ตำนานดาบเกมออนไลน์ - ตอนที่ 95 : มอบความไว้วางใจ
“โฮกกกกก……”
ขวานยักษ์ในมือฟาดลงบนบ่าของเย่ฮวาอีกครั้งจนทำ
ให้เลือดสดๆ ไหลหยด ‘ติ๋งๆ’ ลงบนหินที่พื้นก่อนจะแทรก
ซึมลงกับพื้นปฐพี
ดาบในมือของเย่ฮวาฟาดตอบกลับด้วยแสงที่ปกคลุม
อยู่บนปลายดาบ ทว่าในที่สุดพลังงานที่อยู่รอบแขนของ
เขาก็ค่อยๆ หายไปอย่างช้าๆ พร้อมกับภายในใจที่เริ่มเกิด
ความวิตกขึ้น
เอฟเฟคจากม้วนกระดาษพรแห่งพละกำลังหมดลง
แล้ว!
“ฉั่วะ!”
ดาบหลีกวงเกิดเป็นรอยเส้นเล็กๆ ขึ้นเพราะเขาใช้ดาบ
เพื่อป้องกันการโจมตีของมัน จึงทำให้การทนทานของมัน
ลดลงอย่างรวดเร็ว และตอนนี้ค่าความทนทานก็เหลืออยู่
เพียง 5% แล้วด้วย ถ้าหากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปดาบ
ได้แตกแน่!!
“-203”
ดาบในมือถูกเหวี่ยงและฟันเข้าใส่หน้าขาของบอส
ทว่ากลับไม่ได้สร้างความบาดเจ็บให้กับมันแม้แต่น้อย
ค่าชีวิตของบอสยังเหลืออีก 30% และตอนนี้เขาไม่มี
เอฟเฟคจากม้วนกระดาษพรแห่งพละกำลังอีกแล้ว ซึ่งถ้า
จะให้จัดการกับเลือดที่เหลืออยู่ของบอสก็ดูเหมือนว่าจะ
เป็นไปไม่ได้แล้วด้วย
เจ้าตั๊กแตนตำข้าวนอนอยู่ภายในกระเป๋าสัตว์เลี้ยง
และกำลังอยู่ในช่วงคูลดาวน์จึงไม่สามารถเรียกออกมาได้
ก่อนหน้านี้เป็นเพราะค่าชีวิตเหลืออีกไม่เยอะแล้ว บอ
สจึงเรียกใช้สกิลสะบั้นทลายวิญญาณออกมาอีกครั้ง เขา
จึงไม่มีทางเลือกจึงใช้เจ้าตั๊กแตนเพื่อเข้าไปขวางการโจมตี
ไว้ แต่ใครจะไปคิดว่ามันจะติดคริติคอลจนทำให้เจ้า
ตั๊กแตนตำข้าวถูกฆ่าตายภายในวินาทีเดียว!
ในเวลานี้เองเสียงของราชินีแมววิญญาณที่อยู่
ด้านหลังของเย่ฮวาก็ดังขึ้น “ทหารผู้กล้าหาญ…ข้าจะมอบ
พละกำลังให้แก่เจ้า!”
เย่ฮวาหันไปมองราชินีแมววิญญาณอย่างช้าๆ ก็พบว่า
เธอกำลังผายมือออก และใต้ฝ่ามือของเธอมีพลังงานแห่ง
ความมืดที่แข็งแกร่งปรากฎขึ้นและดูราวกับว่าพร้อมที่จะ
เผาไหม้ได้ตลอดเวลา
ราชินีแมววิญญาณกัดฟันแน่นแล้วใช้มือของเธอผลัก
มาด้านหน้าจนแสงเหล่านั้นพุ่งมาที่เขาอย่างรวดเร็ว !
บอสเห็นเช่นนั้นก็แผดเสียงออกมาด้วยความโกรธ
ก่อนที่จะใช้ขวานในมือฟาดโต้ตอบกลับไปที่กลุ่มลำแสง
นั้น!
