ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง - เล่มที่ 14 บทที่ 395 เมื่อตัดสินใจเด็ดขาดแล้วจึงจะมีทางรอด
- Home
- ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง
- เล่มที่ 14 บทที่ 395 เมื่อตัดสินใจเด็ดขาดแล้วจึงจะมีทางรอด
นางรู้สึกเหนื่อยแล้วเช่นกัน นางมีความสามารถในการปกป้องตนเอง แต่นางไม่ปรารถนาที่จะทำให้เซียวเยี่ยนชนะการเดิมพันทั้งสองด้านนี้อย่างงดงาม มีช่วงวินาทีที่นางรู้สึกเกลียดชังเหล ลือเกินที่ตนหลุดมาอยู่ในยุคสมัยนี้ บนโลกใบนี้
ไม่มีคำพูดประโยคใดที่จะทิ่มแทงทะลุหัวใจของเซียวเยี่ยนได้เช่นเวลานี้อีกแล้ว
เซียวจิ่นที่อยู่อีกด้านหนึ่งวิ่งเข้ามาทางนี้โดยไม่คำนึงถึงสิ่งใด เซียวเยี่ยนส่งเสียงร้องออกมาจากลำคอของตนด้วยความทุกข์ทรมาน “ไม่…”
การปิดล้อมวังหลวงเพื่อก่อกบฏในครั้งนี้ สุดท้ายกลับกลายเป็นการเผชิญหน้าและทดลองใจของคนเพียงไม่กี่คน
หลังจากได้ยินคำพูดของหลินชิงเวย เซียวอี้รับรู้ได้เพียงความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส พวกเขาล้วนเป็นผู้พ่ายแพ้ สมน้ำหน้าแล้วที่พวกเขาจะเดินทางไปสู่น้ำพุเหลืองในสภาพหัวอกเดียวกัน
ทันทีที่สิ้นเสียง เซียวอี้พลิกกระบี่ในมือ เขาพูดขณะแทงเข้าไปในร่างของหลินชิงเวย “ต่อให้เป็นเวลานี้ ข้าแทงกระบี่เข้าไปในร่างเจ้านับพันครั้งก็ไม่สู้ความเจ็บปวดในใจของเจ้ า เช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน ให้เจ้าติดค้างข้า เจ้าควรจะได้ลิ้มรสความทุกข์ทรมานจากการถูกทำให้ผิดหวัง”
เมื่อคมกระบี่แทงทะลุผิวเนื้อเข้ามา หลินชิงเวยหอบหายใจสองครั้ง นอกจากคมกระบี่เย็นเยียบที่แทงเข้ามาแล้ว หลินชิงเวยไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดอันใดเลย โลกของนางเต็มไปด้วยความเง งียบสงบ
เวลานี้เอง ต้นไม้ด้านหลังถูกไฟแผดเผาขึ้นไปถึงยอด ในที่สุดมันก็ประคองตัวต่อไปไม่ไหว ล้มครืนลงมาใส่หลินชิงเวยและเซียวอี้
เงาร่างของคนพาดผ่านสายตาไป เรี่ยวแรงสายหนึ่งลากหลินชิงเวยกลับเข้าสู่โลกของความเป็นจริง นางมองต้นไม้ที่มีเปลวไฟลุกท่วมล้มลงต่อหน้าตนเองตาปริบๆ ส่วนนางและเซียวอี้กลับถูก กคนลากเข้าไปด้านหลังกระทั่งเข้าไปในป่า เปลวเพลิงบดบังเส้นทางเบื้องหน้า ทำให้คนที่อยู่ข้างนอกเหล่านั้นถูกเปลวไฟแผดเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่าน
หลินชิงเวยได้สติกลับมาเห็นคนที่อยู่เบื้องหน้าต้นอย่างชัดเจน หลีเช่อปรากฏอยู่เบื้องหน้านางในสภาพเลอะเทอะเปรอะเปื้อนไปทั้งตัว เขาพูดว่า “หากจะตาย ก็ไม่จำเป็นต้องตายด้วยการต่า างฝ่ายต่างฆ่ากันเช่นพวกเจ้า”
ถูกต้อง ถูกต้อง นางเสียสติไปแล้ว
หลินชิงเวยก้มลงมองบริเวณท้องของตน โลหิตสดๆ ไหลย้อมอาภรณ์ ยังดีที่เซียวอี้ลงมือยั้งไมตรี บาดแผลจึงไม่ได้ลึกมากนัก นางลองขยับนิ้วมือ เข็มเงินสองเล่มพลันปรากฏขึ้นในมือ อของนาง ก่อนที่เซียวอี้จะขยับปากพูดจา นางก็ฝังเข็มลงบนจุดหลับของเขา
ก่อนที่เซียวอี้จะหมดสติไป เขายังถลึงตาใส่นาง ทั้งรัก ทั้งแค้นสับสนปนเป ร้อนรุ่มราวกับเปลวไฟ
หลินชิงเวยยกยิ้มมุมปาก “หากจะเกลียด ข้าก็เกลียดให้ถึงที่สุดเถิด”
หลีเช่อออกแรงผลักหลินชิงเวยออกไป “เจ้าคงไม่ได้คิดจะสังหารพวกเราทั้งสองคนเพื่อสร้างความชอบหรอกนะ?!”
