ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 151 อวิ๋นเจียวผู้ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 151 อวิ๋นเจียวผู้ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน
ผู้เฒ่าอวิ๋นร้อนใจจนทำอะไรไม่ถูก เขาอยากจะเข้าไปตบอวิ๋นโส่วเย่าให้ได้สติสักที แต่พอเห็นสีหน้าเย็นชาของโม่ซ่าน นึกถึงเถาซื่อที่ถูกเหวี่ยงออกไปถึงสองครั้ง เขาก็ไม่กล้าขยับเท้า
เขาชี้หน้าอวิ๋นโส่วเย่าด้วยกล้องยาสูบ “เจ้าสาม เจ้าเลียนแบบเจ้ารองหรือไง ถึงได้ไม่สนใจสิ่งใดเพื่อเด็กผู้หญิงแค่คนเดียว”
อวิ๋นโส่วเย่ามองผู้เฒ่าอวิ๋นด้วยแววตาสิ้นหวัง ก่อนจะหัวเราะเยาะแล้วถามกลับ “ท่านพ่อเองก็ยอมทำทุกอย่างเพื่ออวิ๋นเจวียนเอ๋อร์โดยไม่สนใจอะไรเหมือนกันไม่ใช่หรือขอรับ?”
ผู้เฒ่าอวิ๋น “เจ้า…เจ้า… เจ้าพูดอะไร ข้าทำไปก็เพื่อเจ้า ช่วยพูดเกลี้ยกล่อมน้องสาวน้องเขยของเจ้า เจ้ามาว่าข้าไม่สนใจอะไรได้อย่างไร?”
อวิ๋นโส่วเย่าพูดอย่างเย็นชา “ท่านพ่อรู้อยู่แก่ใจดีว่าวันนี้ เหตุใดท่านแม่จึงต้องรอให้พวกข้าสองครอบครัวออกไปจากบ้านจนหมด แล้วให้หลิ่วจือไปตามเหลียนเอ๋อร์กลับบ้านเก่า? กลางวันแสกๆ เหตุใดถึงต้องลงกลอนปิดประตูด้วยเล่า? และเหตุใดเหลียนเอ๋อร์ถึงกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย?”
เมื่อถูกอวิ๋นโส่วเย่าถามจี้เช่นนี้ ผู้เฒ่าอวิ๋นก็ขาดความมั่นใจ จึงหลบสายตา
เถาซื่อตอบโต้ได้เร็ว นางรีบลุกขึ้นชี้หน้าด่าอวิ๋นโส่วเย่าว่า “ทำไม? ข้าเป็นย่าแท้ๆ ของนาง จะเรียกนางกลับมาช่วยงานบ้านสักหน่อยไม่ได้หรือไง? ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรว่า แค่ข้าไปปลดทุกข์ครู่เดียว ยัยเด็กสารเลวนั่นจะไปยั่วยวนเทียนเป่า? เทียนเป่าไม่ยอม ยัยเด็กสารเลวนั่นก็เลยใช้กรรไกรแทงเทียนเป่า ตอนนี้เรื่องแดงขึ้นมา นางไม่มีหน้าจะอยู่เลยไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย เจ้ามันลูกอกตัญญู กลับมาต่อว่าข้า!”
ในตอนนี้เอง อวิ๋นเจียวก็พูดแทรกขึ้นมา “พี่เหลียนเอ๋อร์ทำอะไรว่องไวปานนั้น แค่ช่วงเวลาสั้นๆ ที่มีคนไปปลดทุกข์ นางยังอุตส่าห์ไปปิดประตูบ้าน ไปยั่วยวนคน พอไม่ได้ดั่งใจก็ใช้กรรไกรแทงคนอื่นอีก… อย่างนี้ต้องทำด้วยความเร็วแค่ไหนกัน ว่าแต่ ‘ยั่วยวน’ แปลว่าอะไรหรือเจ้าคะ?”
คนข้างๆ รีบอธิบายทันที “ยั่วยวนก็คือหน้าไม่อาย ชักชวนคนอื่นทำเรื่องไม่ดี”
มีคนรีบเอ็ดทันที “พูดเรื่องพวกนี้กับเด็กน้อยได้อย่างไร สกปรกไหมนั่น?”
