ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 69 ของที่เก็บมาจากกองขยะ
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 69 ของที่เก็บมาจากกองขยะ
หลังจากปลอบอวิ๋นโส่วจงให้สบายใจยอมรับเงินสองหมื่นตำลึงแล้ว อวิ๋นเจียวก็ให้ฉี่ซานไปที่ห้องของนาง ส่วนอวิ๋นโส่วจงกับฟางซื่อยังคงพูดคุยกันต่อในห้องโถง
ฟางซื่อเอ่ยว่า “ท่านก็อย่าคิดมากเลย ในเมื่อพวกเรามีฝีมือในการหาเงินไม่เท่าเจียวเอ๋อร์ เช่นนั้นก็ดูแลบ้านช่องให้ดี ดูแลเจียวเอ๋อร์ให้ดีก็พอแล้ว ตอนนี้เรามีเงินมากมายขนาดนี้ ข้าว่าพวกเราทำตามที่เจียวเอ๋อร์บอกก็แล้วกัน ตกแต่งบ้านให้ดีขึ้นอีกหน่อย นางจะได้อยู่อย่างสุขสบาย”
“บางทีเจียวเอ๋อร์ของพวกเราอาจจะเป็นผู้สูงศักดิ์แต่กำเนิดก็ได้ แม้จะอยู่ในชนบท สวรรค์ก็ไม่อาจทนเห็นนางต้องอยู่อย่างลำบากได้”
อวิ๋นโส่วจงพยักหน้า ถอนหายใจพลางเอ่ยว่า “เป็นเช่นนั้นกระมัง ข้าคงกลัวจนเกินเหตุไปหน่อย! ท่านอาจารย์ฮุ่ยเจวี๋ยก็เคยกล่าวไว้ว่าเจียวเอ๋อร์ของพวกเราเป็นคนมีบุญวาสนาแต่กำเนิด!”
“เจ้าพูดถูก พวกเราสองคนดูแลเจียวเอ๋อร์ให้ดีก็พอ รอจนพวกเราแก่เฒ่าจนขยับเขยื้อนไม่ได้แล้ว ก็ยังมีฉี่เยว่กับฉี่ซานคอยดูแลนาง ไม่ว่ายังไงก็ต้องให้เจียวเอ๋อร์ของพวกเราใช้ชีวิตอย่างสุขสบายไร้กังวลไปตลอดชีวิต”
ฟางซื่อเอ่ยยิ้มๆ “ท่านคิดได้เช่นนี้ก็ดีแล้ว ข้าว่าตอนนี้พวกเราน่าจะหาคนรับใช้มาช่วยงานสักสองสามคน สูตรลับในมือเจียวเอ๋อร์ให้นางเก็บไว้คนเดียวก็พอแล้ว ส่วนงานหนักพวกนั้นก็ให้คนอื่นทำเถอะ แทนที่จะไปจ้างคนอื่น ซื้อบ่าวรับใช้มาสักสองสามคนไม่ดีกว่าหรือ จะได้ถือสัญญาขายตัวของพวกเขาไว้กับเรา ไม่ต้องกลัวว่าใครจะมีใจคิดร้าย”
อวิ๋นโส่วจงพยักหน้า “ตกลง เช่นนั้นก็ทำตามที่เจ้าว่าก็แล้วกัน” เมื่อพูดถึงสูตรลับในมือของเจียวเอ๋อร์ ยิ่งต้องรอบคอบไว้ก่อน
“เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ต่อไปทรัพย์สมบัติและกิจการทั้งหมดที่เจียวเอ๋อร์หาได้และดูแลอยู่ ให้นางเก็บไว้เป็นสินเดิม ส่วนฉี่เยว่เป็นคนขยันหมั่นเพียร เรียนเก่ง อนาคตของเขาไม่ต้องให้พวกเราเป็นห่วง ต่อไปทรัพย์สมบัติของเขา ปล่อยให้เขาสร้างเองก็แล้วกัน”
“ส่วนเจ้าเด็กฉี่ซานพวกเราก็ไม่ต้องห่วงเลย ตอนนี้เขาเป็นศิษย์ของท่านอาจารย์ตั่งแล้ว วันข้างหน้าเขาก็สามารถใช้ความสามารถของตัวเองสร้างเนื้อสร้างตัวได้ ส่วนเราสองคนแก่แล้ว ก็ช่วยเจียวเอ๋อร์ดูแลบ้านเรือนก็พอ”
ฟางซื่อยิ้มๆ “ถูกต้องแล้ว อ้อ จริงสิ ข้ามีเรื่องหนึ่งต้องบอกท่าน วันนี้อวิ๋นโส่วจู่แอบอยู่ที่นอกลานบ้านของพวกเรา เขา… พอเห็นหลงจู๊ซุนก็มองตาค้างไม่กะพริบ แถมยังน้ำลายไหลอีกด้วย จากนั้นก็ถูกสารถีของหลงจู๊ซุนไล่ออกไป”
อวิ๋นโส่วจงตกใจ จากนั้นก็โพล่งออกมาด้วยความโกรธ “อะไรนะ? ไอ้คนต่ำช้า ไร้ยางอายคนนั้น เขากล้าดียังไงถึงทำเช่นนี้?”
