ตื่นขึ้นในโลกแห่งการสังหารด้วยความสามารถระดับ SSS! [นิยายแปล] - ตอนที่ 137 น้ำแข็งและไฟ สงครามเทพเจ้า
- Home
- ตื่นขึ้นในโลกแห่งการสังหารด้วยความสามารถระดับ SSS! [นิยายแปล]
- ตอนที่ 137 น้ำแข็งและไฟ สงครามเทพเจ้า
ภาพตรงหน้าทำให้ฉินเฟิงต้องตกตะลึง วินาทีต่อมา เจียวหลงก็หันกลับมามองเขาอีกครั้ง
โฮก! ตามมาด้วยเสียงคำรามของมังกรสะท้านฟ้า เจียวหลงพุ่งเข้าหาฉินเฟิง ร่างมังกรยาวกว่าร้อยจั้งทะยานขึ้นสู่ฟ้า ก่อเกิดคลื่นพลังสะท้านสะเทือนทั่วฟ้าดิน พายุพัดกระหน่ำไปไกลนับร้อยลี้
เจียวหลงก็พุ่งเข้าใกล้ฉินเฟิงอีกครั้ง กลิ่นอายความเกรี้ยวกราดรุนแรงขึ้นกว่าเดิมเท่าตัว แรงกดดันมังกรที่ถาโถมเข้าหาฉินเฟิงนั้นช่างมหาศาล
เมื่อแรงกดดันมังกรปรากฏขึ้น มันได้สร้างสนามพลังไร้รูปร่างขึ้นในรัศมีหลายลี้ กดดันจนพื้นดินแตกระแหง
ฉินเฟิงยืนอยู่ใจกลางสนามพลังนั้น ก็รู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาล เหงื่อเย็นเยียบผุดขึ้นบนหน้าผาก ในชั่วพริบตานั้น เจียวหลงก็พุ่งเข้ามายืนอยู่เหนือศีรษะของเขาแล้ว
วูบ! เจียวหลงโจมตีอีกครั้ง กรงเล็บมังกรยักษ์ที่มาพร้อมกับสายลม หวังกดทับฉินเฟิงอีกครา ปลายเล็บอันแหลมคมกรีดผ่านอากาศ ก่อให้เกิดเสียงคลื่นกระแทกอันน่าตกตะลึง
สีหน้าของฉินเฟิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย กรงเล็บที่มีพลังต่อสู้สองร้อยดาวนี้ มีอานุภาพทำลายล้างโลก เขาไม่กล้ารับตรงๆ จึงรีบหลบออกไปด้านข้าง
ตูม! เสียงระเบิดดุจฟ้าถล่มดินทลาย กรงเล็บนั้นพลาดเป้า ทำให้พื้นดินระเบิด หุบเขาสั่นสะเทือน หินกรวดปลิวว่อน ฝุ่นควันตลบอบอวล และทิ้งรอยกรงเล็บบนพื้นลึกหลายสิบจั้งเอาไว้
จากใจกลางรอยกรงเล็บนั้น พื้นดินก็แตกระแหงขยายออกไปโดยรอบเป็นระยะทางหลายลี้ พลังของกรงเล็บนี้ช่างน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง หากเป็นผู้แข็งแกร่งระดับมนุษย์คนอื่น คงถูกกรงเล็บนั้นสังหารไปแล้ว
โฮกกก! เจียวหลงโกรธเกรี้ยวเป็นอย่างมาก และรู้สึกประหลาดใจอีกครั้ง บัดซบ! มนุษย์คนนี้เคลื่อนไหวเร็วเกินไป สามารถหลบเลี่ยงการโจมตีของมันได้ จากนั้น มันก็กวัดแกว่งกรงเล็บอย่างต่อเนื่อง มันไม่เชื่อว่าตัวเองจะโจมตีมนุษย์ตัวเล็กๆ เหมือนมดตัวนี้ไม่ได้
ครืนนน… ในชั่วพริบตา หุบเขาก็สั่นสะเทือน เสียงระเบิดดังไม่หยุดหย่อน เนินเขามังกรดับสูญก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงตามไปด้วย สถานการณ์ราวกับวันสิ้นโลก หินกรวดปลิวว่อนไปทั่วฟ้าดิน น่าสะพรึงกลัวอย่างที่สุด
ท่ามกลางเสียงระเบิดสะท้านฟ้าดินที่ดังไม่หยุด ร่างของฉินเฟิงก็เคลื่อนที่ไปมา ทิ้งไว้เพียงเงาร่างลางๆ เจียวหลงตามติดฉินเฟิงและระเบิดอย่างบ้าคลั่ง แต่มันก็ไม่อาจโจมตีได้สำเร็จ
ต้องรู้ว่า ฉินเฟิงเชี่ยวชาญแก่นแท้แห่งความเร็ว (ระดับ C) แก่นแท้แห่งวายุ (ระดับ C) และยังได้รับเพิ่มความเร็วหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์จากรองเท้าเทพวายุ เมื่อความสามารถทั้งสามอย่างนี้รวมกัน มันเทียบเท่ากับการเชี่ยวชาญพรสวรรค์ด้านความเร็วระดับ B ความเร็วของเขาจึงรวดเร็วอย่างยิ่ง
ในเวลานั้นเอง สถานการณ์ในสนามก็เกิดการเปลี่ยนแปลงกะทันหัน ฉินเฟิงพลันแบ่งร่างเป็นสาม พุ่งเข้าโจมตีเจียวหลงจากสามทิศทาง
