ทรราชตัวน้อย ไม่อยากพบจุดจบแบบ BAD END - บทที่ 566: คุณมีปัญหาทางสามัญสํานึกนะ (2)
เริ่มจากผู้อํานวยการของสถาบัน แอนโตนิโอ ในฐานะผู้รอดชีวิต จากโศกนาฏกรรมเลนสเตอร์เมื่อศตวรรษก่อน ชายชราไม่ลังเลที่จะ รับผิดชอบในการสืบเรื่องนี้และส่งคําร้องให้ทุกประเทศจัดการกับลัทธิ ผู้ศรัทธาผู้กอบกู้ก่อน และในฐานะของบ้านเกิดของลิเลียน จักรวรรดิ ออสทีนเองก็รีบดําเนินการตามคําร้องและสืบเหตุการณ์ผู้ร่วงหล่น ใน ขณะเดียวกันก็ปรามาสการดําเนินการที่หละหลวมของจักรวรรดิเซนต์ เมซิทไปด้วย
จักรวรรดิเซนต์เมซิทไม่ได้ตอบสนองต่อพฤติกรรมป้ายสีตามนิสัย ของจักรวรรดิออสทีน แต่พวกเขาก็สนับสนุนการต่อต้านลัทธิชั่วร้าย อย่างหนักแน่นด้วยเช่นกัน เพราะถึงอย่างไรเหตุการณ์ที่เกิดที่ป้อม ปราการทาร์กก่อนหน้านี้จักรวรรดิเซนต์เมซิทก็กําลังไล่ล่าพวกลัทธิเพื่อ คิดบัญชีอยู่แล้ว เมื่อมีผู้ร่วมอุดมการณ์เพิ่มมาสองอาณาจักร จึงยากถ้า จะไม่ชอบใจ
ภายใต้แนวโน้มโดยรวมเช่นนี้ข้อตกลงที่จะกวาดล้างผู้ร่วงหล่นจึง เป็นเอกฉันท์ และทีมสืบค้นของแอนโตนิโอก็กลับมายังสถาบันเพื่อ ตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์
เกอรัลเล่าสถานการณ์ให้ฟังด้วยสีหน้าผ่อนคลาย แต่อีกฝ่ายไม่ได้ ตระหนักว่าสีหน้าของโรเอลไม่สู้ดีนัก เพราะหลังจากที่ได้ยินเช่นนี้แล้ว เด็กหนุ่มผมดําก็ย่อมกังวลว่าแผนเดิมของตนเองจะมีช่องโหว่
เพราะทีมสืบสวนกลับได้รับการช่วยเหลือเสียเอง และพวกเขาก็ ไม่ได้ร่วมศึกจริงเลย ถ้าเกิดถูกถามว่าการสังหารเทรนท์ผู้ร่วงหล่นใน ครั้งเดียวจะเป็นไปได้หรือกับคนที่ไม่ได้อยู่ที่นั่นเลย จะมีพิรุธเกิดขึ้น ไหม แต่เมื่อเขาได้ยินว่าการสอบสวนนี้จะเกิดขึ้นโดยแอนโตนิโอ เขาก็ ใจเย็นลง
อะไร? อะไรเหรอ? แอนโตนิโอ?
