ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง - เล่มที่ 14 บทที่ 394 การตัดสินใจเลือกของเขา
ภายในอุทยานหลวงมีสภาพเละเทะยุ่งเหยิง พื้นกระเบื้องสีเขียวถูกระเบิดจนแหลกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ทรายกระเด็นไปทั่วบริเวณ
ผู้บังคับบัญชาสูงสุดพูดขึ้นว่า “รีบพาฝ่าบาทไปยังสถานที่ปลอดภัย!”
เซียวจิ่นไม่ยอมไป เขายืนอยู่บนสถานที่เกิดเหตุระเบิดเมื่อสักครู่ เขาไม่เชื่อว่ายังจะมีคนฝังระเบิดที่เดิมถึงสองครั้ง มีเพียงสถานที่เกิดเหตุระเบิดไปแล้วจึงจะเป็นสถานที่ปลอดภัย เขาจ้องหลินชิงเวยเขม็ง “พวกเจ้า! พวกเจ้าโจมตีพร้อมกันทั้งหมด! ต้องช่วยชีวิตนางกลับมาให้เจิ้นให้ได้!” เมื่อเรื่องราวดำเนินไปถึงขั้นไม่อาจหวนกลับ เซียวจิ่นจึงเริ่มรู้สึกหวาดกลัว เขากลัวจริงๆ ว่าทันทีที่เขาเดินออกไป นางก็จะไม่กลับมาอีกแล้ว
หลินชิงเวยพูดเสียงเรียบ “นี่ก็คือแผนสำรองของท่าน”
เซียวอี้ “เจ้ารู้อยู่แล้วว่าหากเป็นคนฉลาดสักหน่อยย่อมต้องเหลือทางหนีเอาตัวรอดไว้ให้ตนเองสักทางหนึ่ง เปิ่นหวางไม่มีทางให้ถอยแล้ว มีเพียงพังพินาศไปด้วยกันทั้งหมดเพียงทางเดียว” เซียวอี้ตะโกนพูดกับเซียวเยี่ยน “สตรีสองนางนี้ เจ้าต้องเลือกมาสักคน คนไหนอยู่ คนไหนตาย”
หลินชิงเวยมองเซียวเยี่ยนด้วยสายตาเคร่งขรึม สุ่ยฉ่ายชิงที่อยู่ข้างหลังเขากำลังดิ้นรนต่อสู้ในมือของแม่ทัพซุน เซียวเยี่ยนไม่ได้หันกลับไป ทว่าได้ยินเสียงสุ่ยฉ่ายชิงร่ำไห้ปานจะขาดใจอยู่ข้างหลัง สุ่ยฉ่ายชิงพูดว่า “เยี่ยน ข้ารู้ว่าท่านไม่มีทางไม่สนใจข้า…ท่านเดินทางนับพันลี้ไปรับข้ากลับมา ย่อมต้องอยู่ร่วมกับข้าถูกต้องหรือไม่? ข้าไม่ขอสิ่งใดทั้งสิ้น ข้าไม่ต้องการอะไรก็ได้ ข้าขอเพียง…ขอเพียงได้อยู่กับท่านเท่านั้น!”
เซียวเยี่ยนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เงยหน้าขึ้นมองเซียวอี้ “เจ้าปล่อยพวกนาง แล้วแต่เจ้าจะจัดการกับเปิ่นหวางอย่างไร”
เซียวอี้ “อย่างนั้นก็ไม่สนุกแล้ว ต้องทำอย่างนี้จึงจะสนุก” ปลายนิ้วของเขาลูบลงบนลำคอของหลินชิงเวยเบาๆ “เวยเวย อย่างไรพวกเราก็เป็นคนกำลังจะตาย พวกเรามาพนันกันสักหน่อยเถิด หากเขาเลือกสุ่ยฉ่ายชิง เจ้าและข้าร่วมเดินทางไปน้ำพุเหลืองด้วยกัน หากเขาเลือกเจ้า พวกเราทั้งสามคนเดินทางไปน้ำพุเหลืองด้วยกัน เจ้าคิดว่าเป็นอย่างไร?”
หลินชิงเวย “คนดีอายุสั้น คนเลวกลับอายุยืน ชัดเจนยิ่งนักว่าพวกเราล้วนมิใช่คนดีอันใด ดังนั้นข้าคิดว่าความเห็นที่ท่านเสนอมาไม่นับเป็นอะไร”
เซียวอี้กลับไม่ใส่ใจนางอีก เขาหันไปพูดกับเซียวเยี่ยน “ข้านับถึงสาม เมื่อข้านับถึงสาม เซ่อเจิ้งอ๋อง เจ้าต้องเลือก เจ้าเลือกหนึ่งคน อีกคนย่อมต้องตายด้วยน้ำมือของพวกเรา” เขากวาดสายตามองไปทางเซียวจิ่นปราดหนึ่ง “หากมีใครกล้าเข้ามาขัดขวาง ทั้งสองคนก็ไม่ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป!”