หลินชิงเวยไม่มีเวลาตอบคำถามของเขา นางปลดชุดเกราะบนร่างของเซียวอี้ออก พร้อมกับหยิบหน้ากากหนังมนุษย์ที่เตรียมเอาไว้แล้วออกมาจากอก สวมลงบนใบหน้าของเซียวอี้
เซียวอี้เปลี่ยนใบหน้าไปในชั่วพริบตา ถึงกับเปลี่ยนไปมีใบหน้าเช่นเดียวกับนางราวกับพิมพ์เดียวกัน
หลีเช่อราวกับรับรู้ได้ถึงบางสิ่ง เขาขยับลูกกระเดือก ทว่ากลับพูดอะไรไม่ออกแม้แต่ประโยคเดียว นางเตรียมแผนในช่วงเวลานี้มานานแล้ว เมื่อตัดสินใจเด็ดขาดแล้วจึงจะมีทางรอดใช่หรือไม ม่?
มิน่าเล่า…มิน่าเล่านางจึงได้พอกหน้าลงบนใบหน้าของตนหลายชั้น มิน่าเล่านางถึงพาเขาไปทำความคุ้นเคยกับเส้นทางหนีเอาตัวรอด
หลีเช่อมองหลินชิงเวยด้วยแววตาตื่นตะลึง ทุกอย่างพลันกระจ่างแจ้งในทันใด พวกเขาต่างเข้าใจว่าถูกตลบหลัง ทุกคนต่างคิดว่าถูกอีกฝ่ายล่อให้ตกลงไปในหลุมพราง สุดท้ายแล้วใครแพ้ใ ใครชนะ แล้วจะมีผู้ใดพูดได้อย่างชัดเจนเล่า? หลินชิงเวยในยามนี้กลับมามีสติแจ่มชัดและสงบนิ่งยิ่งยวด “มิใช่ให้เจ้าสวมอาภรณ์ของนางกำนัลสองชั้นหรือไร? ยังไม่รีบถอดออกมาอีก!”
หลีเช่อรีบปลดอาภรณ์ออกชั้นหนึ่งด้วยมือเป็นระวิง เขานำอาภรณ์ของนางกำนัลที่ปลดออกมาสวมลงบนร่างของเซียวเยี่ยนที่เปลี่ยนใบหน้าแล้ว
หลินชิงเวย “ข้าตกอยู่ในกองเพลิง ฝ่าบาทจะต้องให้ทหารรักษาพระองค์ทั้งหมดเข้ามาค้นหาข้าแน่นอน เวลานั้นการป้องกันรอบข้างย่อมต้องหย่อนยานลง พวกเจ้าทั้งสองแต่งกายเป็นนางกำนัลย่ อมปะปนออกไปได้อย่างง่ายดาย ยังจำทางไปตำหนักซีเฟยได้หรือไม่?” นางพูดแล้วหัวเราะให้หลีเช่อ นาทีนั้นหัวใจของหลีเช่อราวกับถูกชกด้วยสองหมัดหนักๆ รอบด้านล้วนเป็นเปลวไฟ อากา าศรอบด้านล้วนอวลไปด้วยกลิ่นของศพที่ถูกเผาด้วยกองเพลิง นางก้มหน้าลงถอดกำไลหยกสีแดงบนข้อมือ หยิบป้ายคำสั่งทองแผ่นหนึ่งออกมาจากอกแล้วมอบทั้งหมดใส่มือของหลีเช่อ “เจ้านำ ำสิ่งนี้ไปหาซีเฟย นางเห็นกำไลหยกสีแดงแล้วจะต้องช่วยเจ้าแน่นอน นี่เป็นป้ายคำสั่ง ประตูวังหลวงทุกด้านเพิ่งจะผ่านการฆ่าฟันมา การป้องกันย่อมต้องหย่อนยานเช่นกัน พวกเขาเห็นป้ายค คำสั่งนี้แล้วจะไม่กล้าขวางทางของเจ้าเช่นกัน เวลานี้เจ้าพาเขาออกไปจากที่นี่”
หลีเช่อได้ยินนางกำชับกำชาอย่างปราศจากความวิตกกังวลจึงถามขึ้นว่า “แล้วเจ้าจะทำอย่างไร!”
หลินชิงเวยแย้มริมฝีปากยิ้มออกมา “เจ้ายังกลัวว่าข้าจะตายอีกหรือไร” เวลานี้ทางด้านป่าอีกด้านหนึ่งเริ่มรวบรวมทหารรักษาพระองค์จำนวนไม่น้อย สีหน้าของหลินชิงเวยเปลี่ยนไปทันที “รีบไป!”
