ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น - เล่มที่ 3 บทที่ 86 ช่วยเหลือ
สมองของเซวียเสี่ยวหรั่นคิดไปไกล เพียงไม่กี่วินาทีก็มีแผนการที่แน่นอน
“ท่านลุง พวกท่านเป็นพรานป่าแถวนี้หรือ” เธอเริ่มเอ่ยถาม
ชายวัยกลางคนพยักหน้า “พวกเราเป็นพรานป่าจากหมู่บ้านขู่หลิ่งถุนอยู่นอกเขตภูเขา ข้าชื่อซีต้าเฉียง เจ้าพวกนั้นล้วนเป็นลูกหลานในบ้านของข้าเอง เหตุใดพวกเจ้าถึงมาอยู่ในป่าลึกแห่งนี้ได้ล่ะ เขาเยว่หลิงซานลึกเข้าไปยิ่งอันตรายมาก มีทั้งหมาป่า เสือ เสือดำ หมีดำ ไม่ว่าจะเจอกับตัวไหน ก็ลำบากพวกเจ้าทั้งนั้น”
เซวียเสี่ยวหรั่นหัวเราะแหะๆ พวกเขาก็รับมือไม่ไหวจริงๆ นั่นแหละ “พวกเราพลัดหลงเข้าไป เดินอ้อมภูเขาอยู่นาน แต่หาเท่าไรก็หาทางออกไม่เจอ ได้มาพบพวกท่านช่างดียิ่งนัก”
ซีต้าเฉียงได้ยินเช่นนั้น ก็รู้ว่าเป็นไปตามที่เขาคาดไว้
“โฮก” จู่ๆ หมีดำที่มีกลิ่นอายมรณะตลบอบอวลก็ลุกขึ้นมา ใช้กำลังเฮือกสุดท้ายพุ่งกระโจนไปด้านหน้า
“มู่คุน ระวัง”
“หลบไปให้หมด มันใกล้จะไม่ไหวแล้ว”
“หลบไปๆ อย่าแทงมันนะ หนังหมีผืนใหญ่แบบนี้ได้ราคาที่สุด”
เสียงเจี๊ยวจ๊าวของเด็กหนุ่มเหล่านั้น ทำให้ซีต้าเฉียงถึงกับหน้าม้าน
พวกเขาไม่ได้เป็นคนล่าหมีตัวนี้มา หนังหมีจะเป็นอย่างไรย่อมไม่ใช่สิ่งที่พวกเราต้องเป็นกังวล
ทุกสาขาอาชีพย่อมมีกฎเกณฑ์ แน่นอนว่าเหล่าพรานป่าย่อมมีข้อตกลงระหว่างกัน
การแย่งชิงเหยื่อของผู้อื่น เป็นการกระทำที่น่าละอาย
ดวงตาของเซวียเสี่ยวหรั่นทอประกายวิบวับ เจ้าหมีตัวนี้มีราคามากจริงๆ ด้วย
หมีดำใช้กำลังเฮือกสุดท้ายหมดไปแล้ว หลังลุกขึ้นเดินได้ไม่กี่ก้าว ก็ล้มครืน ชักกระตุกไม่กี่หนก็สิ้นลม
“ท่านพ่อ หมีตาบอดหมดลมแล้วขอรับ” ชายหนุ่มกระทุ้งหมีดำบนพื้น ก่อนยิ้มร่าวิ่งเข้ามา
“แฮ่ม” ซีต้าเฉียงถลึงตาใส่เขาอย่างมีโทสะ “หมีดำเป็นของน้องชายผู้นี้ มันบาดเจ็บจนเหลือลมหายใจสุดท้าย ตายแล้วมีอะไรน่าแปลก”
ชายหนุ่มอึ้งงัน พอเห็นบุรุษที่นอนอยู่บนพื้น ก็เกาศีรษะหัวเราะแหะๆ ไม่พูดอะไรอีก
คำกล่าวของซีต้าเฉียงทำให้เหลียนเซวียนลอบโล่งใจอยู่เงียบๆ
บุรุษวัยกลางคนผู้นี้นับได้ว่าเป็นคนซื่อสัตย์ตรงไปตรงมา
พวกเขาคนหนึ่งบาดเจ็บ อีกคนก็อ่อนแอ หากพบกับโจรป่าปล้นชิงสิ่งของ สถานการณ์ก็จะยิ่งย่ำแย่
