ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 16 ประโยชน์ของคะแนน
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 16 ประโยชน์ของคะแนน
อวิ๋นเจียวไม่เข้าใจระบบคะแนนของเถาเป่าเลยจริง ๆ นางอ่านคำอธิบายทั้งหมดในเถาเป่าแล้ว แต่ก็ยังไม่พบกการสะสมคะแนน หรือว่าคะแนนเถาเป่าจะแจกให้แบบสุ่มดวง?
ระบบเถาเป่าจะรีไซเคิลขยะจากสินค้าที่ขายออกไป โดยมีมาตรฐานในการรีไซเคิลคือขยะทุกๆ หนึ่งร้อยจินจะได้รับคะแนนสะสมหนึ่งคะแนน ตั้งแต่อวิ๋นเจียวทะลุมิติมาจนถึงตอนนี้ ขยะที่เกิดจากการซื้อของทั้งหมดรวมกันยังไม่ถึงสิบจินเลยด้วยซ้ำ ดังนั้นก่อนหน้านี้ นางจึงไม่เคยได้รับคะแนนสะสมเลยแม้แต่คะแนนเดียว
จริงสิ คะแนนสะสมเพิ่มขึ้นหลังจากที่เด็กหนุ่มคนนั้นหายไข้ หรือว่าเป็นเพราะนางซื้อยาปฏิชีวนะจากเถาเป่ามารักษาชีวิตคน ก็เลยได้รับคะแนนสะสมเป็นรางวัลงั้นเหรอ?
ขณะที่กำลังครุ่นคิดอยู่ ระบบเถาเป่าในหัวของอวิ๋นเจียวก็เด้งข้อความขึ้นมา ‘ยินดีกับโฮสต์! ระยะเวลาการใช้งานระบบเถาเป่าระดับเริ่มต้นเพิ่มขึ้นหนึ่งปี! นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ระยะเวลาการใช้งานระบบเถาเป่าระดับเริ่มต้นของโฮสต์คือสี่ร้อยหนึ่งวัน!’
ระบบเถาเป่าระดับเริ่มต้น? หรือว่าระบบเถาเป่าที่ติดตัวนางมามีการแบ่งระดับ?
อวิ๋นเจียวอดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นขึ้นมา ซึ่งหมายความว่า หากนางมีคะแนนสะสมมากพอ ระบบเถาเป่าของนางก็จะได้รับการเลื่อนขั้นงั้นเหรอ? หากเลื่อนขั้นเป็นระดับกลางและระดับสูง นางจะซื้ออะไรจากเถาเป่าได้บ้าง? ดูเหมือนว่าระบบเถาเป่าของนางในตอนนี้ ก็ไม่ต่างจากเถาเป่าในโลกความจริงสักเท่าไหร่อยู่แล้วนะ ไม่ว่าอะไรก็ซื้อได้หมด
หลังจากความตื่นเต้นผ่านพ้นไป อวิ๋นเจียวก็เริ่มกังวลใจ ช่วยคนหนึ่งคนถึงจะได้คะแนนสะสมสิบคะแนน และคะแนนสะสมสิบคะแนนก็แลกได้แค่ยืดระยะเวลาการใช้งานไปอีกหนึ่งปีเท่านั้น
หากผ่านไปหนึ่งปี นางไม่สามารถสะสมคะแนนได้ถึงสิบคะแนน นั่นหมายความว่านางจะใช้ระบบเถาเป่าไม่ได้อีกแล้วเหรอ? หรือว่านางต้องออกไปตามหาคนป่วยมารักษาโดยเฉพาะ?
แต่นางก็ไม่ใช่หมอมืออาชีพนะ หากเป็นโรคเล็กๆ น้อยๆ เช่น เป็นหวัด เป็นไข้หรืออะไรทำนองนั้น ซื้อยารักษาหวัดธรรมดาก็พอรักษาได้ ไม่เป็นไรมาก แต่หากเป็นโรคร้ายแรงที่ซับซ้อน นางเองก็จนปัญญา จะให้คนอื่นกินยาสุ่มสี่สุ่มห้าก็คงไม่ได้กระมัง? หากกินไปแล้วเกิดเรื่องขึ้นมาจะทำอย่างไร?
