ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง - เล่มที่ 14 บทที่ 397 ต้องการให้นางตาย
ร่างของหลินชิงเวยเบาหวิว นางรู้สึกว่าตนเองเกือบจะละลายอยู่ในกองเพลิงแล้ว ต้นไม้ที่ถูกไฟแผดเผาอยู่บนศีรษะเริ่มส่ายไหวไปมา เซียวจิ่นกำลังร้องตะโกน “ชิงเวย เจ้ารีบข้ามมา! เจิ้นสั่งให้เจ้าข้ามมา!”
ใต้ฝ่าเท้าของหลินชิงเวยเกิดเสียงดังฉึก นางเงยหน้าขึ้นมองต้นไม้ที่ถูกไฟแผดเผาบนศีรษะก่อนอื่น แล้วก้มหน้าลงมองใต้ฝ่าเท้าจึงยกยิ้มอย่างอับจนคำพูด
ดูท่าแล้วเป็นเพราะทำเรื่องไม่ดีไว้มากเกินไป กระทั่งสวรรค์ก็ยังต้องการให้นางตาย
ดูเหมือนพื้นดินใต้ฝ่าเท้ามีสิ่งของฝังเอาไว้ ประจวบเหมาะกับหลินชิงเวยเหยียบเข้าพอดี เสียงนั้นทำให้สติเลื่อนลอยของนางค่อยๆ ตื่นตัวตึงเครียดขึ้น
น่าจะเป็นระเบิดที่หลีเช่อฝังเอาไว้?
หลินชิงเวยรู้จักห่วงเหล็กเล็กๆ ที่โผล่ออกมาจากด้านข้างรองเท้าของตนเองดี ห่วงเหล็กที่เหลือออกมาด้านนอกเพื่อเอาไว้สังเกตเมื่อตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน
เกรงว่าเมื่อนางยกเท้าขึ้น ระเบิดที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าก็จะระเบิดขึ้นทันที
ดังนั้นนางจึงหยุดยืนอยู่กับที่โดยไม่เคลื่อนไหวเนิ่นนาน นางก้มหน้าลงพูดงึมงำกับตนเอง “หลีเช่อ นี่เจ้าต้องการขุดหลุมฝังศพให้ข้าหรือ แต่ช่างเถิด ไม่แน่ว่าหากตายครั้งนี้ ข้าคง งจะทะลุมิติกลับไปก่อนเจ้า”
ยามนี้เซียวเยี่ยนเม้มปาก เขาตึงเครียดไปทั้งร่าง เขาเค้นคำพูดออกมาจากลำคอได้เพียงประโยคเดียว “ชิงเวย เจ้าออกมา ไม่ว่าเรื่องใดล้วนหารือกันได้ทั้งสิ้น ได้หรือไม่?”
หลินชิงเวยมองเซียวเยี่ยนและสุ่ยฉ่ายชิง ดูเหมือนไม่มีอะไรต้องการพูดเป็นพิเศษอีกแล้ว
ให้เป็นเช่นนี้เถิด สาเหตุที่นางต้องปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าทุกคนเพียงเพื่อต้องการดึงความสนใจของทุกคนเอาไว้ ให้หลีเช่อพาเซียวอี้หนีออกไปเท่านั้น
จะต้องเป็นเพราะสวรรค์ได้ยินความปรารถนาในใจของสุ่ยฉ่ายชิงเป็นแน่ ถึงกับตอบรับคำสาปแช่งของนาง ไม่มีเวลาใดที่นางปรารถนาให้หลินชิงเวยตายไปมากกว่าตอนนี้อีกแล้ว ถูกไฟคลอกตายก็ดี ถูกผู้อื่นสังหารก็ดี ขอเพียงนางตาย!
สุ่ยฉ่ายชิงขวางอยู่เบื้องหน้าเซียวเยี่ยนตลอดเวลา ไม่ยอมให้เขาเข้าใกล้หลินชิงเวย ขณะเดียวกันก็มองผ่านไหล่ของเซียวเยี่ยนเห็นแม่ทัพซุนที่ถูกเซียวเยี่ยนเล่นงานจนหมอบอยู่กับพื นถึงกับยังเหลือลมหายใจเฮือกสุดท้ายเพื่อรอโอกาส
ตอนนี้มือของแม่ทัพซุนขยับแล้ว ในขณะที่ทุกคนต่างพุ่งความสนใจไปบนร่างของหลินชิงเวย เขาค่อยๆ หยิบกระบี่ในมือขึ้นมาด้วยเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายที่เขามี เขาไม่ได้ค่อยๆ คืบคลานขึ้ นมาแต่พุ่งเข้ามาในคราเดียว เขามีโอกาสเพียงครั้งเดียว พลาดโอกาสนี้แล้วย่อมไม่มีโอกาสอีก
ด้วยเหตุนี้เขาจึงกุมกระบี่ในมือแน่น จ้วงแทงเข้าไปบนตำแหน่งด้านหลังหัวใจของเซียวเยี่ยน
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเร็วเกินไป เมื่อองครักษ์ลับยอดฝีมือข้างกายเซียวจิ่นและผู้บังคับบัญชาสูงสุดพบเห็นเข้าก็สายเกินไปแล้ว พวกเขาทำได้เพียงส่งเสียงร้องตะโกน “เซ่อเจิ้งอ๋อง ระว วัง!”
