ทรราชตัวน้อย ไม่อยากพบจุดจบแบบ BAD END - บทที่ 563: ที่รักจ๋า (2)
“แม้ว่าเทรนท์ที่ร่วงหล่นจะตายไปแล้ว ทว่าทีมสืบสวนก็บาดเจ็บ สาหัส จึงไม่เหมาะที่จะอยู่ต่อนานๆ เราควรออกจากที่นี่ให้ไว”
ด้วยคําพูดนั้น โรเอลก็ตัดสินใจและเริ่มดําเนินตามแผนตลอดทั้ง คืน นําสจ๊วร์ตไปเพื่อแยกนักวิชาการสองสามคนที่อยู่ในสถานการณ์ที่ เบากว่าและยังพอจะสามารถคุมสติไว้ได้ออกมา แล้วโรเอลก็พาพวก เขาไปยังสถานที่ที่เขาต่อสู้กับเทรนท์ผู้ร่วงหล่น
เนื่องจากแสนยานุภาพของอสรพิษแห่งผืนปฐพี ครึ่งหนึ่งของเมือง ได้ถูกยกลอยขึ้นฟ้า ผลของมันทําให้เม็ดดินร่วงกราวดั่งเทพธิดาโปรย บุหงา พื้นดินแตกเป็นเสี่ยง และส่วนของลาวายังคงปล่อยควันดํา ออกมา เหมือนกับภูเขาไฟเพิ่งจะระเบิด ฉากที่เหมือนวันสิ้นโลกนี้ไร้ ผลกระทบสําหรับโรเอล แต่มันคงน่าตกใจมากสําหรับเหล่านักวิชาการ ที่ยังอยู่ในสถานะตื่นตระหนก
“ร่องรอยนี่มัน…”
“ลาวาบนพื้นทําได้ขนาดนี้เลยเหรอ?”
“ทุกคน ผมมาที่นี่เพื่อฆ่าศัตรูที่ไล่ล่าพวกคุณก่อนหน้านี้ จาก มุมมองความสามารถของผม ผมเชื่อว่าตัวการคือลัทธิผู้ศรัทธาผู้กอบกู้
ซึ่งนั่นก็เป็นองค์กรลัทธิที่เป็นภัยที่สุด รบกวนบันทึกมันไว้แล้วรายงาน ให้กับสถาบันด้วยครับ”
มองสลับไปมาระหว่างเหล่าผู้รอดชีวิตที่มีสีหน้าตกตะลึง เด็กหนุ่ม ผมดําชี้ไปที่เถ้าถ่านที่เคยเป็นเทรนท์ผู้ร่วงหล่นมาก่อนแล้วอธิบาย สถานการณ์อย่างรวบรัด และหลังจากฟังคําให้การของโรเอลแล้ว พวก นักวิชาการที่แต่เดิมเย่อหยิ่งจมูกชี้ฟ้านั้นก็มองไปที่เด็กหนุ่มด้วยความ เคารพอย่างสูง แต่ก็ยังมีคําถามให้เขาอยู่ดี
“พวกเรารายงานได้อยู่แล้ว แต่คนที่ฆ่าพวกลัทธินั่นคือโรเอลใช่ ไหม ถ้าเรารายงานไปในฐานะทีม พวกเราก็จะได้รางวัลไปด้วย…”
“เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหา ถึงฉันจะตามทีมที่สองมา แต่ฉันไม่ได้รับ ภารกิจนี้ นับได้ว่าฉันเป็นคนนอก ถ้าจะมีใครได้รางวัล นั่นก็คือสมาชิก ทีมที่สอง”
“อย่างนี้นี่เอง เข้าใจแล้ว”
หลังจากได้ยินคําอธิบายของโรเอล ตัวแทนของสถาบันก็ลังเลอยู่ ชั่วขณะแล้วพยักหน้า แม้พวกเขาจะสงสัยว่าทําไมโรเอลถึงติดตามมา ในฐานะทีมช่วยเหลือ แต่พวกเขาก็ไม่ได้ถามมาก พวกเขาได้แต่เห็น ด้วยกับความคิดของโรเอลแล้วยินยอมรับการจัดสรร เห็น ดังนั้นสีหน้า ของเด็กหนุ่มผมดําก็ดีขึ้นมาก
