ตื่นขึ้นในโลกแห่งการสังหารด้วยความสามารถระดับ SSS! [นิยายแปล] - ตอนที่ 244 เริ่มโจมตี หนึ่งบุรุษท้าทายใต้หล้า
- Home
- ตื่นขึ้นในโลกแห่งการสังหารด้วยความสามารถระดับ SSS! [นิยายแปล]
- ตอนที่ 244 เริ่มโจมตี หนึ่งบุรุษท้าทายใต้หล้า
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็เปิดหน้าจอแสงแห่งวิถีสวรรค์ขึ้น เพื่อตรวจสอบค่าสถานะของตัวเอง ทันทีที่เห็น เขาก็รู้สึกยินดี เพราะตอนนี้ค่าสถานะอิสระของเขามีถึงสองพันเจ็ดร้อยสิบหน่วย นี่เป็นผลมาจากการสังหารไป๋ฉยงและเฟิงซี แต่ส่วนใหญ่มาจากพลังการต่อสู้ที่ได้รับจากลูกน้องจำนวนมาก
ในตอนนี้ หมู่บ้านห้วงลึกแห่งมังกรมีผู้แข็งแกร่งระดับมนุษย์ขั้นสูงสุดที่มีพลังการต่อสู้มากกว่าหนึ่งร้อยดาว ถึงหกคน ได้แก่ ฉีเยว่ ฉีซาน ฉีอวิ๋น หลิวเซวียน เหลยเจวี๋ย และหลงซาน
อู๋หย่ง หลิวหยวน กู้หมิง ทั้งสามคนนี้เองก็ใกล้จะถึงระดับหนึ่งร้อยดาวแล้วเช่นกัน ดังนั้นฉินเฟิงจะต้องต่อสู้ด้วยสถานะที่แข็งแกร่งที่สุด…
จากนั้นฉินเฟิงก็เริ่มเพิ่มค่าสถานะให้กับตัวเอง เพียงชั่วครู่ ค่าสถานะสองพันเจ็ดร้อยสิบหน่วยก็ถูกเพิ่มจนหมดสิ้น พลังการต่อสู้ของเขาก็พุ่งสูงขึ้นเป็นแปดร้อยเจ็ดสิบสามดาว
แปดร้อยเจ็ดสิบสามดาว อยู่ไม่ไกลจากเป้าหมายเก้าร้อยดาวที่ฉินเฟิงตั้งไว้แล้ว ตราบใดที่พลังการต่อสู้ของเขาไปถึงเก้าร้อยดาว เขาก็จะเข้าร่วมการทดสอบนักรบศักดิ์สิทธิ์ เพื่อพยายามให้ได้การวางรากฐานขั้นสูงระดับเทพ แน่นอนว่านั่นก็ต้องอยู่ในกรณีที่เวลาเอื้ออำนวยด้วย
ปัจจุบัน เขายังมีเรื่องสำคัญอีกหลายอย่างที่ต้องทำ เช่น การจัดการกับกองทัพของเผ่าครามที่อยู่ตรงหน้า
“พ่อจ๋า พ่อกำลังมาแล้วใช่ไหมคะ?” ในตอนนั้นเอง เสียงของเสี่ยวหลวนก็ดังขึ้นในใจของฉินเฟิง
“ฉันจะไปเดี๋ยวนี้แหละ”
“พ่อจ๋า รีบๆ หน่อยนะคะ”
“ได้เลย”
พูดจบ ฉินเฟิงก็เตรียมจะออกเดินทาง แต่ในตอนนั้น เสียงของฉีเยว่ก็ดังขึ้นที่ข้างหูเขา
ฉีเยว่ : “นายท่าน เมื่อคืนภารกิจหมู่บ้านที่สาบสูญสิ้นสุดลงแล้ว หมู่บ้านเริ่มต้นสองแห่งในเขตพื้นที่หนึ่งของเรา ได้สร้างหมู่บ้านระดับศูนย์สำเร็จแล้วค่ะ”
ฉินเฟิงประหลาดใจ : “หมู่บ้านสองแห่งนั้นคือหมู่บ้านไหน?”
