ตื่นขึ้นในโลกแห่งการสังหารด้วยความสามารถระดับ SSS! [นิยายแปล] - ตอนที่ 274 พลังของเมืองห้วงลึกแห่งมังกรเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ภารกิจเร่งด่วน
- Home
- ตื่นขึ้นในโลกแห่งการสังหารด้วยความสามารถระดับ SSS! [นิยายแปล]
- ตอนที่ 274 พลังของเมืองห้วงลึกแห่งมังกรเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ภารกิจเร่งด่วน
ครั้งนี้ไม่เพียงแต่พลังของฉินเฟิงจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล แต่พลังของเมืองห้วงลึกแห่งมังกรทั้งหมดก็ก้าวกระโดดอย่างยิ่งใหญ่เช่นกัน
มีผู้คนกว่าห้าพันคนที่พลังการต่อสู้ทะลุเจ็ดสิบดาว และอีกกว่าเจ็ดร้อยคนที่พลังการต่อสู้ทะลุหนึ่งร้อยดาว ด้วยขนาดและพลังเช่นนี้ เกรงว่าแม้แต่เผ่าครามก็คงไม่สามารถเทียบได้ พวกเขาอาจจะด้อยกว่าเมืองห้วงลึกแห่งมังกรแล้ว
เพราะฉินเฟิงได้สังหารคนของเผ่าครามไปแล้วกว่าสามพันคน ทำให้ตอนนี้เผ่าครามเหลือเพียงไม่ถึงหมื่นคน ถึงแม้จำนวนผู้แข็งแกร่งระดับปฐพีของเผ่าครามจะมากกว่า แต่ความแข็งแกร่งของลูกหลานระดับมนุษย์ก็ไม่แน่ว่าจะเอาชนะเมืองห้วงลึกแห่งมังกรได้
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ฉินเฟิงก็รู้สึกพอใจไม่น้อย เผ่าครามเป็นภัยคุกคามที่ใหญ่หลวง เขาควรจะกำจัดพวกเขาให้เร็วที่สุด อีกทั้งการสังหารผู้พิทักษ์ก็เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อเขาและชาวเมือง
“จริงสิ เรื่องที่ฉันกำจัดกองทัพผู้อาวุโสกู่ก็ผ่านมาหนึ่งวันแล้วนี่นา เผ่าครามคงจะวางแผนอะไรอยู่แน่ๆ เพราะงั้นฉันคงต้องระวังตัวหน่อย อีกอย่างฉันก็ควรเริ่มแผนการเข้ายึดฐานทัพของเผ่าครามสักที…” ฉินเฟิงพึมพำ
ตอนนี้พลังของเมืองห้วงลึกแห่งมังกรพุ่งสูงขึ้น ทำให้เขามีความมั่นใจมากขึ้น และคิดที่จะตอบโต้เผ่าคราม และด้วยความแข็งแกร่งของชาวเมืองห้วงลึกแห่งมังกร แค่เมืองท่าเยว่ที่เดียวก็ไม่เพียงพอ เขาจำเป็นต้องขยายอาณาเขตออกไป
ระหว่างนั้นเอง เสียงของฉีเยว่ที่ดูตื่นเต้นก็ดังขึ้นข้างหูของฉินเฟิง
ฉีเยว่ : “นายท่าน ตอนนี้พลังของเยว่เอ๋อร์ถึงสองร้อยยี่สิบเจ็ดดาวแล้วค่ะ!”
