ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 121 ตัวตนที่แท้จริงของอวิ๋นโส่วจง
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 121 ตัวตนที่แท้จริงของอวิ๋นโส่วจง
อวิ๋นโส่วจงมีวิชาการดูคนอยู่บ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหลายปีมานี้เขาใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง รู้ดีว่าในสถานการณ์ใดและคนประเภทใดที่พอจะไว้ใจได้ ในใจเขามีตราชั่งคอยวัดอยู่เสมอ
ยิ่งไปกว่านั้นในสถานการณ์เช่นนี้เขาไม่อาจปฏิเสธได้ ทำได้แค่ลองเสี่ยงดูสักครั้ง อวิ๋นโส่วจงเดินลึกเข้าไปในป่าไม่นานก็ได้ยินเสียงใบไม้แห้งกรอบแกรบ มีคนกำลังดิ้นรนอยู่
เขารีบเร่งฝีเท้า พอเข้าไปใกล้ก็เห็นอู๋อวี่ถูกมัด ดวงตาถูกปิดด้วยผ้าสีดำ ในปากยัดด้วยฟางและใช้เชือกมัดปากของเขาเอาไว้
เขาชักกริชออกมาจากรองเท้า ก่อนจะใช้มันตัดผ้าสีดำที่ปิดตาของอู๋อวี่ออก จากนั้นจึงตัดเชือกที่มัดปากเขาออก อู๋อวี่กะพริบตาเพื่อปรับสายตาให้เข้ากับแสงสว่าง จากนั้นก็รีบพ่นเศษฟางที่ถูกยัดอยู่ในปากออกมา
“ไว้ชีวิตข้าด้วย… ข้ามีเงิน… อย่าได้…” คำว่า ‘ฆ่าข้า’ ยังไม่ทันได้เอ่ยออกมา อู๋อวี่ก็เห็นใบหน้าของคนที่อยู่ตรงหน้าชัดเจน
ใบหน้าเย็นชาของอวิ๋นโส่วจงปรากฏขึ้นในสายตาของเขา ดวงตาของเขาหรี่ลง หลังจากนั้นความตกใจแปรเปลี่ยนเป็นความไม่เกรงกลัวใดๆ
“ไฉจง เจ้าคิดว่าจับข้าได้แล้วทุกอย่างจะจบลงหรือ? ข้าจะบอกให้เจ้ารู้ไว้ ข้าส่งข่าวออกไปแล้ว ทางที่ดีเจ้าปล่อยข้าเสีย ข้ายังพอจะช่วยเจ้าไกล่เกลี่ยเพื่อรักษาชีวิตเจ้าไว้ หากข้าตาย คนที่จะต้องชดใช้ไม่ได้มีเพียงเจ้าคนเดียว”
อวิ๋นโส่วจงมองเขาด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะล้วงจดหมายฉบับหนึ่งออกมาจากอกเสื้อโบกไปมาตรงหน้าอู๋อวี่ “เจ้าหมายถึงสิ่งนี้ใช่หรือไม่?”
เมื่อเห็นจดหมายในมือของอวิ๋นโส่วจง ใบหน้าของอู๋อวี่ก็ซีดเผือดลงทันที เขามองอวิ๋นโส่วจงด้วยความหวาดกลัวพลางเอ่ยถาม “เป็นไปไม่ได้! จดหมายฉบับนี้ไปอยู่ในมือของเจ้าได้อย่างไร? อู๋กังเป็นคนสนิทของข้าเขาไม่มีทางทรยศข้า”
อวิ๋นโส่วจงยิ้มเยาะด้วยท่าทีเหยียดหยาม “แต่ก่อนเจ้าเองก็เป็นคนสนิทของนายท่าน”
คำพูดของเขาพลันทำให้อู๋อวี่สะอึกจนพูดไม่ออก แต่เขาก็ยังไม่อยากจะเชื่อความจริงตรงหน้า “เป็นไปไม่ได้ ข้าเห็นอู๋กังขี่ม้าออกไปกับตา…”
ทันใดนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้นเอ่ยถาม “ไฉจง เจ้าแอบใส่ยาสลบในน้ำที่ข้าดื่ม!”