ช่างเถอะ ไม่คิดแล้ว ยังไงตอนนี้ใช้สิทธิ์ระบบเถาเป่าอีกหนึ่งปีนี้ให้คุ้มดีกว่า ภายในหนึ่งปีนี้ ต้องรีบซื้อเมล็ดพันธุ์ เครื่องประทินผิว หนังสือ และอื่นๆ ที่ควรซื้อเอาไว้ก่อน เผื่อว่าวันหนึ่งใช้ระบบเถาเป่าไม่ได้ขึ้นมาจะได้ไม่ต้องมานั่งโง่งมภายหลัง
อวิ๋นเจียวอยากซื้อเมล็ดพันธุ์ดอกไม้ เหตุผลประการแรกก็คือนางไม่สามารถเอาเครื่องประทินผิวออกมาโดยไม่มีเหตุผลได้ หากบอกว่าทำเอง แล้วเอาอะไรมาทำ? ไม่ได้ใช้วัตถุดิบอะไรเลย จะพูดจาเหลวไหลอะไร
ประการที่สองคือ นางอยากลองทำสบู่ด้วยตัวเอง สกัดน้ำมันหอมระเหย และทำน้ำหอม แม้ว่านางจะทำไม่เป็น แต่สามารถซื้อหนังสือจากเถาเป่ามาค่อยๆ ศึกษาได้
ประการที่สามก็คือ ขุนนางในยุคโบราณล้วนชื่นชอบการปลูกดอกไม้ และดื่มชา หากเป็นดอกไม้พันธุ์หายาก ต่อให้แพงแค่ไหนก็มีคนยอมควักกระเป๋าจ่าย ส่วนเมล็ดพันธุ์พืชผลยังไม่จำเป็นต้องซื้อ เพราะตอนนี้บิดายังไม่ได้ซื้อที่ดิน
ดังนั้นอวิ๋นเจียวจึงซื้อเมล็ดพันธุ์ดอกไม้มาก่อน จากนั้นก็ซื้อขวดดินเผาปากกว้าง และเครื่องประทินผิวกลิ่นเหมยกุย [1] ไป๋เหอ [2] ดอกส้ม และว่านหางจระเข้ รวมถึงหนังสือสอนทำสบู่ด้วยตัวเอง น้ำมันหอมระเหย และน้ำหอม ที่สำคัญที่สุดคือ นางซื้อแชมพู ครีมอาบน้ำ และยาสีฟัน!
ระดับทางสังคมของแคว้นต้าเยี่ยใกล้จะเทียบเคียงกับสมัยราชวงศ์ซ่ง ในยุคนี้มีสบู่แบบหยาบๆ แล้ว เรียกกันว่า ‘อี๋จื่อ’ ทำจากน้ำขี้เถ้าและไขมันแพะ
ขณะเดียวกันก็มีการใช้กระดูกหลายชนิด หรือแม้กระทั่งงาช้าง นำมาทำแปรงสีฟันแบบหยาบๆ เรียกว่า ‘แปรงขัดฟัน’ แม้ว่าจะมียาสีฟัน แต่คนส่วนใหญ่ในตอนเช้ามักจะใช้กิ่งหลิวจุ่มเกลือขัดฟัน ส่วนบางคนที่พิถีพิถันหน่อยก็จะใช้แปรงขัดฟันจุ่มเกลือมาขัดฟัน เว้นแต่ว่าในช่องปากมีปัญหา จึงจะไปหาหมอเพื่อให้จัดสมุนไพรจีนมาผสมเป็นยาสีฟัน
ส่วนการสระผมและอาบน้ำ ส่วนใหญ่จะใช้น้ำต้มกับฝักส้มป่อย ประสิทธิภาพในการทำความสะอาดของสิ่งเหล่านี้ เทียบกับแชมพู ครีมอาบน้ำ และยาสีฟันในยุคปัจจุบันแล้ว นับว่ายังห่างไกลกันมาก
หลังจากที่อวิ๋นเจียวซื้อของเสร็จ เงินติดตัวนางก็หมดเกลี้ยง แต่นางไม่สนใจ อีกสองสามวันค่อยเข้าเมืองไปขายเครื่องประทินผิวสักสองสามกล่อง ก็ได้เงินทุนคืนแล้ว
อวิ๋นเจียวปิดประตูห้อง นำเอาบรรจุภัณ์ของทุกอย่างออก เหลือไว้เพียงเครื่องประทินผิวหน้าสองขวด สบู่เหลวอาบน้ำหนึ่งขวด ยาสระผมหนึ่งขวด ยาสีฟันหนึ่งหลอด ส่วนที่เหลือเก็บเข้าตู้แล้วลงกลอนไว้อย่างเรียบร้อย
หลังจากทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย นางจึงนำสิ่งของเหล่านี้ใส่ตะกร้าหวายที่สานจากกิ่งหลิว แล้วออกไปหาฟางซื่อ เพิ่งจะก้าวออกจากห้อง ก็เห็นฟางซื่อกับชุนเหมยกำลังยกสำรับอาหารไปที่ห้องโถง
“ข้ากำลังจะไปตามเจ้ามากินข้าว บังเอิญเจ้าออกมาพอดีเลย!”
