ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น - เล่มที่ 1 บทที่ 24 วิทยาศาสตร์อธิบายไม่ได้
“เห็ดโคน” เซวียเสี่ยวหรั่นฉีกยิ้มกว้าง
ปู่ของเธอเคยบอกว่าเห็ดโคนที่มีเนื้อสดใหม่สวยงามมักจะเติบโตข้างรังปลวก
เห็ดโคนเป็นราชาแห่งเห็ดเชียวนะ หากเอามาตุ๋นกับไก่ป่ารสชาติจะหอมหวานชวนให้คนแทบจะกลืนลิ้นของตนเองเข้าไปเลยทีเดียว
หลังฤดูฝนของทุกปี ปู่ของเธอชอบขึ้นไปเก็บเห็ดชนิดต่างๆ บนภูเขา และมักพาเธอไปด้วยอยู่บ่อยครั้ง
ดังนั้นเห็ดที่เกิดในป่าบนภูเขาจึงไม่แปลกหน้าสำหรับเซวียเสี่ยวหรั่น เห็ดโคนจึงเป็นเห็ดที่เธอจะเลือกเด็ดก่อนอย่างอื่น
เธอสาวเท้าเดินอ้อมรังปลวก ใช้อีกทางปีนไปถึงด้านบนของกองดิน เพื่อเข้าไปพิศมองเห็ดโคนเหล่านั้นอย่างละเอียด แต่ละดอกแลดูน่ารักยิ่ง
เซวียเสี่ยวหรั่นยิ้มเห็นฟันไม่เห็นตา เอื้อมมือไปเด็ดเห็ดโคนทีละดอกอย่างเบามือ
ชั้นดินบนเนินค่อนข้างหลวม เธอค่อยๆ ขยับตัวเข้าไปเด็ด คอยดูรอบๆ จนแน่ใจว่าไม่มีปลวกแฝงเร้นอยู่ ถึงค่อยเก็บเข้าไปในเป้ ถ้าไม่ระวังให้ดี เดี๋ยวมดปลวกจะมาไต่ตามตัวเธอได้
ไม่นานนัก กระเป๋าเป้ก็อัดแน่นไปด้วยเห็ดโคน
เซวียเสี่ยวหรั่นกระโดดลงมาจากเนินดิน รองเท้าสีขาวน้อยๆ ของเธอกลายเป็นรองเท้าสกปรกไปแล้ว
เดินหน้าไปสองสามก้าว ถูโคลนที่ติดใต้รองเท้ากับพื้นหญ้าเตี้ยๆ แล้ววางเป้ลงด้านข้าง หลังจากนั้นก็ถอดเสื้อแขนยาวแล้วปูวางบนเนินดิน
อากาศหนาวเย็นโชยต้องผิวเนื้อเปิดเปลือยที่ช่วงแขน ทำเอาขนอ่อนลุกชันจนผุดเป็นตุ่มหนังไก่
เซวียเสี่ยวหรั่นตัวสั่นสะท้าน หยิบเอาไม้ปลายแหลมมาเริ่มขุดดิน
นางใช้เสื้อแขนยาวห่อดินเหนียวกลับถ้ำ แต่นั่นก็เป็นเรื่องหลังจากนั้นหนึ่งชั่วโมง
“โอ๊ย… ดินเหนียวเหล่านี้หนักเป็นบ้า”
หลังเทดินเหนียวในห่อเสื้อแขนยาวลงข้างกองไฟแล้ว เซวียเสี่ยวหรั่นก็สะบัดแขน
เสื้อแขนยาวกันแดดสีชมพูสกปรกจนดูไม่ได้ เซวียเสี่ยวหรั่นสลัดดินที่ติดอยู่บนเสื้อด้วยความรู้สึกปวดใจ เธอยังต้องพึ่งพามันในช่วงฤดูหนาวอยู่ อย่าเพิ่งขาดเชียวนะ อีกประเดี๋ยวจะเอาไปซักให้สะอาด แต่จะใช้มันแทนตะกร้าไม่ได้อีกแล้ว
กองไฟในถ้ำลุกโชนอยู่ตลอดเวลา อุณหภูมิสูงกว่าด้านนอกอย่างเห็นได้ชัด พอเข้ามาข้างในก็อบอุ่นขึ้นมาก เซวียเสี่ยวหรั่นนำเห็ดโคนในกระเป๋าเทออกมากองที่มุมเสบียง
เห็นอาหารมากมายเต็มพื้น เธอก็อารมณ์ดีมาก แม้ปริมาณไม่นับว่ามากเกินไป แต่อย่างน้อยก็ไม่ต้องกลัวว่ากินมื้อนี้แล้วจะไม่มีมื้อต่อไป
เธอหันไปมองเหลียนเซวียนที่เฝ้ากองไฟอยู่พลางฉีกยิ้มกว้าง
“เหลียนเซวียน ลำบากท่านแล้ว ที่ช่วยดูไฟให้ เดี๋ยวข้าจะไปริมแม่น้ำอีกรอบ หลังกลับมาจะได้เริ่มทำหม้อดินของพวกเรา”
กล่าวจบก็หยิบเสื้อแขนยาวกับขวดน้ำวิ่งออกไปจากถ้ำ
ลำบากอะไร? ดูไฟรึ?