ฉู่อี้ไม่ใช่คนธรรมดาแน่ๆ คนที่สามารถทำงานให้เขาได้… ไหนเลยจะเป็นคนที่ฐานะต่ำต้อยอย่างเขาจะกล้าหมายปองได้หรือ?
“บ่ายนี้ข้าจะไปจ้างผู้คุ้มกันหญิงจากสำนักคุ้มกันมาสองคน!”
ฟางซื่อเอ่ยว่า “ตกลง ก็ทำตามนั้นเถิด! เฮ้อ… นี่มันเรื่องวุ่นวายอันใดกันนะ!”
อวิ๋นโส่วจงเอ่ยว่า “คนหยาบช้าแบบนั้น พวกเราไม่ต้องไปสนใจหรอก รอจ้างผู้คุ้มกันมาแล้ว ก็สั่งพวกเขาไปเลยว่าหากเห็นมันมาใกล้ที่บ้านพวกเราอีกก็ให้โยนมันออกไปซะ!”
ฟางซื่อพยักหน้า “ก็คงทำได้เท่านั้นล่ะ”
หลังจากปรึกษากับฟางซื่อเสร็จ อวิ๋นโส่วจงก็ออกจากบ้านไปจัดการธุระ พอในมือมีเงินสองหมื่นตำลึง เขาก็รู้สึกว่าคำพูดของอาจารย์ตั่งนั้นมีเหตุผลอยู่บ้าง
ดังนั้นเขาจึงรีบไปหาผู้ใหญ่บ้าน เพื่อซื้อที่ดินรอบๆ เพิ่มเติมอีกหน่อย นอกจากนี้ยังเช่าบ้านอีกหลังหนึ่ง เพื่อให้อาจารย์ทั้งสี่คนพักอาศัยเป็นการชั่วคราว มีเรื่องให้ทำมากมาย ยุ่งจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน!
อวิ๋นเจียวไม่รู้เลยว่าหลังจากที่นางจากไป บิดามารดาได้ตัดสินใจครั้งใหญ่ถึงเพียงนั้น ตอนนี้นางกำลังมองอวิ๋นฉี่ซานที่กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ
อวิ๋นฉี่ซานถือ “ตำราหลู่ปัน” [1] เอาไว้ในอ้อมกอด ดวงตาเป็นประกาย ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงด้วยความตื่นเต้น
“เจียวเอ๋อร์ สุดยอดไปเลย! นี่มันตำราหลู่ปันเชียวนะ ตำราหลู่ปันที่หายสาบสูญไปนับร้อยปี! นี่มันของจริงหรือ? ข้าไม่ได้ฝันไปใช่หรือไม่? เจ้าเอาตำราชุดนี้มาจากไหน?”
