ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 232 อวิ๋นเจียวออกโรง
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 232 อวิ๋นเจียวออกโรง
เกาซิ่วไฉปลุกระดมอย่างองอาจ แต่กลับไม่มีผู้ใดกล้าสนับสนุน สีหน้าของเขาจึงดูขัดเขินอยู่บ้าง ตอนนั้นเอง ที่โรงน้ำชาไม่ไกลออกไป มีเด็กรับใช้คนหนึ่งเดินตรงไปยังสำนักศึกษาเอกชนที่อยู่ไม่ไกล
ฉู่อี้ส่งสายตาให้กับจางหลิง จางหลิงจึงรีบส่งคนตามไป ไม่นานนัก เหล่าลูกศิษย์ต่างก็กรูกันออกมาจากสำนักศึกษาเอกชนด้วยความโกรธเคือง เพื่อมาช่วยเหลืออาจารย์ของตน
“ถูกต้อง ควรจับถ่วงน้ำ!”
“คนเช่นนี้ ช่างทำให้ชื่อเสียงของอำเภอของเรามัวหมอง การลงโทษด้วยการจับถ่วงน้ำ ก็ควรให้ท่านนายอำเภอเป็นผู้ตัดสิน!”
“หึ กล้าจ้างคนร้ายทำร้ายผู้อื่น ควรส่งให้ทางการสอบสวนจนถึงที่สุด!”
“ใช่แล้ว ส่งให้ทางการสอบสวนจนถึงที่สุด ไม่เคารพกหมายบ้านเมือง!”
เหล่าบัณฑิตต่างพากันมาหนุนหลังเกาซิ่วไฉ บรรยากาศจึงเปลี่ยนไปในพริบตา
เกาซิ่วไฉจึงได้ยืดอกขึ้นตรง “พวกเจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร?”
“พวกข้าล้วนเป็นลูกศิษย์จากสำนักศึกษาเอกชน ได้ยินว่ามีคนรังแกท่านอาจารย์ แล้วยังจ้างคนมาทำร้ายผู้อื่น พวกข้าจะทนนิ่งเฉยได้อย่างไร พวกข้าต้องมาช่วยท่านอาจารย์!”
“ใช่แล้ว ท่านอาจารย์ เรื่องที่เกิดขึ้นที่นี่ พวกข้าล้วนทราบดี ในฐานะที่เป็นบัณฑิต พวกข้าต้องแยกแยะถูกผิด จะปล่อยให้เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาไม่ได้!”
“ใช่แล้ว ไม่สามารถปล่อยให้เรื่องที่ผิดศีลธรรมเช่นนี้เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาเราได้!”
“พวกเราศึกษาร่ำเรียนตำราของนักปราชญ์ หากไม่รักษากหมายและศีลธรรม แล้วจะถือว่าเป็นศิษย์ของนักปราชญ์ได้อย่างไร?”
เหล่าลูกศิษย์กลุ่มนี้ต่างก็ฮึกเหิมราวกับถูกกระตุ้น พวกเขายืนหยัดปกป้องอาจารย์ รักษาความยุติธรรม แม้จะถูกทุบตีก็คุ้มค่า เพราะในอำเภอมีใต้เท้าผู้ตรวจการจากกรมศึกษาธิการอยู่
หากพวกเขาถูกทุบตีเพราะปกป้องอาจารย์ บางทีอาจจะได้รับความสนใจจากผู้ตรวจการกรมศึกษาธิการ ได้รับการแนะนำให้ไปศึกษาต่อที่สำนักศึกษาในมณฑลก็เป็นได้
“ดีมาก!” เกาซิ่วไฉเอ่ยชม
เมื่อเห็นดังนั้น เฉาเหลียนเอ๋อร์ก็ร้อนใจยิ่งนัก ในบรรดาคนเหล่านี้ มีไม่น้อยที่สอบได้เป็นถงเซิงแล้ว หรือบางคนอาจสอบซิ่วไฉผ่านแล้วก็เป็นได้
หากท่านป๋อถูกคนพวกนี้รังควาน หรือหากท่านป๋อลงมือทุบตีคนพวกนี้ ก็เท่ากับไปแหย่รังแตนเสียแล้ว
นี่ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ จะต้องรู้เอาไว้ว่า พวกบัณฑิตมักจะคิดว่าตนเองสูงส่งกว่าผู้อื่น หากคนกลุ่มนี้ถูกผู้มีอำนาจรังแกเช่นนี้ บัณฑิตทั่วหล้าต้องออกมาประณามท่านป๋ออย่างแน่นอน เมื่อถึงตอนนั้น ท่านป๋อ…
“เขาพูดเหลวไหล เขาพูดโกหก!” เฉาเหลียนเอ๋อร์ร้อนใจ จึงชี้นิ้วไปที่เจียงเทียนเป่าเพื่อโต้แย้ง!