ฉินเฟิงดีใจ : “เยี่ยมมาก สาวน้อย การประเมินผู้พิพากษาสวรรค์ครั้งนี้ เธอช่วยฉันได้มากจริงๆ”
ฉีเยว่มีความสุขเป็นพิเศษ : “นายท่าน แค่เยว่เอ๋อร์ได้ช่วยท่าน เยว่เอ๋อร์ก็มีความสุขมากๆ แล้วค่ะ”
ฉินเฟิงชื่นชม : “ทักษะเวลาที่เธอเพิ่งจะได้มามันมีประโยชน์มากจริงๆ ถ้าเราต้องสู้ครั้งต่อไป ขอแค่มีเธออยู่ข้างๆ เท่านี้เราก็อาจจะชนะได้แล้ว”
ฉีเยว่ตื่นเต้น : “นายท่าน หมายความว่าต่อไปเยว่เอ๋อร์ก็จะช่วยท่านต่อสู้ได้แล้วเหรอคะ? แต่ทักษะเร่งความเร็วเวลาของเยว่เอ๋อร์อยู่ได้แค่สามวินาทีเท่านั้น ใช้ต่อเนื่องไม่ได้ ต้องรอหนึ่งชั่วโมงถึงจะใช้ได้อีกครั้งค่ะ”
เมื่อได้ยินดังนั้น ฉินเฟิงก็รู้สึกประหลาดใจ เขาเพิ่งจะเข้าใจว่าทำไมจิ่วโยวถึงได้ใช้ทักษะเวลาในช่วงท้ายของการประเมินเท่านั้น
ดูเหมือนว่าจิ่วโยวก็ถูกจำกัดเช่นกัน นั่นคือสามารถใช้ได้เพียงหนึ่งครั้งในหนึ่งชั่วโมง ดังนั้นจิ่วโยวจึงใช้ทักษะเวลาในช่วงท้ายของการประเมิน เพราะเขามีโอกาสเพียงครั้งเดียว…
“จริงสิคะ นายท่าน ภารกิจด่านที่สามของเราเพิ่งทำไปได้แค่หนึ่งภารกิจเอง ตอนนี้เหลือเวลาทำภารกิจแค่ยี่สิบหกชั่วโมง ถ้าเกินเวลาจะถือว่าทำภารกิจล้มเหลวนี่คะ”
ฉีเยว่เตือนด้วยความกังวล ในฐานะผู้ช่วยส่วนตัวของฉินเฟิง เธอย่อมให้ความสนใจกับทุกเรื่องของนายท่านเป็นพิเศษ อีกทั้งตอนนี้ทุกคนต่างให้ความสนใจกับการประเมินผู้พิพากษาสวรรค์ ไม่มีใครสังเกตเห็นภารกิจระดับ S ด่านที่สาม แม้แต่ฉินเฟิงเองก็ยังลืมไปเสียสนิท
“เหลือแค่ยี่สิบหกชั่วโมงแล้วสินะ” ฉินเฟิงรู้สึกร้อนใจ เพราะภารกิจระดับ S นี้เขาจะต้องสำเร็จให้ได้
ฉีเยว่ : “นายท่าน วิหารเทพโทเท็มอยู่ห่างจากเราเป็นหมื่นลี้ ถึงเราจะรีบไปแต่ยังไงมันก็ต้องใช้เวลาอยู่ดี อีกอย่างหลังจากเข้าไปในวิหารแล้ว เราก็ยังต้องเสียเวลาในการค้นหาเพื่อกระตุ้นภารกิจนะคะ”
“ฉันกลัวว่าภายในยี่สิบหกชั่วโมงนี้ เราจะทำภารกิจสำเร็จได้สำเร็จจริงๆ หรือเปล่า… ถ้าเวลาไม่พอ ก็คงจะแย่มาก” เสียงของสาวน้อยเต็มไปด้วยความกังวล
ฉินเฟิง : “อืม ดูเหมือนว่าปัญหาใหญ่ที่สุดที่เมืองห้วงลึกแห่งมังกรของเรา คือการแข่งขันกับเวลาเพื่อทำภารกิจด่านที่สามนี้ให้สำเร็จ ส่วนเรื่องการจับเชลยศึก การกำจัดเผ่าคราม คงต้องเลื่อนออกไปก่อน”
หลังจากที่ฉินเฟิงพูดจบ วิถีสวรรค์ก็ส่งข้อความแจ้งเตือนมา