ราชินีแมววิญญาณทรุดตัวลงกับพื้นพร้อมกับหอบ
หายใจอย่างหนักราวกับว่าเธอกำลังได้รับความเจ็บปวด
ทรมานอย่างแสนสาหัส
โถ่เอ้ย! ไม่ได้บอกด้วยนะว่ากลุ่มลำแสงนั่นมีไว้เพื่อ
อะไร! หรือว่ามันจะเป็นสกิลการโจมตีเหรอ?
กลุ่มลำแสงพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว อีกทั้งเป้าหมาย
ของมันก็ดูเหมือนว่าจะเป็นบอสตัวนั้น เขาจึงวิ่งตามกลุ่ม
ลำแสงออกไปเพื่อเตรียมพร้อมที่จะทำการโจมตีเสริมเข้า
ไปอีกครั้ง
ตอนที่ลำแสงนั้นกำลังพุ่งเข้าใส่ร่างของบอส ขวาน
ของมันก็ผ่ากลางจนทำให้กลุ่มลำแสงแบ่งออกเป็นสอง
ส่วน!
รูม่านตาของเขาหดเล็กลงในทันที การโจมตีของราชินี
แมววิญญาณอ่อนแอจนกระจอกขนาดนี้เลยเหรอ?
วินาทีถัดมากลุ่มลำแสงที่ถูกผ่าออกเป็นสองส่วนก็ทำ
การพุ่งเข้าใส่บอสต่อด้วยความเร็วที่ไม่ได้ลดลงเลย ทำให้
บอสไม่สามารถหลบการโจมตีของมันได้ ขณะที่ถลึงตา
มองกลุ่มลำแสงนั้นพุ่งเข้าใส่ร่างของตนเอง
“ข้อความจากระบบ : [ราชินีแมววิญญาณ] ได้
เรียกใช้สกิล [ปิดผนึกแห่งวิญญาณ] ไปยัง [ราชาผียักษ์
กลืนกินวิญญาณ] ภายในระยะเวลา 200 วินาทีนี้ [ราชาผี
ยักษ์กลืนกินวิญญาณ] จะไม่สามารถเรียกใช้สกิลได้ และ
ค่าสเตตัสจะลดลง 30%”
……
โว้ว!
ราชินีแมววิญญาณมีสกิลเจ๋งๆ แบบนี้ทำไมไม่เอา
ออกมาใช้ตั้งแต่แรกเนี่ย!
เย่ฮวาหันไปพยักหน้าให้ราชินีแมววิญญาณและพูดว่า
‘ขอบคุณ’ ไปที่เธอ เธอยิ้มตอบกลับมาให้เขา ในขณะที่
เขารีบกระโจนเข้าใส่บอสเพื่อไม่ให้เสียเวลาในทันที
ภายในระยะเวลา 200 วินาทีนี้จะเป็นโอกาสสุดท้าย
แล้ว!
ถ้าหากไม่สามารถฆ่าบอสให้ตายได้ถึงเวลานั้นเขาคง
จะตกอยู่ในอันตรายจริงๆ แล้วล่ะ สกิลปิดผนึกแห่ง
วิญญาณนี้จะช่วยปิดสกิลของมัน และหลังจาก 200 วินาที
นี้หมดลงเลือดของบอสที่ลดลงไปเยอะขนาดนั้นก็อาจจะ
สามารถเรียกใช้สกิลออกมาพร้อมกัน 3 สกิลเลยก็เป็นได้
ถ้าหากเป็นแบบนั้นจริงๆ ล่ะก็….เหอะๆๆ…จะทำอะไร
ได้อีกล่ะ !
“-519”
คิดไม่ถึงเลยว่าหลังจากที่ค่าสเตตัสของบอสลดลงไป
30% แล้ว การโจมตีของเขาจะเพิ่มขึ้นมาไม่น้อยเลย!