จริงๆ แล้วครั้งนี้โรเอลผิดหวังในตัวบุคลากรของสถาบันมาก เขา เคยคิดว่าคนเหล่านี้อย่างน้อยน่าจะมีสมรรถภาพทางการต่อสู้พื้นฐาน มาบ้างเพราะเป็นผู้มีพลังเหนือธรรมชาติระดับสูง แต่ในสถานการณ์ศึก จริงนั้นกลับย�าแย่แล้วทีมก็พังทลาย นอกจากลิเลียนที่ต่อสู้อยู่ตลอด แล้ว คนอื่นทําเพียงหนีกระเจิงเท่านั้น
เป็นเรื่องปกติถ้าจะตามน�า แต่อย่าว่าแต่ผู้ถือแหวนเลย ความกล้า ของพวกเขาเทียบไม่ได้กับนักเรียนแลกเปลี่ยนจากอาณาจักรแห่งภาคี อัศวินเพนเดอร์อย่างเซลิน่าด้วยซ�า
ไม่แปลกใจเลยที่พวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้ไปร่วมทัพหน้า ให้คน พวกนี้ไปเผชิญหน้ากับพวกกลายพันธุ์ ถ้าพวกนี้กลัวจนวงแตก ขวัญ กําลังใจของกองทัพก็สั่นคลอนกันพอดี แต่โชคดีที่พวกเขามีมนุษย สัมพันธ์ดีและไม่แกว่งเท้าหาเสี้ยน
เด็กหนุ่มคิดเช่นนั้นแล้วจึงไม่พูดถึงความสามารถด้านการต่อสู้กับ คนเหล่านี้ และพาทุกคนกลับทันทีหลังจากยืนยันสถานการณ์ได้ และ เน้นย�าบทบาทของลิเลียน
ทีแรกโรเอลอยากจะมอบความดีความชอบในศึกนี้ให้เธอ และ จริงๆ แล้วเทรนท์ที่ร่วงหล่นนั้นก็ถูกกําจัดโดยทั้งโรเอลและลิเลียน ด้วยกัน แต่เพราะทั้งสองไม่ควรมีอํานาจมากเกินไป โรเอลจึงทําเช่นนั้น
ไม่ได้ ดังนั้นเขาจึงทําได้เพียงมอบมันให้เซลิน่าและคนอื่นๆ แต่จะเขียน รายงานอย่างไรต้องถกเถียงกันอีกที
หลังจากได้ยินคํายืนยันผลงานของลิเลียนแล้ว พวกนักวิจัยก็เข้าใจ ความหมายของโรเอลทันที พวกเขาต่างพูดว่าศึกนี้ส่วนใหญ่เป็นผลงาน ของลิเลียน และทีมสนับสนุนก็ได้เข้าช่วยเหลือในชัยชนะนี้ ซึ่งจะได้รับ การบันทึกตามจริงแน่นอน โรเอลผู้ได้ยินคําพูดเหล่านั้นก็เผยรอยยิ้ม น้อยๆ ในที่สุด
อื้อ สู้ไม่เก่ง แต่เรื่องแบบนี้อย่างไวเลยพ่อ…
เด็กหนุ่มผมดํามองไปทางนักวิชาการทั้งหลายด้วยสีหน้าเหมือน อยากจะสั่งสอน แต่สจ๊วร์ตที่อยู่ข้างๆ เขามีท่าทีไม่สบายตัวเท่าไหร่ หลังจากคิดสะระตะแล้ว เด็กหนุ่มก็ถามขึ้น
“พูดถึงหัวหน้าเถอะครับ ให้ผลงานพวกเราจะดีเหรอ? จริงๆ แล้ว นี่เป็นผลงานของคุณนะ”
“ไม่เป็นไรหรอก เพราะถึงยังไงฉันก็เป็นสมาชิกทีมอาสา และพวก นายทําดีที่สุดแล้ว ถ้ารู้สึกไม่สบายใจก็ช่วยฉันมากกว่านี้ก็แล้วกัน ยังไง แรงงานคนก็ขาดแคลนอยู่”