อวิ๋นเจียวไม่สนใจคำพูดของคนอื่น เพราะนางรู้อยู่แล้วว่ายั่วยวนแปลว่าอะไร เพียงแต่แกล้งทำเป็นไม่รู้เพราะยังเด็ก
ดวงตาประกายสดใสของนาง สามารถมองทะลุไปถึงใจคนที่จ้องกลับ เถาซื่อที่ถูกจ้องมองรู้สึกไม่สบายใจจึงหลบสายตาโดยไม่รู้ตัว พลางเอ่ยว่า “เจ้าเป็นแค่เด็กน้อยจะรู้อะไร ข้าไปปลดทุกข์ต่างหากเล่า”
อวิ๋นเจียวพูดต่อ “หากจะทำเรื่องไม่ดี ทำไมต้องทำตอนมีคนอื่นอยู่ด้วยล่ะเจ้าคะ อีกอย่างพี่เหลียนเอ๋อร์ต้องรีบร้อนแค่ไหน ถึงได้ทำเรื่องไม่ดีในเวลาสั้นๆ ที่ท่านย่าไปปลดทุกข์เช่นนั้น? ท่านย่าแค่ไปปลดทุกข์ ไม่ได้ออกไปข้างนอกแล้วไม่กลับมาเสียหน่อย ท่านอาสาม พี่เหลียนเอ๋อร์โง่หรือเจ้าคะ?”
อวิ๋นโส่วเย่าเงียบไป บุตรสาวของเขาไม่ได้โง่ แต่เพราะตกหลุมพรางของผู้เป็นย่าต่างหาก! คำพูดของอวิ๋นเจียว ทำให้ผู้คนที่มุงดูอยู่รอบๆ อดไม่ได้ที่จะคิดถึงแก่นแท้ของเรื่องราว
นั่นสิ อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์ต้องโง่ขนาดไหน ถึงได้ไปยั่วยวนเจียงเทียนเป่าในเวลาสั้นๆ ที่เถาซื่อไปปลดทุกข์? ทุกคนเริ่มซุบซิบนินทา โดยส่วนใหญ่ล้วนพุ่งเป้าไปที่เถาซื่อ
เถาซื่อโกรธจนแทบคลั่ง อยากจะพุ่งเข้าไปฉีกปากอวิ๋นเจียวใจจะขาด แต่นางก็กลัวโม่ซ่าน
ผู้เฒ่าอวิ๋นเห็นว่าทุกคนต่างพุ่งเป้าไปที่เถาซื่อ ต่างพูดเป็นนัยว่าเถาซื่อวางแผนทำร้ายหลานสาวแท้ๆ ของตนเอง ผลักหลานสาวของตนลงไปในกองไฟ จึงมองอวิ๋นเจียวด้วยสายตาไม่เป็นมิตรมากขึ้น
“ยัยเด็กบ้านี่ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า เจ้ามาสอดปากหาอะไร?”
อวิ๋นโส่วเย่า “เจียวเอ๋อร์พูดถูก ข้าไม่อยากพูดให้มากความ วันนี้ข้าขอตัดขาดความสัมพันธ์!”
ผู้เฒ่าอวิ๋นเห็นว่าพูดกับอวิ๋นโส่วเย่าไม่รู้เรื่อง จึงหันไปมองเฉาซื่อ “เฉาซื่อ สามีเจ้าเสียสติ เจ้าไม่รู้จักห้ามปรามหรือไง? นี่มันเรื่องที่จะทำให้ต้องตัดแขนตัดขาเชียวนะ! หากสามีเจ้ากลายเป็นคนพิการเพราะยัยเด็กคนนี้ เจ้ากับหลานเอ๋อร์จะอยู่ยังไง?”
เถาซื่อแทรกขึ้นมา “ถ้าตัดขาดความสัมพันธ์แล้ว ก็อย่าหวังว่าจะได้อะไรจากพวกข้าอีก!”
เฉาซื่อพูดด้วยดวงตาแดงก่ำ “ตัดแขนขาของข้านี่ ขอแค่ตัดญาติได้ ข้ายอมให้ตัดแขนขาข้าทั้งหมดเลยก็ยังได้!”