อวิ๋นเจียวกะพริบตาปริบๆ ดวงตาเป็นประกายดุจดวงดาว ก่อนจะเริ่มปั้นเรื่องขึ้นมาอย่างหน้าตาเฉย “ตอนไปในอำเภอ เก็บได้จากกองขยะน่ะเจ้าค่ะ!”
อย่างไรเสีย อวิ๋นฉี่ซานก็คงไม่ไปถามชุนเหมย นางจะพูดอย่างไรเขาก็คงเชื่อเช่นนั้น! แน่นอนว่าเป็นไปตามคาด คำโกหกที่ดูไร้ความรับผิดชอบของอวิ๋นเจียว ทำให้อวิ๋นฉี่ซานเชื่ออย่างสนิทใจ เขายังคงตื่นเต้นอยู่พักใหญ่ ก่อนจะเอ่ยปากชมอวิ๋นเจียวไม่หยุดปากว่าโชคของนางดีเหลือเกิน
เขากอดตำราทั้งชุดกลับไปที่ห้องของตนราวกับเป็นสมบัติล้ำค่า จากนั้นก็เปิดอ่านอย่างตั้งใจจนลืมไปบ้านผู้เฒ่าเฉียวเลยทีเดียว อวิ๋นเจียวนอนกลางวันไปงีบหนึ่ง หลังจากตื่นนอนแล้วก็รู้สึกอยู่นิ่งไม่ได้ จึงให้ชุนเหมยช่วยทำเครื่องประทินผิวที่ห้องครัว
นางมักจะนำเครื่องประทินผิวที่ซื้อจากเถาเป่าออกมาขาย แต่สิ่งเหล่านี้ต้องมีแหล่งที่มา ดังนั้นอย่างน้อยๆ นางก็ต้องแสดงฝีมือให้คนอื่นเห็นบ้าง มิเช่นนั้นคงอธิบายไม่ได้แน่
หลังจากทำไปทั้งบ่าย ก็ได้เครื่องประทินผิวออกมาสิบห้ากระปุก คุณภาพก็ไม่เลว อวิ๋นเจียวพอใจมาก
เนื่องจากที่บ้านจ้างคนงาน ตอนกลางวันยังพอว่า เพราะอากุ้ยนำอาหารไปส่งให้ถึงท้องไร่ แต่พอตกเย็นหลังจากคนงานเลิกงานแล้ว ก็จะกลับมากินข้าวที่บ้านอวิ๋นโส่วจง
ด้วยเหตุนี้ลานบ้านเล็กๆ ของอวิ๋นโส่วจงจึงเต็มไปด้วยผู้คน อีกทั้งยังดูแออัดไปถนัดตา
เมื่อถึงค่ำหลังจากอวิ๋นฉี่เยว่กลับมาถึงบ้าน ทุกคนนั่งล้อมวงกินข้าว ฟางซื่อมองลานบ้านที่ดูวุ่นวายพลางเอ่ยว่า “บ้านเราก็ไม่ได้ใหญ่โตนัก อย่าว่าแต่ฉี่เยว่ที่กำลังจะไปสอบเลย มีแต่ผู้ชายอยู่เต็มบ้านไปหมด เจียวเอ๋อร์จะเดินไปไหนมาไหนในลานบ้านก็ไม่สะดวกเอาเสียเลย”
อวิ๋นโส่วจงก็คิดว่าเป็นปัญหาเช่นกัน “เช่นนั้นพวกเราสร้างบ้านหลังเล็กๆ แบบเรียบง่ายแยกออกไปอีกหลังหนึ่ง เอาไว้ให้คนงานกินข้าวโดยเฉพาะดีหรือไม่?”
ฟางซื่อเอ่ยว่า “วันนี้ท่านไม่ได้เช่าบ้านมาแล้วหรือ? หรือจะให้พวกเขาย้ายไปอยู่ที่นั่น?”
