ทรราชตัวน้อย ไม่อยากพบจุดจบแบบ BAD END - บทที่ 458 โชคชะตาของฉัน (2)
เปตราพึมพําเงียบๆ เกี่ยวกับที่มาในพลังเวทของเด็กสาว ทําให้โร เอลเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ
ในบางแง่นอร่าอาจถือได้ว่าเป็นร่างใหม่ของเทพเจ้าผู้เป็นราชา แห่งเผ่าพันธุ์ เช่นเดียวกับเปตราและคนอื่นๆ นั่นเป็นเหตุผลว่าทําไม เทพโบราณทั้งสามจึงระมัดระวังเธอเป็นอย่างมาก
ยิ่งไปกว่านั้นในแง่ของความสามารถเหนือธรรมชาติแล้ว พลังของ ทูตสวรรค์นั้นค่อนข้างรับมือได้ยาก ดังนั้นในบรรดาเทพเจ้าโบราณทั้ง สาม คงมีเพียงคุณสมบัติอันเดธของกรันด้าเท่านั้นที่จะสามารถ ทัดเทียมได้
ใบหน้าของโรเอลเคร่งขรึมขึ้น เขาเข้าใจแล้วว่าตนเองอยู่ใน สถานการณ์ที่เลวร้ายเพียงใด
ขณะเดียวกันบนท้องฟ้านอร่าก็เริ่มมีการเคลื่อนไหว เธอจ้องไปที่ โรเอลด้วยดวงตาที่เปล่งประกายก่อนจะโค้งตัวไปข้างหน้าอย่างสง่า งามราวกับว่าจะเอนตัวเข้าไปจูบอย่างอ่อนโยน แต่สิ่งที่ได้รับมากลับ กลายเป็นจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัว
ตูม!
เสียงระเบิดดังขึ้นพร้อมกับนอร่าที่ดันตัวเองไปข้างหน้า ด้วยพลัง เวทอันรุนแรงที่แผ่ออกมาจากปีกแห่งแสง ทําให้เธอร่วงลงมาราวกับ ดาวหาง
การจู่โจมที่คาดไม่ถึงนี้ทําให้โรเอล กรันด้า และคนอื่นๆ ต่างพากัน ตกใจ
เธอทิ้งความได้เปรียบทางอากาศมาเพื่อต่อสู้ในระยะประชิดงั้น เหรอ?
หลังจากช่วงเวลาแห่งความสงสัย เทพธิดาแห่งผืนปฐพีก็ใช้โอกาส นี้ เพื่อปลดปล่อยพลังของเธอ สร้างแรงระเบิดอันรุนแรงขึ้นระหว่างโร เอลกับนอร่า ส่งก้อนหินขนาดใหญ่ที่แตกเป็นเสี่ยงๆ ขึ้นไปบนท้องฟ้า ราวกับยิงธนูขึ้นไป ในเวลาเดียวกันเธอก็กระชับร่างของตนให้แน่น ก่อนที่จะพุ่งเข้าหาดาวหาง
เปลวเพลิง ดินและก้อนหินขนาดมหึมาขวางทางหนีของนอร่า ขณะที่เทพธิดาแห่งผืนปฐพีพุ่งขึ้นมาดักรอข้างหน้าเธอ พร้อมกับอ้า ปากอันมหึมา ซึ่งพร้อมจะกลืนกินนอร่าทั้งเป็น
อย่างไรก็ตามอีกฝ่ายก็ยังคงไม่สะทกสะท้าน นอร่าเลือกที่จะไม่เร่ง หรือหลีกเลี่ยงเปตรา อันที่จริงแล้วเธอพุ่งเข้าใส่ปากของเทพธิดาแห่ง ผืนปฐพีเสียด้วยซ�า
“หืม?”
เปตราประหลาดใจที่เธอสามารถกินนอร่าได้ง่ายๆ นี่ทําให้ราชินี แม่มดขมวดคิ้วด้วยความสับสนเช่นกัน ทั้งสองคนไม่เข้าใจว่าทําไมศัตรู ถึงสมัครใจเข้าไปในร่างเทพธิดาแห่งผืนปฐพี
เปตรานั้นเป็นถึงร่างจุติของผืนปฐพี มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะ ทําลายเธอจากภายใน นั่นคืออํานาจของเธอในฐานะเทพเจ้า
กระนั้นกฎเกณฑ์ดังกล่าวก็ล่มสลายในชั่วพริบตา
พลังเวทสีทองเริ่มเปล่งประกายจากร่างกายของเปตราจากแสง ริบหรี่ที่เบาบาง ซึมซาบเข้าสู่ร่างกายของเธออย่างรวดเร็วราวกับเป็น โรคติดต่อ รอยแตกปรากฏขึ้นทั่วร่างกายของเทพธิดาแห่งผืนปฐพี และ ทุกอย่างก็เริ่มพังทลายด้วยการระเบิดอันรุนแรง
ตูม!