“ท่านอาสาม ครั้งนี้พวกเราขึ้นเขาเพื่อเสาะหาเจ้าหมีตาบอดตัวนี้โดยเฉพาะ ค้นหามาสามวัน ถึงแกะรอยพบรังของมัน ผลสุดท้ายกลับช้าไปก้าวหนึ่ง”
ชายหนุ่มรูปร่างผอมคนหนึ่งมือถือธนูเดินเข้ามา น้ำเสียงเจือไปด้วยความไม่พอใจ
ฟังพูดเข้าสิ เจ้าหมีตัวนี้มันควรอยู่ให้พวกเจ้ามาล่าโดยเฉพาะถึงจะถูกต้องหรือไง เซวียเสี่ยวหรั่นตวัดสายตาไปที่เขาปราดหนึ่งพลางค่อนขอดในใจ
“ซีติ้ง เลิกไร้สาระได้แล้ว สัตว์บนภูเขาแห่งนี้ไม่ใช่บ้านเจ้าเลี้ยงมาเสียหน่อย” ซีต้าเฉียงแค่นเสียงตำหนิ
ซีติ้งถึงกับสะอึก เหลือบมองสตรีแปลกหน้าตรงหน้าปราดหนึ่ง ก่อนหุบปากเงียบ
“แฮ่ม เอ่อ… น้องเหลียน ไม่ทราบว่าพวกเจ้ามีแผนจะจัดการอย่างไรกับหมีตัวนี้” ซีต้าเฉียงหันมาสอบถาม
พวกเขาขึ้นเขามาครั้งนี้เพื่อล่าหมีตาบอดโดยเฉพาะ
หลี่หยวนไว่ [1] ฉลองวันเกิดใหญ่ครบหกสิบปี อยากจะจัดงานเลี้ยงยิ่งใหญ่ จึงป่าวประกาศมาในหมู่นายพรานละแวกใกล้เคียง หากใครสามารถล่าหมีมาได้จะให้ราคาสูงเป็นสามส่วน
หมีตัวหนึ่งมีมูลค่าไม่น้อย ยังเพิ่มมูลค่าอีกเป็นสามส่วนสำหรับพรานป่าธรรมดาทั่วไปย่อมเป็นเงินไม่น้อย
ดังนั้นพรานป่าที่มีความสามารถทุกครัวเรือนล้วนออกมาล่าหมีกันหมด
สกุลซีของพวกเขารวบรวมคนหนุ่มวัยฉกรรจ์ที่เก่งกาจขึ้นเขามาเช่นเดียวกัน แต่พอคลำพบรังของมัน หมีดำก็ถูกคนล้มไปแล้ว
“แฮ่ม” เซวียเสี่ยวหรั่นกระแอมกระไอ “คือว่าอย่างนี้ ท่านลุงซี คอของเหลียนเซวียนได้รับบาดเจ็บ พูดไม่ได้ชั่วคราวเจ้าค่ะ”
ซีต้าเฉียงอึ้งงัน ชายผู้นี้ดวงตามองไม่เห็น คอยังมีปัญหาพูดไม่ได้อีกหรือ?
เช่นนั้นก็ทั้งตาบอดและเป็นใบ้เลยน่ะสิ
แล้วเขายิงเข้าดวงตาของเจ้าหมีดำได้อย่างไร?
ซีต้าเฉียงทั้งประหลาดใจและเคลือบแคลงสงสัย
“ต้าเหนียงจื่อ หลางจวินของเจ้าบาดเจ็บตรงไหนบ้าง” ซีมู่คุนไม่คิดอะไรมากถามอย่างซื่อๆ
เซวียเสี่ยวหรั่นทำตาปริบๆ รู้สึกไม่ค่อยสบายใจกับคำเรียกของพวกเขา แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมาถือสากับเรื่องเล็กน้อย
“ถูกหมีอาละวาดวิ่งชน ดูเหมือนจะบาดเจ็บภายใน มีกระอักเลือดด้วย”
เซวียเสี่ยวหรั่นก้มลงมองคราบเลือดที่แห้งกรังบนมุมปากด้วยความทุกข์ใจ
ซีมู่คุนย่อตัวลงมา ถามต่อ “ชนถูกส่วนไหน”
เซวียเสี่ยวหรั่นดวงตาทอประกายวาบ เขารู้วิชาแพทย์?