ทันทีที่ขวานยักษ์ของบอสฟาดลงมา แม้ว่าการ
เคลื่อนไหวของมันจะเป็นเหมือนกับเมื่อครู่ แต่เขาก็รู้สึกได้
ว่าพลังงานที่ถูกส่งออกมามีความอ่อนแอลงไม่น้อย
“-673”
เมื่อเห็นค่าดาเมจเย่ฮวาก็รู้สึกมีความสุขขึ้นมา ถ้าหาก
เป็นแบบนี้เขาก็สามารถที่จะจัดการกับบอสได้ง่ายขึ้นแล้ว
เอาล่ะ! ต้องทำเวลาหน่อยแล้ว !
……
เคล้ง!
ดาบสุดท้ายถูกฟาดเข้าไปยังร่างของบอส ในที่สุด
เลือดของมันก็หมดลงจนทำให้เย่ฮวารู้สึกปลื้มปริ่มขึ้นมา
“อ๊ากกก! เป็นไปได้อย่างไรกัน!”
บอสเปล่งเสียงร้องออกมาขณะที่ร่างของมันกระตุก
ก่อนที่จะล้มตัวลงกับพื้น พร้อมกับร่างกายที่ยุบลงอย่าง
ช้าๆ ในที่สุดก็ถูกฆ่าตายแล้วสินะ !
สวบ!
เลเวลของเย่ฮวาอัพมาอยู่ที่เลเวล 52 ในทันที พร้อม
กับเจ้าตั๊กแตนเองก็เลเวลอัพมาอยู่ที่ 50 แล้ว จนเกือบจะ
เท่ากับเลเวลของเขาเลยทีเดียว
เย่ฮวาก้าวเท้าไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วแล้วพลิกร่าง
ของบอสเพื่อดูไอเท็มที่ถูกดรอปลงมา ซึ่งไอเท็มที่ได้รับ
กลับไม่ได้มีความแข็งแกร่งอะไรเลย
ส่วนใหญ่เป็นไอเท็มระดับโลหะดำและระดับบรอนซ์
แม้แต่ไอเท็มระดับเงินก็ยังไม่มีสักชิ้น แต่สิ่งที่ทำให้เขา
ตื่นเต้นก็คือด้านข้างศพของบอสมีหนังสือสกิลถูกดรอปลง
มาอยู่เล่มหนึ่ง
เย่ฮวารีบหยิบหนังสือขึ้นมาและเริ่มอ่านรายละเอียด
ทันที——
[สกิลสะบั้นทลายเวทย์] : ใช้พละกำลังทั้งหมดที่มีเพื่อ
โจมตีเข้าใส่เป้าหมาย การโจมตีจะสามารถสร้างค่าดาเมจ
ได้ถึง 180% หากเป้าหมายอยู่ภายในระยะรัศมี 10 หลา
จะได้รับการโจมตี 100% ใช้เวลาในการคูลดาวน์ 30
วินาทีและใช้งานค่ามานา 300 พอยท์ต่อครั้ง
……
สกิลระดับเทพสุดๆ ! แถมยังเป็นสกิลโจมตีด้วย! ใน
ที่สุดก็มีสกิลโจมตีที่เข้าท่ากับเขาบ้างสักที!
หนังสือสกิลเล่มนี้ดีกว่าไอเท็มตั้งหลายเท่า เพราะไอ
เท็มยังไงก็ต้องเปลี่ยนอยู่แล้ว แต่สกิลนี้สามารถใช้ได้
ตั้งแต่ได้รับมา แถมยังสามารถใช้ได้ตลอดไปโดยไม่สูญ
หายเลยด้วย ไม่ว่าสกิลสะบั้นทลายเวทย์นี้จะอยู่ในช่วงนี้
หรือช่วงหลังของเกม แต่ก็ยังถือว่าเป็นสกิลที่จะไม่ถูก
กำจัดออกไปอย่างแน่นอน!