เซียวจิ่นหันไปมอง แววตาของเขาพลันเปลี่ยนเป็นดำมืด
สุ่ยฉ่ายชิงหันหน้าเข้าหาแม่ทัพซุนที่ร่างเต็มไปด้วยเลือด และนางเห็นทุกอย่างชัดเจน นางไม่อาจให้เซียวเยี่ยนตายได้ นางต้องการให้หลินชิงเวยตาย
ต้องการให้นางตาย!
ทันทีที่ความคิดเช่นนี้บังเกิดขึ้นในสมอง ก็เหมือนเถาวัลย์ที่เติบโตขึ้นอย่างคลุ้มคลั่งโดยมิอาจควบคุมได้ ความเคียดแค้นในจิตใจจึงยิ่งเพิ่มพูนขึ้นเป็นทวีคูณ เวลานี้ใบหน้าที่อ่อน นโยนเปราะบางอยู่เสมอของสุ่ยฉ่ายชิงพลันปรากฏให้เห็นความเหี้ยมโหด ส่งผลให้ใบหน้างดงามปานล่มเมืองของนางบิดเบี้ยวจนขี้ริ้วสุดจะเปรียบ
เวลาเพียงชั่วพริบตา ขณะที่แม่ทัพซุนกำลังจะทำสำเร็จ เซียวเยี่ยนรับรู้ได้ถึงรังสีสังหารทางด้านหลัง กำลังจะหมุนกายกลับไปรับมือ ไหนเลยจะคิดว่าสุ่ยฉ่ายชิงจะรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมด ดผลักเซียวเยี่ยนออกไปด้านข้างแล้วร้องขึ้นว่า “เยี่ยน ระวัง!”
เมื่อเซียวเยี่ยนหลบไปด้านข้าง กระบี่ในมือแม่ทัพซุนกลับมิอาจหยุดลงได้ มันสวนผ่านร่างของสุ่ยฉ่ายชิง คมกระบี่นั้นทิ้งคราบเลือดไว้รอยหนึ่งบนแขนของนาง นางไม่ทันได้รู้สึก กเจ็บปวด กลับจ้องไปทางหลินชิงเวยเขม็งพร้อมกับโถมกายผลักแผ่นหลังของแม่ทัพซุนอีกแรงหนึ่ง ส่งผลให้แม่ทัพซุนลอบสังหารเซียวเยี่ยนไม่สำเร็จ แต่เข้าใกล้หลินชิงเวยอีกหลายก้าว กร ระบี่ในมือนั้นแทงเข้าใส่ร่างของหลินชิงเวยตรงๆ
แม่ทัพซุนผู้นั้นเห็นหลินชิงเวยชัดเจน เขาเกลียดชังสตรีนางนี้เข้ากระดูกเช่นกัน หากมิใช่เซี่ยนอ๋องเชื่อถือสตรีเจ้าเล่ห์นางนี้ พวกเขามีหรือจะมีจุดจบเช่นนี้
เช่นนั้นก็ดี เซี่ยนอ๋องไม่อาจสังหารนางให้ตาย ให้เขาสังหารนางให้ตายแทน เห็นฮ่องเต้น้อยและเซ่อเจิ้งอ๋องต่างใส่ใจนางเช่นนี้ ให้เขาลากนางลงหลุมไปด้วยกันก็ดี!
