ทรราชตัวน้อย ไม่อยากพบจุดจบแบบ BAD END - บทที่ 564: ที่รักจ๋า (3)
“เมื่อกี้… เธอ… เธอเรียกฉันว่าอะไรนะ?” “หือ? อ๊ะ ขอโทษนะรุ่นพี่ ที่จู่ๆ ผมก็ทําให้ตกใจ ผมแค่…” “เปล่า ฉันไม่ได้จะโทษเธอ ฉันหมายถึง เธอพูดอีกทีได้ไหม?” “เอ๋? อืม ที่รักจ๋า…”
“!”
เมื่อคําเรียกอย่างสนิทสนมที่ไม่เคยพูดมาก่อนหลุดออกจากปาก ของเด็กหนุ่มผมดํา ดวงตาของลิเลียนก็เบิกกว้างอีกครั้ง แล้วเด็กสาวก็ ก้มหน้างุด กุมหน้าอกของเธอไว้ รู้สึกว่าบางสิ่งในอกของเธอร้อนขึ้น อย่างรวดเร็ว รู้สึกมีความสุขอย่างเอ่อล้น กระทั่งจังหวะหายใจของเธอ ก็ถี่ขึ้นด้วย
“…ไม่คิดเลยว่าวันหนึ่งฉันจะถูกเรียกแบบนั้น”
“รุ่นพี่?”
“ฮะๆ ไม่มีอะไรหรอก แม้จะสายไปหน่อยที่จะพูด แต่ก่อนที่ฉันจะ เจอเธอ ฉันเคยคิดว่าคําเรียกนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน และไม่คิดว่าคํานี้มี
อะไรพิเศษ แต่ตอนนี้ฉันว่าฉันพอเข้าใจผู้หญิงคนอื่นขึ้นมาหน่อยแล้ว ล่ะ”
หลังจากความเงียบที่ยาวนาน ลิเลียนก็เงยหน้าขึ้นแล้วพูดเช่นนั้น ดวงตาสีม่วงของเธอมองโรเอลที่อยู่ตรงหน้าอย่างพร่ามัวเล็กน้อย และ เมื่อเห็นเด็กสาวที่กําลังเต็มไปด้วยความรู้สึก โรเอลพลันรู้สึกตื้นตันอยู่ ชั่วขณะ แล้วเขาก็เดินเข้าไปกอดร่างของเด็กสาวเอาไว้
“อย่างนั้นเหรอ ถ้าแบบนั้น ถ้าเราอยู่ในที่ๆ ไม่มีใครรู้จักเราใน อนาคต ผมจะแนะนําคุณแบบนี้นะ”
“น นี่ ฉันเกรงว่าจะไม่ดีนะ”
“หือ? ทําไมล่ะ?”
“ถึงฉันจะชอบชื่อนี้ ฉันเถียงไม่ได้ แต่ฉันก็ไม่ได้เกลียดคําว่ารุ่นพี่ หรอก ที่สําคัญที่สุดคือเอาแต่เรียกฉันแบบนั้น… มันไม่ดีต่อหัวใจ เกินไป”
ลิเลียนที่กําลังพูดเช่นนั้นด้วยใบหน้าแดงแจ๋และมือที่กุมหน้าอก เป็นท่าทางที่น่าสงสารราวกับกลัวว่ากวางในหัวใจจะกระโดดออกมา แต่เมื่อโรเอลเห็นลิเลียนที่ทําตัวน่ารักแบบนี้ก็อดรู้สึกปวดใจและทน ต่อไปไม่ได้ เขากอดเด็กสาวแน่นขึ้น
“รุ่นพี่ ขี้โกงชัดๆ เลย”
“เธอนั่นแหละขี้โกงที่เรียกฉันแบบนั้น รู้อยู่ว่าคําเรียกนั้นแทบ เป็นไปไม่ได้สําหรับฉันเลย”
“…”
หลังสัมผัสความใกล้ชิดของเด็กหนุ่ม ลิเลียนก็ถอนใจแล้วพูด เช่นนั้น ส่วนโรเอลกะพริบตาปริบๆ หลังจากได้ยินเธอพูด แล้วจากนั้นก็ เข้าใจความหมายของมันทันที
แม้ว่าจะไม่ได้มีตําแหน่งภรรยาเพียงตําแหน่งเดียวในทวีปเซีย แต่ สิ่งที่ต้องมีอย่างแรกเลยคือการแต่งงาน แต่สําหรับโรเอลและลิเลียน แล้ว ข้อจํากัดนี้ช่างยากเย็นและเกือบเป็นไปไม่ได้เลย
คนหนึ่งเป็นเจ้าหญิงจากจักรวรรดิออสทีน และอีกคนมาจากหนึ่ง ในห้าตระกูลขุนนางชั้นสูงแห่งจักรวรรดิเซนต์เมซิท ในเชิงระยะทาง ตําแหน่งและฐานะแล้วทั้งคู่ห่างกันแสนไกล แถมด้วยอุปสรรคจาก จักรพรรดิลูคัสอีก การที่ทั้งสองสามารถมีความสัมพันธ์แบบนี้ใน ปัจจุบันนับว่าเป็นปาฏิหาริย์แล้ว ส่วนความเป็นไปได้ที่ทั้งคู่จะได้ แต่งงานนั้น แม้แต่จะจินตนาการหรือเพ้อฝันถึงมันก็ยังทําได้ยากเลย