[ประกาศทั่วโลก : การประเมินผู้พิพากษาสวรรค์ของโลกดาวเคราะห์สีน้ำเงินได้สิ้นสุดลงแล้ว ช่วงการประเมินมือใหม่สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ]
[ประกาศทั่วโลก : อัตราการผ่านการประเมินผู้พิพากษาสวรรค์ครั้งนี้มีเพียง 29.2% มีเพียง 9 หมู่บ้านเท่านั้นที่เอาชนะผู้พิพากษาสวรรค์ได้]
[ประกาศทั่วโลก : จำนวนหมู่บ้านที่ยังคงอยู่ของโลกดาวเคราะห์สีน้ำเงินคือ 171200 แห่ง]
[คำเตือน : ระยะเวลาการประเมินมือใหม่สิ้นสุดลงแล้ว ขอบเขตผนึกของหมู่บ้านเริ่มต้นแต่ละแห่งจะหายไป และคุณจะไม่ได้รับการคุ้มครองจากวิถีสวรรค์อีกต่อไป]
[คำเตือน : ในโลกที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้ มีกองกำลังผู้พิทักษ์ซ่อนตัวอยู่ กองกำลังผู้พิทักษ์และกองกำลังผู้ท้าทายต่างเป็นศัตรูกัน การสังหารฝ่ายตรงข้ามจะได้รับประโยชน์มหาศาล]
[คำเตือน : นับจากนี้ การสังหารผู้พิทักษ์จะได้รับคะแนน คะแนนเป็นพื้นฐานของการแข่งขันคะแนน สามารถใช้จัดอันดับและแลกเปลี่ยนทรัพยากรได้]
[แจ้งเตือน : ภายใน 48 ชั่วโมง จะมีการประกาศอันดับหมู่บ้านทั่วโลก และกระเบียบการแข่งขันคะแนนโดยละเอียด]
เมื่อข่าวนี้ถูกประกาศออกไป ด้านล่างก็เกิดความโกลาหลทันที
“พระเจ้าช่วย! การประเมินผู้พิพากษาสวรรค์ครั้งเดียว จากหมู่บ้านทั้งหมด ตอนนี้เหลือเพียงหนึ่งแสนเจ็ดหมื่นแห่งเท่านั้น แบบนี้มีคนเกือบหนึ่งร้อยล้านกลายเป็นคนเร่ร่อนน่ะสิ”
“โหดร้ายชะมัด!”
“การประเมินผู้พิพากษาสวรรค์นี้ยากจริงๆ โชคดีที่เรามีคุณฉินเฟิง เราเลยกลายเป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่เอาชนะผู้พิพากษาสวรรค์ได้ ฮ่าๆ!”
“นี่ทุกคน วิถีสวรรค์เตือนว่าหลังจากนี้อีกสี่สิบแปดชั่วโมง จะมีการประกาศอันดับหมู่บ้านทั่วโลก นี่มันหมายถึงอะไรกัน?”
“อาจจะเกี่ยวกับสงครามหมื่นพิภพก็ได้นะ นั่นคือเป้าหมายที่เราต้องต่อสู้ ในอนาคตหลายร้อยล้านกองกำลังแย่งชิงทรัพยากร เพื่อที่จะอยู่รอด คะแนนจึงสำคัญมาก”
“ใช่ วิถีสวรรค์ยังบอกอีกนะว่า ถ้าพวกเราสังหารผู้พิทักษ์จะได้รับคะแนนด้วย”
“จริงสิ เผ่าครามต้องการรุกรานเมืองท่าเยว่ไม่ใช่เหรอ? ครั้งที่แล้วพวกเขาพลาดไป เพราะงั้นพวกเขาจะต้องกลับมาแก้แค้นอย่างแน่นอน ถ้าพวกเขามาอีก เราก็ถือโอกาสหาคะแนนจากพวกมันเลยสิ”
ขณะที่ทุกคนกำลังถกเถียงกัน วิถีสวรรค์ก็ส่งข้อความแจ้งเตือนมาอีกครั้ง