ถ้าคนนี้ไม่เป็นไรหรอก
นึกถึงชายชราผมขาวที่เขารู้จักแล้ว เด็กหนุ่มผมดําก็ถอนหายใจโล่ งอก เรื่องที่โรเอลและลิเลียนสืบสายเลือดเดียวกันนั้นแน่นอนว่าแอนโต นิโอผู้เป็นผู้อํานวยการของสถาบันและลูกศิษย์ของแอสตริดย่อมรู้แก่ใจ ด้วยปัญญาของเขาแล้ว คาดว่าเจตนาของพวกโรเอลน่าจะถูกมองออก ทันทีหลังจากถามหาความจริงแล้ว
ไม่จําเป็นอะไรที่เด็กหนุ่มต้องเน้นย้าอะไร แอนโตนิโอจะจัดการทุก อย่างเพื่อไม่ให้เหลือร่องรอยเอง เขาอาจจะทํากระทั่งแก้ไขความทรง
จําของพวกนักวิชาการด้วยซ้า และหลังจากทราบว่ามีบุคคลที่พึ่งพาได้ หนุนหลังอยู่ โรเอลก็ทิ้งความเป็นไปได้ที่ความลับจะรั่วไหลไปทันที
หลังจากสนทนากับเกอรัล โรเอลก็กลับสู่สถาบันที่เขาจากไปนาน ในวันรุ่งขึ้น แล้วการเดินทางที่เต็มไปด้วยความทรงจําล้าค่ามากมาย ตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิจนถึงฤดูร้อนของเด็กหนุ่มนั้นก็ถึงจุดสิ้นสุด
———————-
ทีมของโรเอลกลับมาจากการทําภารกิจนานหลายเดือน โดยรวม แล้วข่าวนี้ไม่ได้สร้างความสั่นสะเทือนอะไรมากในสถาบันการศึกษา เซนต์เฟรย่า เพราะถึงอย่างไรมันก็ต่างจากลิเลียนที่เป็นข่าวใหญ่ ภารกิจของฝ่ายกุหลาบน้าเงินดูจะแค่ออกไปทําภารกิจเล็กๆ มาเท่านั้น
ถ้าหากการประชุมนานาชาติจะเป็นการพิจารณาเชิงคุณภาพแล้ว ถ้าเช่นนั้นสําหรับนักเรียนในสถาบัน พวกเขาเลยพุ่งเป้าความสนใจไปที่ ความสูญเสียจากเหตุการณ์นี้มากกว่า
ต้องบอกได้ว่าความหนักหนาของภารกิจนั้นถูกชี้วัดด้วยผู้บาดเจ็บ ล้มตาย ถ้าไม่มีใครบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้เลย ถ้าอย่างนั้นมุมมองต่อ ลัทธิของเหล่านักเรียนจะไม่มีความหวาดกลัว พวกเขาอาจดูถูกลัทธิชั่ว ร้ายนั่นด้วยซ้า
แต่ข้อเท็จจริงก็พิสูจน์แล้วว่าเหตุการณ์นี้คอขาดบาดตายกว่า จํานวนผู้ที่ได้รับผลกระทบนั้นก็ถูกทําให้ลดลง แต่ผลกระทบนั้นนับว่า หนักหนาเอาการ หลังจากทีมสืบสวนกลับมาถึงสถาบัน ด้วยการ กระจายข้อมูลนี้ออกไป ความตื่นกลัวของพวกนักเรียนเลยเพิ่มขึ้นอีก
นักวิชาการในสถาบันซึ่งติดตามทีมไปด้วยกลับมาในสภาพบ้าคลั่ง เพราะพวกลัทธิชั่วร้ายส่วนใหญ่โจมตีไปที่สติโดยตรง ข่าวนี้เรียกได้ว่า ทําให้ทั้งนักเรียนและอาจารย์ในเมืองที่นิยมความรู้และเหตุผล หวาดกลัวกันมาก ถ้าไม่ใช่เพราะพวกนักเรียนในคณะไม่มีอันตราย เกรงว่าผลกระทบอาจจะหนักหนากว่าเดิม
โลกภายนอกมีพฤติกรรมต่อต้านต่อลัทธิผู้ศรัทธาผู้กอบกู้ ในขณะ ที่ภายในอาณาจักรแห่งการศึกษาโบรเนล สถาบันการศึกษาเซนต์เฟร ย่าที่ตกเป็นเหยื่อเป็นฝ่ายแรกที่ยกประเด็นนี้ขึ้นมา หลายๆ สถาบันต่าง ก็ส่งคําร้องให้สืบเรื่องนี้โดยละเอียดก่อนที่พวกเขาจะออกมาประกาศ จุดยืน และบรรดาอาจารย์ผู้นําทีมภารกิจต่างๆ ก็รู้สึกว่ากลไกภารกิจ ของสถาบันไม่เพียงพอในการประกันความปลอดภัยอีกต่อไป และควร เพิ่มความเข้มงวดขึ้น