เด็กหนุ่มผมดําพูดเช่นนั้นแล้วตบไหล่ของสจ๊วร์ตเบาๆ เมื่อได้ยิน เช่นนั้นสจ๊วร์ตก็นิ่งคิดไปแล้วพยักหน้า ทั้งสองหันมองกันแล้วยิ้ม จากนั้นก็เดินเข้าไปในป้อมปราการยามค�าคืน
————————
กลางดึกคืนนั้นในห้องภายใน [ป้อมปราการสิบทิศ] เด็กหนุ่มผมดํา นั่งบนเก้าอี้แล้วมองหนังสือในมือของเขา บนเตียงใหญ่ด้านหลังนั้นมี เด็กสาวสองคนนอนหลับอยู่
นาฬิกาบนผนังเดินไปเรื่อยๆ และสจ๊วร์ตที่อยู่ตรงข้ามก็หลับปุ๋ยอยู่ ที่โต๊ะ เด็กหนุ่มผมดําพลิกหน้าหนังสืออย่างเงียบๆ สัมผัสกับความเงียบ ที่หาได้ยาก จนกระทั่งนาฬิกาชี้ไปที่เวลาเที่ยงคืน โรเอลก็ดันเก้าอี้ออก เบาๆ เปิดประตูและเดินไปที่ระเบียง
หลังจากยุ่งทั้งคืน นักวิชาการที่ตกอยู่ในสถานะคลุ้มคลั่งถูกทําให้ เข้าสู่สภาวะโคมาด้วยวิธีการต่างๆ ส่วนคนที่เหลือนั้นเหนื่อยสายตัว แทบขาด และพวกเขาต่างก็ไปนอนเพื่อฟื้ นตัว
แม้ว่าเทรนท์ผู้ร่วงหล่นจะถูกเผาเป็นเถ้าถ่านโดยโรเอล โรเอลและ ลิเลียนก็ยังไม่กล้าทําตัวผ่อนคลาย โดยเฉพาะเมื่อ [นักสะสม] อาจจะมี พลังมิติ ดังนั้นคืนนี้ทั้งสองจึงตกลงที่จะเดินเวรยามค�าคืนและรักษาการ ทํางานของ [ป้อมปราการสิบทิศ] เอาไว้
แค่ว่าเวรยามรอบดึกนั้นแสนจะน่าเบื่อ จึงแทบเลี่ยงไม่ได้เลยที่ทั้ง คู่จะเดินหากันเพื่อคุยกันฆ่าเวลา และในขณะเดียวกัน ไม่ว่าจะโร เอลหรือลิเลียน พวกเขามีแต่ความไม่ยินยอมที่จะแยกจากกันจนล้นใน ใจ
เด็กหนุ่มผมดําเดินเวรยามที่ระเบียง จากการตกลงกันเมื่อตอนย�า ค�า โรเอลควรจะไปที่หอคอยเพื่อรอลิเลียน แต่พอคิดไปคิดมา เด็กหนุ่ม ผมดําก็เดินไปที่ห้องรับรองแขกแล้วรินชาสองถ้วย
ในยามกลางวันและกลางคืนมีความต่างทางอุณหภูมิสูงในเขต ภูเขาชายแดนของจักรวรรดิออสทีน มันยังคงหนาวเกินไปหากจะไปยืน บนที่สูงในยามเที่ยงคืน จึงดีกว่าถ้าจะหาอะไรมาทําให้ร่างกายอบอุ่น
หลังจากเตรียมเครื่องดื่มแล้ว เด็กหนุ่มผมดําก็ปีนไปเปิดประตูที่ เชื่อมกับกําแพงปราการที่สุดบันได แล้วร่างของเด็กสาวก็ปรากฏ ออกมาต่อหน้าเขาโดยมีพื้นหลังเป็นท้องฟ้าที่พร่างพราว
“สายัณห์สวัสดิ์รุ่นพี่”
“สายัณห์สวัสดิ์โรเอล”
“รุ่นพี่มาไวจัง ผมไม่คิดว่าคุณจะมาก่อน ขอโทษด้วย ผมใช้เวลา เตรียมชานานไปหน่อย”
“ไม่ต้องขอโทษหรอก ฉันไม่ได้รอนาน ทีแรกฉันคิดว่าอาจจะเลี่ยง ไม่ได้แล้ว แต่พวกนักวิชาการว่าง่ายขึ้นเยอะหลังจากเธอพากลับมา เธอ พูดอะไรกับพวกเขาเหรอ?”