เจียวหลงตกตะลึงในทันที เพราะมันไม่อาจแยกแยะได้ว่าร่างไหนคือร่างจริงของฉินเฟิง หลังจากนั้น ฉินเฟิงและร่างแยกทั้งสองก็พุ่งเข้าประชิด
โฮก! เจียวหลงคำราม ใช้กรงเล็บจับร่างของฉินเฟิงร่างหนึ่งเอาไว้ได้ แล้วบีบอย่างแรง
ปัง! เพียงครั้งเดียว มันก็บีบจนร่างของฉินเฟิงจนระเบิด ทว่าวินาทีต่อมา ร่างนั้นก็สลายกลายเป็นจุดแสงจำนวนมาก ลอยกระจายไปทั่วทิศทาง นั่นเป็นเพียงร่างแยกเท่านั้น
แสงคมดาบส่องประกายต่อเนื่อง ฉินเฟิงและร่างแยกอีกหนึ่งร่าง ฟาดฟันเข้าใส่เจียวหลง ก่อให้เกิดบาดแผลขนาดใหญ่สองแผล เผยให้เห็นเนื้อสีขาวซีด บาดแผลหนึ่งนั้นลึกจนมองเห็นกระดูก
ฉินเฟิงตกตะลึง เขาเห็นว่าตรงบาดแผลนั้น ไม่มีเลือดไหลออกมาอย่างที่เขาคิดไว้เลย
โฮกกก! เจียวหลงคำราม กลิ่นอายความโกรธเกรี้ยวรุนแรงในดวงตา แต่กลับไม่แสดงความเจ็บปวดใดๆ ออกมา มันเป็นร่างศพหุ่นเชิด ซึ่งเป็นซากศพตั้งแต่แรกอยู่แล้ว จึงไม่เกรงกลัวบาดแผลจากคมดาบเหล่านั้นเลย อย่างไรก็ตาม การที่มนุษย์ผู้นี้สามารถทำร้ายร่างกายของมันได้ ก็ทำให้มันทั้งตกใจและโกรธจัด
ฉินเฟิงก็ตกใจไม่แพ้กัน เป็นไปไม่ได้… สัตว์ประหลาดตัวนี้ไม่กลัวคมดาบเลย การฟันใส่ร่างของมันก็เหมือนกับการฟันใส่ซากศพ แล้วเขาจะฆ่ามันได้ยังไงกัน คราวนี้ยุ่งยากแล้ว
ในขณะนั้น เจียวหลงก็อ้าปากพ่นเพลิงขนาดใหญ่ที่ปะปนไปด้วยพลังงานธาตุลม ไฟที่ได้รับแรงหนุนจากลมทำให้พลังเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล และขอบเขตการโจมตีก็กว้างขึ้นทันที เปลวไฟก็กลายเป็นทะเลเพลิงครอบคลุมพื้นที่หลายลี้โดยรอบ ทำให้ฉินเฟิงและร่างแยกของเขาไม่มีทางหลีกเลี่ยง ทะเลเพลิงก็กลืนกินร่างแยกของฉินเฟิงไป
ปัง! ยังไม่ทันที่ฉินเฟิงจะทันได้ตอบสนอง ร่างแยกของเขาก็ถูกทะเลเพลิงอันน่าสะพรึงกลัวเผาผลาญจนหมดสิ้น กลายเป็นจุดแสงนับไม่ถ้วน
เปลวเพลิงนี้คือทักษะสืบทอดของเผ่ามังกรที่เรียกว่า ‘เพลิงกลืนกินมังกร’ สามารถเผาผลาญทุกสิ่งได้
เพลิงมังกรก็ใกล้เข้ามาถึงตัวฉินเฟิง ในชั่วขณะนี้ ฉินเฟิงสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิที่ร้อนระอุอย่างยิ่ง และพลังแห่งกเกณฑ์อันแปลกประหลาดบางอย่าง
เขารู้ดีว่าเพลิงกลืนกินมังกรที่เผาผลาญทุกสิ่งนั้น ไม่ได้อาศัยเพียงแค่อุณหภูมิเท่านั้น แต่ยังอาศัยพลังแห่งกเกณฑ์อีกด้วย
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือพลังแห่งกเกณฑ์ที่อยู่ภายในนั้น แม้เขาจะเปิดใช้งานเพลิงนรกสวรรค์ ก็อาจจะต้านทานการเผาผลาญของเพลิงกลืนกินมังกรไม่ได้ วิธีรับมือกับมันได้ มีเพียงอย่างเดียว คือใช้พลังที่ข่มกันได้
ฉินเฟิงประสานนิ้วมือขึ้น แล้วก็ร่ายพายุหิมะ ฟ้าดินก็เปลี่ยนสี ลูกศรน้ำแข็งและคมดาบหิมะนับไม่ถ้วนก็พุ่งเข้าใส่ทะเลเพลิงอันมหาศาล พร้อมกันนั้น เขาก็เปิดใช้งานพรสวรรค์ระดับ A วิถีแห่งธาตุทั้งห้า
ธาตุทั้งห้าเกื้อหนุนกันเป็นวงจร พลังของพายุหิมะเพิ่มขึ้นทันทีถึงห้าเท่า
นี่คือการประลองระหว่างน้ำแข็งและไฟ กินพื้นที่ไปหลายสิบลี้ ท้องฟ้าก็ส่งเสียงคำรามไม่หยุดหย่อน ราวกับเทพเจ้าสององค์กำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด แข่งขันกันควบคุมฟ้าดิน กลิ่นอายนั้นช่างยิ่งใหญ่ตระการตา
ปัง!