ฉีเยว่ : “ที่แรกคือหมู่บ้าน 767 เป็นหมู่บ้านของประเทศหนานเยว่ ผู้นำหมู่บ้านชื่อเหงียน ฝู ตอนนี้หมู่บ้าน 767 ได้เปลี่ยนชื่อเป็นหมู่บ้านข้ามมังกร ซึ่งหมายถึงต้องการจะก้าวข้ามหมู่บ้านห้วงลึกแห่งมังกรของเราค่ะ”
ฉินเฟิงหัวเราะอย่างเย็นชา : “ฮ่าๆ พวกเขานี่ทะเยอทะยานจริงๆ นี่เป็นธรรมชาติของคนประเทศหนานเยว่ แต่น่าเสียดายที่พวกเขาคิดไปเองฝ่ายเดียว”
ย้อนกลับไป ฉินเฟิงมีความประทับใจต่อเหงียน ฝูมาก เพราะทั้งสองฝ่ายเคยทำการค้ากันหลายครั้ง
ภารกิจระดับ C ของเขาการชำระล้างแห่งแสง ก็เกี่ยวข้องกับเหงียน ฝู เพราะสมบัติทำภารกิจนั้นได้มาจากเขาแลกกับเหงียน ฝู
ฉินเฟิง : “แล้วอีกคนคือใคร?”
ฉีเยว่ : “อีกหมู่บ้านหนึ่งคือหมู่บ้าน 44 มาจากประเทศหมีขาว ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นหมู่บ้านนักรบหมี ผู้นำหมู่บ้านชื่อ ตูร์เกเนฟ ค่ะ”
ฉินเฟิงค่อนข้างประหลาดใจ : “ตูร์เกเนฟคนนั้น ขาของเขาขาดไปแล้วไม่ใช่เหรอ?”
ฉีเยว่ : “ได้ยินมาว่าขาของเขาได้งอกใหม่แล้วค่ะ ไม่รู้ว่าเขาได้ไปเจอเรื่องอะไรมา มันค่อนข้างลึกลับมาก แม้แต่ชาวบ้านของเขาก็ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น”
ฉินเฟิงสงสัยมากขึ้น : “แปลกจริงๆ แต่เรื่องพวกนั้นไม่เกี่ยวกับเรา เป้าหมายต่อไปของเราคือการจัดการกับกองทัพเผ่าคราม”
ฉีเยว่ : “ใช่ค่ะ ตอนนี้ในช่องสนทนา ทุกคนกำลังพูดถึงเรื่องกองทัพเผ่าครามอยู่ บรรยากาศตึงเครียดและเป็นกังวลมากเลยค่ะ นายท่านเตรียมจะทำอย่างไรคะ?”
ฉินเฟิง : “เข้าโจมตี”
ฉีเยว่ตกใจ : “นายท่าน คุณจะออกไปสู้หรือคะ?”
ฉินเฟิง : “ถูกต้อง การต่อสู้ไม่ควรเกิดขึ้นรอบเมืองท่าเยว่ ไม่เช่นนั้น ไม่ว่าผลแพ้ชนะจะเป็นอย่างไร รอบเมืองท่าเยว่ก็จะกลายเป็นซากปรักหักพัง และทรัพยากรบางส่วนก็จะเสียหาย”
ในความเป็นจริง ด้วยพลังการต่อสู้แปดร้อยเจ็ดสิบสามดาว และการควบคุมภัยพิบัติวันสิ้นโลก ทำให้ฉินเฟิงมีความมั่นใจที่จะบดขยี้กองทัพเผ่าคราม
เมื่อเป็นเช่นนี้ ทำไมเขาถึงไม่โจมตีเลยล่ะ เพราะวิธีนั้นสามารถลดความเสียหายต่อสภาพแวดล้อมของเมืองท่าเยว่ได้อย่างแน่นอน ที่สำคัญกว่านั้นคือ ตอนนี้เขามีเวลาไม่มากแล้ว
วันนี้เขาไม่เพียงแต่จะต้องกำจัดกองทัพเผ่าคราม แต่ยังต้องรีบไปยังฐานทัพของเผ่าปฐพีคราม เพื่อวางแผนสำหรับขั้นต่อไป ดังนั้นแทนที่จะเสียเวลารอกองทัพเผ่าครามเข้ามา สู้ให้เขาเข้าโจมตีเองดีกว่า
ฉีเยว่กังวล : “นายท่าน การทำแบบนั้นจะเสี่ยงเกินไปไหมคะ?”