“เจ้า…” ผู้เฒ่าอวิ๋นกับเถาซื่อโกรธจนแทบสิ้นสติ
ผู้เฒ่าอวิ๋นเอ่ยขึ้น “ข้าไม่ยอมให้ตัดญาติเด็ดขาด! เจ้าไปหาพี่รองของเจ้า แล้วขอสูตรเม่าไช่มา ไม่ต้องให้สินเดิมแล้ว ให้เหลียนเอ๋อร์แต่งงานกับเทียนเป่าไปซะ!”
อวิ๋นเจียวได้ยินดังนั้น ก็แสร้งทำเป็นเพิ่งเข้าใจ “อ้อ… ฟังมาตั้งนาน ข้าได้เข้าใจเสียที พวกท่านทำทั้งหมดนี้ก็เพื่อสูตรเม่าไช่หรือเจ้าคะ? ก็ไม่บอกตั้งแต่แรก ไม่ต้องไปหลอกพี่เหลียนเอ๋อร์ก็ได้ แค่สูตรอาหารเอง…”
เถาซื่อได้ยินดังนั้น ดวงตาทั้งสองข้างเป็นประกาย รีบถามขึ้นมา “เจ้าเด็กนี่รู้สูตรอาหารหรือ?”
อวิ๋นเจียวพยักหน้า “ข้าท่องได้เจ้าค่ะ!”
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์รีบเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มเต็มใบหน้า “เด็กดี เช่นนั้นเจ้ารีบเขียนสูตรอาหารให้ข้า แล้วข้าจะให้ญาติผู้พี่ของเจ้าแต่งงานกับพี่เหลียนเอ๋อร์ของเจ้าทันที เจ้ากับเหลียนเอ๋อร์เป็นพี่น้องที่รักใคร่กันดี เจ้าคงไม่อยากเห็นเหลียนเอ๋อร์ไม่ได้ออกเรือนหรอกใช่ไหม?”
อวิ๋นเจียวพยักหน้าอย่างจริงจัง ผู้เฒ่าอวิ๋นเห็นดังนั้นก็ถอนหายใจโล่งอก เด็กคนนี้ต่อให้จะเจ้าเล่ห์แค่ไหน ก็เป็นแค่เด็กตัวเล็กๆ คนหนึ่งเท่านั้น คงอดทนไม่เก่ง และหลอกง่าย
แม้เรื่องนี้จะไม่ค่อยยุติธรรมกับเจ้าสามสักเท่าไร แต่เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง… เทียบกับอนาคตของเจ้าห้าไม่ได้หรอก
จะว่าไป ก็เป็นเพราะเจ้าสามกับเจ้ารองนั่นแหละที่ไม่รู้จักความ มีสูตรอาหารทำเงินได้ ก็ไม่ยอมแบ่งปันให้เขา ไม่ยอมช่วยเหลือเรื่องค่าเล่าเรียนของเจ้าห้า มิเช่นนั้นเขาจะยอมปล่อยให้เถาซื่อทำเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร?
อวิ๋นเจียวหันไปถามหัวหน้าตระกูล “ท่านปู่หัวหน้าตระกูลเจ้าคะ ข้าอยากรู้ว่าการตัดญาติจะต้องตัดแขนตัดขาจริงหรือเจ้าคะ? หากทั้งสองฝ่ายตกลงกันด้วยดี เช่นท่านปู่ยินยอมให้ท่านอาสามตัดขาดความสัมพันธ์ อย่างนี้ยังต้องตัดแขนตัดขาอีกไหมเจ้าคะ?”
เถาซื่อได้ยินดังนั้นก็กรีดร้องออกมา “ไม่ได้ ข้าไม่ยอมให้ตัดญาติเด็ดขาด! พวกเจ้ามันอกตัญญู เป็นลูกที่คลอดออกมาจากท้องข้าแท้ๆ ยังคิดจะตัดขาดความสัมพันธ์ ไม่มีทางหรอกนะ!”