ดวงตาของเหลียนเซวียนเหลือบไปที่ปากถ้ำ หญิงสาวที่วิ่งไปวิ่งมาทำงานทั้งวันกลับพูดกับคนพิการครึ่งตัวที่ทำได้แค่นั่งดูไฟว่า ‘ลำบากแล้ว’
หากไม่ใช่เพราะน้ำเสียงของนางฟังดูเริงร่ามีความสุข เหลียนเซวียนก็คงนึกว่านางพูดเสียดสีตนเองอยู่
แต่ด้วยอุปนิสัยตรงไปตรงมาของนาง หากจะต่อว่าผู้อื่นจริง ก็คงจะกระทำซึ่งๆ หน้า
เหลียนเซวียนคิดในใจเป็นร้อยตลบ แต่สีหน้ากลับราบเรียบ เติมฟืนใส่ในกองไฟต่อไป
หลังซักเสื้อแขนยาวสะอาดดีแล้ว ก็ตวงน้ำให้เต็ม ประคองเข้าบั้นเอวเดินกลับถ้ำ
เธอเอาเสื้อแขนยาวไปแขวนที่กิ่งไม้ข้างถ้ำตากแดด เสื้อตัวนี้ซื้อมาจากร้านค้าในเถาเป่า [1] แม้จะเรียกว่าเสื้อกันแดด แต่แท้จริงแล้วเป็นเพียงเสื้อคลุมตัวนอกเนื้อเรียบลื่น ราคาหลายสิบหยวน กันแดดอะไรกัน คุณสมบัติไม่ต่างอะไรกับเสื้อคลุมธรรมดาตัวหนึ่ง
แต่กลับช่วยกันลมกันฝนได้อย่างดีเยี่ยม ภายหน้ายังต้องใช้ประโยชน์จากมันอีกมาก
ยามกลับถ้ำ เซวียเสี่ยวหรั่นก็เอียงสะโพกนั่งลงข้างกองดินเหนียว
ใช้ก้อนหินขนาดเท่าฝ่ามือทุบดินเหนียว หลังจากนั้นก็ค่อยๆ เติมน้ำลงไป
“ไม่รู้ว่าทำไมเด็กถึงชอบเล่นดินเหนียวนัก เหนียวหนึบหนับแบบนี้เล่นสนุกตรงไหน จิ๊ๆๆๆ”
เธอนวดดินเหนียวไม่หยุด น้ำเยอะก็เติมดิน ผ่านไปชั่วครู่ ดินเริ่มแห้ง ก็เทน้ำเติมลงไป
กลับไปกลับมาเช่นนี้หลายรอบจนในที่สุดก็ได้อัตราส่วนระหว่างดินเหนียวกับน้ำที่เหมาะสม
“โอ๊ย นวดดินเหนียวยากยิ่งกว่านวดแป้งซะอีก ตอนเรียนนวดแป้งทำบะหมี่ ไม่เห็นต้องเปลืองแรงขนาดนี้เลย”
กว่าจะนวดดินเหนียวเข้าที่เข้าทางไม่ใช่ง่ายๆ เซวียเสี่ยวหรั่นกระดกมุมปากลุกขึ้น วิ่งไปเก็บหินก้อนใหญ่ที่มีลักษณะแบนมาจากข้างนอก
จากนั้นก็โกยขี้เถ้ากองหนึ่งมาจากกองไฟแล้วสาดไปบนหินก้อนหนึ่ง หลังจากทาจนทั่วแล้ว ก็หักดินเหนียวออกมาก้อนหนึ่ง แล้วเริ่มนวดให้เหมือนแผ่นขนมเปี๊ยะ
“อืม… ลองทำหม้อก้นแบนดูก่อนแล้วกัน หากเผาออกมาสำเร็จ ค่อยทำอ่างสักใบ” เซวียเสี่ยวหรั่นนวดไปก็พูดงึมงำกับตัวเอง “นี่คือส่วนฐาน ต้องหนาหน่อย จะได้ไม่แตกง่ายตอนเผา”
แม้เหลียนเซวียนจะมองไม่เห็นความเคลื่อนไหวของนาง แต่จากน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ ในสมองก็ปรากฏภาพที่มีรายละเอียดชัดเจน
หลังจากนวดส่วนฐานรูปทรงกลมเรียบร้อย ก็หักดินเหนียวออกมานวดเป็นเส้นหนาเท่ากับนิ้วมือ หลังจากนั้นก็นำมาขดเป็นวงกลมรอบฐานทรงกลมที่ปั้นไว้
“คนอื่นนวดเป็นเส้นๆ ดูเหมือนว่าจะค่อนข้างหนา ฉันนวดเป็นเส้นบางหน่อย หากหนาไปกว่านี้….”