เมื่อเห็นดังนั้น เจียงเทียนเป่าจึงรีบขอความเห็นใจจากทุกคน “บัณฑิตทุกท่าน ข้าซาบซึ้งที่ทุกท่านช่วยเหลือข้า แต่ไม่ว่าอย่างไร อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์ก็คือคู่หมั้นของข้า ข้าไม่อยากให้นางถูกจับถ่วงน้ำ ข้าแค่อยากให้นางแต่งงานกับข้า”
เฉาเหลียนเอ๋อร์ตะโกนด้วยความโกรธ “ข้าไม่แต่ง ข้าไม่ได้หมั้นหมายกับเจ้า!”
เจียงเทียนเป่าอ้อนวอน “เหลียนเอ๋อร์ ข้ารู้ว่าเจ้ารังเกียจข้า แต่พวกเรามีสัญญาหมั้นหมายกัน เจ้าจะผิดสัญญาไม่ได้! เจ้าชอบคนรวย แต่เขาก็แค่คิดเล่นๆ กับเจ้าเท่านั้น อย่างมากเจ้าก็ได้เป็นแค่อนุ สู้แต่งงานกับข้า แล้วเป็นฮูหยินใหญ่ไม่ได้หรอก เหลียนเอ๋อร์ ข้าไม่อยากให้เจ้าถูกจับถ่วงน้ำ อย่าก่อเรื่องเลย”
เกาซิ่วไฉเอ่ยขึ้นว่า “เจ้าช่างเป็นสตรีไร้ยางอาย คู่หมั้นของเจ้าปกป้องเจ้าถึงเพียงนี้ เจ้ายังไม่รู้จักสำนึก ช่างทำให้สตรีในอำเภอของเราเสื่อมเสียชื่อเสียงยิ่งนัก!”
ทันใดนั้น เหล่าลูกศิษย์ก็พากันเอ่ยสนับสนุน “ถูกต้อง บรรยากาศในอำเภอของเรา ล้วนถูกสตรีเช่นเจ้าทำลายจนหมดสิ้น!”
ขณะที่พวกเขากำลังพูด ทุกคนต่างก็มองฉู่อี้ และเฉาเหลียนเอ๋อร์ด้วยสายตาเหยียดหยาม ในใจของทุกคน ทั้งสองคนนี้กลายเป็นหญิงสาวที่ละโมบในความร่ำรวย และคุณชายที่เอาเงินฟาดหัว ล่อลวงคู่หมั้นของผู้อื่น
ถังสุ่ยขายของป่าเสร็จ กลับมาเห็นเหตุการณ์พอดี
เมื่อเห็นท่าทางทำอะไรไม่ถูกของเฉาเหลียนเอ๋อร์ เขาก็รู้สึกเจ็บปวดในใจ กำหมัดแน่น พุ่งเข้าไปชกเจียงเทียนเป่าหนึ่งหมัด “หากเจ้ายังพูดจาเหลวไหล ข้าจะฆ่าเจ้า!”
“เจ้าจะทำอะไร?”
“หยุดนะ!”
“ฆ่าคนแล้ว!”
“รีบไปแจ้งเจ้าหน้าที่ที่ศาลาว่าการอำเภอ!”
เหล่าบัณฑิตต่างก็ส่งเสียงดังโวยวาย บางคนก็วิ่งไปแจ้งเจ้าหน้าที่ที่ศาลาว่าการอำเภอ เฉาเหลียนเอ๋อร์รู้สึกว่าตนเองทำให้ฉู่อี้เดือดร้อนไปด้วยแล้ว จึงไม่อยากทำให้ถังสุ่ยเดือดร้อนอีก
นางรีบเข้าไปดึงถังสุ่ย “พี่ถังสุ่ย อย่าต่อยเขาเลย” หากพลั้งมือฆ่าคนตายขึ้นมา ถังสุ่ยต้องรับผิดชอบอย่างแน่นอน
ถังสุ่ยได้ยินดังนั้น จึงได้แต่ชักมือกลับด้วยความโกรธ เจียงเทียนเป่าถูกต่อยจนสลบไปแล้ว
“ฆ่าคนตายแล้ว!”
“สตรีผู้นี้ถึงกับล่อลวงบุรุษถึงสองคน ช่างเกินจะทนจริงๆ!”
เพียะ… บัณฑิตคนหนึ่งเพิ่งพูดจบ ก็ถูกถังสุ่ยที่โกรธจัดตบหน้าอย่างแรง ใบหน้าปวดแสบปวดร้อน
“คนอย่างเจ้า คู่ควรกับการร่ำเรียนหรือ? ตำราของนักปราชญ์ลงไปอยู่ในท้องหมาหมดแล้วหรืออย่างไร? อ้าปากพูดแต่เรื่องสกปรก!”
“แล้วพวกข้าพูดผิดตรงไหน? เจ้าต่อยคู่หมั้นของนางจนสลบไปแล้ว!”
“ใช่แล้ว กล้าทำร้ายร่างกายคู่หมั้นของผู้อื่นกลางท้องถนน เจ้ายังกล้าพูดอีกหรือ?”
