ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 4 ฮวาเอ๋อร์ถูกขายไปแล้ว
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 4 ฮวาเอ๋อร์ถูกขายไปแล้ว
เคยเห็นคนหน้าไม่อาย แต่ไม่เคยเห็นใครอย่างเถาซื่อที่หน้าไม่อายขนาดนี้! สาปแช่งให้สามีตัวเองตาย แถมยังยึดทรัพย์สินของลูกสะใภ้และของหลานๆ อีกด้วย!
อวิ๋นเจียว กับสองพี่น้องอวิ๋นฉี่เยว่ อวิ๋นฉี่ซาน แอบหมอบฟังอยู่ข้างหน้าต่าง พลางเคี้ยวล่าเถียว [1] ไปด้วย ในเวลานี้มีเพียงล่าเถียวเท่านั้นที่ช่วยคลายความตกใจของพวกเขาได้!
ล่าเถียวไม่ใช่ของในยุคนี้ แต่อวิ๋นเจียวซื้อมาจากเถาเป่าก่อนจะแอบแกะซองขนมออก แล้วเปลี่ยนมาห่อด้วยกระดาษไข จากนั้นจึงกล้าหยิบออกมาแบ่งให้พี่ชายทั้งสองคน
อวิ๋นเจียวทะลุมิติมาตอนกำลังชอปปิงในเถาเป่า ที่ไม่คาดคิดก็คือระบบเถาเป่าก็ทะลุมิติตามนางมาด้วย หรือจะพูดอีกอย่างก็คือ นางทะลุมิติมา สวรรค์เลยแถมระบบเถาเป่ามาให้ด้วย
ต่อให้ไม่มีเงินหยวน [2] แต่ระบบสามารถแปลงทองคำและเงินเป็นเงินหยวนได้โดยอัตโนมัติ จึงเป็นการแก้ปัญหาเงินทุนในการชอปปิงของนาง ไม่เพียงเท่านั้น ระบบเถาเป่ายังมีฟังก์ชันรีไซเคิลขยะ ซึ่งหมายความว่าขยะที่เกิดจากการซื้อสินค้าจากเถาเป่า สามารถนำไปรีไซเคิลเพื่อสะสมคะแนนได้…
“พี่สะใภ้ใหญ่ หลายปีมานี้ลำบากท่านแล้ว!” ฟางซื่อถอนหายใจ
“สามีข้าดีกับข้ามาก ลูกๆ ก็กตัญญูรู้ความ ทั้งยังรักและสงสารข้า รู้จักช่วยข้าแบ่งเบาภาระงานบ้านไปไม่น้อย ตราบใดที่สามีกับลูกๆ อยู่ดีมีสุข… เรื่องอื่นข้าไม่ใส่ใจ” เผชิญหน้ากับแม่สามีอย่างเถาซื่อเช่นนี้ นางก็ทำได้เพียงยอมรับชะตากรรม
“พี่สะใภ้ใหญ่ แล้วฮวาเอ๋อร์เล่า? นางสบายดีหรือไม่? แต่งงานกับตระกูลใด?”
ฮวาเอ๋อร์ที่ฟางซื่อเอ่ยถึงก็คืออวิ๋นฮวาเอ๋อร์ บุตรสาวคนโตของอวิ๋นโส่วกวง ตอนที่อวิ๋นโส่วจงออกจากบ้านไปตอนอายุสิบสาม อวิ๋นฮวาเอ๋อร์เพิ่งอายุห้าขวบ ตอนนั้นอวิ๋นโส่วจงรักและเอ็นดูหลานสาวของตนเองมาก หลังจากแต่งงานกับฟางซื่อก็มักจะเอ่ยถึงนางกับคนในบ้านอยู่เสมอ
พอได้ยินมารดาเอ่ยถึงอวิ๋นฮวาเอ๋อร์ สามพี่น้องก็ตั้งใจฟังมากขึ้น นับแต่พวกเขาจำความได้ก็ได้ยินบิดาเอ่ยชมพี่หญิงคนนี้เสมอ ดังนั้นพวกเขาจึงตั้งตารอที่จะพบกับพี่หญิงของพวกเขา
แต่ใครจะรู้ว่าทันทีที่ฟางซื่อพูดจบ จ้าวซื่อก็ร้องไห้โฮออกมา “…ฮวาเอ๋อร์ที่น่าสงสารของแม่”
“พี่สะใภ้ใหญ่ เกิดเรื่องอันใดขึ้นกับฮวาเอ๋อร์หรือ?”