เสียงสุดท้ายนั่นคือเหล่านักเรียน ซึ่งก็คือสภากุหลาบซึ่งมีอํานาจ เกือบเทียบเท่าผู้อํานวยการของสถาบันการศึกษาเซนต์เฟรย่า เนื่อง ด้วยเป็นผู้ถือแหวนที่เหลืออยู่คนเดียวในสถาบัน อลิเซียจึงมอบหมาย
ให้ผู้อํานวยการแอนโตนิโอสืบเรื่องนี้ต่อ เพื่อที่จะลบล้างความกังวลใจ ของนักเรียน
หลังจากเสียงอื้ออึงของคําปราศรัยและการประกาศจุดยืน การ โจมตีที่เกิดขึ้นกับทีมสืบสวนก็กลายเป็นเรื่องที่รู้จักกันดี และการ กลับมาของโรเอลก็เป็นช่วงที่จุดสูงสุดของเหตุการณ์นี้ถูกกลบฝัง ท่ามกลางบรรยากาศชื่นมื่นไปแล้ว
สําหรับสถานการณ์ที่สงบลงแล้วนี้ เด็กหนุ่มย่อมไม่อยากหยิบยก มันขึ้นมาอีก แต่กระนั้นเขาก็ยังคงต้องง่วนกับงานไปสักพักหลังจาก กลับสู่คฤหาสน์สีกรมท่าแล้ว
หลังจากการกลับมา โรเอลตามหาพอลแล้วถามเกี่ยวกับเรื่องที่ เกิดขึ้นหลังเขาแยกตัวออกไปก่อน และจากที่พอลเล่า พวกเขารอกําลัง เสริมจากสถาบันอยู่ในเมืองยุทธศาสตร์ทหารสามวัน พวกนักวิจัยที่บ้า คลั่งนั้นพิสดารเกินไป กําลังเสริมจึงพาพวกเขากลับมาไม่ได้
การช่วยเหลือตามปกตินั้นอย่างมากก็จะใช้เปลมาหามร่างไปทั้ง น้าตา แต่ครั้งนี้พวกเขาต้องรับมือผู้มีพลังเหนือธรรมชาติระดับสูงที่บ้า คลั่ง ทีมช่วยเหลือที่ไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้มาก่อนย่อมรีบรายงาน กลับมาที่สถาบัน สัปดาห์ต่อมาทางสถาบันจึงส่งกองกําลังมาพาทั้งกลุ่ม กลับสถาบันได้
ในระหว่างนั้น ลิเลียนไม่ได้รอปฏิกิริยาจากสถาบัน แต่ไปที่แนวรบ กองหน้ากับกองทัพตามแผนเดิม พอลและพวกมาถึงสถาบันในครึ่ง เดือนถัดมา แล้วด้วยการพักฟื้ นและการรักษา สมรรถภาพร่างกายของ พวกเขาก็ถูกฟื้ นฟูกลับมาดังเดิม
ระหว่างช่วงนั้น แอนโตนิโอได้ถามพวกเขาถึงสถานการณ์ด้วย ตนเอง เผชิญหน้ากับผู้อํานวยการที่เคารพแล้ว พวกนักวิจัยที่ยังพอมี สติอยู่ก็ทนแรงกดดันไม่ไหวแล้วปากสว่างเล่าเรื่องของโรเอลไปตามจริง ทว่าแอนโตนิโอได้ขอให้พวกเขาเหยียบไว้เป็นความลับ
การตรวจสอบสถานการณ์ภายในนั้นจบลงแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ ออกตามล่าฆาตกรข้างนอก โรเอลยกมือเห็นด้วยกับสถานการณ์เพื่อ แสดงมุมมองของเขาต่อสาธารณะให้กับนักข่าวของสถาบันเป็นครั้ง แรก
“ได้ยินเรื่องนี้แล้ว หัวใจของผมก็ตื่นตระหนกและเศร้าโศก และ ผมก็อยากจะลงโทษพวกลัทธิที่น่ารังเกียจนี้ด้วยมือผมเอง…”
ต่อหน้าเหล่าผู้สื่อข่าวแล้ว โรเอลกล่าวปรามาสเทรนท์ผู้ร่วงหล่น อย่างขุ่นเคืองราวกับเขาเป็นเพียงบุคคลที่ผ่านมาทราบเรื่องและ อยากจะเข้าไปลงโทษด้วยหัวใจที่เปี่ ยมด้วยคุณธรรม การแสดงที่สุด แสนจะเล่นใหญ่นี้ทําเอาคนที่รู้เรื่องอยู่แล้วอย่างพอลเกือบจะถูกหลอก