หัวใจของโรเอลดิ่งวูบเมื่อนึกถึงจุดนี้ และอ้อมแขนที่กอดลิเลียนไว้ ก็คลายลงเล็กน้อย ลิเลียนเหมือนจะรับรู้ความรู้สึกของโรเอล เธอจึงรีบ อธิบายหลังจากเหม่อไปเล็กน้อย
“เดี๋ยวสิ โรเอล ประโยคเมื่อกี้ฉันไม่ได้จะว่าเธอนะ ฉันหมายถึงเธอ สามารถปฏิบัติกับฉันแบบสามีภรรยาได้นะ ฉันยินดีมากเลย”
“รุ่นพี่…”
สีหน้าของโรเอลดีขึ้นเล็กน้อยเมื่อเขาได้ยินคําพูดของลิเลียน เด็ก สาวผมสีดําและตาสีม่วงถอนหายใจโล่งอก คิดสักพักแล้วพูดต่อ
“อันที่จริง ฉันก็ไม่ได้เคร่งอะไรเรื่องแต่งงานหรอก เพราะสุดท้าย แล้วความรักก็ไม่ได้ยืนยันด้วยทะเบียนสมรสหรืองานแต่งงาน สิ่งสําคัญ จริงๆ คือหัวใจที่รักกัน แล้วก็… ในกรณีของเรา ดูสิ การแต่งงานก็ไม่ได้ เป็นไปไม่ได้เสียทีเดียวนะ”
“รุ่นพี่ คุณหมายถึง?”
“อืม ตราบใดที่เราผ่านจุดที่ลําบากที่สุดไปได้ แบบนั้น…”
คิดถึงสถานการณ์ปัจจุบันแล้ว ม่านตาของเด็กสาวค่อยๆ หดตัว แล้วดวงตาของโรเอลก็คมปลาบขึ้น แม้ว่ามันอาจจะใช้เวลานาน การ กีดกันของจักรพรรดิลูคัสและการเกะกะของผู้ร่วงหล่นนั้นใช่ว่าจะแก้
ไม่ได้เลย ตราบใดที่ทั้งสองเพิ่มพูนความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง ในสัก วันทั้งสองย่อมผ่านมันไปได้
“เหมือนว่าเราต้องทํางานหนักขึ้นนะ”
“ก็ ถึงฉันอยากจะบอกให้ปล่อยให้ฉันทําเถอะ แต่เธอก็คงไม่เห็น ด้วยแน่ๆ ใช่ไหม?”
“แหงสิ เรื่องนี้เท่านั้นแหละที่ผมอ่อนข้อให้รุ่นพี่ไม่ได้”
“งั้นเหรอ… งั้นฉันก็คงต้องให้เธอพยายามเข้าแล้วล่ะ คุณพ่อของ ลูก”
“!”
เด็กสาวผมดําหรี่ตาลงแล้วยิ้มเย้ยอย่างมีความสุข ในขณะเดียวกัน เด็กหนุ่มถูกโจมตีจุดตายจังๆ อีกครั้ง โรเอลที่หน้าแดงเบือนหลบไปสูด ลมหายใจลึกๆ แล้วหันกลับมามองลิเลียนอีกครั้ง
“อืม ฉันจะพยายาม แน่นอนที่สุด”
ให้คําตอบอย่างตั้งมั่นเช่นนั้นแล้ว เด็กหนุ่มก็โน้มตัวลงจุมพิตที่ริม ฝีปากของเด็กสาวราวกับยืนยันคํามั่นสัญญา
————————
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น เซลิน่าและจูเลียน่าที่หลับอยู่ก็พากันตื่นขึ้นทีละ คน ปฏิกิริยาแรกของเด็กสาวทั้งสองหลังตื่นนอนคือลุกขึ้นมองไปรอบๆ เพราะถึงอย่างไรทั้งคู่ก็ไม่เคยเห็น [ป้อมปราการสิบทิศ] ของลิเลียนมา ก่อน พูดอีกแง่ก็คือ ปราการที่โอ่อ่าหรูหรานี่ไม่ควรมาอยู่กลางป่าเขา
สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงทําให้ทั้งคู่คิดไปว่าตัวเองถูก ศัตรูจับตัวมา ผลก็คือทั้งคู่เกือบได้สับสจ๊วร์ตที่เข้ามาดูเหตุการณ์เละไป แล้ว หลังจากเด็กหนุ่มผูกผ้าปิดตากรีดร้องด้วยความตกใจเนื่องจากคม มีดที่จู่ๆ ก็มาพาดบนคอ โรเอลก็รีบรุดมาที่จุดเกิดเหตุ
“เดี๋ยวๆ อย่าเพิ่งตระหนก! เราไม่ได้อยู่ในอันตรายแล้ว!”