[ประกาศประจำเขต : ในเขตนี้มีเพียง 10 หมู่บ้านเท่านั้นที่ผ่านการประเมินผู้พิพากษาสวรรค์ หมู่บ้านที่ยังคงอยู่จึงมีเพียง 10 แห่ง]
[หมู่บ้านทั้ง 10 แห่งนี้ได้แก่ : เมืองห้วงลึกแห่งมังกร หมู่บ้านนักรบหมี หมู่บ้านข้ามมังกร…]
[คำเตือน : นับจากนี้ไป หมู่บ้านต่างๆ สามารถรับคนเร่ร่อนเข้ามาในเขตเพื่อเพิ่มจำนวนประชากรได้]
[คำเตือน : เพื่อคุ้มครองคนเร่ร่อน นับจากนี้ภายใน 24 ชั่วโมง ห้ามโจมตีคนเร่ร่อนและหมู่บ้านต่างๆ ก็ห้ามโจมตีกันเอง แต่หลังจาก 24 ชั่วโมง ข้อห้ามจะถูกยกเลิก]
[คำเตือน : ช่องสนทนาประจำเขตจะคงอยู่เพียง 48 ชั่วโมง และจะหายไปโดยอัตโนมัติ คนเร่ร่อนโปรดถนอมโอกาสนี้ไว้]
[คำเตือน : ระบบพันธมิตรระหว่างกองกำลังหมู่บ้านเปิดใช้งานแล้ว หากผูกพันธมิตรสำเร็จ จะมีการแบ่งปันช่องสนทนาพันธมิตร]
[คำเตือน : ตอนนี้จะประกาศแผนที่กองกำลังหมู่บ้านทั้งหมดในเขตนี้…]
[คำเตือน : คนเร่ร่อนมีสิทธิ์เข้าถึงแผนที่กองกำลังแค่ 48 ชั่วโมง หลังจากเกินเวลา ฟังก์ชันแผนที่ของคนเร่ร่อนจะหายไปโดยอัตโนมัติ]
เมื่อข่าวนี้ถูกประกาศออกมา ทุกคนก็ตกตะลึงอีกครั้ง เพราะวิถีสวรรค์จะประกาศแผนที่กองกำลังในเขตนี้ออกมา นี่เป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้ายกันแน่ ชาวเมืองต่างประหลาดใจและสงสัย
ฉินเฟิงเองก็รู้สึกประหลาดใจเช่นกัน จากนั้นเขาก็รีบเปิดช่องแผนที่ และพบว่าแผนที่มีการเปลี่ยนแปลงใหม่จริงๆ
ตอนนี้บนแผนที่นั้น มีจุดสีน้ำเงินนับพันจุด และจุดสีแดงสิบจุด จุดสีน้ำเงินเหล่านั้น แสดงถึงหมู่บ้านเริ่มต้นที่ยังไม่ได้สร้างหมู่บ้าน ส่วนจุดสีแดง คือที่ตั้งของหมู่บ้านทั้งสิบแห่งในเขตนี้ แม้กระทั่งชื่อก็ยังระบุไว้
หมู่บ้านแต่ละแห่งอยู่ไม่ไกลกันนัก ตั้งแต่หลายร้อยลี้ไปจนถึงพันลี้ ซึ่งใกล้กว่าจากเมืองห้วงลึกแห่งมังกรไปยังเผ่าปฐพีครามมาก
เห็นได้ชัดว่า วิถีสวรรค์ต้องการอำนวยความสะดวกให้หมู่บ้านต่างๆ รวมเป็นพันธมิตรกัน และแผนที่นี้ที่ประกาศออกมา ก็เป็นโอกาสสุดท้ายสำหรับคนเร่ร่อน ให้พวกเขาได้เข้ามาเติมเต็มหมู่บ้าน ตราบใดที่คนเร่ร่อนเข้าร่วมหมู่บ้านเหล่านั้น พวกเขาก็จะกลายเป็นชาวบ้านอีกครั้ง และได้รับสิทธิ์ของชาวบ้านกลับคืนมา
เมื่อเข้าใจเจตนาของวิถีสวรรค์แล้ว ฉินเฟิงก็ไม่สนใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้อีกต่อไป เพราะเขาต้องรีบไปจัดการภารกิจของวิหารเทพโทเท็ม