อวิ๋นโส่วจงลังเลเล็กน้อย “กลัวว่าจะรบกวนท่านอาจารย์ตั่งกับท่านอาจารย์หม่า”
ฟางซื่อครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เช่นนั้นก็ทำตามที่ท่านพูด สร้างบ้านอีกหลังหนึ่งก็ได้ ไม่ต้องสร้างใหญ่โตนัก สร้างแค่ห้องครัวก็พอแล้ว แค่สร้างห้องให้ใหญ่ขึ้นอีกหน่อย ตอนกินข้าวคนงานก็สามารถไปกินที่ห้องครัวได้ พออากาศร้อนก็ออกมากินที่ลานบ้าน”
อวิ๋นโส่วจงเอ่ยว่า “ถูกต้อง เช่นนั้นก็ทำแบบนี้ ข้าจะไปจ้างคนงานพรุ่งนี้เลย ข้าว่าจะสร้างตรงที่ดินที่อยู่ข้างๆ แปลงผักของบ้านพวกเรา ไม่เปลืองพื้นที่เท่าไรนักหรอก”
หลังจากตัดสินใจเรื่องนี้แล้ว ทุกคนก็กินข้าวเย็นเสร็จพอดี คนงานต่างก็แยกย้ายกันกลับบ้าน ส่วนอวิ๋นโส่วจงก็ออกจากบ้านไปทำธุระต่อ
บ้านหลังที่เช่ามานั้น เป็นบ้านของญาติผู้ใหญ่บ้าน นอกจากห้องครัวและห้องเก็บฟืนแล้ว ก็ยังมีห้องอีกห้าหกห้อง
เพียงแต่เวลาเร่งรีบไปหน่อย พรุ่งนี้ต้องให้คนมาอยู่แล้ว ตอนบ่ายอวิ๋นโส่วกวงกับอวิ๋นโส่วเย่า ได้ช่วยกันซ่อมแซมไปบ้างแล้ว แต่ตกดึกก็ยังต้องเก็บกวาดอีกครั้ง พรุ่งนี้ถึงจะให้คนมาอยู่ได้
ส่วนในห้องของอวิ๋นเจียว อวิ๋นฉี่เยว่ถือตำราเก่าๆ ที่ยับย่นสองสามเล่มที่อวิ๋นเจียวให้มา เขาถึงกับพูดอะไรไม่ออก ตำราพวกนี้ล้วนเป็นข้อสอบและเฉลยข้อสอบเก่า!
ต่อให้อวิ๋นฉี่เยว่จะเป็นคนสุขุมเยือกเย็น แต่เมื่อได้เห็นสิ่งเหล่านี้ต่อหน้า เขาก็ไม่อาจระงับความตื่นเต้นที่พลุ่งพล่านในใจได้เลย ตำราในมือของเขาสกปรกมาก เป็นเพราะอวิ๋นเจียวจงใจทำให้เลอะเพื่อให้สอดคล้องกับคำปั้นแต่งของนางที่ว่าเก็บมาจากกองขยะ
“เจียวเอ๋อร์…” เสียงของอวิ๋นฉี่เยว่แหบพร่าเล็กน้อยจากความตื่นเต้น ดวงตาเย็นชาดุจดวงดาราของเขาส่องประกายแปลกประหลาด ก่อนจะมองอวิ๋นเจียวด้วยสายตาอ่อนโยนคล้ายแสงจันทร์ที่ส่องมาจากนอกหน้าต่าง
“พี่ใหญ่ ตำราพวกนี้ใช้ได้หรือไม่เจ้าคะ?” อวิ๋นเจียวเงยหน้าขึ้น ใบหน้าเล็ก ๆ สีชมพูอ่อนของนางเต็มไปด้วยความกังวล ราวกับกลัวว่าตำราเล่มนี้จะไม่มีประโยชน์ทำให้อวิ๋นฉี่เยว่ อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
น้องสาวของเขา คิดว่าสิ่งที่นางเก็บมาเป็นขยะจริงๆ หรือ? ยังกลัวว่าเขาจะใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้อีก
เชิงอรรถ
[1] ตำราหลู่ปัน (鲁班术) เป็นศาสตร์การก่อสร้างและงานช่างที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยหลู่ปันผู้เป็นช่างฝีมือชื่อดังในประวัติศาสตร์จีน ได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งงานช่างและการก่อสร้าง