หลังจากเก็บไอเท็มและเหรียญแล้ว เขาก็รีบวิ่งไปหา
ราชินีแมววิญญาณทันที ตอนนี้ร่างกายของเธอดูอ่อนแอ
เป็นอย่างมาก ใบหน้าที่ขาวซีดราวกับกระดาษช่างดูน่า
กลัวเสียเหลือเกิน เพราะมันไม่มีเลือดหลงเหลืออยู่เลย ทั้ง
ยังดูแย่กว่าตอนที่เจอกันก่อนหน้านี้มากด้วย
เย่ฮวารีบก้าวเท้าไปด้านหน้าและพูดกับเธอด้วยความ
กังวล “ผมจะพาท่านกลับเมืองชิงสุ่ย ที่นั่นมีคนที่มี
ความสามารถในการรักษาระดับสูง และพวกเขาจะต้อง
ช่วยท่านได้อย่างแน่นอน”
ราชินีแมววิญญาณยิ้มออกมาน้อยๆ พร้อมกับใช้
ดวงตาที่สวยงามมองมาที่เย่ฮวาและพูดต่อว่า “ข้าจะเล่า
อะไรให้เจ้าฟัง”
เขาชะงักไปครู่หนึ่ง นี่มันใช่เวลามานั่งเล่าเรื่องไหม
เนี่ย?
ทว่าเมื่อเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยการรอคอยคำตอบ
จากเธอ เขาก็ทำได้เพียงแค่พยักหน้าตอบกลับไปแบบ
เบาๆ
ราชินีแมววิญญาณพูดด้วยน้าเสียงแผ่วเบาและ
เชื่องช้า “เมื่อ 700 ปีก่อนท่านแม่ของข้าเคยพูดกับข้าไว้
ว่า การมีอยู่ของเผ่าแมววิญญาณก็เพื่อที่จะสู้กับเหล่า
ปีศาจในแดนนรก ตราบใดที่นรกไม่ย่างกรายเข้ามาแปด
เปื้อนบนพื้นปฐพี พวกเราก็จะซ่อนตัวอยู่ที่นี่ตลอดไป”
เย่ฮวาพยักหน้าและถาม “แล้วยังไงต่อครับ?”
ดวงตาของราชินีแมววิญญาณแสดงออกมาถึงความ
กังวลใจ “แต่มาถึงตอนนี้เผ่าแมววิญญาณได้ถูกทำลายลง
จนหมดสิ้นแล้ว เหลือเพียงตัวข้าและลูกน้อยในท้องของ
ข้าเท่านั้น เพราะฉะนั้นข้าอยากจะขอร้องเจ้าให้ช่วยดูแล
ลูกของข้าให้ด้วย……”
เย่ฮวาส่ายหน้า “ผทมาเพื่อช่วยให้ท่านออกไปจากที่นี่
และท่านจะต้องดูแลลูกของท่านเองครับ!”
ราชินีแมววิญญาณยิ้มออกมา “เจ้ารู้หรือไม่ว่าเผ่าของ
เราเคยมีการพูดถึงกันว่าเมื่อเผ่าของเราเกิดวันที่สูญสิ้นจน
หมดเผ่าพันธุ์ จะมีทหารผู้กล้าหาญปรากฎตัวขึ้นและ
บุคคลผู้นั้นจะมอบความหวังให้กับเผ่าพันธุ์ของเรา เมื่อ
หมื่นปีก่อนมีทหารผู้กล้าหาญเคยมาช่วยเผ่าพันธุ์ของพวก
ข้าไว้ มาในครั้งนี้เจ้าอาจจะเป็นทหารผู้กล้าหาญผู้นั้นที่
เคยพูดถึงกัน ดังนั้นข้าอยากจะยกลูกของข้าให้กับเจ้า…
แค่กๆๆ…”
ระหว่างที่พูดอยู่ราชินีแมววิญญาณก็ไอกระแอม
ออกมาจนเลือดสดๆ ไหลออกมาจากมุมปากของเธอ
เย่ฮวาเข้าใจความหมายของราชินีแมววิญญาณได้
ในทันที เขาจึงรีบลุกขึ้น “ผมจะพาท่านไปที่เมืองชิงสุ่ย
เดี๋ยวนี้เลย! ท่านรอผมตรงนี้ เดี๋ยวจะรีบย้ายหินพวกนี้
ออกไปก่อน!”