ลิเลียนซึ่งรออยู่บนกําแพงป้อมรับถ้วยชาจากโรเอลและขอบคุณ เขาเบาๆ จากนั้นก็เอียงคอด้วยความสงสัย เด็กหนุ่มผมดําชะงักไปเมื่อ เขาเห็นท่าทีนี้ จากนั้นก็อดยิ้มไม่ได้ คาดไม่ถึงว่าหลังจากระเบิดภูเขา เผากระท่อมมา ผลกระทบจะส่งมาถึงลิเลียนได้
“เปล่าหรอก ผมแค่พาพวกเขาไปดูฉากสนามรบแล้วก็ตรวจสอบ ซากศัตรูน่ะ”
“ที่แท้พวกเขาก็ตะลึงกับร่องรอย แต่… มันก็ไม่แปลกที่จะตกใจ ฉันไม่ได้คิดไว้เลย”
หลังจากได้ยินคําพูดของโรเอล เด็กสาวผมดําก็ถอนหายใจอย่าง ระอา แต่โรเอลเองก็รู้สึกแบบเดียวกัน ทั้งคู่ยืนด้วยกันพร้อมถ้วยชาใน มือแล้วมองออกไปนอกกําแพง ชมดาวบนฟ้าอย่างไร้วาจาไปพักหนึ่ง
พวกนักเวทจากฝั่ งสถาบันไร้ประโยชน์กว่าที่คิด ทั้งโรเอลและลิ เลียนต่างก็ไม่พอใจ ในสายตาของทั้งสองซึ่งมีประสบการณ์การต่อสู้ นี่ เป็นการสิ้นเปลืองทรัพยากรอย่างมาก
แต่ทว่าต้องบอกว่านั่นไม่ใช่ความสามารถของนักวิจัยทุกคนจะต�า เตี้ยอย่างที่พวกโรเอลเจอในครั้งนี้ ผู้อํานวยการของสถาบันการศึกษา เซนต์เฟรย่า แอนโตนิโอนั้นมีความสามารถรอบด้าน ดังนั้นความคิด ของพวกโรเอลจึงอาจจะไม่ถูกเสียทีเดียว
“ช่างมันเถอะ ฉันไม่อยากคิดเรื่องนี้ตอนนี้ กว่าเราจะได้อยู่ด้วยกัน มันหายากจะตาย”
“จริงของคุณ รุ่นพี่ คุณคงสภาพ [ป้อมปราการสิบทิศ] มาตั้งนาน ไม่เหนื่อยแย่เหรอ?”
“แค่คืนเดียวไม่เป็นไรหรอก ฉันอยู่ในระดับแก่นแท้ 2 แล้วนี่”
“งั้นเหรอ”
ลิเลียนยิ้มเมื่อได้ยินคําพูดเป็นห่วงของเด็กหนุ่ม และเด็กหนุ่มผม ดําก็มองเธอที่เป็นเช่นนั้นอย่างอ่อนใจ เห็นเช่นนั้นเด็กสาวก็รู้สึกตื้นตัน ในใจ ยกมุมปากของเธอขึ้นแล้วกะพริบตาให้สีหน้าของโรเอล
“อะไรเหรอ? เธอไม่ชอบใจที่ระดับแก่นแท้ของเธอตามฉันไม่ทัน เหรอ?”
“ฮะๆ นิดหน่อยนะ”
“จริงๆ เลย เธอไม่จําเป็นต้องสนใจเรื่องแบบนี้ ฉันอายุมากกว่าเธอ อยู่แล้วนะ”
“ปกติก็ไม่จําเป็นต้องสนใจหรอก แต่ในฐานะผู้ชาย การที่อ่อนแอ กว่าคนรักตัวเองก็ออกจะ…”
“!”
ได้ยินคําพูดกระอักกระอ่วนของโรเอล เด็กสาวผมดําผู้มีตาสีม่วงก็ นิ่งไปชั่วขณะ แล้วร่างของเธอก็สะท้านพร้อมกับตาที่เบิกกว้าง เธอหัน ไปมองโรเอลแล้วถามด้วยน�าเสียงตื่นเต้นเล็กน้อย