หลีเช่อรู้เช่นกันว่าหากไม่ไปตอนนี้ก็จะไม่ทันการแล้ว เรื่องราวพลิกผันรวดเร็วเกินไป ไม่อาจให้เขามีเวลาอิดออด
เขาประคองร่างไร้สติของเซียวอี้ กัดฟันหันหน้าเดินเข้าไปในป่าอีกด้านหนึ่ง
กองเพลิงอีกด้านหนึ่งขวางทางของทหารรักษาพระองค์เหล่านั้น พวกเขาจึงมิอาจเข้ามาได้ในทันที มือของหลินชิงเวยจับเสื้อเกราะทองแดงร้อยไหมทองเอาไว้ นางกำลังมองหาศพที่ถูกเผาจนไหม ม้เกรียมร่างหนึ่ง ไม่มีเวลาใส่ใจแผลพุพองที่เกิดจากการถูกไฟลวกบนนิ้วมือ นางทนฝืนความเจ็บปวด สวมชุดเกราะลงบนศพนั้น
เซียวจิ่นร้องเรียกชื่อนางอยู่ด้านนอกราวกับคลุ้มคลั่ง
ตอนนี้อุทยานหลวงโกลาหลไปหมด เดิมทีทหารรักษาพระองค์ที่เฝ้าอยู่รอบด้านไหนเลยจะยังยืนอยู่ที่เดิมได้ กองเพลิงในป่าด้านนี้มิอาจควบคุมได้ เกรงว่าจะลุกลามกลายเป็นภัยธรรมชาติอัน นยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่ง
หลีเช่อเป็นบุรุษคนหนึ่งพาร่างไร้สติของเซียวอี้ไม่ถือว่ากินแรงแต่อย่างใด แม้คนทั้งสองจะอยู่ในสภาพอเนจอนาถ แต่ดูออกว่าเป็นนางกำนัลในชุดกระโปรงยาว จึงไม่ทำให้เป็นจุดสนใจของ งทหารรักพระองค์ ต่อให้ทหารรักษาพระองค์เห็นแล้วก็เข้าใจว่าเขาทั้งสองคนได้รับบาดเจ็บและกำลังหาทางหนีเอาชีวิตรอด
หลีเช่อออกมาจากอุทยานได้สำเร็จ กำลังเดินไปตามเส้นทางที่เขาจดจำได้ รีบเร่งไปหาซีเฟยด้วยความเร็วที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้
ขณะนั้นซีเฟยได้ยินว่าในอุทยานหลวง เซี่ยนอ๋องได้ก่อกบฏโดยปิดล้อมวังหลวง มาตรว่ายามนี้ทุกๆ ตำหนักล้วนล่วงรู้ข่าวนี้แล้ว พระชายาและนางสนมที่หนีเอาชีวิตรอดออกมาจากอุทยานหล ลวงได้ต่างรู้สึกว่าตนโชคดีบนความโชคร้าย ไหนเลยจะกล้าออกมาสืบข่าว ได้แต่คาดหวังให้เหตุการณ์นี้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ปรารถนาให้เซี่ยนอ๋องล้มเหลว หาไม่แล้วพวกนางจะมีชีวิตที่ ดีได้อย่างไร
ในใจซีเฟยกระจ่างแจ้งดีว่าก่อนหน้านี้หลินชิงเวยได้แจ้งกับนาง นางจึงรอดพ้นจากเคราะห์ภัยครั้งนี้ เมื่อเป็นเช่นนี้เกรงว่าหลินชิงเวยคงจะล่วงรู้ถึงเรื่องที่จะเกิดขึ้นในคืนนี้เนิ นนานแล้ว แรกๆ ซีเฟยยังรู้สึกหวาดกลัวอยู่บ้าง แต่นางสงบใจลงช้าๆ ด้วยนางเชื่อว่าหลินชิงเวยไม่มีทางทรยศฮ่องเต้ ในเมื่อหลินชิงเวยรู้ว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นตั้งแต่แรก เช่นนั้น นฝ่าบาทย่อมต้องรู้เรื่องนี้เช่นกัน และต้องมีการเตรียมการเพื่อรับมือ
เมื่อคิดได้เช่นนี้ จิตใจของนางก็ค่อยๆ สงบลง นางไม่มีกะจิตกะใจจะนอนหลับ จึงได้แต่รอผลสรุปว่าผู้ใดชนะ ผู้ใดพ่ายแพ้
เมื่อหลีเช่อพาเซียวอี้มาถึง ทำให้ซีเฟยตกใจจนสะดุ้งโหยง เวลานั้นเซียวอี้สวมหน้ากากหนังมนุษย์ของหลินชิงเวย ท่าทางใกล้เคียงกับนาง เส้นผมยุ่งเหยิงทั้งศีรษะ ทั่วทั้งร่างกายเต ต็มไปด้วยบาดแผล หลีเช่อกึ่งอุ้มกึ่งแบกเซียวอี้ ที่จริงแล้วในยามกลางคืนแยกแยะไม่ออกถึงความสูงที่แตกต่าง อีกทั้งซีเฟยยังร้อนใจจนไม่มีสติ
ซีเฟยถามขึ้นว่า “เหตุใดแม่นางหลินจึงได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นนี้? รีบประคองนางเข้าไป ข้าจะให้คนไปเชิญมาหลวงมา!”