ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ #140 : ตอนที่ 139 ใครบังอาจแตะต้องคุณหนู ข้าจะฆ่ามันเสีย
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ #140 : ตอนที่ 139 ใครบังอาจแตะต้องคุณหนู ข้าจะฆ่ามันเสีย
ฟางซื่อยิ้มให้กับลูกๆ ทั้งสองคน เด็กสองคนนี้ช่างเป็นห่วงเป็นใยเสียจริง แต่บางคำพูดนั้นเด็กๆ พูดได้ แต่นางกับอวิ๋นโส่วจงกลับพูดออกมาเองไม่ได้
เถาซื่อเกลียดอวิ๋นเจียวเข้ากระดูกดำ ทั้งหมดเป็นเพราะยัยเด็กนี่ หากไม่ใช่เพราะนาง เจ้าสี่ก็คงไม่ถูกเนรเทศไปเป็นทหาร ตอนนี้เกิดเรื่องขึ้นนางก็ยังออกมาสร้างความวุ่นวายอีก!
ยิ่งคิดเถาซื่อก็ยิ่งเกลียด ความโกรธแค้นพลุ่งพล่านขึ้นมาในใจ นางจึงพุ่งเข้าหาอวิ๋นเจียวทันที “ข้าจะฉีกปากของยัยเด็กสารเลวนี่ให้ขาดวิ่น!” ทั้งหมดเป็นเพราะยัยเด็กนี่ก่อเรื่อง!
อวิ๋นฉี่เยว่นางไม่กล้าแตะต้อง เพราะอย่างไรเสียผู้เฒ่าอวิ๋นก็รักหลานชาย แต่ยัยเด็กตัวแสบคนนี้นางตีก็ไม่เห็นเป็นไร ย่าบ้านไหนเขาก็ตีสั่งสอนหลานๆ ของตนเองทั้งนั้น ปู่ย่าตีหลาน แม้แต่ผู้ใหญ่บ้านกับหัวหน้าตระกูลก็ไม่มีสิทธิ์เข้ามาจัดการ!
ทว่าร่างของนางยังไม่ทันได้เข้าใกล้อวิ๋นเจียว ก็มีเงาดำพุ่งเข้ามา จากนั้นร่างของนางก็ลอยละลิ่วออกไป
โครม… ร่างของเถาซื่อกระแทกพื้นอย่างแรงจนร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์รีบวิ่งเข้าไปพยุงนางขึ้นมา
โม่ซ่านยืนอยู่ตรงหน้าอวิ๋นเจียว สายตาเย็นชาเฉียบคมราวกับคมมีดกวาดมองผู้เฒ่าอวิ๋น เถาซื่อและคนอื่นๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นท่ามกลางสายตาตะลึงงันของทุกคน “บ่าวโม่ซ่าน เป็นสาวใช้คนสนิทของคุณหนู หากผู้ใดบังอาจทำร้ายคุณหนู ข้าจะฆ่ามันเสีย!”
อย่างไรเสียชีวิตของนางก็เป็นของคุณหนู แม้จะต้องชดใช้ชีวิตเพราะฆ่าคนปกป้องคุณหนู นางก็ไม่เสียใจ
เดิมทีโม่ซ่านมีอายุยังน้อย ตอนที่อยู่ข้างกายอวิ๋นเจียวก็ไม่ค่อยมีใครสนใจ แต่เมื่อครู่ตอนที่เถาซื่อพุ่งเข้าหาอวิ๋นเจียว นางกลับเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ทุกคนยังไม่ทันเห็นว่านางลงมืออย่างไร เถาซื่อก็ล้มลงไปกองกับพื้นเสียแล้ว
ตอนนี้ทุกคนจึงได้สติหันมามองโม่ซ่านอย่างพิจารณา สาวใช้ผู้นี้มีหน้าตางดงาม เพียงแต่แววตานั้นเฉียบคมจนไม่มีใครกล้ามองตรงๆ นี่เป็นเพียงบ่าวไพร่ของตระกูลอวิ๋นเท่านั้น
เจียงเถาจือไม่มีค่าพอแม้แต่จะไปถือรองเท้าให้ เจียงต้าไห่จึงปิดปากสนิท ไม่กล้าเอ่ยปากเรื่องส่งเจียงเถาจือไปเป็นบ่าวรับใช้ที่บ้านอวิ๋นโส่วจงอีก
เถาซื่อรังแกแต่คนอ่อนแอ เมื่อถูกโม่ซ่านสั่งสอนเพียงเล็กน้อยก็หุบปากเงียบ ส่วนผู้เฒ่าอวิ๋นโกรธจนตัวสั่น ชี้นิ้วสั่นเทาไปที่อวิ๋นโส่วจง “เจ้า… เจ้ารอง! ถึงอย่างไรเถาซื่อก็เป็นแม่ของเจ้า!”
อวิ๋นโส่วจงเอ่ยเสียงเย็นชา “แม่ของข้าหรือ? แม่ของข้านอนอยู่ที่สุสานอย่างสงบแล้ว!” คำพูดเพียงประโยคเดียวแสดงให้เห็นชัดเจนว่า เถาซื่อไม่ใช่แม่ของเขา
“พี่ใหญ่!” ผู้เฒ่าอวิ๋นโกรธจนหน้ามืด ต้องสูดหายใจลึกๆ เพื่อระงับอารมณ์ ก่อนจะหันไปขอความช่วยเหลือจากอวิ๋นเจียหรง หัวหน้าตระกูลอวิ๋น
อวิ๋นเจียหรงเอ่ยขึ้นว่า “เมื่อยี่สิบปีก่อนเป็นเจ้าที่ขอให้ข้าลบชื่อโส่วจงออกจากผังตระกูล บัดนี้เขามิใช่คนตระกูลอวิ๋นแล้ว ข้าไม่มีสิทธิ์จัดการเรื่องนี้! แต่เถาซื่อเป็นภรรยาที่เจ้าแต่งเข้ามาภายหลัง นางยังคงอยู่ในผังตระกูล”
ความหมายก็คือเขาไม่มีสิทธิ์จัดการอวิ๋นโส่วจง แต่ภรรยาของอวิ๋นเจียชาง เขากลับมีสิทธิ์จัดการได้ ผู้เฒ่าอวิ๋นรู้สึกหมดหนทาง พี่ใหญ่ของเขาเข้าข้างเจ้ารองอย่างออกนอกหน้าเช่นนี้เชียวหรือ?
เมื่อคิดว่าอวิ๋นโส่วจงสนิทสนมกับหัวหน้าตระกูลและผู้ใหญ่บ้าน อีกทั้งยังมักจะนำของขวัญไปให้พวกเขาอยู่เสมอ ผู้เฒ่าอวิ๋นก็ยิ่งรู้สึกขมขื่นใจ เขาต่างหากที่เป็นพ่อแท้ๆ!
“เจ้ารองบ่าวไพร่ของเจ้าทำร้าย… ผู้อาวุโส เรื่องนี้เจ้าต้องให้คำอธิบายกับข้า!”
อวิ๋นโส่วจงเตือนผู้เป็นบิดา “เรื่องของฉี่ซาน ท่านพ่อยังไม่ได้ให้คำอธิบายกับข้าเลยขอรับ!”
โม่ซ่านเป็นบ่าวของอวิ๋นเจียว แต่อวิ๋นโส่วจงเป็นบิดาของอวิ๋นเจียว ทั้งยังเป็นบิดาที่อวิ๋นเจียวเคารพรักยิ่ง นางจึงเคารพอวิ๋นโส่งจงเช่นกัน ด้วยเหตุนี้โม่ซ่านจึงทนเห็นนายท่านของตนถูกกลั่นแกล้งไม่ได้
“หน้าที่ของโม่ซ่านคือการคุ้มครองความปลอดภัยของคุณหนู หากคนผู้นั้นไม่คิดร้ายต่อคุณหนู โม่ซ่านก็ไม่มีทางลงมืออย่างแน่นอนเจ้าค่ะ”
ร่างของโม่ซ่านยืนตรง ใบหน้างดงามเรียบเฉย คำพูดของนางชัดเจนมาก เถาซื่อเป็นคนที่ลงมือกับอวิ๋นเจียวก่อน เรื่องนี้เป็นเพราะเถาซื่อก่อเรื่องขึ้นมา แล้วจะเกี่ยวอะไรกับนายท่านของนาง?
“ใช่แล้ว มีคนอยู่เต็มลานบ้าน เหตุใดไม่เห็นแม่นางผู้นี้ลงมือกับใครเลยเล่า?”
“เถาซื่อก็จริงๆ เลย อยู่ดีๆ จะคลุ้มคลั่งทำไม? ยัยหนูเจียวเอ๋อร์ก็ไม่ได้ไปยั่วโมโหนางเสียหน่อย”
“ไม่รู้ว่านางติดโรคบ้าของเจียงต้าเป่ามาหรือไม่”
ทุกคนต่างวิพากษ์วิจารณ์กันยกใหญ่ ผู้เฒ่าอวิ๋นอ้าปากค้างแต่ก็ไม่สามารถพูดอะไรโต้แย้งได้
ส่วนเจียงต้าไห่ก็คุกเข่าลงต่อหน้าอวิ๋นโส่วจง “พี่รอง ข้าขอร้อง เงินจำนวนนั้นมากเกินไป ข้ายังมีครอบครัวต้องเลี้ยงดู ข้าไม่มีปัญญาจ่ายจริงๆ! พี่รอง เรื่องนี้เป็นความผิดของข้าเอง ข้าดูแลต้าเป่าได้ไม่ดี ขอร้องท่านยกโทษให้พวกข้าด้วยเถิด…” กล่าวจบเขาก็ร้องไห้ฟูมฟายดูน่าสงสารยิ่งนัก
อวิ๋นเจียวเอียงคอถามอวิ๋นฉี่เยว่ด้วยแววตาใสซื่อ “พี่ใหญ่ คนที่ได้รับบาดเจ็บคือพี่รองของพวกเรานี่เจ้าคะ ไยตอนนี้ดูเหมือนพวกเรากำลังรังแกเขาเสียได้? หรือว่าบาดแผลของพี่รองเป็นของปลอม? หรือว่าคนในบ้านเราถูกทำร้ายก็ทำได้เพียงทนเจ็บไว้เงียบๆ ไม่สามารถพูดอะไรได้เจ้าคะ?”
อวิ๋นฉี่เยว่ถอนหายใจ “ใช่แล้ว คนที่บาดเจ็บจนสลบไปหลายวันก็คือพี่รองของเจ้า น้องชายของข้า บุตรชายของท่านพ่อท่านแม่ พี่ใหญ่ก็ไม่รู้ว่าบ้านเราทำอะไรผิด ถึงไม่สามารถเรียกร้องความเป็นธรรมได้”
เดิมทีผู้เฒ่าทั้งหลายที่เห็นใจเจียงต้าไห่อยู่บ้าง เมื่อได้ยินพี่น้องทั้งสองคนพูดเช่นนั้นก็นึกถึงเหตุการณ์วันที่อวิ๋นฉี่ซานถูกทำร้าย ตอนนั้นเลือดไหลไม่หยุด เด็กคนนั้นถึงกับเป็นลมสลบไป
ใช่แล้ว เหยื่อคือครอบครัวของอวิ๋นโส่วจง เหตุใดพวกเขาถึงเอนเอียงไปได้ ครอบครัวเจียงต้าไห่ไม่มีเงินจ่ายค่าชดเชยก็น่าสงสารแล้วหรือ? งั้นบุตรชายของพวกเขาที่บาดเจ็บสาหัสจนสลบไสลไม่ได้สติไม่น่าสงสารกว่าหรือ
เจียงต้าไห่โมโหจนแทบกระอักเลือดตาย เอาล่ะ เด็กแสบสองคนนี้ก่อเรื่องจนเขาต้องคุกเข่าลงขอร้องโดยเปล่าประโยชน์แล้ว
ตอนนี้เขาเข้าใจความรู้สึกของเถาซื่อแล้ว รู้แล้วว่าทำไมนางถึงพุ่งเข้าไปจัดการกับยัยเด็กอวิ๋นเจียว บ้าจริงเชียว ยัยเด็กคนนี้ช่างร้ายกาจ ชอบทำเรื่องให้คนอื่นเดือดร้อน!