เขาค่อยๆ ร่อนลงมาจากฟ้า และร่อนมาบนค่ายกลเคลื่อนย้ายเทเลพอร์ต ส่วนเสี่ยวหลวนตามมาติดๆ
ทันทีที่เขากลับลงสู่พื้นดิน ทุกคนก็รีบกรูกันเข้ามาอย่างกระตือรือร้น เพราะตอนนี้ ฉินเฟิงมีอิทธิพลอย่างมากในเมืองห้วงลึกแห่งมังกร ทุกคนต่างเคารพบูชาและเชื่อใจเขาอย่างไม่มีเงื่อนไข
“คุณฉินเฟิง ตอนนี้ในช่องประจำเขตคึกคักมากเลย พวกคนเร่ร่อนแทบจะบ้าคลั่งกันหมด ทุกคนเอาแต่ร้องขอให้รับพวกเขาเข้าหมู่บ้าน”
“ใช่แล้วค่ะ หมู่บ้านข้ามมังกร หมู่บ้านนักรบหมี และหมู่บ้านอื่นๆ อีกเก้าแห่งต่างก็กำลังรับคนกันใหญ่เลยค่ะ”
ในหมู่ฝูงชน หลายคนกำลังเลื่อนดูช่องประจำเขต พวกเขาจึงรู้สถานการณ์ภายในเป็นอย่างดี
“คุณฉินเฟิง มีคนเร่ร่อนเยอะเลย ที่ขอให้เมืองห้วงลึกแห่งมังกรรับเข้าหมู่บ้าน ในนั้นมีชาวตะวันตกด้วย เราจะรับพวกเขาดีไหม?”
ฉินเฟิงตอบอย่างหนักแน่น : “ไม่! เมืองห้วงลึกแห่งมังกรของพวกเราจะรับเฉพาะคนของประเทศมังกรเท่านั้น เพราะงั้นเราจะรับคนจากประเทศอื่นไม่รับเด็ดขาด ถ้าพวกเขาต้องการเข้าร่วมเมืองห้วงลึกแห่งมังกรของเราจริงๆ ก็สามารถเข้าร่วมได้ในฐานะเชลยศึกหรือทาสเท่านั้น”
“ใช่แล้ว! เราไม่ต้องการพวกชาวตะวันตกที่น่ารังเกียจเหล่านั้น พวกชาวตะวันตกที่เข้ามาทำมาหากินในที่ของเรา มีให้เห็นไม่น้อยเลยนี่ ในประวัติศาสตร์ ชนพื้นเมืองของทวีปหนึ่งรับพวกเขาไว้ด้วยความเมตตา แต่พวกเขากลับฆ่าล้างชนพื้นเมืองจนเกือบหมด แล้วก็เข้ายึดครองดินแดน”
“ยังมีชนพื้นเมืองอีกทวีปหนึ่ง ก็ถูกพวกชาวตะวันตกเข้ายึดครองดินแดน และถูกพวกชาวตะวันตกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อีกด้วย”
“พวกชาวตะวันตกเหล่านี้น่ารังเกียจชะมัด เพราะงั้นเราไม่ควรรับพวกเขาไว้”
“รวมถึงคนจากประเทศเกาะซากุระและประเทศโสมแดง ประวัติศาสตร์พิสูจน์แล้วว่าพวกหมาป่าพวกนี้คือพวกเนรคุณ”
“ใช่แล้ว ถ้าจะรับ ก็รับพวกเขามาเป็นทาสเท่านั้น”
“อีกอย่าง พวกคนเหล่านั้นก็ไม่คู่ควรที่จะเป็นชาวเมืองห้วงลึกแห่งมังกรของเรา ถึงพวกเขาจะอยู่ระดับสิบกันแล้วก็จริง แต่มีหลายคนพลังการต่อสู้ยังไม่ถึงยี่สิบดาวเลยด้วยซ้ำ ส่วนคนระดับสิบของเมืองเรา พลังการต่อสู้โดยพื้นฐานแล้วคือห้าสิบดาวขึ้นไป”
“ฮ่าๆ! นั่นเป็นเรื่องจริง พวกชาวตะวันตก ชาวโสมแดง และพวกหมาป่าสารเลวอื่นๆ คู่ควรที่จะเป็นทาสของเราเท่านั้น”
ในขณะนี้ ทุกคนต่างพากันเห็นด้วย…