อวิ๋นเจียวกับอวิ๋นโส่วเย่าและภรรยาไม่ได้สนใจเถาซื่อ อวิ๋นเจียวหันไปถามหัวหน้าตระกูลอีกครั้ง “ท่านปู่หัวหน้าตระกูล ท่านยังไม่ได้ตอบข้าเลยเจ้าค่ะ”
หัวหน้าตระกูลเอ่ย “หากบิดามารดายินยอมให้ตัดขาดความสัมพันธ์ และยินยอมไม่ตัดแขนตัดขาของบุตร ทางตระกูลก็ไม่บังคับ แต่การตัดญาติเช่นนี้ ขัดต่อจริยธรรมและความกตัญญู เจียวเอ๋อร์ เจ้าไปเกลี้ยกล่อมอาสามของเจ้าเถิด มีอะไรก็ค่อยๆ ปรึกษากัน การตัดญาติเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง”
หัวหน้าตระกูลยังคงพยายามไกล่เกลี่ย เพราะด้วยนิสัยของผู้เฒ่าอวิ๋นกับเถาซื่อแล้ว ไม่มีทางยอมให้ตัดขาดความสัมพันธ์เด็ดขาด
“ขอบคุณท่านปู่หัวหน้าตระกูลเจ้าค่ะ” กล่าวจบอวิ๋นเจียวก็หันไปมองผู้เฒ่าอวิ๋น แล้วถามว่า “ท่านปู่ หากข้าเขียนสูตรเม่าไช่ออกมา ท่านอาสามก็ไม่จำเป็นต้องถูกตัดแขนตัดขาใช่ไหมเจ้าคะ? อย่างไรเสีย ที่พวกท่านอยากให้พี่เหลียนเอ๋อร์แต่งงานกับเจียงเทียนเป่า ไม่ใช่เพราะอยากได้สูตรเม่าไช่ของบ้านเราหรอกหรือเจ้าคะ?”
ผู้เฒ่าอวิ๋นชี้หน้าอวิ๋นเจียว “เจ้าพูดจาเหลวไหลอะไร? ใครบอกว่าอยากได้สูตรอาหารถึงให้เหลียนเอ๋อร์แต่งงาน ข้าทำไปก็เพื่อเหลียนเอ๋อร์ทั้งนั้น นางเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น จะแต่งงานกับใครได้อีก? จะทำลายชีวิตนางกันหรือยังไง!”
อวิ๋นเจวียนเอ๋อร์พูดแทรก “นั่นสิ คนดีๆ อย่างพวกเรากลับถูกมองว่าเป็นคนไม่ดี ให้เหลียนเอ๋อร์เอาสูตรเม่าไช่มาเป็นสินเดิม นั่นก็เพื่อให้นางแต่งงานได้อย่างมีหน้ามีตาหน่อย”
อวิ๋นเจียวทำท่าทางครุ่นคิด “อ้อ ที่แท้แล้วพวกท่านปู่ก็เป็นห่วงพี่เหลียนเอ๋อร์ ไม่ได้ต้องการสูตรอาหารหรือเจ้าคะ? ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ให้พี่เหลียนเอ๋อร์แต่งงานไปเลยสิเจ้าคะ จะเอาสูตรอาหารไปทำไม”
เถาซื่อพลันเบิกตากว้าง ตะโกนเสียงแหลมว่า “ที่นี่เจ้าไม่มีสิทธิ์พูด สินเดิมต้องมีสูตรอาหาร ส่วนเรื่องตัดขาดความสัมพันธ์ก็ไม่มีทาง”
อวิ๋นเจียวยิ้มๆ “อ้อ ที่แท้แล้วพวกท่านก็ยังคงต้องการสูตรเม่าไช่อยู่ดี”
ผู้ใหญ่บ้านและหัวหน้าตระกูล รวมถึงชาวบ้านที่มามุงดูต่างก็ไม่โง่ หลังจากที่ได้ยินอวิ๋นเจียวถามย้ำซ้ำๆ ทุกคนต่างก็รู้แล้วว่าอวิ๋นเหลียนเอ๋อร์ถูกย่าแท้ๆ ของตนเองวางแผนทำร้าย เพียงเพื่อต้องการสูตรเม่าไช่
แต่ในขณะนั้นเอง ก็มีเสียงเย็นยะเยือกของอวิ๋นเหลียนเอ๋อร์ดังมาจากนอกกลุ่มฝูงชน “ต่อให้ข้าต้องตาย ข้าก็ไม่แต่งงานเด็ดขาด! แต่งงานกับเจียงเทียนเป่านั่นแหละ ที่จะทำให้ชีวิตนี้ของข้าป่นปี้!”