“เราหนีมาแล้วเหรอ เกิดอะไรขึ้น? สจ๊วร์ต ที่นี่ที่ไหนเหรอ?”
“เอามีดออกไปจากคอผมก่อนสิ!”
“หือ? ในที่สุดก็ตื่นกันแล้วเหรอ? กระปรี้กระเปร่าขนาดนี้ไม่น่าจะ เป็นอะไรกันสินะ”
โรเอลผู้เดินเข้าประตูมามองเด็กหนุ่มผูกตาที่มีทั้งมีดยาวและดาบ ใหญ่พาดอยู่ที่คอ ตามด้วยสีหน้างุนงงของเด็กสาวทั้งสอง พวกเธอดูจะ ไม่สามารถตระหนกไปมากกว่านี้ได้แล้ว จากนั้นเขาก็อธิบายเรื่องที่ทั้ง สองถูกคําสาป สถานการณ์ที่ผ่านมาและสถานที่นี้ และหลังจากที่ทั้ง สองฟังคําอธิบายของโรเอล เซลิน่าและจูเลียน่าก็โล่งใจในที่สุด
“แบบนี้เอง ศัตรูถูกกําจัดแล้ว”
“ขอโทษด้วยนะ พวกเราช่วยอะไรได้ไม่มากเลยครั้งนี้”
“ไม่หรอก พวกเธอทําดีแล้วล่ะ… อย่างน้อยเทียบกับทีมแรกแล้ว พวกเธอกล้าหาญมาก”
“เอ๋?”
ได้ยินเสียงถอนหายใจของโรเอล เด็กสาวหูสัตว์เอียงคออย่างสงสัย และดวงตาสีโลหิตของจูเลียน่าก็หยีลงราวกับเธอเข้าใจบางอย่าง แต่ คําพูดของโรเอลหยุดลงตรงนั้น และทั้งสองก็ไม่ได้ถามอะไรเพิ่มเติม
หลังจากคืนนั้นผ่านไป นักวิชาการที่เหลือก็อาการดีขึ้น [ป้อม ปราการสิบทิศ] ของลิเลียนเองก็ถูกเก็บกลับไป แล้วทั้งคณะก็รีบรุดไป ยังฐานที่มั่นของจักรวรรดิออสทีน ซึ่งนําโดยทีมสนับสนุนของโรเอล การรวมทีมกันทําให้กลุ่มของโรเอลใหญ่ขึ้น แต่โชคดีที่ทั้งทีมมีระดับสูง มาก พวกเขาจึงเดินทางได้อย่างเต็มสปีด
ภายใต้การเดินทางอย่างเร่งรีบ ทั้งคณะมาถึงเมืองที่ตั้งทัพของ จักรวรรดิออสทีนในเย็นนั้น และนี่ก็เป็นการจบภารกิจของลิเลียนด้วย เช่นกัน จากนั้นมา พวกเซลิน่าก็จะต้องรอการตอบกลับของสถาบันอยู่ กับที่ โรเอลจะปล่อยพวกเธอไว้ที่นี่แล้วกลับสถาบัน ในขณะที่ลิเลียนจะ มุ่งหน้าไปตะวันออกหลังจากพักสักช่วงหนึ่ง
ทั้งภารกิจจบลงแล้ว โรเอลไม่ปรากฏตัวในรายงานใดๆ และไม่มี ใครในจักรวรรดิออสทีนพบเห็นเขา นักวิชาการบ้าคลั่งไป และคนที่พอ มีสติก็ตะลึงในพลังของโรเอลและไม่กล้าเอาไปโพนทะนาให้ใครฟัง และภายใต้การปฏิบัติการเหล่านี้ เรื่องการพบกันระหว่างโรเอลและลิ เลียนจึงเรียกได้ว่าถูกเหยียบมิด
มองเด็กสาวที่นําทั้งคณะเข้าสู่เมือง โรเอลผู้ซ่อนอยู่ในเงามืดนึกถึง เรื่องราวหายากที่เกิดขึ้นระหว่างนี้ ด้วยใบหน้าเคร่งขรึม เขามองไปใน ทิศที่ตั้งเมืองแล้วกระซิบราวกับสาบาน
“จากกันครั้งนี้เป็นแค่ชั่วคราว เราจะเจอกันอีกครั้งหลังทุกอย่าง จบลง รอก่อนนะรุ่นพี่”
เด็กหนุ่มผมดําว่าเช่นนั้น และหลังเวลาผ่านไปนาน ในที่สุดแล้ว เขาก็หันหลังเดินหายเข้าไปในป่า