ฉินเฟิง : “พรุ่งนี้เช้าก็จะถึงการทดสอบของผู้พิพากษาสวรรค์แล้ว เรามีเวลาเหลือไม่มากแล้ว ฉันต้องไปถึงใกล้ฐานทัพของเผ่าปฐพีครามก่อนการทดสอบของผู้พิพากษาสวรรค์ให้ได้ ดังนั้นไม่มีเวลาจะมาเสียกับกองทัพเผ่าครามแล้ว”
“เยว่เอ๋อร์ ตอนนี้เธอไปบอกหลิวเซวียน เหลยเจวี๋ย ฉีอวิ๋น และหลงซาน ให้พวกเขานำชาวบ้านทั้งหมดของเมืองท่าเยว่ ออกเดินทางตามทิศทางที่ฉันไป เราจะเข้าโจมตีแบบไม่เหลืออะไรเลย”
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ ฉีเยว่ก็ตกใจมาก นายท่านต้องการนำชาวบ้านกว่าหกร้อยคนออกไปโจมตีเอง มันจะได้ผลจริงๆ หรือ… อย่างไรก็ตาม เธอไม่เคยสงสัยคำสั่งของนายท่านเลย
“นายท่าน เยว่เอ๋อร์จะไปแจ้งพวกเขาเดี๋ยวนี้ค่ะ”
จากนั้น ทั้งสองก็จบการสนทนาลง…
ฟุ่บ! ฉินเฟิงสยายปีก ก็กลายเป็นลำแสงพุ่งไปยังทิศทางที่เสี่ยวหลวนอยู่…
ในเวลาเดียวกัน ฉีเยว่ก็เข้าสู่ช่องสนทนา ทันทีที่เข้าไป เธอก็เห็นว่าทุกคนกำลังถกเถียงกันเรื่องกองทัพเผ่าคราม บรรยากาศตึงเครียดมาก
“ทุกคน อรุณสวัสดิ์ กองทัพเผ่าครามกำลังจะมาถึงแล้ว ฉันอยู่ที่เมืองท่าเยว่ บอกตามตรงว่าฉันรู้สึกกังวลนิดหน่อยน่ะ”
“คนด้านบน ฉันก็อยู่ที่เมืองท่าเยว่ ฉันก็กังวลมากเหมือนกันครับ นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันต้องต่อสู้กับมนุษย์ อีกสักครู่คงต้องฆ่าคนแล้ว คิดแล้วก็ขนลุกซู่เลย”
“คนด้านบน กลัวอะไรกัน พวกผู้พิทักษ์คิดว่าเราเป็นเหยื่อ เราก็สามารถคิดว่าพวกเขาเป็นเหยื่อได้เช่นกัน”
“ถูกต้อง อีกอย่างภารกิจหมู่บ้านศักดิ์สิทธิ์ของเรา ก็คือการสังหารผู้พิทักษ์ เพื่อให้ได้บัตรรับรองผู้พิทักษ์และป้ายผ่านทาง วันนี้พวกนั้นคงมาส่งถึงที่แล้ว”
“จริงสิ ฉันเกือบจะลืมเรื่องบัตรรับรองผู้พิทักษ์และป้ายผ่านทางไปแล้ว ดูเหมือนว่าครั้งนี้ เราจะต้องฆ่าพวกมันให้มากที่สุด ไม่อย่างนั้นภารกิจนี้ก็จะไม่สำเร็จ”
“ตอนนี้ฉันกังวลแค่ว่า เรามีชาวบ้านที่ประจำการอยู่ในเมืองท่าเยว่เพียงหกร้อยกว่าคน ส่วนอีกฝ่ายมีสามพันกว่าคน ไม่รู้ว่าจะรับมือไหวไหม”
“วางใจเถอะ มีคุณฉินเฟิงอยู่ พวกเราต้องรับมือไหวแน่นอน”
ทันทีที่คำพูดนี้จบลง ฉีเยว่ก็ปรากฏตัวขึ้น
ฉีเยว่ : “ทุกคน นายท่านมีคำสั่ง ให้หลิวเซวียน เหลยเจวี๋ย ฉีอวิ๋น และหลงซานนำชาวบ้านทั้งหมดของเมืองท่าเยว่ ออกเดินทางไปทางทิศตะวันตก เขาได้มุ่งหน้าไปทางนั้นแล้ว และจะเข้าโจมตีกองทัพเผ่าครามก่อน”
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา ทั้งสนามก็เงียบกริบ ต่อมาทุกคนก็ส่งเสียงฮือฮาขึ้นมา
หลิวเซวียน : “ฉีเยว่ เธอไม่ได้พูดอะไรผิดใช่ไหม คุณฉินเฟิงให้เราโจมตีเองคนเดียวเหรอ?”