ดังนั้นแม่ทัพซุนจึงแผดเสียงร้องคำราม รวบรวมพละกำลังเฮือกสุดท้าย พุ่งเข้าใส่หลินชิงเวย
หลินชิงเวยก้มหน้าลงมองกระบี่เล่มที่สองแทงเข้ามาในร่างของตน ทว่ากลับมิได้แทงทะลุร่างของนางออกไป นางพบว่าร่างของแม่ทัพซุนไม่อาจก้าวขึ้นหน้ามาได้อีกแม้แต่ก้าวเดียว หลิ นชิงเวยเห็นเส้นด้ายสีทองรัดรอบลำคอของเขา ทำให้รอบลำคอของเขากลายเป็นรอยเลือด
อีกด้านหนึ่งของเส้นไหมสีทองอยู่ในมือของเซียวเยี่ยน ดวงตาของเซียวเยี่ยนคลุ้มคลั่ง ชายอาภรณ์ปลิวพลิ้ว พลังลมปราณแผ่ออกมาจากร่างของเขา ใบหน้าของเขาเย็นชาและเหี้ยมโหด พร้อ อมกับการสะบัดแขนของเขา…
สุ่ยฉ่ายชิงกรีดร้องเสียงดัง ตื่นตระหนกจนหมดสติไปทันที
นาทีถัดมา เซียวเยี่ยนเหินกายข้ามมาหาหลินชิงเวย
หลินชิงเวยกัดฟันแน่น ฝืนความเจ็บปวดดึงกระบี่เล่มนั้นออกมา นางเงยหน้าขึ้นมองต้นไม้ที่ถูกไฟแผดเผากำลังจะล้มลงมา ร่างของนางโอนเอนไปมา ก่อนที่เซียวเยี่ยนจะสัมผัสถูกตัวนาง ก่อ อนหน้าที่ต้นไม้ข้างบนจะตกลงมาบนศีรษะของนาง หลินชิงเวยยกเท้าเบาหวิวขึ้น หันหลังเดินกลับเข้าไปในที่สุด
คนทั้งสองถูกคั่นไว้ด้วยเปลวเพลิง เวลาได้ย้อนกลับไปอีกครั้ง ราวกับย้อนกลับไปเมื่อปีก่อน
เหตุการณ์เปลวเพลิงครั้งใหญ่ในพระราชวังฤดูร้อนที่กลายเป็นซากปรักหักพังในหนานเจียง ทำให้ช่องว่างระหว่างพวกเขาใกล้ชิดขึ้น นางออกไปตามหาเขาโดยละทิ้งทุกสิ่ง เขาละทิ้งทุกสิ่งเพื่อ อกลับมาหานางเช่นกัน
ยากที่จะจินตนาการออกมาได้ว่าความสำคัญที่เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจเหล่านั้นล้วนเป็นละครฉากหนึ่ง เป็นเพียงความฝันตื่นหนึ่ง
มาบัดนี้ ในสถานการณ์ท่ามกลางเปลวเพลิงเช่นเดียวกัน กลับขีดเส้นกั้นระหว่างคนทั้งสองให้ยิ่งห่างไกลออกไป ไกลถึงขั้นคนหนึ่งอยู่ คนหนึ่งตาย
เซียวเยี่ยนยื่นมือมาให้นาง น่าเสียดายที่นางไม่ยอมจับมือเอาไว้
เปลวเพลิงล้อมกรอบหน้าของเขา ประทับลงกลางใจของหลินชิงเวย
นางเป็นคนไม่เห็นอกเห็นใจผู้อื่นมาแต่กำเนิด เป็นสตรีที่ตอบแทนความคับข้องใจด้วยคุณธรรม ดังนั้นหากพูดโดยส่วนตัวแล้ว เหตุการณ์นี้ไม่มีใครทอดทิ้งใคร เกรงว่าจะแลกมาซึ่งความเจ็บปวดข ของเซียวเยี่ยนก็ถือว่าดี
ความเจ็บปวดชนิดนั้น ราวกับเปลวไฟที่คอยกัดกินร่างกาย ดูคล้ายคมกระบี่ที่แทงเข้ามาในผิวเนื้อ ไม่ มันยิ่งกว่านั้น
เจ็บปวดเสียจนนางยินยอมให้ตนเองไม่เคยมีความรักครั้งนั้นมาก่อน
หลินชิงเวยหันมายิ้มและพูดกับเขา “เซียวเยี่ยน จากกันตลอดกาลแล้ว หวังว่าท่านจะมีชีวิตที่เต็มไปด้วยความสุข”
“หลินชิงเวย!”
ความเจ็บปวดปานจะขาดใจที่ร้องตะโกนออกไปนั้นไม่อาจเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นในหัวใจของนางมาได้แม้แต่นาทีเดียว เรื่องบางเรื่องเมื่อได้ตัดสินใจไปแล้ว ล้วนไม่อาจหันกลับมาได้อีก
ที่ตอบเขากลับมามีเพียงเสียงปะทุของเปลวไฟเบื้องหน้า และระเบิดที่ดังขึ้นใต้ฝ่าเท้าของหลินชิงเวย