หลังจากที่ฟางซื่อวางสำรับอาหารลงบนโต๊ะ อวิ๋นเจียวก็ยื่นตะกร้าหวายให้นาง ฟางซื่อมองสิ่งของเหล่านั้นด้วยแววตาสงสัย พอเปิดฝาขวดแต่ละขวดออกก็ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ หอมชื่นใจยิ่งนัก
“เจียวเอ๋อร์ ของพวกนี้คืออะไรกัน?”
อวิ๋นเจียวตอบพร้อมรอยยิ้ม “ท่านแม่ ขวดที่มีกลิ่นเหมยกุยคือเครื่องประทินผิว ขวดที่มีกลิ่นซวิ่นอีเฉ่า [3] คือสบู่เหลวอาบน้ำ ส่วนขวดที่มีกลิ่นแตงกวาเป็นยาสระผม และกลิ่นป๋อเหอ [4] คือยาสีฟันเจ้าค่ะ!”
ฟางซื่อประหลาดใจเป็นอย่างมาก เพียงแค่ได้ยินชื่อก็รู้แล้วว่าใช้ทำอะไร แต่ฟางซื่อไม่เคยได้กลิ่นของสิ่งเหล่านี้มาก่อน “เจียวเอ๋อร์ แล้วเจ้าได้สิ่งเหล่านี้มาจากไหน?”
อวิ๋นเจียวตอบ “ก่อนที่พวกเราจะออกจากเมืองหลวง พวกเรามักจะออกไปซื้อของข้างนอกไม่ใช่หรือเจ้าคะ? ข้าซื้อสิ่งเหล่านี้มาจากพ่อค้าต่างแคว้น แถมเขายังบอกวิธีทำข้าด้วย!”
อวิ๋นเจียวได้แต่คิดในใจว่า การแต่งเรื่องโกหกนี่มันทำให้คนเหนื่อยจริงๆ ! เดี๋ยวก็เป็นนักพรต เดี๋ยวก็เป็นพ่อค้าต่างแคว้น! จนบางทีนางยังเกือบจะเชื่อคำพูดของตัวเองเลยทีเดียว
“ท่านแม่ วันนี้อากาศดียิ่งนัก พวกเรากินข้าวเสร็จแล้วลองใช้ยาสระผมกันก่อนดีหรือไม่เจ้าคะ? ตกค่ำค่อยลองใช้สบู่เหลวอาบน้ำกัน!”
โชคดีที่อาการตัวร้อนของเด็กชายที่เก็บมาคนนั้นหายดีแล้ว อารมณ์ของฟางซื่อจึงดีเป็นพิเศษ นางพยักหน้าเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้ม “ตกลง ฟังเจ้าก็ได้! หากของพวกนี้ใช้ได้ดี เจียวเอ๋อร์บอกวิธีทำกับแม่นะ ต่อไปแม่จะทำให้เจ้าใช้เอง!”
อวิ๋นเจียวไหนเลยรู้วิธีทำ จึงรีบพูดว่า “ท่านแม่ เรื่องนี้ท่านแม่ไม่ต้องกังวลหรอกเจ้าค่ะ ยังไงข้าก็ว่างอยู่แล้ว ท่านแม่ปล่อยให้ข้าจัดการเรื่องนี้เองเถิด!”
