ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง - เล่มที่ 14 บทที่ 396 ไม่มีใครบุกน้ำลุยไฟเป็นเพื่อนนาง
หลีเช่อ “ซีเฟยเหนียงเหนียงไม่จำเป็นต้องเชิญหมอหลวง แม่นางของข้าได้กำชับเอาไว้ให้ขอความช่วยเหลือจากซีเฟยเหนียงเหนียง ไม่ทราบว่าเหนียงเหนียงยังจำได้หรือไม่เพคะ?”
ซีเฟยมอง “หลินชิงเวย” แล้วพยักหน้า
หลีเช่อยื่นมือออกมา ส่งกำไลหยกสีแดงและป้ายคำสั่งให้กับซีเฟย “แม่นางของข้าได้กำชับเอาไว้ก่อนหมดสติว่า นางต้องการรถม้าคันหนึ่งเพื่อออกจากวังหลวงในคืนนี้ ยิ่งเร็วยิ่งดี ต้องรบกวนซีเฟยเหนียงเหนียงเตรียมให้ด้วยเพคะ คิดว่าซีเฟยเหนียงเหนียงคงพอจะคาดเดาเรื่องราวในคืนนี้ได้บ้างแล้ว แม่นางช่วยเหลือฝ่าบาทให้ทำแผนการใหญ่สำเร็จ แต่นางไม่ปรารถนาจ จะรั้งอยู่ในวังหลวงอีก หลังจากออกจากวังหลวงในคืนนี้ นางจะโบยบินออกไปบนโลกกว้าง ไม่ย้อนกลับมาอีก”
ในใจของซีเฟยเต็มไปด้วยความว้าวุ่นใจ นางรู้ดีว่าหลินชิงเวยมิใช่สตรีทั่วไป วังหลวงแห่งนี้สำหรับหลินชิงเวยแล้วก็คือกรงขังดีๆ นั่นเอง ยิ่งหลินชิงเวยคิดจะไปจากที่นี่ ฮ่องเต้ยิ่ งปรารถนาจะรั้งตัวนางเอาไว้ที่นี่
นี่อาจเป็นเหตุผลหลักที่หลินชิงเวยคิดจะไปจากวังหลวง เรื่องระหว่างฝ่าบาทและหลินชิงเวย ซีเฟยรู้ดี หัวใจของหลินชิงเวยไม่ได้อยู่ที่นี่ ทว่าหัวใจของฝ่าบาทกลับอยู่ที่หลินชิงเว วย
ซีเฟยมิใช่คนขี้อิจฉาริษยา แต่โดยส่วนตัวแล้ว นางไม่ปรารถนาให้ฝ่าบาทและหลินชิงเวยต่างต้องเจ็บปวดด้วยกันทั้งสองฝ่าย เช่นนี้แล้วหากหลินชิงเวยไปจากวังหลวง นี่จึงเป็นเรื่องที่ดีไ ไปกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว
ซีเฟย “ในเมื่อนี่เป็นเรื่องเดียวที่นางขอ เช่นนั้นไม่ว่าอย่างไรข้าก็จะช่วยให้นางทำสำเร็จ”
ซีเฟยสั่งให้คนเตรียมรถม้าทันที หลีเช่อประคองร่างของเซียวอี้ขึ้นไปบนรถม้า ซีเฟยนั่งอยู่ในรถม้าเช่นกัน นางสั่งให้คนขับรถม้ามุ่งหน้าออกไปทางประตูวัง
ประตูวังชั้นแล้วชั้นเล่าเพิ่งผ่านเหตุการณ์ฆ่าฟันเลือดสาดคำรบหนึ่ง การป้องกันจึงอยู่ในสภาพหย่อนยานกว่าปกติ บริเวณประตูวังกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผลัดองครักษ์ เมื่อเห็นมีรถม้ าคันหนึ่งผ่านมาย่อมต้องขวางเอาไว้
ซีเฟยไม่ได้ยินเสียงคนขับรถม้าพูดจาก็เริ่มอาเจียนแห้งๆ ออกมาก่อน เนื่องจากลมพัดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์เข้ามา ทำให้คนแทบจะอาเจียน นางกำนัลข้างกายซีเฟยห้ามไว้ไม่ทัน ซีเฟยเลิกผ ผ้าม่านหน้าต่างขึ้นมองไปด้านนอก เห็นศพมากมายนอนเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้น รอบด้านเต็มไปด้วยโลหิตสดๆ จึงอาเจียนออกมา
ได้ยินว่ารถม้าคันนี้จะออกจากวัง ไม่ว่าอย่างไรองครักษ์ก็ไม่ยอมปล่อยให้รถม้าคันนี้ผ่าน ซีเฟยจึงโผล่ศีรษะออกมานอกรถม้า ในมือแสดงป้ายคำสั่งว่าป้ายนี้เป็นป้ายพระราชทานจากฮ ฮ่องเต้ เห็นของสิ่งนี้เปรียบเสมือนเห็นฮ่องเต้