“ปีนั้นเกิดภัยอดอยาก น้องรองเพิ่งจากบ้านไปได้ไม่นาน ฮวาเอ๋อร์… ฮวาเอ๋อร์ก็ถูกท่านแม่พาไปขายแล้ว!”
“หืม…” ได้ยินดังนั้นไม่เพียงแต่ฟางซื่อที่อยู่ในห้อง แม้แต่เด็กๆ ที่แอบฟังอยู่ข้างนอกต่างก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ
พี่หญิงของพวกเขาถูกยายแก่คนนั้นขายไปแล้ว! นี่มันจะเกินไปแล้วนะ!
“เป็นไปได้อย่างไร? โส่วจงเคยบอกว่าตอนนั้นที่เขาจากบ้านไป แม้ข้าวปลาอาหารจะไม่พอให้กินอิ่มท้อง แต่ก็ยังพอประทังชีวิตไปได้จนถึงฤดูใบไม้ผลิปีหน้า อีกอย่างสองเดือนหลังจากที่โส่วจงจากไป ทางราชสำนักก็ส่งเสบียงมาช่วยเหลือแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น โส่วจงบอกว่าตอนที่เขาจากไป ท่านพ่อสัญญากับเขาว่าจะดูแลฮวาเอ๋อร์เป็นอย่างดี จะไม่ขายนางเด็ดขาด!”
“ใช่… ใครจะไปคิด… เช้าวันนั้นท่านแม่บอกว่าจะพาฮวาเอ๋อร์ไปเยี่ยมญาติ ข้ากับสามีคิดว่าไปเยี่ยมญาติอาจจะมีเนื้อให้ฮวาเอ๋อร์กินบ้าง จึงไม่ได้ขัดขวาง เพียงแต่คิดไม่ถึงเลย… ท่านแม่กลับพาฮวาเอ๋อร์ไปขาย! เป็นความผิดข้า… ข้าดูแลฮวาเอ๋อร์ได้ไม่ดี ข้ามันไร้ประโยชน์…”
“เฮ้อ… พี่สะใภ้ใหญ่ เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของท่าน หากท่านแม่ตั้งใจจะขายฮวาเอ๋อร์ พวกท่านก็ห้ามไม่ได้อยู่ดี!”
“ยายแก่ใจร้ายคนนั้นช่างเลวร้ายยิ่งนัก!” ฉี่ซานโกรธจนหน้าแดงก่ำ กำหมัดแน่น ดวงตาแทบมีประกายไฟลุก
ฉี่เยว่ก็พูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ต่อไปนี้พวกเราต้องระวังตัวให้มากขึ้น ดูแลเจียวเอ๋อร์ให้ดี อย่าให้ยายแก่คนนั้นฉวยโอกาสมาคิดร้ายต่อเจียวเอ๋อร์ได้”
“นางกล้ารึ! ข้าจะฆ่านาง!” ใบหน้าอ่อนเยาว์ของฉี่ซานบิดเบี้ยว ใครก็ตามที่คิดร้ายกับน้องสาวเขา อย่าได้แม้แต่จะคิด!
อวิ๋นเจียวได้ยินดังนั้นก็รู้สึกอบอุ่นหัวใจ นางยื่นมือไปดึงแขนเสื้อพี่ชายทั้งสองคนพลางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “พี่ใหญ่ พี่รอง พวกท่านวางใจเถิด หากยายแก่คนนั้นคิดร้ายกับข้า ข้าจะใช้แผนซ้อนแผนแล้วหาทางขายนาง!”
ฉี่เยว่มองใบหน้าหวานละมุนของน้องสาวที่ยิ้มแย้ม หัวใจก็อ่อนยวบ อดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปลูบผมของนางเบาๆ “เจียวเอ๋อร์ของพวกเราฉลาดที่สุด พี่รู้ว่ายายแก่คนนั้นไม่มีทางเอาเปรียบเจ้าได้ แต่ยามปกติแล้ว พวกเราระวังตัวไว้ก่อนจะดีกว่า!”