คงมีเพียงเหตุผลนี้เท่านั้นที่อธิบายได้ว่าทำไมเขาถึงหมดสติไปแล้วตื่นขึ้นมาอีกทีก็มาอยู่ในป่าแห่งนี้
อวิ๋นโส่วจงเข้าใจแล้ว หมอนี่โดนยาสลบเล่นงาน จนไม่รู้ว่าใครเป็นคนจัดการเขา ในเวลานี้เขาเข้าใจวิธีการของฉู่อี้มากขึ้น เจิ้นหย่วนโหวผู้นี้ไม่ธรรมดาจริงๆ
อวิ๋นโส่วจงเล่นกริชในมือโดยไม่ตอบคำถามของอู๋อวี่ ทันใดนั้นเขาก็เอากริชแทงลงไปที่เท้าของอู๋อวี่อย่างแรง กริชแทงทะลุฝ่าเท้าของเขาในทันที ทันใดนั้นอู๋อวี่ก็ร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
รอจนกระทั่งเขาหยุดร้อง อวิ๋นโส่วจงจึงเอ่ยถาม “ปีนั้นใครเป็นคนสั่งให้เจ้าทรยศนายท่าน”
อู๋อวี่ร้องไห้คร่ำครวญ “เป็นคนของชิ่งเก๋อเอ่อร์ไท่มาหาข้า ข้ามันโลภ ข้าทรยศท่านโหวเพราะความโลภของข้าเอง”
อวิ๋นโส่วจงดึงกริชออกและหลบอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้เลือดสาดโดนตัว จากนั้นเขาก็แทงกริชลงไปที่เท้าอีกข้างของอู๋อวี่ เสียงกรีดร้องของอู๋อวี่ดังขึ้นอีกครั้ง
“ท่านไฉ… จริงๆ นะ… ข้าพูดความจริงทั้งหมด… ชิ่งเก๋อเอ่อร์ไท่ให้ตั๋วเงินข้าถึงหนึ่งแสนตำลึงเพื่อแลกกับเส้นทางการเดินทัพ”
อวิ๋นโส่วจงย่อตัวลงตรงหน้าเขา ก่อนจะใช้กริชกรีดเสื้อผ้าของเขาออกทีละน้อยโดยหลีกเลี่ยงเชือกที่มัดตัวเขาไว้ จนเผยให้เห็นเนื้อหนังอวบอ้วน อู๋อวี่มองเขาด้วยความหวาดกลัว ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดผวา
อวิ๋นโส่วจงกรีดรอยบนร่างกายของเขา ไม่ลึกไม่ตื้น เจ็บแต่ไม่ถึงกับทำให้เขาหมดสติไปเพราะความเจ็บปวด
ในเวลานี้อู๋อวี่ก็นึกขึ้นได้ ว่าแต่ก่อนทุกครั้งที่ท่านโหวจับเชลยศึกได้หากเจอคนดื้อรั้นไม่ยอมปริปากพูด ก็จะโยนให้ไฉจงเป็นคนสอบสวน คนอื่นๆ ใช้เวลาหลายวันในการทรมานก็ยังไม่ได้ข้อมูล แต่พอมาถึงมือของไฉจง ไม่ถึงวันอีกฝ่ายก็จะยอมคายความลับออกมา
เมื่อคิดถึงตรงนี้อู๋อวี่ก็ตัวสั่นโดยไม่รู้ตัว เขาไม่อยากตาย แต่เขาก็รู้ดีว่าวันนี้คงหนีไม่พ้นความตาย แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าความตายในตอนนี้ก็คือการตกไปอยู่ในมือของผู้เชี่ยวชาญด้านการทรมาน
“ท่านไฉ… ท่านจะทำอะไร?”
“ท่านไฉ… ข้าพูดความจริงทุกอย่าง!”
อวิ๋นโส่วจงไม่สนใจเขา ยังคงกรีดรอยบนร่างกายของเขาอย่างตั้งใจ ขณะที่กรีดก็พูดพึมพำกับตัวเองว่า “ที่แคว้นเหมียวเจียงมีวิชาหนอนกู่อย่างหนึ่ง คือการใช้มนุษย์เป็นปุ๋ยเพาะพันธุ์ไข่แมลง ไข่จะฟักตัวในร่างกายมนุษย์ อาศัยการกินเลือดเนื้อเจริญเติบโต”
“จากนั้นก็จะวางไข่ในเลือดเนื้อของมนุษย์… กระบวนการนี้ใช้เวลานานมาก อาจจะต้องใช้เวลาถึงหนึ่งปี ในหนึ่งปีนี้ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อจะรู้สึกตัวตลอดเวลา ทุกๆ วันจะต้องทนทุกข์ทรมานจากการถูกกัดกินเลือดเนื้อ”