เวลานี้แม่ทัพซุนที่จับกุมตัวสุ่ยฉ่ายชิงรู้ว่าถูกหลินชิงเวยตลบหลังเข้าให้แล้ว เขาจึงขบเคี้ยวเขี้ยวฟันด้วยความเกลียดชังหลินชิงเวย “สตรีเช่นนางปีศาจนี้ ควรสังหารนางในกระบี่เดียว!”
“หนึ่ง”
ความหนาวเย็นในยามราตรีทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ ดูคล้ายน้ำหมึกที่ขุ่นมัว เมื่อถูกแสงสว่างจากเปลวไฟสาดส่องมา ทำให้เห็นคราบขาวๆ เป็นจุดๆ เปลวเพลิงในป่าด้านหลังหลินชิงเวยและเซียวอี้ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ปีนี้หิมะตกน้อยยิ่ง สภาพอากาศหนาวเย็น ทว่ากลับแห้งแล้ง ทันทีที่ลมบูรพาพัดเข้ามา ผืนป่าทั้งผืนจึงถูกเปลวเพลิงแผดเผาให้ลุกลามอย่างรวดเร็ว ต้นไม้ต้นแล้วต้นเล่าถูกเผาจนเปลวเพลิงลุกท่วมฟ้า ราวกับสวรรค์เบื้องบนรู้สึกเวทนา จึงยื่นเชือกลงมาเพื่อช่วยชีวิต
ขณะที่เซียวอี้เริ่มนับ ตลอดเวลาเนิ่นนานที่ผ่านมา หลินชิงเวยเพิ่งจะเงยหน้าขึ้นประสานสายตากับเซียวเยี่ยนเป็นครั้งแรก
เปลวเพลิงที่โหมขึ้นถึงขีดสุดด้านหลังส่องสว่างให้เห็นดวงตาเรียวรูปหงส์ของเซียวเยี่ยนอย่างชัดเจน
จะให้เกิดเรื่องกับนางไม่ได้
“สอง”
สุ่ยฉ่ายชิงพูดด้วยเสียงสั่นสะท้าน “ไม่…เยี่ยน ท่านจะทิ้งข้าไม่ได้นะ…ข้าไม่อาจไม่มีท่าน…เยี่ยน ขอร้องท่าน หันกลับมามองข้าสักครั้งได้หรือไม่? ขอร้องท่าน!”
วินาทีที่เซียวอี้นับ “สาม” ออกมา สุ่ยฉ่ายชิงตะโกนด้วยเสียงแหบพร่า “เยี่ยน ต่อให้ท่านไม่สนใจข้า แต่ท่านได้รับปากบิดาข้าไว้แล้วว่าจะดูแลข้าไปชั่วชีวิต! เมื่อท่านเดินทางไปสู่น้ำพุเหลือง หากท่านผิดคำพูดที่ให้ไว้กับบิดาข้า บิดาข้าไม่มีทางให้อภัยท่าน! ท่านจะเป็นคนต่ำช้าที่ไม่รักษาคำพูดไม่ได้นะ!”
เซียวเยี่ยนมองปากของเซียวอี้ที่นับ “สาม” เขากำลังคิดว่า หากไม่มีเขา หลินชิงเวยก็สามารถเอาตัวรอดได้กระมัง? เขาสอนกระบี่ให้นาง นางมีวรยุทธ์ติดตัว นางมีงูพิษตัวหนึ่งชื่อชิงหลัน เมื่อนางตกอยู่ในอันตราย มันจะออกมาปกป้องนางด้วยตนเอง ต่อให้ไม่มีเขา นางก็สามารถหลบหลีกจากการโจมตีเพื่อเอาชีวิตของเซียวอี้
แต่หากสุ่ยฉ่ายชิงไม่มีเขา นางต้องตายแน่
ทุกค่ำคืนที่ผ่านมาเขาตกอยู่ในห้วงทุกข์ทรมาน ด้วยเขารู้ว่าตนเองผิดแล้ว เขาไม่ควรผิดต่อความจริงใจของคนผู้หนึ่ง เขาไม่ควรทำร้ายคนผู้หนึ่งถึงขั้นนั้น ดังนั้นเขาจึงต้องได้รับกรรมเช่นนี้กระมัง
เขาคิดจะหลอกใช้และวางแผนตั้งแต่แรก เขานำตัวเองเข้าไปในแผนนั้นด้วย
เขารับรองกับตนเองและสาบานต่อสวรรค์ นี่จะเป็นครั้งสุดท้าย จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เขารักษาคำพูด และจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะทอดทิ้งหลินชิงเวยโดยไม่ใส่ใจ รอให้ผ่านพ้นคืนนี้ไป ต้องการให้เขาทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น เขาเสียใจแล้ว เขายอมรับผิด เขายินดีทอดทิ้งตนเอง ทว่าจะไม่ยินยอมทอดทิ้งนางอีก
เพียงแต่นาทีนั้นหลินชิงเวยดูเหมือนจะเข้าใจผิดคิดไปว่าเขาจะพุ่งเข้ามาหาตนโดยไม่คำนึงถึงสิ่งใด สายตาของนางถูกแสงไฟส่องสว่างเบื้องหน้าเซียวเยี่ยนราวกับดวงดาราที่ตกลงมาจากฟากฟ้า
สุดท้ายเขายังคงเลือกสุ่ยฉ่ายชิง
ถูกต้อง นอกจากเซียวอี้แล้ว นางเองก็อยากจะลองวางเดิมพันครั้งสุดท้ายนี้เช่นกัน เดิมพันว่าตำแหน่งของนางในใจเซียวเยี่ยนมีน้ำหนักและความสำคัญแค่ไหน?