อวิ๋นเจียวพยักหน้า “เจ้าค่ะพี่ใหญ่ ข้าจะจำไว้”
กล่าวจบฉี่เยว่ก็หันไปมองฉี่ซานด้วยสายตาตำหนิ “อย่าเอาแต่พูดว่าจะฆ่าคน วิธีจัดการกับคนมีมากมาย การฆ่าคนเป็นวิธีที่โง่เขลาที่สุด! ชีวิตของเจ้ามีค่ากว่ายายแก่คนนั้นร้อยเท่าพันเท่า!”
ทั้งๆ ที่อวิ๋นฉี่เยว่อายุเพียงสิบสามปี แต่เมื่อเอ่ยตำหนิคนอื่นด้วยใบหน้าขึงขังขึ้นมา บุคลิกก็ดูน่าเกรงขามไม่น้อย
อวิ๋นฉี่ซานถูกดุจนหน้าสลดก้มหน้าลงต่ำ พึมพำด้วยเสียงเบา “ข้ารู้แล้ว พี่ใหญ่”
ทว่าเพียงพริบตา เขาก็ชูหมัดขึ้น พูดกับอวิ๋นเจียวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เจียวเอ๋อร์ไม่ต้องกลัว ข้าจะปกป้องเจ้าเอง!”
“ใครรังแกเจียวเอ๋อร์ของพวกเรารึ?”
พี่น้องทั้งสามคนหันไปมองตามเสียง ก็เห็นอวิ๋นโส่วจงกับอวิ๋นโส่วกวงเดินเข้ามาจากตรอกเล็กๆ อวิ๋นฉี่เยว่ส่งสายตาเตือนน้องชาย ก่อนจะยิ้มบางๆ พูดว่า “ท่านพ่อ ไม่มีอะไรหรอกขอรับ อาซานแค่กลัวว่าเจียวเอ๋อร์จะถูกรังแก” อวิ๋นโส่วจงพยักหน้าเห็นด้วย “อืม พวกเจ้าสองคนต้องช่วยกันดูแลน้องสาวให้ดี พวกเจ้าไปเล่นกันเถอะไป”
กล่าวจบพี่น้องอวิ๋นโส่วจงก็เดินเข้าไปในห้อง
“พี่สะใภ้ใหญ่ เป็นอะไรไป?” พอเข้าไปในห้องก็เห็นจ้าวซื่อกำลังเช็ดน้ำตา อวิ๋นโส่วจงจึงเอ่ยถาม
“แม่เจ้า เป็นอะไรไป?” อวิ๋นโส่วกวงเห็นภรรยาของตนร้องไห้ก็รีบเอ่ยถามอย่างร้อนใจ
“พี่ใหญ่ เป็นความผิดข้าเอง ข้าถามเรื่องฮวาเอ๋อร์ทำให้พี่สะใภ้ใหญ่เสียใจ” ฟางซื่อลุกขึ้นยืน แม้จะพูดกับอวิ๋นโส่วกวง แต่สายตากลับมองไปที่อวิ๋นโส่วจง
แน่นอนว่าทันทีที่นางพูดจบ สีหน้าของอวิ๋นโส่วจงก็เปลี่ยนไป ในขณะเดียวกันสีหน้าของอวิ๋นโส่วกวงก็เศร้าหมอง ดวงตาแดงก่ำ
“เกิดเรื่องอันใดขึ้นกับฮวาเอ๋อร์?” อวิ๋นโส่วจงเอ่ยถาม ด้วยวัยของฮวาเอ๋อร์ ตอนนี้นางน่าจะแต่งงานมีครอบครัวแล้ว อวิ๋นโส่วจงตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะถามเรื่องฮวาเอ๋อร์ และหาเวลาไปเยี่ยมนาง
“หลังจากท่านจากไปได้ไม่นาน… ท่านแม่ก็ขายนางไปแล้ว!”
