ตำนานราชาแห่งทหารรับจ้าง - ตอนที่ 8: กิสเลน vs แฟรงค์
นพริบตา ชายคนหนึ่งสิ้นชีพทันที
“แก…ไอ้สารเลว!!”
ชายอีกคนรีบฟันดาบลงใส่กิสเลน แต่เขาหลบได้อย่างง่ายดายและเพียงแตะขอบของดาบด้วยหลังมือ
เคร้ง!
เสียงดังเบาๆ ขณะที่แขนที่จับดาบของศัตรูถูกกระแทกขึ้นสูง เปิดส่วนลำตัวทิ้งไว้โดยไร้การป้องกัน
กิสเลนจับหน้าของชายคนนั้นแล้วกระแทกลงกับพื้น
ตึง!
เสียงดังสะเทือนขณะที่หัวของศัตรูฝังลึกลงในดิน เลือดเริ่มซึมออกมาอาจเพราะกะโหลกร้าว แต่กิสเลนไม่หยุด เขายังคงจับหัวของศัตรูและกระแทกลงกับพื้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ตึง! ตึง! ตึง! ตึง!
เมื่อทำซ้ำหลายครั้ง หัวของชายคนนั้นก็ถูกบดขยี้จนยับเยิน
กิสเลนค่อยๆ ยืดตัวขึ้นยืน ใบหน้าของเขายังคงนิ่งเฉยขณะจ้องมองไปยังแฟรงค์
ใบหน้าของแฟรงค์แข็งทื่อด้วยความตื่นตะลึง ทุกสิ่งเกิดขึ้นรวดเร็วเกินไปจนเขาตอบสนองไม่ทัน
‘สายตานั่น…มันอะไรกัน?’
กิสเลนจ้องเขาด้วยสายตาเย็นชา ราวกับสัตว์ร้ายที่หิวกระหายเลือด แฟรงค์รู้สึกถึงความหนาวเย็นแผ่ซ่านไปทั่วร่าง กิสเลนดูราวกับปีศาจผู้กระหายการสังหาร แม้ว่าแฟรงค์จะเคยฆ่าคนมามากมาย แต่เขาไม่เคยเห็นใครที่เปล่งออร่าที่น่ากลัวเช่นนี้มาก่อน
‘ไม่เห็นเหมือนข้อมูลที่ได้มาเลย’
กิสเลนเพิ่งแสดงการใช้มานาออกมาอย่างชัดเจน ไม่มีทางที่คนอายุน้อยขนาดนี้จะเคลื่อนไหวด้วยความแข็งแกร่งและความเร็วแบบนี้ได้หากไม่ใช้มานา
‘เด็กคนนี้ควบคุมมานาได้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน’
การใช้มานาทำให้เขาแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปอย่างมหาศาล แต่ข้อมูลที่ได้มาทำให้พวกเขาคิดว่ากิสเลนเป็นแค่เด็กอ่อนแอ ไม่มีฝีมืออะไรเลย
“กิสเลน ดยุคแห่งเฟอร์เดียม เจ้าแกล้งทำตัวไร้ฝีมืองั้นเหรอ?”
แฟรงค์กลืนน้ำลายอย่างยากลำบากพลางถามด้วยเสียงสั่นๆ
กิสเลนเพียงยิ้มเยาะพลางชักดาบของเขาออกมา “จะปกปิดหรือไม่ มันไม่สำคัญแล้ว ข้าขอถามอีกครั้ง—ใครเป็นคนจ้างเจ้า?”
แฟรงค์ส่ายหัว “เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้หรอก ถึงแม้จะเก่งแค่ไหน เจ้าก็ต้องตายที่นี่”
แม้จะตกใจ แฟรงค์ก็ยังพยายามควบคุมสถานการณ์ เขาไม่เคยคาดคิดว่ากิสเลนจะมีพลังเช่นนี้ แต่มันก็ยังไม่เพียงพอจะทำให้เขาหวาดกลัวได้
กิสเลนหัวเราะแห้งๆ “ก็เดาไว้แล้วแหละ คนร้ายมักไม่ยอมปริปากง่ายๆ อยู่แล้ว”
“อย่าคิดว่าชนะได้เพียงเพราะกำจัดลูกน้องข้าได้นะ เจ้ายังเด็กและไร้ประสบการณ์เกินไป ข้าจะสอนให้เจ้าเห็นถึงความแข็งแกร่งของจริง”
กิสเลนยิ้มมุมปาก “ข้าอาจมีประสบการณ์มากกว่าเจ้าก็ได้นะ~”
แฟรงค์ทำหน้าเหยียดหยามก่อนจะตั้งท่าเตรียมต่อสู้ คราวนี้เขาตั้งใจจะรีบจัดการให้จบและกลับไปทันที
กิสเลนเองก็ตั้งท่าพร้อมรบ สายตาของเขาเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน “ถ้างั้น…เริ่มกันเลยเถอะ”
พรวด!