“ถึงกับกล้าตบหน้าบัณฑิต ต้องลากตัวไปที่ศาลาว่าการอำเภอ ให้ท่านนายอำเภอตัดสิน!”
เหล่าลูกศิษย์จากสำนักศึกษาเอกชนต่างก็โกรธแค้น
เกาซิ่วไฉก็ตะโกนด่าทอถังสุ่ย “เจ้าหนุ่ม เพียงเพราะสตรีใจง่ายนางหนึ่ง เจ้าถึงกับกล้าลงมือกับบัณฑิต เจ้ารอติดคุกเถิด!”
ถังสุ่ยอยากจะทุบตีคนพวกนี้ให้หมอบราบคาบ แต่เฉาเหลียนเอ๋อร์กลับดึงเขาไว้แน่น “พี่ถังสุ่ย… ข้าไม่เป็นไร!”
นางกลัวจริงๆ ว่าถังสุ่ยจะขาดสติ ลงมือทุบตีเหล่าบัณฑิต หากเป็นเช่นนั้น ถังสุ่ยต้องหนีความผิดไม่พ้นอย่างแน่นอน
นางกัดฟันแน่น น้ำตาคลอเบ้า ยืดหลังตรง “ข้าบอกแล้วว่า ข้ากับเจียงเทียนเป่า หรือก็คือคนผู้นี้ มิได้หมั้นหมายกัน หากพวกท่านไม่เชื่อ สามารถไปที่หมู่บ้าน…”
เฉาเหลียนเอ๋อร์ตั้งใจที่จะเล่าเรื่องราวของตนเองออกมาทั้งหมด นางไม่อยากให้เรื่องของนาง ทำให้ท่านป๋อและถังสุ่ยเดือดร้อน ส่วนชื่อเสียงของนาง เสื่อมเสียไปแล้ว อย่างมากก็แค่เสียชื่อมาถึงในอำเภอเท่านั้น นางไม่ได้คิดจะแต่งงาน เสื่อมเสียชื่อเสียงก็ช่างเถิด
“เหลียนเอ๋อร์!”
“พี่หญิงรอง!”
ถังสุ่ยและอวิ๋นเจียวรีบห้ามปรามนางพร้อมกัน
อวิ๋นเจียวเดินตรงไปที่หน้าเกาซิ่วไฉ ถามด้วยน้ำเสียงดูถูก “ท่านเป็นซิ่วไฉหรือ?”
เกาซิ่วไฉเอ่ยอย่างภาคภูมิใจ “แน่นอน พวกเราผู้ที่อ่านตำราของนักปราชญ์ ย่อมต้องรักษากหมายและศีลธรรม!”
อวิ๋นเจียวหัวเราะเยาะ “อย่างท่านก็คู่ควรกับคำว่ากหมายและศีลธรรม? ตาเฒ่า ข้าขอถามท่าน ท่านเอาอะไรมาตัดสินว่าเขากับพี่รองของข้ามีสัญญาหมั้นหมายกัน?”
“บังอาจ ยัยเด็กนี่ กล้าลบหลู่ท่านอาจารย์หรือ?”
“ใช่แล้ว ช่างไร้มารยาท!”
เพียะ… ลูกศิษย์ที่เพิ่งด่าอวิ๋นเจียวจบ ก็ถูกฉู่อี้ตบหน้าอย่างแรง ใบหน้าปวดแสบปวดร้อน
เหล่าลูกศิษย์ต่างก็โกรธแค้น ชี้นิ้วไปที่ฉู่อี้ กำลังจะเอ่ยตำหนิ แต่ตอนนั้นเอง เสียงของอวิ๋นเจียวก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“พวกท่านคิดว่าข้าเสียมารยาท คิดว่าเขาเอาแต่ใจ จะเอาเรื่องอย่างไรก็รอให้ข้าถามจบก่อน หรือว่า ที่จริงแล้วอาจารย์ของพวกท่าน ไม่กล้าตอบคำถาม พวกท่านจึงจงใจเบี่ยงเบนประเด็น เบนความสนใจ?”
กล่าวจบ อวิ๋นเจียวก็มองเกาซิ่วไฉอย่างท้าทาย
ความโกรธของเกาซิ่วไฉก็พุ่งสูงขึ้น จ้องมองด้วยความโกรธ “ข้าไม่กล้าตอบคำถามอย่างนั้นหรือ ทุกคนต่างก็ได้ยิน เขาเป็นคนพูดเอง!”
“โอ้ ที่แท้ก็เป็นเขาพูดเอง แต่พี่รองของข้าก็พูดเช่นกันว่า พวกเขาไม่ได้หมั้นหมายกัน ท่านเป็นถึงซิ่วไฉ พวกท่านก็เป็นบัณฑิต เหตุใดจึงเชื่อคำพูดของเขา แต่ไม่เชื่อพี่รองของข้าเล่า?”