ฟางซื่อมองไปที่พี่ใหญ่และพี่สะใภ้ที่จมอยู่กับความทุกข์ใจ จากนั้นก็ถอนหายใจออกมา
“อะไรนะ? ฮวาเอ๋อร์ถูกเถาซื่อขายไปแล้ว?” ตอนแรกที่เพิ่งเจอกันเขาเห็นแก่ที่นางเป็นแม่เลี้ยง จึงเรียกนางว่าท่านแม่ แต่หลังจากได้ยินเรื่องที่ฮวาเอ๋อร์ถูกขายไป อวิ๋นโส่วจงก็โกรธจนตัวสั่นไปทั้งร่าง!
ครานั้นที่เขาจากบ้านไปก็เพื่อให้ฮวาเอ๋อร์มีข้าวกิน มีชีวิตรอดมิใช่หรือ? ตอนนั้นบิดายังให้สัญญากับเขาว่าจะดูแลฮวาเอ๋อร์เป็นอย่างดี!
‘ปัง…’ อวิ๋นโส่วจงทุบกำแพงไปหนึ่งที ดวงตาแดงก่ำ
“ตอนนั้นข้าไม่น่าเชื่อคำพูดของเขาเลย!” อวิ๋นโส่วจงกัดฟันแน่น ความขมขื่นและความโกรธปะปนกัน หัวใจเจ็บปวดระลอกแล้วระลอกเล่า
ห้าขวบ ตอนนั้นฮวาเอ๋อร์อายุเพียงห้าขวบ อายุน้อยกว่าเจียวเอ๋อร์เพียงหนึ่งปี พวกเขาตัดใจทำได้อย่างไร!
อวิ๋นโส่วจงนึกถึงตอนเด็กที่ฮวาเอ๋อร์วิ่งตามเขาไปทั่ว เรียกเขาว่า ‘ลุงสอง’ เสียงนั้นยังคงก้องอยู่ในหู หัวใจพลันบีบแน่นด้วยความเจ็บปวด
“น้องรอง เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดท่านพ่อ ตอนนั้น… ท่านแม่แอบพาฮวาเอ๋อร์ไปขายโดยปิดบังทุกคนในบ้าน” อวิ๋นโส่วกวงก้มหน้าพูดด้วยน้ำเสียงหดหู่
“ท่านพ่อ… ตอนนั้นท่านพ่อโกรธมาก และยังตำหนิท่านแม่ไปแล้ว แต่ท่านแม่ก็ไม่ยอมบอกว่าขายฮวาเอ๋อร์ให้พ่อค้าทาสคนไหนกันแน่ ท่านพ่อเอง… ก็จนปัญญาเหมือนกัน”
“ท่านลุงใหญ่เป็นคนใจปลาซิว!” อวิ๋นเจียวที่ยังคงแอบฟังอยู่ข้างนอก เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็เอ่ยขึ้นเสียงเบา
“ใจปลาซิว? หมายความว่าอะไร?” อวิ๋นฉี่ซานเกาหัวแล้วเอ่ยถาม
อวิ๋นเจียวกำลังจะเอ่ยปากอธิบาย อวิ๋นฉี่เยว่ก็มองอวิ๋นฉี่ซานด้วยสายตาเหมือนกำลังมองคนโง่ “ก็หมายความว่าอ่อนแอ ไร้ความสามารถ แม้แต่ลูกตัวเองยังปกป้องไม่ได้ไงล่ะ!”
ฟังแค่นี้ยังไม่เข้าใจ น้องชายของเขานี่โง่ถึงขั้นไหนกันแน่!
เจียวเอ๋อร์ฉลาดกว่าเยอะ ท่านลุงใหญ่น่ะ ใช้คำว่าใจปลาซิวมาอธิบาย ช่างเหมาะเจาะยิ่งนัก
เชิงอรรถ
[1] ล่าเถียว (辣条) ขนมทานเล่นยอดนิยมของจีน ทำจากแป้งสาลีและนำไปคลุกเคล้าด้วยพริกและน้ำมันปรุงรสจนมีรสชาติเผ็ดชา
[2] หยวน (元) คือ สกุลเงินของประเทศจีน