เห็นได้ชัดเจนและง่ายดายว่า…นางพ่ายแพ้อีกครั้ง
นางไม่ได้ยินเสียงร้องตะโกนของเซียวจิ่น รอบด้านล้วนกลายเป็นเพียงความเงียบสงบ โลกของนางสูญเสียการได้ยินต่อ นางได้แต่มองทุกอย่างด้วยสายตาว่างเปล่า เซียวเยี่ยนช่วยสุ่ยฉ่ายชิงโดยละทิ้งทุกอย่าง เขาล้มแม่ทัพซุนได้ในสองสามกระบวนท่าแล้วดึงร่างของสุ่ยฉ่ายชิงมาไว้ใต้แขน
เขาหันกลับมาอย่างร้อนรน ทว่ากลับถูกสุ่ยฉ่ายชิงฉุดกระชากลากถูขาจนเดินไม่ได้
ไม่เป็นไรหรอก หลินชิงเวยคิด ต่อให้เขาไม่หันกลับมา ตนเองก็รู้สึกว่าไม่เป็นไร นางเคยชินกับการถูกเขาทอดทิ้งนานแล้ว
ที่จริงพูดให้ถึงที่สุดแล้วยังเป็นเพราะนางกล้าหาญเกินไป เก่งกาจเกินไป เมื่อนางไปตามตื๊อเพื่อจีบคนผู้หนึ่ง นางกล้าหาญกว่าบุรุษเสียอีก เมื่อนางเสียสละทุ่มเท นางทุ่มเททั้งกายและจิตใจยิ่งกว่าผู้ใด เมื่อนางไปต่อกรกับศัตรูคนหนึ่ง นางไม่เคยไว้ไมตรีและใจอ่อน เพราะนางใส่ใจคนผู้หนึ่ง นางจึงพุ่งออกไปยืนอยู่ข้างหน้าสุด
นางเพียงแค่โดดเด่นเกินไป
โดดเด่นเสียจนไม่จำเป็นต้องให้ผู้ใดมาปกป้องและทะนุถนอม เพราะตัวนางเองปกป้องตัวเองได้
ดังนั้นเซียวเยี่ยนจึงรู้สึกเช่นนั้น ต่อให้เขามาช้าสักนาที นางเองก็สามารถคุ้มครองตัวเองได้แน่นอน เขายังคงเลือกสุ่ยฉ่ายชิง เลือกที่จะรักษาคำพูดที่เขาได้ให้ไปก่อนหน้านี้
เรื่องราวต่างๆ ในอดีต มิใช่เพียงบอกว่าจะลืมก็สามารถลืมได้ในเวลาชั่วคืนเดียว ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนไม่อาจเทียบได้กับการรักษาคำพูดของเขา
หลินชิงเวยไม่รู้ว่าควรร้องไห้หรือหัวเราะดี สุดท้ายแล้วนางควรจะถอดใจได้แล้วกระมัง
ถูกต้อง หมดใจอย่างแท้จริง
นาทีที่เซียวเยี่ยนหันกลับมา หลินชิงเวยรับรู้ได้ว่าหัวใจของนางถูกกระบี่เล่มหนึ่งเสือกเข้ามาจนปริแยกออกจากกัน รอเมื่อนางรู้สึกตัวอีกครั้ง น้ำตาอุ่นๆ ไหลลงมาอย่างกลั้นไม่อยู่ในที่สุด มันกลิ้งลงมาจากกระบอกตาของนาง
เซียวเยี่ยนเจ็บปวดรวดร้าวเสียจนดวงตาทั้งคู่เบิกกว้าง
ทุกคนต่างคิดว่านางร้องไห้ไม่เป็น เพราะนางเข้มแข็งและกล้าหาญพอ
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ระหว่างพวกเขาก็ให้จบสิ้นลงเพียงเท่านี้เถิด
คำพูดของหลินชิงเวยที่เอ่ยออกมาทีละคำจากริมฝีปากของนาง ดังเข้าไปในโสตประสาทของเซียวอี้และเซียวเยี่ยนเช่นกัน ดวงตาของนางเต็มไปด้วยหยาดน้ำใสๆ นางมองเซียวเยี่ยนและพูดว่า “เซียวอี้ ท่านสังหารข้าเถิด”