ไปด้วย และหลังจากประกาศจุดยืนของเขาแล้ว การดําเนินการที่ วางแผนไว้ก็จบลง
หลังจากคิดไปถึงการแสดงที่สมบูรณ์แบบ โรเอลก็ปล่อยใจให้ สบายแล้วเบนความสนใจกลับมาที่ข้อมูลของ [หกภัยพิบัติ] โดย สมบูรณ์ ทว่าผลที่เขาได้นั้นน่าผิดหวังเล็กน้อย
“ผลลัพธ์ที่ได้ในรอบสามเดือนนี้ นับว่าไม่มากเลยนะ”
“ก็ หลังจากที่นายไป ความคืบหน้าของการค้นหาก็ช้าลงนิดหน่อย เหตุผลหลักคือของพวกนี้มันโบราณเกินไป พอไม่มีความสามารถใน การแยกแยะของนายแล้วมันเลยยากสําหรับเราที่จะคัดแยก มันเลยกิน เวลานานน่ะ”
เมื่อมองไปที่ผลการค้นหาที่ถึงจะเต็มโต๊ะไปหนึ่งโต๊ะก็ยังไม่เป็นที่ น่าพอใจแล้ว เคิร์ตก็พูดกับโรเอลอย่างขมขื่น ชัดเจนว่าผู้สืบสายเลือด ยักษ์นี้ขยะแขยงกับข้อมูลเท็จจากนานายุคในช่วงสองสามเดือนนี้เต็มที โรเอลพยักหน้าเมื่อเขาเห็นเช่นนั้น และเขาเองก็เข้าใจว่าทําไมทุกคนจึง ทํางานไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร
แต่แรกเดิมที ภารกิจนี้ก็ถูกตั้งขึ้นโดยโรเอล การที่ไม่มีเขาแต่ทีม ภารกิจยังทํางานอย่างราบรื่นนั้น เคิร์ตผู้เป็นแฟนพันธุ์แท้ ประวัติศาสตร์นับว่าช่วยเขาไว้มาก แม้ว่าผลลัพธ์จะไม่ได้ดีเท่าที่ควร
แต่ก็ไม่ควรว่าใครทั้งนั้น ตรงข้าม เขากลับควรขอบคุณความช่วยเหลือ ของเคิร์ตและทุกคนด้วย
โรเอลผู้คิดเช่นนั้นแสดงความขอบคุณต่อเด็กหนุ่มร่างสูงต่อความ ทุ่มเทของเขาในระหว่างนี้ แต่เขาไม่ได้คาดคิดว่าเคิร์ตจะไม่ยอมรับ ความดีความชอบ แต่กลับบอกเขาแทนว่าการอ่านหนังสือ ประวัติศาสตร์ไม่ใช่งานสําหรับเขา แต่เป็นงานอดิเรกที่เขาชอบ
ได้ยินเช่นนี้โรเอลก็พูดไม่ออกไปพักหนึ่ง แล้วจากนั้นก็อดไม่ได้ที่ จะมีแววตาชื่นชม แม้โรเอลเองจะชอบอ่านหนังสือ แต่เทียบกับแฟน พันธุ์แท้หนังสือเก่าคนนี้แล้ว เขาบอกได้เพียงว่าเขายังอายเลยล่ะ
หลังจากขอบคุณและให้กําลังใจเคิร์ต โรเอลก็ไปหาเซลิน่าและคน อื่นๆ แล้วพบว่าสองสาวอยู่ในสภาพดี แต่สจ๊วร์ตจะต้องพักฟื้ นสักพัก ซึ่งน่าจะเป็นผลพวงการใช้สายตาของเขา โรเอลพอจะเข้าใจ เพราะถึง อย่างไรดวงตาของเด็กหนุ่มนั้นใช้งานสะดวกสุดๆ ดังนั้นผลพวงที่มากับ ความสามารถด้านการสืบสวนที่สะดวกสบายนี้น่าจะมากตาม
หลังจากไปเยี่ยมสจ๊วร์ตที่นอนติดเตียงแล้วคุยกันสักพัก โรเอลก็ก ลับมาที่คฤหาสน์สีกรมท่าอีกครั้ง และด้วยข่าวที่แพร่ออกไป เด็กสาวที่ คาดหวังไว้แล้วก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าโรเอล
“ท่านพี่ ในที่สุดก็กลับมาแล้ว”
อลิเซียมองเด็กหนุ่มที่เดินเข้าประตูมาด้วยน้าตาคลอเบ้า แล้วโถม เข้าสู่อ้อมกอดของเด็กหนุ่มในทันที