พูดจบเย่ฮวาก็ลุกขึ้นก่อนที่จะเดินไปตรงทางออกเพื่อ
ย้ายหินที่กำลังขวางทางอยู่
ฟึบ!
ทว่าจังหวะนั้นราชินีแมววิญญาณกลับคว้าข้อมือของ
เย่ฮวาไว้แล้วพูด “ตอนนี้พลังวิญญาณของข้าเหลืออีกไม่
มากแล้ว ก่อนหน้านี้ข้าได้รับบาดเจ็บ เมื่อครู่ข้าเองก็ได้ใช้
พลังวิญญาณไปอีกครั้งแล้ว ตอนนี้จึงเหลือเวลาอีกเพียง
แค่น้อยนิดเท่านั้น และข้าหวังว่าเจ้าจะสามารถดูแลลูก
ของข้าให้กับข้าได้”
“ท่านจะไม่เป็นอะไรครับ! ที่เมืองชิงสุ่ยน่ะ…..”
“ทหารผู้กล้าหาญเจ้าหยุดพูดเถอะ”
ราชินีแมววิญญาณพูดแทรกขึ้นมาพร้อมกับยิ้มมาให้
เธอดูเหมือนกับดอกไม้ที่งดงามที่เต็มไปด้วยความงดงาม
ทว่าก็ยังแฝงไปด้วยความอ้างว้างและโดดเดี่ยว เธอมอง
มาที่เย่ฮวาและพูดเสียงเรียบ “หลังจากที่เผ่าแมววิญญาณ
ของเราหายไปหลังเกิดสงครามเทพและปีศาจเมื่อหมื่นปี
ก่อน ก็มีผู้แข็งแกร่งจำนวนนับไม่ถ้วนที่ออกตามหาพวก
เรา อีกทั้งยังพยายามที่จะควบคุมพวกเราด้วย ถ้าหากเจ้า
นำข้ากลับไปยังเมืองชิงสุ่ย เจ้าคิดว่าคนเหล่านั้นจะมีน้าใจ
เพื่อช่วยรักษาข้างั้นรึ? ร่างกายของข้าเป็นเช่นไรข้ารู้ตัวข้า
ดี ตอนนี้ข้าได้มาถึงจุดที่เกินกว่าจะสามารถรักษาได้แล้ว
….. ”
พูดเช่นนี้แสงสว่างสีขาวก็ปรากฏขึ้นรอบตัวของเธอ
เธอยิ้มให้เย่ฮวาและพูดต่อ “ข้าเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว
หลังจากที่ข้าตายไป ข้าหวังว่าเจ้าจะช่วยเลี้ยงดูบุตรของ
ข้าให้กับข้า……”
พูดจบแสงสว่างเจ็ดสีก็สาดส่องลงมาบนตัวของราชินี
แมววิญญาณเป็นรูปทรงโดม หลังจากนั้นร่างของเธอก็
ลอยขึ้นไปกลางอากาศอย่างช้าๆ
“ตูม!”