เส้นๆ ? ดินเหนียวเอามานวดเป็นเส้น ไหนบอกว่าทำหม้อไม่ใช่หรือ แล้วเหตุใดถึงนวดเป็นเส้น เหลียนเซวียนเคลือบแคลงใจ
ขั้นตอนในการทำเครื่องปั้นดินเผาจำเป็นต้องนวดดินเหนียวให้เป็นเส้นด้วยหรือ เหลียนเซวียนเคยค้นคว้าเกี่ยวกับการทำเครื่องปั้นดินเผามาบ้าง แน่นอนว่าเขาไม่เคยเผาหม้อดินมาก่อน แต่คนว่างงานอย่างศิษย์พี่กลับชมชอบศึกษาเรื่องยิบย่อยเหล่านี้เป็นพิเศษ
ศิษย์พี่สร้างเตาเผาไว้ที่มุมหนึ่งในหุบเขาราชันโอสถ ทำเครื่องปั้นดินเผางดงามประณีตออกมาได้ไม่น้อย
เพียงแต่เหลียนเซวียนไม่สนใจเรื่องเหล่านี้ ดังนั้นจึงไม่เคยสังเกตขั้นตอนการเผาหม้อดิน
แต่แม้จะไม่นำพา ก็ยังเคยเห็นอยู่สองสามครั้ง ไม่มีขั้นตอนการนวดดินให้เป็นเส้น
เขาคิดอย่างจริงจัง ถือไม้ฟืนค้างอยู่นานไม่วางเข้าไปในกองไฟ
เซวียเสี่ยวหรั่นนวดช่องว่างระหว่างเส้นดินเหนียว พลางเงยหน้ามองเขาอยู่เป็นระยะ เห็นเขาไม่ขยับอยู่นาน ก็เอ่ยปากถาม
“เหลียนเซวียน ท่านง่วงแล้วหรือ ง่วงก็ไปหลับก่อน เมื่อวานท่านดูไฟทั้งคืน คงไม่ได้หลับเท่าไร”
เหลียนเซวียนได้สติกลับมาก็สั่นศีรษะ วางฟืนในมือใส่เข้าไปในกองไฟต่อ
เซวียเสี่ยวหรั่นเห็นเช่นนั้นก็ทำตาปริบๆ เอ่ยทันควัน “งั้น ท่านมาปั้นหม้อกับข้าไหมล่ะ ง่ายมาก ไม่ต้องเปลืองแรงเยอะด้วย”
เหลียนเซวียนหันไปมองนาง สีหน้าลังเลอยู่บ้าง
เขาอยากช่วย แต่ไม่เคยมีประสบการณ์ด้านนี้ กลัวว่าจะเป็นตัวถ่วงนางเสียมากกว่า
“มาสิๆ ลองดู ข้าเองก็คลำหินข้ามลำธาร ไม่เคยทำมาก่อนเหมือนกัน” เซวียเสี่ยวหรั่นย้ายก้อนหินแบนก่อนนั้นมาวางตรงหน้าเขา ก่อนที่จะสาดขี้เถ้าลงไป
จากนั้นก็เข้ามาม้วนแขนเสื้อหลวมกว้างให้เขา มือที่ปรากฏคู่นั้นผอมแห้งจนเห็นเส้นเลือดปูดโปน เซวียเสี่ยวหรั่นเหลือบมองปราดหนึ่ง เลือกที่จะเพิกเฉยอย่างชาญฉลาด
“นี่คือแผ่นหิน เอามันกดลงไปก่อนให้เป็นก้นหม้อไม่บางไม่หนาเกินไป”
“แล้วปั้นดินเหนียวให้เป็นเส้นหนาหน่อย แล้วเอามาขดรอบก้นหม้อ”
“เอ้อ จะทำหม้อก้นแบนใบใหญ่ ตรงกลางจะกว้างกว่าส่วนล่าง เมื่อทำมาได้เกินครึ่งทางก็ค่อยๆ แคบลง”
“หลังจากขดเส้นดินเหนียวจนได้ความสูงเพียงพอแล้ว ค่อยปาดให้เรียบ”
“งานนี้ทดสอบความอดทนได้ดีนัก บางส่วนต้องบาง บางส่วนต้องหนา ทั้งยังต้องเรียบสมดุลกันด้วย”
ตลอดทั้งช่วงบ่ายมีแต่เสียงของเซวียเสี่ยวหรั่นสะท้อนกลับไปกลับมาภายในถ้ำ
ยามฟ้าใกล้มืด หม้อดินก้นแบนขนาดใหญ่สองใบก็ปั้นเสร็จเรียบร้อย
“เหลียนเซวียน ท่านปั้นหม้อกลมสวยกว่าข้าอีก วิทยาศาสตร์อธิบายไม่ได้เลยนะเนี่ย”
…
[1] เป็นแพลตฟอร์มช็อปปิ้งออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน