ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 144 ตกหลุมพรางของเถาซื่อ
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 144 ตกหลุมพรางของเถาซื่อ
อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์เดินตามหลิ่วจือกลับไปยังบ้านหลังเก่า เวลาเช่นนี้คนบ้านรองและบ้านสามต่างแยกย้ายกันไปทำงานหมดแล้ว บ้างอยู่ทุ่งนา บ้างก็เข้าเมืองไป ผู้เฒ่าอวิ๋นก็ไม่อยู่ ไม่รู้ว่าออกไปเดินเล่นที่ไหน
“ท่านย่า ท่านเรียกข้ามีเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ?” พออวิ๋นเหมยเอ๋อร์ก้าวเท้าเข้ามาในห้องก็เห็นเถาซื่อนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงอุ่น บนโต๊ะเตี้ยมีตะกร้าเย็บปักถักร้อยวางอยู่
“เจ้าเด็กคนนี้ เจ้าเป็นหลานสาวแท้ๆ ของข้า ข้าจะเรียกเจ้ามาหาไม่ได้หรือไร?” เถาซื่อพูดด้วยสีหน้าบึ้งตึง ก่อนจะโบกมือเรียกนาง “มาช่วยข้าร้อยเข็มหน่อยสิ ข้าแก่แล้วสายตาก็ไม่ค่อยดี”
อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์จึงเดินเข้าไปช่วยร้อยเข็ม เถาซื่อก็เอ่ยขึ้นว่า “เจ้านั่งลงก่อนสิ ข้ามีเรื่องจะคุยด้วย”
อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์ทำตัวไม่ถูกเล็กน้อย ปกติแล้วนางไม่มีโอกาสได้นั่งบนเตียงอุ่น ที่ตรงนี้เป็นของอวิ๋นเหมยเอ๋อร์ต่างหาก
เถาซื่อจ้องเขม็ง “ข้าให้เจ้านั่ง เจ้านั่งลงสิ หรือว่าเจ้าไม่นับถือข้าผู้นี้เป็นย่าแล้วหรือไร?”
“มิได้ มิได้เจ้าค่ะ” อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์หวาดกลัวเถาซื่ออยู่เป็นทุนเดิม พอถูกตะคอกใส่เช่นนี้จึงรีบนั่งลงอย่างว่าง่าย เถาซื่อหันไปสั่งหลิ่วจือ “ไปต้มน้ำหวานให้พี่หญิงของเจ้าสักถ้วยสิ”
“ไม่ต้องหรอกเจ้าค่ะ…” อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์ร้อนใจอย่างบอกไม่ถูก เถาซื่อเคยทำดีกับนางเช่นนี้เสียที่ไหนกันล่ะ?
“เจ้านั่งลง” เถาซื่อจ้องเขม็ง อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์ตกใจจนรีบนั่งลงอย่างรวดเร็ว
“เหลียนเอ๋อร์ ย่ารู้ว่าที่ผ่านมาย่าทำไม่ดีต่อเจ้ากับน้องสาวของเจ้า เจ้าคงจะโกรธย่ามาก แต่ย่าก็แค่โมโหที่แม่ของเจ้าไม่เอาไหน ไม่ยอมคลอดลูกชายให้กับพ่อของเจ้าสักที หากวันข้างหน้าเขายังไม่มีลูกชาย ใครจะเป็นคนถือป้ายวิญญาณให้กับเขา?”
“ย่าเป็นคนพูดจาตรงไปตรงมา จึง… ตอนนี้อาหญิงของเจ้าถูกขับออกจากตระกูลไปแล้ว ย่ารู้สึกเสียใจยิ่งนัก… เจ้าเป็นเด็กดี ย่ารู้มาตลอด ตอนนี้ย่าแค่… แค่คิดถึงอาหญิงของเจ้า… เหลียนเอ๋อร์อยู่เป็นเพื่อนย่าสักพักเถิด”
อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์ไม่เคยเห็นเถาซื่อเป็นเช่นนี้มาก่อน บวกกับความน่าเกรงขามที่เถาซื่อสั่งสมมานาน นางจึงไม่กล้าเอ่ยปากปฏิเสธ “ท่านย่า อีกไม่กี่วันอาหญิงเล็กก็กลับมาแล้วมิใช่หรือเจ้าคะ?”
หลิ่วจือยกน้ำหวานมาวางไว้ตรงหน้าอวิ๋นเหลียนเอ๋อร์โดยไม่พูดอะไรสักคำ จากนั้นก็เดินออกไป
“ท่านย่า ท่านเรียกข้ามา มีเรื่องอันใดกันแน่เจ้าคะ?” อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์เป็นกังวลเรื่องงานปักของตน นางได้รับค่าแรงเดือนละสองตำลึงเงิน นางตั้งใจแน่วแน่ว่าจะทำงานให้คุ้มค่าแรงที่ได้รับจากบ้านลุงรองอย่างแน่นอน
เถาซื่อเอ่ยขึ้นว่า “เจ้าดื่มน้ำก่อนเถิด ค่อยคุยกัน”
สายตาของเถาซื่อจ้องมองอวิ๋นเหลียนเอ๋อร์ไม่วางตา ทำให้นางรู้สึกไม่สบายใจ และไม่อยากจะดื่มน้ำขึ้นมา “ท่านย่า ข้าดื่มน้ำก่อนมาแล้ว ตอนนี้ยังไม่กระหายน้ำเจ้าค่ะ”
“ฮึ ข้าว่าเจ้าอยู่บ้านเจ้ารองจนเคยชินกับการกินหรูอยู่สบายแล้ว ไม่เห็นของของยายแก่เช่นข้าอยู่ในสายตาแล้วกระมัง หรือว่ารังเกียจว่าข้าสกปรก!”
อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์รีบโบกมือปฏิเสธ “ท่านย่า มิได้เจ้าค่ะ ข้ามิได้…”
“ไม่ต้องพูดมากความ หากไม่รังเกียจก็ดื่มสักคำ”
อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์ไม่มีทางเลือกจึงจำใจต้องยกถ้วยขึ้นมาจิบเพียงเล็กน้อย
“ยังกล้าบอกอีกว่าไม่รังเกียจ แม้แต่ริมฝีปากยังไม่เปียกเลย”
อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์จึงจำใจต้องดื่มเข้าไปอีกอึกใหญ่ พอเห็นนางดื่มน้ำเข้าไปแล้ว เถาซื่อก็เผยรอยยิ้มออกมา
“ข้าไปเข้าห้องน้ำก่อน เจ้าช่วยข้าจับชายเสื้อตัวนี้พับขึ้นหน่อย เจ้าไม่ต้องห่วง ย่าไม่ทำให้เจ้าเสียเวลาหรอก ไว้ย่ากลับมาแล้วเจ้าก็ไปได้เลย” กล่าวจบเถาซื่อไม่รอให้อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์ตอบตกลง นางก็ลงจากเตียงอุ่นแล้วเดินออกไป ตอนที่เดินผ่านประตูก็ปิดประตูไว้
อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์รู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก เหมือนมีบางอย่างไม่ชอบมาพากล แต่นางคิดเท่าไหร่ก็ไม่อาจจับต้นชนปลายได้ นางได้แต่หยิบเสื้อผ้าของเถาซื่อขึ้นมา แล้วพับชายเสื้อขึ้นอย่างว่าง่าย
เจียงเทียนเป่าแอบซ่อนตัวอยู่ในมุมห้องโดยใช้เสื่อฟางบังร่างกายเอาไว้ อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์มีหน้าตางดงามสะสวย เขาหลงใหลนางมานานแล้ว เวลานี้เขาแอบมองนางอยู่
เมื่อเห็นอวิ๋นเหลียนเอ๋อร์ยกมือขึ้นพัดคลายร้อน ดวงหน้าน้อยปรากฏรอยแดงระเรื่อ เขาก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงคอ ร่างกายของเขาขยับเล็กน้อย ทำให้เกิดเสียงดังขึ้นมา
“นั่นใคร?” อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์กำลังแปลกใจที่เถาซื่อออกไปนานแล้วยังไม่กลับมาเสียที พอได้ยินเสียงดังขึ้นจึงรีบหันไปมองยังมุมห้องด้วยความตื่นตัว
“น้องหญิง ข้าเอง พี่เทียนเป่าไง!”
อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์ตกใจ เจียงเทียนเป่ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? นางรีบกระโดดลงจากเตียงอุ่นแล้ววิ่งตรงไปที่ประตู ทว่าเจียงเทียนเป่ากลับลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้า เดินเข้าหาอวิ๋นเหลียนเอ๋อร์อย่างอ้อยอิ่ง
อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์พยายามเปิดประตู ทว่ากลับเปิดไม่ออก นางตกใจจนหน้าซีด ประตูถูกลงกลอนจากด้านนอก! เป็นท่านย่าของนาง! ท่านย่าของนาง…
“อย่าเข้ามานะ!”
จู่ๆ ความรู้สึกร้อนรุ่มก็แล่นพล่านไปทั่วร่าง อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์รู้สึกอ่อนแรงลง มองเจียงเทียนเป่าที่กำลังเดินเข้ามาหานางทีละก้าวๆ นางกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว
เจียงเทียนเป่าหัวเราะเสียงดัง ความปรารถนาในใจถูกอวิ๋นเหลียนเอ๋อร์กระตุ้นขึ้นมา สายตาที่มองอวิ๋นเหลียนเอ๋อร์ราวกับจะเผาผลาญร่างของนางให้มอดไหม้
“น้องหญิง เจ้าคงจะร้อนและทรมานมากสินะ เจ้าป่วยแล้ว แต่เจ้าไม่ต้องกลัวนะ พี่ชายจะช่วยเจ้าเอง วางใจเถิด พี่ชายจะปรานีเจ้า พี่ชายเก่งกาจเรื่องบนเตียงรับรองว่าเจ้าต้องร้องขอชีวิตอย่างแน่นอน…”
กล่าวจบเจียงเทียนเป่าก็พุ่งเข้าหาอวิ๋นเหลียนเอ๋อร์ นางรีบหลบอย่างรวดเร็ว ทว่ากลับถูกเจียงเทียนเป่าคว้าข้อมือเอาไว้แล้วดึงเข้าไปกอดเอาไว้แน่น ก่อนก้มหน้าลงมาหมายจะจูบนาง
อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์ยกมือขึ้นตบหน้าเขาอย่างแรงโดยไม่ลังเล เจียงเทียนเป่าไม่ทันระวังตัวจึงถูกตบหน้าเข้าอย่างจัง ความโกรธพลันพุ่งขึ้นมาทันที “นังแพศยา ไม่รู้จักดีชั่ว กล้าดียังไงมาตบหน้าข้า!”
เขาผลักอวิ๋นเหลียนเอ๋อร์ลงบนเตียงอุ่นอย่างแรง แล้วเริ่มฉีกกระชากเสื้อผ้าของนาง “ไม้อ่อนไม่เอาจะเอาไม้แข็งใช่ไหม ข้าไม่ทำให้เจ้าตายคามือ ข้าก็ไม่ใช่เจียงเทียนเป่า!”
เขาใช้ขาตัวเองกดขาคู่เรียวที่ดิ้นรนขัดขืนของอวิ๋นเหลียนเอ๋อร์เอาไว้ อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์ดื่มน้ำหวานที่เถาซื่อให้เข้าไป ตอนนี้ร่างกายจึงอ่อนแรง ไหนเลยจะสู้แรงเจียงเทียนเป่าได้
นางพยายามปัดป้องหน้าอกของตนอย่างสุดกำลัง เมื่อเจียงเทียนเป่าไม่สำเร็จตามต้องการ จึงตบหน้าอวิ๋นเหลียนเอ๋อร์อย่างแรงจนใบหน้าบวมเป่ง มุมปากมีเลือดไหลซึมออกมา ทว่าความเจ็บปวดกลับทำให้นางมีสติมากขึ้น แรงก็กลับคืนมาไม่น้อย
“ช่วยด้วย!”
“ออกไปนะ!”
อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์ทั้งตะโกนทั้งร้องไห้ นางไม่เคยรู้สึกสิ้นหวังเช่นนี้มาก่อน ขณะนี้นางอยากจะตายเสียให้รู้แล้วรู้รอด
ขณะที่กำลังดิ้นรนขัดขืนมือของอวิ๋นเหลียนเอ๋อร์ก็สัมผัสเข้ากับตะกร้าเย็บปักถักร้อย ความเย็นยะเยือกที่ไหลผ่านปลายนิ้วทำให้นางรู้สึกตื่นตัวขึ้นมาในทันที นั่นคือกรรไกร
อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์ไม่ลังเลที่จะคว้ากรรไกรขึ้นมา จากนั้นก็แทงเข้าไปที่ร่างกายของเจียงเทียนเป่าอย่างบ้าคลั่ง…
ทางด้านบ้านอวิ๋นโส่วจง อวิ๋นเจียวเห็นว่าอวิ๋นเหลียนเอ๋อร์ออกไปนานแล้วก็ยังไม่กลับมา นางรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ “ท่านแม่เจ้าคะ เถาซื่อเรียกพี่หญิงรองไปทำอะไร เหตุใดถึงยังไม่กลับมาอีก?”
ฟางซื่อเอ่ย “นางจะเรียกพี่หญิงรองของเจ้าไปทำอะไรได้ นอกจากใช้ให้ทำงานยังไงเล่า ช่างเถอะ ให้ชุนเหมยไปตามกลับมาเถิด เกรงว่าเถาซื่อจะใช้งานจนเคยชิน ต่อไปคงเรียกหาพี่หญิงรองของเจ้าทุกวันเป็นแน่”
อวิ๋นเจียวพยักหน้า “เจ้าค่ะท่านแม่”
ขณะนั้นอวิ๋นโส่วเย่าก็เดินเข้ามาในลานบ้าน อวิ๋นเจียวจึงรีบบอกเขาว่า “ท่านอาสาม พี่เหลียนเอ๋อร์ถูกท่านย่าเรียกตัวกลับไปนานแล้วแต่ยังไม่กลับมาเลยเจ้าค่ะ ข้ากับท่านแม่กำลังจะให้ชุนเหมยไปตาม”
พอได้ยินเช่นนั้นคิ้วของอวิ๋นโส่วเย่าก็ขมวดเข้าหากัน “อะไรนะ ท่านแม่เรียกเหลียนเอ๋อร์กลับไปอย่างนั้นหรือ? พี่สะใภ้รอง ไม่ต้องให้ชุนเหมยไปหรอก ข้าไปเอง”
หากให้ชุนเหมยไปตามอวิ๋นเหลียนเอ๋อร์กลับมา ท่านแม่คงต้องมาด่าว่าพี่รองและครอบครัวอย่างแน่นอน เรื่องนี้เขาต้องไปจัดการด้วยตัวเอง แล้วก็ถือโอกาสบอกกล่าวกับเถาซื่อให้ชัดเจน ไม่เช่นนั้นนางคงเรียกตัวเหลียนเอ๋อร์ไปใช้งานทุกวัน จนทำให้งานที่บ้านพี่รองล่าช้า
อวิ๋นโส่วเย่ารีบร้อนออกไป ในใจก็รู้สึกไม่พอใจ ปีหนึ่งเขาก็มอบให้สิบตำลึงเงินแล้วแท้ๆ ยังจะมาใช้งานคนในบ้านเขาอีก แม่ของเขานี่ไม่รู้จักพอเสียจริง ไม่ควรตามใจนางอีกต่อไปแล้ว