เสียงลมกรรโชกอย่างบ้าคลั่งพร้อมกับเสียงของ
อสนีบาตที่ดังกระหน่าขึ้นท่ามกลางลมกรรโชกจนทำให้
เกิดแรงกดดันอย่างมากตรงบริเวณรอบข้าง และพื้นที่
รอบๆ ก็ดูเหมือนจะเกิดเป็นพลังงานไร้รูปร่างขนาดใหญ่
เกิดขึ้นราวกับรู้สึกเหมือนกำลังจะหายใจไม่ออก
เมื่อเห็นรูปทรงโดมที่มีแสงส่องขนาดใหญ่ยังคงเปลี่ยน
รูปทรงและใหญ่ขึ้นอย่างไม่หยุด ในที่สุดก็มองไม่เห็นร่าง
ของราชินีแมววิญญาณอีกต่อไป
เย่ฮวาเงยหน้ามองดูฉากตรงหน้า การให้กำเนิดบุตรที่
อยู่ในครรภ์นาน 30 ปีนั้นดูยอดเยี่ยมมาก แถมยังให้
ความรู้สึกขนลุกไปหมด
แสงสว่างค่อยๆ ขยายกว้างมากขึ้นราวกับเป็นลูกบอล
ที่อัดแน่นไปด้วยอากาศอย่างไม่หยุดยั้ง และพร้อมที่จะ
ระเบิดออกได้ตลอดเวลา
แสงสว่างทั้งเจ็ดสีปรากฏขึ้นตรงหน้าอีกทั้งยังห่อหุ้ม
ลูกกลมๆ ที่มีแสงสว่างนั้นไว้ ราวกับว่ากำลังเพาะพันธุ์
สิ่งมีชีวิตบางอย่างไว้บนที่สูง
หลังจากผ่านไปได้ไม่กี่นาที แสงสว่างนั้นก็ค่อยๆ หด
เล็กลงพร้อมกับเสียงของกระจกแตกที่ดังขึ้นจนทำให้
กลายเป็นดวงดาราเล็กๆ ที่กระจายออกมา และตกลงมา
ด้านล่างราวกับเป็นเกล็ดหิมะชิ้นเล็กที่ดูละเอียด
เย่ฮวายื่นมือออกไปรับเศษที่แตกลงมาตรงหน้าพร้อม
กับเสียงของราชินีแมววิญญาณที่ดังขึ้นราวกับกำลังพูดอยู่
ข้างหูของเย่ฮวา ทว่ามันก็กลับดูเหมือนถูกส่งมาจาก
สถานที่ที่ไกลออกไป
“ทหารผู้กล้าหาญ…ข้าฝากบุตรของข้าให้กับเจ้าช่วย
ดูแลด้วย นางอาจจะยังไม่รู้เรื่องราว แต่หลังจากที่นาง
เติบโตและมีความสามารถนางจะกลายเป็นผู้ที่แข็งแกร่ง
กว่าข้าหลายเท่า ช่วยดูแลและอบรมสั่งสอนนางให้ดีและ
อย่าให้นางหลงผิดทำในสิ่งไม่ดี และสุดท้ายโปรดจงเรียก
นางว่าเม่ยเอ๋อร์……”
เสียงของราชินีแมววิญญาณได้หายไปแล้ว เขาได้
ตะโกนเรียกออกไปแต่ก็ไม่ได้ยินเสียงของเธอตอบกลับมา
อีก แสงเจ็ดสีที่สว่างอยู่นั้นมีร่างเล็กๆ ที่กำลังลอยลงมา
ตรงหน้าเขาก่อนที่จะหยุดลง รูปร่างของสิ่งมีชีวิตนี้เป็น
แมวตัวน้อยสีเหลืองอ่อนที่กำลังนอนหลับใหลอยู่ ทว่ามัน
มีหางทั้งหมดเก้าหางและทำให้มันดูแตกต่างไปจากแมว
วิญญาณตัวอื่น
เย่ฮวายื่นมือออกไปลูบขนที่อ่อนนุ่มบนตัวของมัน
ทันใดนั้นเสียงจากระบบก็ดังขึ้นข้างหู
“ข้อความจากระบบ : ท่านยินดีที่จะผูกสัญญาชีวิตกับ
[แมววิญญาณเก้าหาง] หรือไม่? ”
ผูกสัญญาชีวิต? ไม่เห็นจะเคยได้ยินเลย แต่พอคิดถึง
ราชินีแมววิญญาณแล้วเธอคงจะไม่ทำร้ายเขาหรอกมั้ง
เอาเป็นว่าผูกก็ผูก…..
