองแง่สองง่ามนะ! ไม่งั้นฉันโกรธจริงด้วย!
”
เย่ฮวา “พี่หน่าย ฉันว่าพี่กลับไปก่อนก็ได้นะ”
พี่หน่าย “เดี๋ยวสิ! ฉันยังอยากได้ไอเท็มจากเควสนี้อยู่
นะ หลังจากนั้นก็จะพานายออกไปบิน~”
“บินกับผีสิ!”