ฟางซื่อครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เห็นด้วย นางกลัวว่าอวิ๋นเจียวจะเบื่อ หากนางมีเรื่องที่ชอบทำเอาไว้ฆ่าเวลาบ้างก็ดี ยิ่งไปกว่านั้น คุณหนูตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงต่างก็ชอบปรุงแต่งของจำพวกเครื่องประทินผิวด้วยตัวเองอยู่แล้ว ดังนั้นฟางซื่อจึงรู้สึกว่าการที่อวิ๋นเจียวเรียนรู้ทักษะเหล่านี้ไว้บ้างก็เป็นเรื่องดี
“ได้ แต่เจ้าต้องสัญญากับแม่ว่าห้ามฝืนทำจนตัวเองเหนื่อยล้า! แล้วก็ถ้าอยากได้อะไรก็บอกแม่ได้ตลอดเลยนะ!”
อวิ๋นเจียวรีบพยักหน้ารับปาก “เจ้าค่ะท่านแม่ ข้ารู้แล้ว ยังไงก็มีพี่ใหญ่กับพี่รองช่วยข้าอยู่แล้วมิใช่หรือ? ข้าจะไปตามพวกเขามากินข้าวดีกว่า” กล่าวจบอวิ๋นเจียวก็วิ่งออกไปราวกับสายลม ไม่นานนักบุรุษทั้งสามคนในของบ้านก็เดินตามนางกลับเข้ามา
หลังจากกินข้าวเสร็จ ทุกคนพักผ่อนกันสักพัก และภายใต้คำขอร้องของอวิ๋นเจียว ทุกคนในครอบครัวจึงพากันออกไปสระผมที่ลานบ้าน ประสิทธิภาพของยาสระผม นอกจากอวิ๋นเจียว ทุกคนในบ้านตระกูลอวิ๋นต่างก็ประหลาดใจเป็นอย่างมาก ฟองสบู่ที่ละเอียดอ่อน กลิ่นหอมสดชื่น หลังสระผมเสร็จก็รู้สึกเบาสบายและเรียบลื่น ทำให้ทุกคนเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง!
อวิ๋นเจียวคิดอย่างภาคภูมิใจ นางยังไม่ได้ซื้อครีมนวดผมเลยนะ หากใช้ครีมนวดผมด้วยแล้ว ทุกคนในครอบครัวจะไม่ตกใจจนเป็นลมเลยเหรอ?
หลังจากสระผมเสร็จ อวิ๋นเจียวยังไม่ทันได้เอ่ยปาก คนในครอบครัวก็อดใจไม่ไหว ต้องรีบไปลองใช้ยาสีฟัน โอ้โห! กลิ่นของป๋อเหอหอมเย็นสดชื่นทั่วทั้งปาก สบายอย่างบอกไม่ถูก! ฟางซื่อลองใช้เครื่องประทินผิวหน้า ไม่เพียงแต่ทำให้ผิวชุ่มชื้นขึ้นเท่านั้น แต่ยังเนียนนุ่มขึ้นมากอีกด้วย!
อวิ๋นโส่วจงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยชม “ภรรยาข้า เจ้าช่างงดงามยิ่งนัก!”
ฟางซื่อไม่มีเวลามาสนใจเขา รีบคว้ามืออวิ๋นเจียวด้วยความตื่นเต้นแล้วเอ่ยถาม “เจียวเอ๋อร์ วิธีการทำของพวกนี้ พ่อค้าต่างแคว้นคนนั้น คงไม่ได้เจอใครก็บอกไปทั่วหรอกใช่หรือไม่?”
อวิ๋นเจียวส่ายหน้า “ไม่ใช่หรอกเจ้าค่ะ เขาบอกว่าอีกไม่นานเขาก็ต้องกลับแคว้นแล้ว ต่อไปคงไม่มีโอกาสได้มาที่แคว้นต้าเยี่ยอีก เพราะข้าซื้อของที่เหลือของเขามาจนหมดแล้ว เขาก็เลยยอมบอกวิธีการทำกับข้าเจ้าค่ะ!”
โกหกอีกแล้ว อวิ๋นเจียวหน้าแดงก่ำ!
เชิงอรรถ
[1] เหมยกุย 玫瑰 คือดอกกุหลาบ
[2] ไป๋เหอ 百合 คือดอกลิลลี่
[3] ซวิ่นอีเฉ่า 薰衣草 คือ ดอกลาเวนเดอร์
[4] ป๋อเหอ 薄荷 คือ มินต์