“ไม่ดีแล้วสิ!”
การระเบิดร่างกายของเปตรา ทําให้ราชินีแม่มดตื่นตระหนก เธอ ไม่คิดว่านอร่าจะใช้พลังของทูตสวรรค์ได้ถึงขั้นนี้ ถึงขนาดที่สามารถบุก รุกร่างของเทพเจ้าและทําลายมันลงได้ โรเอลเองก็ตกใจเช่นกัน และ ประสบการณ์การต่อสู้หลายปีก็ทําให้เขาตระหนักได้ถึงความจริง
เราไม่สามารถชนะเธอได้
พลังที่นอร่าได้รับจากสถานะอวตารทูตสวรรค์คือการซึมซับพลัง เวทและการทําลายล้าง
นั่นเป็นเหตุผลที่ทําให้มีซากศพมากมายตลอดทาง แม้ว่านอร่าจะ ไม่ได้เคลื่อนไหวลงมือ แต่ทุกสิ่งที่สัมผัสกับพลังเวทของเธอก็จะถูก ครอบคลุมไปด้วยพลังเวทนั้นและถูกทําลาย
บนท้องฟ้า เทพธิดาแห่งผืนปฐพีที่แตกสลายได้ทรุดตัวลงกับพื้น พร้อมกับเสียงร้องอันเจ็บปวด จากนั้นทูตสวรรค์ที่โผล่ออกมาก็กางปีก แสงออกและพุ่งไปข้างหน้าอีกครั้ง พร้อมเริ่มร่ายศรแสงปลดปล่อยเข้า ใส่โรเอล
กรันด้าก้าวไปข้างหน้าเพื่อป้องกันลูกศรแสง เขาสามารถตอบโต้ การดูดกลืนของพลังเวทของนอร่าได้ด้วยคุณลักษณะการฟื้ นคืนชีพอัน เดธ ทําให้เขาสามารถยืนหยัดต่อหน้าอีกฝ่ายได้
เสียงคํารามอันโกรธเกรี้ยวที่เขย่าผืนดินของกรันด้าดังขึ้น ราชา ยักษ์ปลดปล่อยพลังเวทแห่งความตายออกมา พุ่งตรงไปที่ทูตสวรรค์ ด้วยหมัดอันทรงพลัง พลังอันยิ่งใหญ่ของราชาแห่งยักษ์ได้ทําลายการ แสดงออกที่เฉยเมยของทูตสวรรค์ ทําให้เธอเลือกที่จะหลบเลี่ยงการ โจมตีของเขา
นี่เป็นครั้งแรกที่นอร่าถูกบังคับให้ถอยห่างออกไปในการต่อสู้ แต่ ชัยชนะเล็กๆ น้อยๆ นี้ไม่ได้มีความหมายอะไร หลังจากถอยกลับไปบน ท้องฟ้า เด็กสาวก็ยกฝ่ามือขึ้นและเรียกแสงที่ทําให้ตาพร่าพรายออกมา ย้อมท้องฟ้าทั้งผืนให้เป็นสีทอง
พลังเวทของนอร่าปะทุอย่างรุนแรง พุ่งตรงมาที่ราชายักษ์ ซึ่ง กรันด้าก็ได้รวบรวมพลังเวทแห่งความตายปลดปล่อยออกมาในรูปของ หมัด
พลังเวทของทั้งสองปะทะกัน ทําให้เกิดการระเบิดครั้งใหญ่ส่อง สว่างไปทั่วหุบเขาทาร์กอย่างรวดเร็ว ปราบเงาแห่งรัตติกาล ส่งผลให้ สัตว์อสูรทุกตัวในบริเวณใกล้เคียงรีบหนีออกจากพื้นที่อย่างบ้าคลั่ง และทําให้พวกกลายพันธุ์ไม่กล้าเข้าใกล้ด้วยพลังอันน่ากลัว
มันดูเหมือนว่าทั้งสองฝ่ายจะเท่าเทียมกันในขณะนี้ แต่โรเอลนั้นรู้ ดีว่าสถานการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่
พลังเวทของกรันด้าค่อยๆ ถูกหลอมรวมโดยพลังเวทของทูต สวรรค์ไปทีละนิด นี่คือการนับถอยหลังว่าเขาจะสามารถต่อสู้ได้อีกนาน แค่ไหน ยิ่งไปกว่านั้นโรเอลยังใช้พลังเวทไปมากแล้วด้วย
“วีรบุรุษของข้า อนุญาตให้ข้าได้สังหารเธอเถอะ”
อาร์เทเชียหันไปหาโรเอลและพูดด้วยคําวิงวอนอย่างจริงจัง
“มันไม่ใช่ความผิดของเจ้าหรอกนะ มันเป็นไปไม่ได้ที่พวกเราจะ ช่วยเธอคนนั้นให้รอดพ้นจากสถานะอวตารทูตสวรรค์ของราชาทูต สวรรค์ ในสภาพนี้ พวกเราจะต้องตายกันหมดแน่”