“ตรงนี้” เธอชี้ไปที่แขนซ้ายของเหลียนเซวียน
ซีมู่คุนยิ้มอย่างบริสุทธิ์ใจ “ต้าเหนียงจื่อ ขอข้าคลำตรวจสอบพี่ชายท่านนี้ดูสักหน่อยว่าเขาได้รับบาดเจ็บถึงกระดูกหรือไม่”
พวกเขาเดินทางขึ้นเขาล่าสัตว์มาหลายปี ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บกระดูกหักย่อมมีอยู่บ้าง
เซวียเสี่ยวหรั่นรีบพยักหน้า “ดีๆๆ ขอบใจเจ้ามาก”
ซีต้าเฉียงก็มิได้ขัดขวาง หันไปมองหมีดำที่นอนแน่นิ่งตรงนั้น ด้วยแววตาเป็นประกายวาววับ
ด้วยสภาพการณ์ปัจจุบันของสองคนนี้ ไม่มีทางขนย้ายหมีดำตัวนี้ได้ หากเป็นเช่นนั้น โอกาสต่อรองการค้าย่อมมีมาก
ซีมู่คุนตรวจสอบเหลียนเซวียนจนครบทุกส่วนรอบหนึ่ง
“หน้าอกไม่มีกระดูกหัก แต่ที่กระดูกหน้าแข้งขวาร้าว ก็เลยบวมอย่างรุนแรง”
เซวียเสี่ยวหรั่นตกใจมาก เธอนึกว่าเหลียนเซวียนบาดเจ็บแค่ที่หน้าอก แต่ไม่นึกว่ากระดูกหน้าแข้งของเขาจะร้าว มิน่าล่ะ สีหน้าของเขาถึงย่ำแย่ขนาดนี้ เหงื่อไหลเต็มหน้าผากไปหมดแล้ว
ดวงหน้าน้อยของเธอขาวซีด ดวงตาเบิกกว้างเจือไปด้วยความวิตกกังวลหลายส่วน
ซีมู่คุนเห็นเช่นนั้นก็ทนไม่ได้ “ต้าเหนียงจื่อไม่ต้องวิตก ข้าจะไปหาสมุนไพรมาช่วยบรรเทาอาการให้พี่น้องผู้นี้ พักรักษาตัวสองสามเดือนก็หายแล้ว”
เซวียเสี่ยวหรั่นดีใจมากรีบกล่าวขอบคุณ “ขอบคุณเจ้ามาก”
ซีมู่คุนยิ้มพลางโบกไม้โบกมือ ลุกขึ้นหันมองไปโดยรอบ “ท่านพ่อ ข้าจะไปหาสมุนไพรสักหน่อย”
“ไปเถอะ รีบหน่อยล่ะ” ซีต้าเฉียงไม่รั้ง กลางป่าเขาเช่นนี้ อะไรที่พอช่วยเหลือได้ก็ต้องช่วย
แต่ซีติ้งซึ่งอยู่อีกด้านกลับเบ้ปากอย่างไม่พอใจ
ซีต้าเฉียงทำเป็นมองไม่เห็น ปรกติเจ้าซีติ้งก็เป็นคนหัวแข็งไม่ค่อยเชื่อฟังคำสั่งสอน ครานี้หากไม่ใช่เพราะเขารั้นจะตามมาให้ได้ ซีต้าเฉียงก็ไม่อยากพามาเท่าไร
“ต้าเหนียงจื่อ ที่หมายของพวกเจ้าคือที่ใดรึ” ซีต้าเฉียงซักไซ้
“เอ้อ... เอาไว้ออกจากภูเขาให้ได้ก่อนค่อยวางแผนอีกที” เซวียเสี่ยวหรั่นตอบเลี่ยงๆ
ซีต้าเฉียงพยักหน้า “แล้วเจ้าหมีตัวนี้ พวกเจ้าจะจัดการอย่างไร?”
เซวียเสี่ยวหรั่นกลอกตา “ท่านลุงซี หมีดำตัวนี้พวกเราพบเข้าโดยบังเอิญ เพื่อป้องกันตนเองก็เลยจำเป็นต้องฆ่ามัน”
นางปรายตาไปที่ซีติ้งที่เงี่ยหูฟังพวกเขาสนทนากันอยู่
ซีต้าเฉียงเป็นหัวหน้า นี่คือสิ่งที่มั่นใจได้ สตรีอ่อนแอคนหนึ่ง กับบุรุษที่ทั้งตาบอดและเป็นใบ้ หากบอกว่าพวกเขาตั้งใจมาล่าหมีบนภูเขา เป็นใครก็ไม่เชื่อ
“เหลียนเซวียนบาดเจ็บสาหัสตอนรับมือกับหมีตัวนี้ พวกเราไม่อาจเอามันไปจากที่นี่ได้อยู่แล้ว คงต้องรบกวนขอความช่วยเหลือจากพวกท่าน แน่นอนว่าไม่ใช่การช่วยเหลือโดยไร้สิ่งตอบแทน” เซวียเสี่ยวหรั่นพูดพลางสังเกตสีหน้าของซีต้าเฉียง
ชายวัยกลางคนผู้นี้เป็นหัวหน้าของคนเหล่านั้น แค่ตกลงเงื่อนไขกับเขาได้ เรื่องในภายหน้าก็ไม่ยากจะจัดการ
“ต้าเหนียงจื่อกล่าวหนักไปแล้ว ยามอยู่นอกบ้านการช่วยเหลือซึ่งกันและกันคือสิ่งสมควร” ใบหน้าของซีต้าเฉียงเผยรอยยิ้มบางๆ
พวกเขาเข้าป่าแต่ละครั้งไม่ง่าย ไปกลับครั้งหนึ่งต้องเสียเวลาห้าถึงหกวัน
แม้จะล่าสัตว์เล็กได้บ้าง แต่ราคาเมื่อเทียบกับหมีแล้วก็ไม่อาจเทียบกันได้เลย
คิดจะล่าหมีดำอีกตัวก็คงเป็นไปไม่ได้แล้ว หากได้ส่วนแบ่งมาบ้างก็ยังดี อย่างน้อยพวกเขาหลายคนก็ไม่ได้มาเสียเที่ยว
…
[1] หยวนไว่ เป็นตำแหน่งของขุนนางที่ไม่ใช่ข้าราชการจริงๆ ส่วนมากเป็นเศรษฐีที่ใช้เงินไปซื้อตำแหน่งมา