ซี่… หลังจากการต่อสู้ ทะเลเพลิงหมื่นจั้งก็มอดดับลง หิมะน้ำแข็งที่ไม่มีที่สิ้นสุดก็หายไปจนหมดสิ้น หมอกไอร้อนอบอวลไปทั่วฟ้า
ในครั้งนี้ น้ำแข็งและไฟเสมอกัน…
เจียวหลงตกใจเป็นอย่างมาก เพลิงกลืนกินมังกรของมัน มีพลังเทียบเท่าทักษะระดับห้า และเป็นการโจมตีที่ทรงพลังที่สุดของมัน กลับถูกมนุษย์ผู้นี้ขัดขวางได้ ดวงตาของเจียวหลงเผยให้เห็นความไม่เชื่ออย่างยิ่ง มนุษย์ที่อยู่ในระดับมนุษย์ เหตุใดจึงแข็งแกร่งถึงเพียงนี้?
วินาทีต่อมา มันก็คำรามเสียงดัง แล้วพุ่งเข้าสังหารฉินเฟิงอีกครั้ง มันไม่เชื่อหรอกว่าจะฆ่ามนุษย์ผู้นี้ไม่ได้
ฉินเฟิงคิดในใจว่า หากเป็นเช่นนี้ต่อไปคงไม่ดีแน่ เขาต้องหาจุดอ่อนของเจียวหลงและสังหารมันซะ
จริงสิ! งูมีเจ็ดฉื่อ [1] มังกรมีเกล็ดมังกรกลับด้าน จุดตายของเจียวหลงนี้ อาจจะอยู่ที่เกล็ดใต้คอของมัน
โฮกก! เจียวหลงก็พุ่งเข้ามา ฉินเฟิงจึงใช้วิธีเดิม นั่นคือแบ่งร่างเป็นสามอีกครั้ง และพุ่งเข้าใส่เจียวหลง
ปังๆ! เสียงระเบิดดังสองครั้ง เจียวหลงระเบิดร่างแยกทั้งสองร่างอย่างต่อเนื่อง ระหว่างนั้น ฉินเฟิงก็พุ่งเข้าสู่บริเวณเกล็ดใต้คอของเจียวหลง และดาบสวรรค์รัตติกาลในมือก็ฟาดฟันออกไป
ฉัวะ! แสงคมดาบวาบผ่าน เจตจำนงสังหารพุ่งทะยานสู่ฟ้า ดาบนั้นกรีดผ่านเกล็ดใต้คอ เลือดก็พุ่งกระฉูด
โฮกกกก… เจียวหลงร้องโหยหวนในทันที ถอยหลังอย่างบ้าคลั่ง พลังของมันก็อ่อนแอลงเล็กน้อย
ฉินเฟิงเบิกตากว้าง เผยให้เห็นสีหน้าดีใจอย่างบ้าคลั่ง ในที่สุดเขาก็พบจุดอ่อนของเจียวหลง นั่นก็คือเกล็ดใต้คอ
แท้จริงแล้ว ที่บริเวณเกล็ดใต้คอของเจียวหลงซากศพชั่วร้ายนั้น ซ่อนวิญญาณเจียวหลงเอาไว้ และวิญญาณเจียวหลงนั้น คือแกนกลางของซากศพหุ่นเชิดนี้ การที่เขาฟาดดาบเข้าที่เกล็ดใต้คอ ก็คือทำร้ายวิญญาณมังกรของมัน
ฉินเฟิงเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว และพุ่งเข้าหาเจียวหลงที่กำลังถอยห่างออกไปอีกครั้ง…
เชิงอรรถ
[1] เจ็ดฉื่อ ในที่นี้ หมายถึงตำแหน่งสำคัญที่เป็นตำแหน่งของหัวใจงู เมื่อใช้ในเชิงอุปมาอุปไมย จะสื่อถึงการเข้าถึงจุดวิกฤติหรือหัวใจสำคัญของเรื่อง มีเพียงการกุมจุดที่เป็นกุญแจไว้เท่านั้น ถึงจะสามารถจัดการปัญหาได้อย่างมีประสิทธิผล หรือนำไปสู่ความสำเร็จได้