หลังจากกดตกลงแล้วร่างของแมววิญญาณตัวน้อยก็
กลายเป็นแสงสว่างและลอยเข้าใส่ร่างของเย่ฮวา พร้อม
กับช่องตารางสัตว์เลี้ยงที่มีสัตว์เลี้ยงเพิ่มออกมาอีกหนึ่งตัว
เย่ฮวากดเรียกมันออกมา ภาพเบื้องหน้าได้ปรากฎเจ้า
แมววิญญาณเก้าหางตัวน้อยเข้ามานอนขดตัวอยู่ในอ้อม
กอดของเขา แถมยังส่งเสียงร้อง ‘เมี๊ยวๆ’ และลืมตามอง
มาที่เขาด้วยดวงตาสีเขียวมรกต
เย่ฮวายื่นมือออกไปลูบหัวเล็กๆ ของมันด้วยความ
เอ็นดู ในขณะที่มันก็ทำหน้าตาน่าเอ็นดูพร้อมกับส่งเสียง
ร้องเมี๊ยวๆ อยู่ในอ้อมกอดของเขา โดยที่มันไม่รู้เลยว่าแม่
ผู้ให้กำเนิดของมันได้ลาโลกไปแล้ว
เย่ฮวากดดูข้อมูลของมันเพื่อดูค่าสเตตัสที่มันมี ทันทีที่
เห็นค่าสเตตัสของมัน เขาก็ยืนอึ้งกิมกี่อยู่ที่เดิมราวกับ
กลายเป็นก้อนหินทันที!
[แมววิญญาณเก้าหาง——เม่ยเอ๋อร์] (สัตว์เลี้ยงบอสระ
ดับทองเข้ม)
พลังการโจมตี :★★★★★★☆
พลังการป้องกัน :★★★★★☆
ค่าชีวิต:★★★★★
ค่าความว่องไว :★★★★★★★
ค่าเวทย์ :★★☆
สกิล ——
[เหยียบย่ารวมวิญญาณ] : รวบรวมพลังแห่งวิญญาณ
ก่อนที่จะใช้การเท้ากระทืบลงบนพื้นดินเพื่อใช้พลัง
วิญญาณจัดการกับเป้าหมายในระยะห่าง 8 หลาโดยจะถูก
โจมตีด้วยพลังแห่งวิญญาณ
[ทลายวิญญาณเผาไหม้] : รวบรวมพลังวิญญาณไว้ที่
อุ้งเท้าหน้าและทำการโจมตีไปที่เป้าหมายโดยสร้างค่าดา
เมจด้วยการโจมตีแบบธรรมดา 130-200%
[จิตวิญญาณคุ้มกันผู้ควบคุม] : เมื่อค่าชีวิตของผู้
ควบคุมลดลงเหลือ 20% ค่าดาเมจที่เกิดขึ้นทั้งหมดจะถูก
ถ่ายโอนมาที่ร่างของมันและเมื่อค่าชีวิตเป็นศูนย์ มันจะไม่
สามารถถ่ายโอนค่าดาเมจได้อีกยกเว้นค่าเอฟเฟคในการ
ช่วยเหลือโดยการใช้บัพ
[ชีวิตเดียวกัน] (ความสามารถพิเศษ) : สกิลนี้เป็น
ความสามารถพิเศษของแมววิญญาณเก้าหางซึ่งมันจะ
ได้รับค่าประสบการณ์จากผู้ควบคุม 3% เมื่ออยู่ใน
สถานะการต่อสู้ ทว่าเมื่อผู้ควบคุมออกจากสถานการณ์
ต่อสู้ก็จะไม่สามารถเรียกใช้สกิลได้