กิสเลนเป็นฝ่ายโจมตีออกไปก่อน แฟรงค์ยกดาบขึ้นป้องกันอย่างรวดเร็วและสวนกลับในทันที
ฉึบ!
ดาบทั้งสองปะทะกันอย่างรุนแรง เอเลน่ามองเหตุการณ์ด้วยหัวใจที่เต้นระทึก เธอทำได้เพียงมองอย่างเป็นกังวล ‘ข้า…ข้าควรหนีดีไหม?’
เธอลังเลว่าควรจะกลับไปเรียกความช่วยเหลือหรือไม่ แต่ความคิดที่จะทิ้งพี่ชายไว้ทำให้เธอลังเล พลางคิดว่าหากมีศัตรูซุ่มซ่อนอยู่ การกระทำโดยลำพังอาจจะยิ่งทำให้เธอตกอยู่ในอันตราย
ขณะที่เอเลน่ากำลังตัดสินใจ การต่อสู้ระหว่างกิสเลนกับแฟรงค์ก็ยิ่งดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ
จากมุมมองของกิสเลน แฟรงค์ถือเป็นอัศวินฝีมือเยี่ยม เขาใช้งานมานาอย่างเชี่ยวชาญกว่าที่กิสเลนเคยพบมา ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมแฟรงค์ถึงมั่นใจในการบุกเข้ามาในอาณาเขตเพอร์เดียม
‘ยิ่งสู้ต่อไป ข้าจะยิ่งเสียเปรียบ’
ด้วยเวลาฝึกสะสมมานาเพียงหนึ่งสัปดาห์ การรับมือกับแฟรงค์ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ความเชี่ยวชาญในเพลงดาบของกิสเลนช่วยให้เขาสู้ได้อย่างสูสี
แฟรงค์เองก็คิดเช่นนั้นเช่นกัน ‘เพลงดาบอะไรกันวะเนี่ย?!’
เพลงดาบของกิสเลนมีความดุร้ายและแฝงด้วยเจตนาฆ่าฟัน หนักแน่นและไม่เป็นไปตามแบบแผนทั่วไป ดาบของเขาราวกับสัตว์ป่าอำมหิตที่พร้อมจู่โจมจากมุมที่คาดไม่ถึงเสมอ แม้แฟรงค์จะพยายามบล็อกการโจมตี แต่ดาบของกิสเลนก็เลื่อนมาโจมตีจุดสำคัญของเขาในมุมที่ไม่คาดฝัน
‘นี่ไม่ใช่เพลงดาบของตระกูลเพอร์เดียมแน่ เขาไปฝึกมันมาจากที่ไหนกัน?’
แฟรงค์รู้สึกว่าฝีมือดาบของกิสเลนนั้นสูงกว่าเขาหลายระดับ หากไม่ใช่เพราะพลังมานาที่ช่วยเสริมร่างกายให้แข็งแกร่งขึ้น เขาคงถูกสังหารไปนานแล้ว
‘แต่ยังไงข้าก็ชนะอยู่ดี’
แฟรงค์ดึงมานามาใช้มากขึ้นเพื่อเร่งให้การต่อสู้จบลง ในขณะที่เวลาดำเนินไปบาดแผลบนร่างกายของกิสเลนก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
เปรี้ยง!
กิสเลนแทบจะกันดาบของแฟรงค์ไม่ไหว ขณะพยายามสังเกตเพื่อหาคำตอบว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลัง “ข้าลองทายได้ไหม? ดัชชีเดลฟีน? หรือบางทีอาจเป็นเคานต์เดสมอนด์”
แฟรงค์มองกิสเลนด้วยความตกใจ แต่รีบเก็บอาการ “ไอ้ตัวอันตราบ”
ดาบของพวกเขาปะทะกันอย่างรุนแรง กิสเลนยิ้มเยาะ “หึ ข้าไม่ต้องการคำยืนยันแล้ว มาจบกันเถอะ”
แฟรงค์ตอบกลับอย่างมั่นใจ “แม้จะมีฝีมือ ข้าก็ยังเหนือกว่าเจ้า อย่าเสียเวลาไปเลย รู้ไปก็เท่านั้น ยังไงก็ตายที่นี่อยู่ดี!”