หลงซาน : “นั่นสิ คำสั่งนี้ดูเหมือนจะไม่ถูกต้องนะครับ เราอยู่เมืองท่าเยว่แล้วตั้งรับ น่าจะดีกว่าไหมครับ? อย่างไรเมืองท่าเยว่ก็มีแท่นบูชาผู้พิทักษ์ให้พึ่งพาด้วย”
ฉีเยว่ : “ทั้งหมดนี้เป็นความตั้งใจของนายท่านค่ะ เขาบอกชัดเจนว่าให้พวกคุณรีบไปเดี๋ยวนี้ นั่นก็เพื่อกวาดล้างสนามรบและมอบโอกาสให้พวกคุณ”
คำพูดนี้ทำให้ทุกคนตกใจ
เหลยเจวี๋ย : “ทุกคน คุณฉินเฟิงทำอะไรก็คิดอย่างรอบคอบมาตลอด การจัดเตรียมแบบนี้ย่อมมีเหตุผลของเขา พวกเราอย่าลังเลอีกเลย จะได้ไม่พลาดโอกาสที่ดีที่สุด”
หลิวเซวียน : “มีเหตุผล ทุกคน คุณฉินเฟิงออกเดินทางไปแล้ว พวกเราจะชักช้าอยู่ไม่ได้ พี่น้องทั่วเมือง ทุกคนตามรอยเท้าของคุณฉินเฟิง แล้วออกเดินทางไปพร้อมกับฉัน”
หลงซาน : “ถูกต้อง รีบลงมือกันเลย รีบไปรวมตัวกันที่จัตุรัสกลางเมือง”
“คุณหลงซาน ฉันมาแล้ว”
“ฉันจะไปเดี๋ยวนี้”
“ฉันก็ด้วย ฉันอยู่ใกล้จัตุรัสแล้ว”
ชาวบ้านทุกคนที่ประจำการอยู่ในเมืองท่าเยว่ต่างตอบรับกันถ้วนหน้า บรรยากาศเต็มไปด้วยความเร่าร้อนและคึกคัก…
สิบห้านาทีต่อมาต่อมา กองทัพเมืองท่าเยว่ก็รวมตัวกันเสร็จสิ้น
ไม่นานหลังจากนั้น หลิวเซวียนก็เป็นผู้นำชาวบ้านหมู่บ้านห้วงลึกแห่งมังกรกว่าหกร้อยคน ออกจากเมืองท่าเยว่ไปอย่างยิ่งใหญ่ ไล่ตามทิศทางที่ฉินเฟิงจากไป
…
อีกด้าน ฉินเฟิงได้เดินทางไปถึงระยะหนึ่งร้อยลี้ และได้พบกับเสี่ยวหลวน
“พ่อจ๋า” เจ้าตัวน้อยรอคอยมานานแล้ว ทันทีที่มันเห็นฉินเฟิง มันก็บินเข้ามาหาด้วยความสุข
“เจ้าตัวเล็ก ไม่เลวเลยนี่ ขึ้นมาถึงระดับสิบสามแล้วเหรอ”
ฉินเฟิงก็มองเสี่ยวหลวนด้วยความยินดี ไม่ได้พบกันแค่คืนเดียว เจ้าตัวน้อยก็เลื่อนระดับเป็นสิบสามแล้ว ความยาวลำตัวก็เพิ่มขึ้นเป็นสามจั้ง และพลังการต่อสู้ก็ไปถึงห้าร้อยดาว สิ่งนี้ทำให้ฉินเฟิงพอใจมาก
“พ่อจ๋า เราจะไปรับมือกับกองทัพเผ่าครามเองเลยเหรอคะ?”