อวิ๋นโส่วจงไม่ต้องการเสียเวลากับพวกเขาอีกต่อไป จึงตรงเข้าประเด็นสำคัญทันที “เชื่อว่าพวกท่านลุงทั้งหลายที่อยู่ในเหตุการณ์ คงทราบดีว่าฉี่ซานได้รับบาดเจ็บได้อย่างไร ตอนนั้นฉี่ซานอยู่ในห้องกับฉี่เสียงดีๆ แต่อวิ๋นเหมยเอ๋อร์กลับวิ่งเข้าไปผลักฉี่ซานออกมาจากห้อง จากนั้นก็ปิดประตูแล้วลงกลอน”
“ขอให้พวกท่านลุงทั้งหลายช่วยพิจารณา ข้าคิดไม่ตกจริงๆ เหตุใดอวิ๋นเหมยเอ๋อร์ถึงได้ผลักลูกของข้าออกมาเช่นนั้น ทั้งยังตัดโอกาสเอาตัวรอดของเขา ทำให้เขาถูกเจียงต้าเป่าฟันไปสองครั้ง? หากตอนนั้นไม่มีน้องสามอวิ๋นโส่วเย่า… ฉี่ซานบุตรชายคนที่สองของข้าคง…”
กล่าวจบทุกคนก็เริ่มวิพากษ์วิจารณ์กัน “ใช่แล้ว อวิ๋นเหมยเอ๋อร์ช่างโหดเหี้ยมเกินไปแล้ว!”
“นางเข้าไปแล้วลงกลอนประตูก็พอแล้ว เหตุใดต้องผลักเด็กคนนั้นออกมาด้วยเล่า?”
“ใจร้ายเกินไปแล้ว!”
เมื่อเห็นทุกคนพูดกันไปในทางที่เสียหาย เถาซื่อจึงรีบตะโกนขึ้น “ชายหญิงอยู่ด้วยกันสองต่อสอง แล้วยังลงกลอนประตูอีก พวกเจ้าต้องการทำลายชื่อเสียงของบุตรสาวข้าหรือไง? ทำไมไม่ผลักผู้ชายออกไป หรือจะเก็บเขาไว้ให้บุตรสาวข้าคลอดลูกให้หรือไง!”
“เถาซื่อ! หากพูดไม่เป็นเรื่องเป็นราวก็หุบปากไปเสีย! นั่นอาหญิงกับหลานแท้ๆ ปากของเจ้านี่พูดแต่อะไรสกปรกออกมา จนกลายเป็นเรื่องเช่นนี้ไปได้!”
หัวหน้าตระกูลอวิ๋นพลันโกรธจนตัวสั่น “เจ้าสาม จัดการเมียเจ้าเสียบ้าง พูดพล่ามมากนักก็ตัดลิ้นไปเสียเลย!” ครั้งนี้ดูเหมือนเขาจะโกรธมากจริงๆ!
ผู้เฒ่าอวิ๋นรีบกล่าวขอโทษ “พี่ใหญ่ ท่านอย่าโกรธไปเลย ยายแก่คนนี้ไม่ได้ตั้งใจหรอก ไว้ข้ากลับไปสั่งสอนนางเอง”
อวิ๋นเจียวหัวเราะเยาะในใจ เขาจะสั่งสอนเถาซื่อหรือ ตลกสิ้นดี
จากนั้นเขาก็หันไปพูดกับอวิ๋นโส่วจง “เหมยเอ๋อร์ไม่ได้ตั้งใจ นางเพียงแต่ตกใจกลัวจนทำอะไรไม่ถูก ยิ่งไปกว่านั้น นางก็เป็นน้องสาวของเจ้า เจ้าจะทำลายชื่อเสียงของนางเช่นนี้ได้อย่างไร?”