เสียงของดาบที่ปะทะกันดังกึกก้องในอากาศ กิสเลนกัดฟันแน่นพลางยิ้มเหี้ยมเกรียม “ข้ารู้ชัดหมดแล้ว ถึงเวลาจบเรื่องนี้แล้วล่ะ”
แรงปะทะของมานาส่งผ่านดาบของทั้งคู่ กิสเลนเริ่มเสียเปรียบเมื่อดาบของเขาถูกดันกลับไป แฟรงค์เชื่อมั่นในชัยชนะของตน
แต่ทันใดนั้น…
“สงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพทหาร เจ้าคิดเหมือนกันไหม?”
ดวงตาของกิสเลนเปล่งประกายสีแดงอย่างน่ากลัว
แฟรงค์รู้สึกถึงลางร้าย เขาพยายามทุ่มพลังทั้งหมดเพื่อผลักดันกิสเลนออกไป แต่ในวินาทีนั้นเอง
วู้ม!
จุดกำเนิดมานาที่สองในตัวกิสเลนเริ่มหมุนวน ปลดปล่อยพลังมหาศาลออกมา แสงสีแดงเข้มเปล่งออกมาจากดาบของกิสเลน ปกคลุมดาบราวกับเปลวเพลิง
“อึก!”
เสียงครางหลุดจากปากแฟรงค์ ขณะที่แรงกดดันของกิสเลนเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
“นี่มันอะไรกัน!”
แฟรงค์ร้องออกมาด้วยความตกตะลึง ขณะที่กิสเลนค่อยๆ ผลักดาบของเขากลับไปด้วยรอยยิ้มเย็นชา
“เจ้าคงไม่เข้าใจ… ข้ารอวันนี้มานานแค่ไหน”
ความโกรธและความทรงจำอันเจ็บปวดที่คอยตามหลอกหลอนมาตลอดชีวิตนั้นพลันกลายเป็นความมุ่งมั่นที่เด็ดเดี่ยว
“ครั้งนี้มันจะต่างออกไป”
กิสเลนระเบิดพลังจากจุดกำเนิดมานาที่สามออกมา
บึ้ม!
แรงมหาศาลไหลผ่านร่างกายของกิสเลน ส่งแฟรงค์กระเด็นไปด้านหลังอย่างแรง
“อะ…อะไรกันเนี่ย…”
แฟรงค์พยายามจะตั้งตัวอีกครั้ง แต่ก็ไม่อาจซ่อนความกลัวในดวงตาได้ พลังที่กิสเลนแสดงออกมานั้นเกินกว่าที่เขาเคยพบเห็น
‘นี่เขาแกล้งอ่อนแอมาตลอดงั้นหรือ? ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ทำไมเขาถึงยอมทนบาดเจ็บขนาดนี้?’
แฟรงค์สับสน ขณะที่พยายามประมวลผลสิ่งที่เกิดขึ้น
กิสเลนไม่ปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดมือ
“ตั้งรับดีๆล่ะ”
เปรี้ยง!
กิสเลนขยับตัวอย่างรวดเร็วและฟาดดาบลงด้วยแรงมหาศาล
เคร้ง!
แฟรงค์แทบจะกันดาบไม่ทัน แต่การโจมตีต่อไปก็ตามมาในทันที
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
กิสเลนจู่โจมอย่างไม่หยุดยั้ง แฟรงค์ถูกไล่ต้อนถอยหลังไปเรื่อยๆ ด้วยแรงกดดันจากดวงตาสีแดงที่วาวโรจน์ของกิสเลน
‘เป็นไปไม่ได้! ทำไมเขาถึงมีพลังมากมายขนาดนี้!’
กิสเลนยังคงสู้ต่อไป แม้ว่าระยะเวลาที่เขาจะคงพลังนี้ได้จะจำกัดเพียงไม่กี่นาที เขาต้องจบการต่อสู้ให้ได้ภายในเวลานี้
เปรี้ยง!
ดาบของกิสเลนปะทะกับดาบของแฟรงค์อีกครั้งอย่างแรง
ครั้งนี้ ดาบของแฟรงค์ถึงกับแตกหัก
ท่ามกลางเศษดาบที่กระจายออกมา แฟรงค์มองกิสเลนด้วยความไม่เชื่อในสายตา
“นี่มัน…เกิดขึ้นได้ยังไง…”
กิสเลนจ้องมองเขาด้วยสายตาเย็นชาและพูดว่า
“ถ้าคิดว่าจะได้ตายง่ายๆ เจ้าฝันไปเถอะ!”