ราชินีแม่มดกล่าว
ไม่มีใครคาดคิดว่าสถานะอวตารทูตสวรรค์ของนอร่าจะผูกติดอยู่ กับราชาทูตสวรรค์ มันเป็นสถานการณ์ที่ไม่มีใครตั้งใจให้เกิด เช่นเดียวกับชะตากรรมของนอร่า
ผู้มีพลังเหนือธรรมชาตินับไม่ถ้วนถูกทําลายโดยพรสวรรค์ของ พวกเขาตั้งแต่สมัยโบราณ นอร่าไม่ใช่คนแรก และเธอก็คงไม่ใช่คน สุดท้ายเช่นกัน มันเป็นที่เข้าใจได้ว่าทําไมโรเอลถึงต้องการช่วยเธอ แต่ ตอนนี้มันไม่มีประโยชน์อะไรสําหรับเขาที่จะสละชีวิตอย่างไร้ประโยชน์ ที่นี่
หาได้ยากที่อาร์เทเชียจะใช้มาตรฐานทั่วๆ ไปแบบนี้ เพื่อสร้างข้อ โต้แย้งที่น้อยคนจะหักล้างได้ แต่ โรเอลก็มองไปข้างหน้าอย่างเงียบๆ
มันไม่คุ้มที่เราจะยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อนอร่าจริงๆ งั้นหรือ?
เวลาดูเหมือนจะหยุดลงเมื่อความสงสัยผุดขึ้นในใจของโรเอล เขา สัมผัสได้ถึงอันตรายอย่างท่วมท้นราวกับว่ามีคนกําลังกดมีดลงที่คอตัว
เขา แต่ความคิดเรื่องศพที่ไร้ชีวิตของนอร่าก็ทําให้เด็กหนุ่มรู้สึก เหมือนกับว่ามีคนกําลังแทงหน้าอกของเขาเช่นกัน
เป้าหมายของโรเอลคือการมีชีวิตอยู่อย่างสงบสุขให้นานที่สุด
แต่การมีชีวิตอยู่อย่างสงบสุข แท้จริงแล้วหมายความว่าอย่างไร กัน?
การที่ต้องฆ่าคนที่ตัวเองให้ความสําคัญและใช้ชีวิตด้วยความ เสียใจ นับเป็นการมีชีวิตอยู่อย่างมีสุขจริงๆ งั้นเหรอ? การสังหาร ความหวังสุดท้ายของจักรวรรดิเซนต์เมซิท และใช้ชีวิตที่เหลือเพื่อเฝ้าดู การตายของประชาชนของเขาถือเป็นการมีชีวิตอยู่อย่างสงบได้จริงๆ งั้นหรือ?
ถ้าโรเอลเลือกที่จะฆ่านอร่า เขาก็จะรอดจากตรงนี้ไปได้ แต่เด็ก หนุ่มคิดว่ามันคงไม่ต่างอะไรไปจากความตาย เขามีส่วนร่วมในการทํา ให้สถานะอวตารทูตสวรรค์ของนอร่าตื่นขึ้นมา และก็รู้สึกอย่างหนัก แน่นว่าตัวเองจะต้องช่วยเธอให้ได้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
“อาร์เทเชีย ฉันขอห้ามไม่ให้เธอฆ่านอร่า ฉันจะไม่ยอมแน่ถ้าใคร จะพรากนอร่าไปจากฉัน”
ภายใต้แสงสาดสว่าง โรเอลมองไปที่ราชินีแม่มดและพูดด้วยเสียง เรียบๆ ดวงตาของเขาเป็นประกายเจิดจ้าราวกับแสงเทียน สะท้อนถึง ความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ของเขา
“นอร่าไม่ใช่คนที่ฉันจะสามารถละทิ้งได้ หากนี่เป็นชะตากรรมของ เธอที่จะต้องถูกทําลายลงโดยราชาทูตสวรรค์ มันเป็นชะตากรรมของ ฉันที่จะต้องลากเธอกลับมาจากเงื้อมมือของเขา!”
ด้วยคําพูดอันทรงพลังของโรเอล คุณสมบัติแก่นแท้ต้นกําเนิด มงกุฎก็เริ่มส่องแสงเจิดจ้าท่ามกลางสายฟ้าที่ผ่าลงมา พลังเวทของเด็ก หนุ่มเริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่เขาเริ่มเดินออกไปข้างหน้า
“เธอแค่กําลังหลับอยู่เท่านั้น ฉันจะปลุกเธอให้ตื่นขึ้นมาเอง