ทหารรักษาพระองค์จึงปล่อยรถม้าคันนี้ผ่านไปด้วยเหตุนี้
เช่นนี้เมื่อมาถึงประตูวังชั้นสุดท้าย ประตูวังเปิดออก ยามนี้ที่นี่เป็นประตูชั้นสุดท้าย หลีเช่อเองต้องทำหน้าที่เป็นคนขับรถม้าเอง ซีเฟยและนางกำนัลหนึ่งคนพร้อมกับคนขับรถม้า ที่เป็นขันทีล้วนต้องลงจากรถม้า ซีเฟยพูดว่า “การจากลากันครั้งนี้ ขอให้แม่นางหลินรักษาเนื้อรักษาตัวด้วย”
หลีเช่อหันกลับมามองแวบหนึ่ง “บุญคุณของซีเฟยเหนียงเหนียง ยากจะลืมได้” พูดแล้วก็หวดแส้ม้าลงหนักๆ ออกจากวังหลวง
ซีเฟยมองรถม้าออกจากประตูวัง ค่อยๆ หายลับไปในความมืดยามตรี จึงได้สติกลับมา ในมือเหลือเพียงป้ายคำสั่งหนักอึ้ง นี่ควรคืนให้กับฝ่าบาทกระมัง
ตลอดทางที่ผ่านมา องครักษ์ผู้ทำหน้าที่เฝ้าประตูเมืองล้วนมิกล้าขัดขวางรถม้า ซีเฟยมีป้ายคำสั่งอยู่ในมือ ทหารรักษาพระองค์เหล่านั้นเข้าใจว่าซีเฟยส่งคนออกจากวังตามคำสั่งของฮ่องเต้ ดังนั้นเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้จึงไม่มีผู้ใดกล่าวถึงในภายหลัง
ยามนี้อุทยานหลวงกลายเป็นพื้นดินไหม้เกรียม ทหารรักษาพระองค์ที่สวมชุดเกราะทำด้วยโลหะเหล่านั้นต่างกำลังช่วยกันดับกองเพลิงที่ลุกโชน
หลินชิงเวยย่ำเท้าลงบนพื้นดินไหม้เกรียมเดินออกไปด้านนอกทีละก้าวๆ นางได้ยินเสียงร้องเรียกของเซียวจิ่น และได้ยินเสียงวุ่นวายอื่นๆ
เมื่อทหารรักษาพระองค์ดับไฟบริเวณรอบนอกได้ ต้นไม้ที่ล้มลงมาถูกไฟเผาเสียจนกลายเป็นเถ้าถ่าน ขณะที่พวกเขาคิดจะบุกเข้ามาพลันเห็นเงาร่างสายหนึ่งค่อยๆ เดินออกมาท่ามกลางเปลวเพลิง ง
หลินชิงเวยคิดในใจ นางไม่ได้ถูกไฟกองใหญ่นี้แผดเผาจนตาย ช่างเป็นเรื่องมหัศจรรย์ยิ่งนัก ควันไฟคละคลุ้ง ทำให้คนสำลักจนทั้งจมูกทั้งปากของนางแสบจนน้ำตาไหล
ดูเหมือนนางเห็นคนมีท่าทางราวกับคลุ้มคลั่ง
นางเห็นไม่ชัดเจนนัก สุดท้ายเห็นเพียงกรอบหน้าอันเลือนราง
พวกเขาเป็นห่วงนาง แต่สุดท้ายกลับไม่มีผู้ใดยินดีที่จะบุกเข้ามาในเปลวเพลิงเป็นเพื่อนนางแม้แต่คนเดียว ไม่มีใครกระโดดเข้ามาร่ายรำท่ามกลางเปลวไฟกับนาง
ดวงตาดำขลับและสว่างสุกใสของหลินชิงเวยตกลงบนร่างของเซียวจิ่น เซียวจิ่นร้อนใจอย่างที่สุด เขายื่นมือมาให้นาง “ชิงเวย รีบออกมา รีบออกมา มาอยู่ข้างกายเจิ้น…ไม่เป็นไรแล้ว ท ทุกอย่างไม่เป็นไรแล้ว…”
สายตาของนางละเลื่อนไปตกอยู่บนร่างของเซียวเยี่ยน
เซียวเยี่ยนขยับลูกกระเดือก เขามองนางด้วยความเจ็บปวด มองนางมีชีวิตรอดออกมา นาทีนั้นเขารู้สึกว่าสวรรค์เมตตาต่อเขาอย่างที่สุด
เคียดแค้นชิงชังเขาก็เคียดแค้นชิงชังเขาเถิด ขอเพียงนางมีชีวิตรอดเป็นพอ
เซียวเยี่ยนคิดจะบุกเข้าไปในกองเพลิง แต่สุ่ยฉ่ายชิงดึงรั้งเขาเอาไว้ เป็นตายอย่างไรก็ไม่ยอมปล่อยให้เขาเข้าไป สุ่ยฉ่ายชิงทั้งร้องไห้ทั้งตะโกน “เยี่ยน ไม่นะ! ท่านเข้าไปแล้ว ต้องถูกไฟคลอกตายแน่!”