“อืม เกรงว่าพวกเขาคงไม่คิดว่าเรากล้าทำเช่นนี้ พอดีจะได้จัดการพวกเขาโดยไม่ทันตั้งตัว”
“ว้าว พ่อจะต่อสู้กับกองทัพสามพันนายด้วยตัวคนเดียว เสี่ยวหลวนคิดแล้วก็รู้สึกตื่นเต้นมากเลยค่ะ”
ฉินเฟิงยิ้ม : “เจ้าตัวเล็ก ไปกันเถอะ จริงสิ แกเข้าไปในพื้นที่มิติศูนย์องศาของฉันก่อนนะ”
พูดจบ ฉินเฟิงก็โบกมือเบาๆ แล้วส่งเสี่ยวหลวนเข้าไปในพื้นที่มิติศูนย์องศา จากนั้น เขาก็สยายปีก แล้วบินไปทางทิศตะวันตก…
เขารู้ทิศทางของฐานทัพของเผ่าปฐพีครามดี และการโจมตีของเผ่าคราม ย่อมต้องมาจากฐานทัพของเผ่าปฐพีคราม หากเขาตามเส้นทางไปยังฐานทัพของเผ่าปฐพีคราม ย่อมจะต้องเผชิญหน้ากับกองทัพเผ่าครามอย่างแน่นอน…
อีกด้านหนึ่ง ห่างออกไปหลายสิบลี้
กองทัพเผ่าครามก็กำลังมุ่งหน้าไปยังเมืองท่าเยว่อย่างรวดเร็ว เหนือท้องฟ้าของกองทัพ ผู้อาวุโสกู่และกลุ่มผู้แข็งแกร่งระดับปฐพีคนอื่นๆ กำลังบินช้าๆ อยู่กลางอากาศ
หากไม่มีกองทัพคอยถ่วงความเร็ว ด้วยความเร็วของผู้แข็งแกร่งระดับปฐพีเหล่านี้ พวกเขาคงไปถึงเมืองท่าเยว่นานแล้ว…
ตอนนี้ผู้อาวุโสกู่กำลังมองไปยังทิศทางของเมืองท่าเยว่อย่างห่างไกล ด้านหลังของเขา ผู้แข็งแกร่งระดับปฐพีหลายคนกำลังซุบซิบกันไม่หยุด
“ทุกคน คุณคิดว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ ที่การปรากฏตัวของไป๋ฉยงและเฟิงซี ทำให้ผู้ท้าทายสงสัยว่าเผ่าครามของเราจะมาโจมตี?”
“ก็อาจจะเป็นแบบนั้นก็ได้นะ”
“หากเป็นเช่นนั้นจริงๆ เกรงว่าพวกเขาคงจะประจำการอยู่ในเมืองท่าเยว่แล้ว รอให้เราเข้าไป พวกเขาคงไม่กล้าบุกเข้ามาเองโดยไม่ระมัดระวังหรอก”
“ฉันกลัวว่าพวกเขาจะทิ้งเมืองแล้วหนีไป” คำพูดเพิ่งจะจบลง ก็มีเสียงอุทานประหลาดดังขึ้นในหมู่คน
“ทุกคน รีบดูข้างหน้า นั่นเหมือนจะเป็นคนคนหนึ่ง”
ได้ยินดังนั้น ผู้แข็งแกร่งระดับปฐพีทุกคนก็พากันมองตามเสียง ห่างออกไปสิบกว่าลี้ มีชายหนุ่มคนหนึ่งที่สยายปีกแห่งวายุ กำลังมุ่งหน้ามาทางพวกเขาอย่างรวดเร็ว ผู้มาเยือนก็คือฉินเฟิง…