“แต่เจ้าไม่ต้องกังวล ในเมื่อเจ้ากลายเป็นปุ๋ยชั้นดีของข้าแล้ว ข้าก็จะดูแลเจ้าอย่างดี จะคอยให้อาหารเจ้าทุกทุกวัน จะป้อนข้าวต้มเนื้อบดให้เจ้า… เจ้าอยู่สุขสบาย หนอนกู่ในร่างกายเจ้าก็จะเติบโตได้ดี จะว่าไปแล้ว วิชานี้ เป็นเพราะนายท่านเคยช่วยเหลือหัวหน้าเผ่าเหมียวเจียงเอาไว้ หัวหน้าเผ่าคนนั้นจึงมอบวิชานี้ให้แก่ข้า”
“ไม่ได้ใช้มานานหลายปีแล้ว ดีนะที่ยังไม่ลืมวิชา ไข่หนอนกู่ข้าก็พกติดตัวมาด้วย ตอนแรกข้าคิดว่าชาตินี้คงไม่มีโอกาสได้ใช้แล้ว ไม่นึกเลยว่า… จะมีวันนี้ หากเจ้าไม่พูดก็ไม่เป็นไร ข้าจะไม่บังคับเจ้า อย่างไรเสียทรมานจนตายก็นับว่าแก้แค้นให้นายท่านได้แล้ว”
อู๋อวี่หวาดกลัวจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง ในขณะนี้อวิ๋นโส่วจงเก็บกริชเรียบร้อยแล้ว หยิบห่อกระดาษเล็กๆ ออกมาจากอกเสื้อ เปิดมันออกและใช้ปลายเล็บนิ้วก้อยค่อย ๆ เขี่ยเม็ดสีดำเล็กๆ ในห่อกระดาษออกมา ก่อนจะฝังลงไปในบาดแผลของเขา
ไม่นานไข่หนอนกู่ในห่อกระดาษเล็กๆ ก็หมดลง อวิ๋นโส่วจงก็หยิบเข็มกับด้ายออกมาจากอกเสื้อ ร้อยด้ายเข้าเข็มอย่างคล่องแคล่วราวกับสตรี จากนั้นก็เย็บบาดแผลที่ฝังไข่เอาไว้อย่างประณีต
ในเวลานี้แม้จะเจ็บปวดแต่ก็ไม่อาจปกปิดความหวาดกลัวเอาไว้ได้ อู๋อวี่แทบจะมองเห็นไข่สีดำกำลังฟักตัวอยู่ในเนื้อของเขา จากนั้นก็… ยิ่งคิดหนังศีรษะของเขาก็ยิ่งชา
“ท่านไฉ หยุดก่อน ข้าพูด ข้าพูดแล้วจริงๆ! เป็นอู๋เยว่ เสนาบดีกรมกลาโหม อดีตผู้บัญชาการประจำกองกำลังรักษาการณ์เหลียวเป่ยเป็นคนสั่งให้ข้าทำ!”
อวิ๋นโส่วจงไม่ได้หยุดมือยังคงถามต่อ “เหตุใดเขาถึงทำเช่นนั้น?”
อู๋อวี่ร้องไห้คร่ำครวญ “ท่านไฉ ข้าไม่รู้ ข้าไม่รู้จริงๆ เขาบอกว่าท่านโหวคิดกบฏ ต้องการยืมมือชิ่งเก๋อเอ่อร์ไท่กำจัดท่านโหว หลังจากจัดการเรื่องนี้เรียบร้อยแล้ว เขาก็ให้เงินข้าหนึ่งแสนตำลึง บวกกับเงินอีกหนึ่งแสนตำลึงที่ชิ่งเก๋อเอ่อร์ไท่ให้ข้า จากนั้นเขาก็ให้คนเปลี่ยนชื่อให้ข้า ทิ้งบ้านเกิดเมืองนอน มาใช้ชีวิตซ่อนตัวอยู่ที่กองกำลังรักษาการณ์อำเภอไคอันเช่นนี้”
“เหตุใดข้าต้องเชื่อเจ้า?”
อู๋อวี่รีบพูด “ข้ากลัวว่าเขาจะฆ่าปิดปาก จึงเก็บจดหมายลับที่เขาส่งให้ข้าเอาไว้ โดยซ่อนไว้ใต้แผ่นกระเบื้องสีเขียวในห้องพักหมายเลขหนึ่งของจุดพักม้าที่ด่านเหิงซาน ท่านไฉ… ข้าไม่ได้โกหกท่าน! จริงๆนะ! หากไม่เชื่อ ท่านไปดูที่จุดพักม้าที่ด่านเหิงซานก็ได้”
อวิ๋นโส่วจงมองเขาด้วยหางตา สายตาเย็นเยียบจนน่าหวั่นเกรง “เจ้ากลัวหรือไม่?”
น้ำมูกน้ำตาของอู๋อวี่ไหลอาบแก้ม เขารีบพยักหน้าพลางร้องไห้คร่ำครวญ “กลัว ท่านไฉ ปล่อยข้าไปเถิด ปล่อยข้าไป!”
ในตอนนี้เขามีทั้งเงินทองและหญิงงาม ไม่อยากต้องทนทุกข์ทรมาน ไม่อยากตาย
อวิ๋นโส่วจงตบหน้าเขาเบาๆ “ในเมื่อเจ้ากลัว เหตุใดตอนนั้นถึงทรยศนายท่าน? ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะยอมหักหลังนายท่านเพียงเพราะเงินสองแสนตำลึง หากเจ้าไม่ยอมพูดความจริง เช่นนั้น…”
สีหน้าของอู๋อวี่เปลี่ยนไปอย่างมาก รีบพูดขึ้นมาทันที “ข้าพูด ข้าพูดแล้ว…”