เซียวเยี่ยนสะบัดร่างของสุ่ยฉ่ายชิงออกอย่างไร้สุ้มเสียง เวลานั้นไม่รู้ว่าสุ่ยฉ่ายชิงเอาความกล้าหาญมาจากที่ไหน ถึงกับโผกายไปข้างหน้าเซียวเยี่ยนแล้วหยิบกระบี่เล่มหนึ่งที่ตก กอยู่บนพื้นพาดลงกับลำคอของตนเอง นางกัดฟัน น้ำตาไหลพราก “หากท่านเข้าไป ข้าก็จะตายต่อหน้าท่าน! ท่านไปเถิด ท่านไม่ใส่ใจความเป็นความตายของข้า แล้วจะช่วยข้าเพื่ออะไร? เหตุใดท ท่านไม่ช่วยนางก่อนเล่า? นางถูกไฟคลอกตายแล้ว ข้าก็ตายแล้วเช่นกัน นี่คือผลลัพธ์ที่ท่านต้องการ เช่นนี้แล้ว ข้าส่งเสริมท่าน!”
ต่อให้เป็นเช่นนี้ นางก็มิอาจหยุดยั้งย่างก้าวของเซียวเยี่ยนเอาไว้ได้
ทว่าต่อมา ย่างก้าวของเซียวเยี่ยนหยุดลงเอง หลังจากสุ่ยฉ่ายชิงได้ยินเซียวจิ่นพูดจาจึงค่อยๆ หันกลับไปมอง จึงพบว่าที่แท้เป็นเพราะหลินชิงเวยเดินออกมาจากด้านใน
ร่างของนางเล็กแบบบาง เดิมทีกระโปรงบนร่างของนางเป็นสีเขียวอ่อน ยามนี้เต็มไปด้วยคราบสีดำ บริเวณท้องของนางถูกย้อมไปด้วยโลหิตสดๆ บนใบหน้าทิ้งคราบสีดำจากไม้ที่ถูกเผาจนไห หม้เกรียม
ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับสว่างสุกใสดังเดิม
สุ่ยฉ่ายชิงเงยหน้าขึ้นมองเซียวเยี่ยนที่อยู่เบื้องหน้าทั้งน้ำตา เซียวเยี่ยนมองหลินชิงเวยนิ่งๆ สายตาเช่นนั้น เขาไม่เคยมองนางด้วยสายตาเช่นนั้นเลย
ไม่ว่านางจะพยายามมากเพียงใด ในใจของเขายังคงพบว่าหลินชิงเวยสำคัญกว่าตนเช่นนั้นหรือ ที่จริงนางรู้นานแล้ว เพียงแต่นางไม่ยอมรับเท่านั้นเอง
เซียวเยี่ยนดีต่อนาง นับว่าเป็นการทำตามคำพูดที่ได้รับปากกับบิดาของนางส่วนหนึ่ง เดิมทีนางเชื่อว่าเมื่อเวลาเนิ่นนานไป นางจะสามารถอยู่ร่วมกับเขาตลอดไป แต่เมื่อมีหลินชิงเวยเ เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน ความรู้สึกจึงค่อยๆ เปลี่ยนไป ความสำคัญของหลินชิงเวยที่มีต่อเซียวเยี่ยนนั้น แม้กระทั่งตัวเขาเองก็ยังไม่รู้!
นี่มันน่ากลัวเพียงใด
สุ่ยฉ่ายชิงดิ้นรนต่อสู้บนความสิ้นหวัง นอกจากเซียวเยี่ยนแล้วหลินชิงเวยยังมีบุรุษอื่นให้ชมชอบ นางสามารถมีชีวิตอยู่อย่างอิสระ แต่ตนเองไม่มีเซียวเยี่ยนแล้วก็ไม่มีอะไรอีกเลย
เวลานั้น ความรู้สึกเคียดแค้นชิงชังค่อยๆ บ่มเพาะขึ้นในจิตใจและหยั่งรากลึกไปถึงกระดูกของสุ่ยฉ่ายชิง—เหตุใดหลินชิงเวยต้องออกมา? เหตุใดนางจึงไม่ถูกไฟคลอกตายอยู่ข้างใน! นางควรจะ ะถูกไฟคลอกตาย! ขอเพียงนางตาย หลินชิงเวยจึงจะไม่สามารถแทรกกลางระหว่างตนเองและเซียวเยี่ยน! มาบัดนี้มีชีวิตรอดออกมาอีก นี่มันอะไรกัน!