ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 84 ใจโหดเหี้ยม
ครั้งที่แล้วที่กล่าวหาว่าครอบครัวของพวกเขาเป็นทาสหลบหนี จริงๆ แล้วเป็นการใส่ร้ายป้ายสี ต่อให้ฟางซื่อและคนอื่นๆ ถูกจับเข้าคุกจริงๆ แต่พวกเขาก็เป็นราษรที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกหมาย ไม่สามารถขังพวกเขาได้นานเกินสองวัน
แต่ตอนนี้ อวิ๋นโส่วจู่กลับฝังตราประทับส่วนตัวของนายอำเภอเอาไว้ หากนายอำเภอไม่ต้องการให้เรื่องนี้บานปลาย เช่นนั้นอวิ๋นโส่วจงก็ติดคุกเพียงคนเดียว
แต่หากนายอำเภอไม่คิดจะปล่อยพวกเขาไปง่ายๆ เช่นนั้นการขโมยตราประทับส่วนตัวของขุนนางราชสำนัก ตามกหมายสามารถลงโทษให้เนรเทศสามพันลี้ได้ สถานที่เนรเทศ หากไม่ใช่ชายแดน ก็เป็นดินแดนรกร้าง
เจียวเอ๋อร์… นางยังเด็กและอ่อนแอเช่นนี้ คงทนความทุกข์ทรมานระหว่างการเดินทางไม่ไหวเป็นแน่ หากเจียวเอ๋อร์เป็นอะไรไป พวกเขาทั้งสองคนคงไม่อาจอยู่บนโลกใบนี้แล้ว
หากพวกเขาไม่อยู่บนโลกใบนี้ แล้วฉี่เยว่กับฉี่ซานจะอยู่กันอย่างไร? ฟางซื่อโกรธมากจริงๆ
อวิ๋นโส่วจงพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “เจ้าไม่ต้องกังวล เขาอยากให้พวกเราเป็นอย่างไร สุดท้ายแล้วมันจะย้อนกลับไปหาตัวเขาเอง!”
ฟางซื่อพยักหน้า “ทางที่ดีขอให้เขาถูกเนรเทศสามพันลี้ หากแค่ติดคุก…”
อวิ๋นโส่วจงครุ่นคิด “แม่เจ้า ข้าเข้าใจแล้ว” พวกเขาย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านไหวซู่นั้น ในใจเขารู้ดีว่าเป็นเพราะเหตุใด
อวิ๋นเจียวไม่รู้ว่าหลังจากที่นางออกมา บิดามารดาได้พูดคุยอะไรกัน พอเข้ามาในห้อง นางก็รีบเข้าไปในเถาเป่าเพื่อหาซื้อของเล่นแผลงๆ มาแกล้งคน
หลังจากหาอยู่นาน ในที่สุดก็เจองูพ่นน้ำ นางแกะออกมาจากกล่อง ใส่น้ำเข้าไป จากนั้นก็วิ่งไปที่ห้องครัว ผสมพริกป่นกับน้ำแล้วเทใส่ไปในงูพ่นน้ำจากนั้นก็นำมันไปใส่ในกล่องไม้ที่ฟางซื่อให้มา
หลังจากทำทุกอย่างเสร็จ อวิ๋นเจียวก็มอบกล่องไม้นั้นให้อวิ๋นโส่วจง อวิ๋นโส่วจงกำลังจะเปิดดู ก็ถูกอวิ๋นเจียวห้ามไว้ “ท่านพ่อ ท่านดูไม่ได้นะเจ้าคะ ข้างในใส่สิ่งใดไว้ รอจนถึงวันที่ขุดมันขึ้นมา ท่านก็จะรู้เองเจ้าค่ะ”
เมื่อได้ยินดังนั้น อวิ๋นโส่วจงก็หัวเราะพร้อมกับพยักหน้าตอบตกลงและไม่เปิดดูจริงๆ จากนั้นก็ถือโคมไฟไปที่คอกวัว นำกล่องไม้นั้นไปฝังในหลุมเดิม…
ด้านบ้านตระกูลอวิ๋นเก่า เมื่อเห็นผู้เฒ่าอวิ๋นกลับมาตัวเปล่า เถาซื่อก็ตบโต๊ะแล้วด่าทอเสียงดัง ผู้เฒ่าอวิ๋นถูกด่าจนโกรธ จึงตะโกนลั่น “ลูกชายที่แยกบ้านออกไปแล้วก็เป็นแค่ญาติ! หากพวกเขายินดีให้ก็ถือเป็นน้ำใจ หากไม่ยินดีให้ก็เป็นสิทธิ์ของพวกเขา! ข้าจะทำอะไรได้?”
เถาซื่อ “ตอนนั้นเจ้าควรจะก่ออิฐปิดตายมันไว้ในกำแพง! ให้มันเกิดออกมาทำไม?มาทำให้เจ้าโกรธ หรือทำให้ข้าโกรธ? ไอ้คนใจดำอำมหิตนั่น มันเกิดมาเพื่อทำลายตระกูลอวิ๋นโดยเฉพาะ! ดูมันสิ ไอ้คนอกตัญญูนั่น เจ้าเป็นพ่อที่ให้กำเนิดมัน แก่ขนาดนี้ยังต้องลงนาไปทำงานหนักอยู่เลย”
“ส่วนมันเล่า? เลี้ยงคนนอกตั้งหลายคน เช่าบ้านหลังใหญ่ แถมยังซื้อบ่าวไพร่มาปรนนิบัติอีก เจ้านี่นะตาแก่ไม่ตาย เป็นพ่อมันแท้ๆ ยังงกเงินไม่ยอมให้เจ้าสักตำลึง! เจ้ายังมีหน้าอยู่บนโลกนี้อีกหรือ? เจ้าจะให้ชาวบ้านมองเจ้าอย่างไร? ข้าละอับอายแทนเจ้าจริงๆ! จะอย่างไรข้าก็ไม่ได้ให้กำเนิดมัน มันอกตัญญูก็ช่างมันเถิด แต่เจ้านี่สิไร้ประโยชน์เสียจริง…”
เถาซื่อด่าทออย่างรุนแรง ผู้เฒ่าอวิ๋นรู้สึกหงุดหงิดใจ แต่คำพูดบางคำของเถาซื่อก็แทงใจดำเขา เจ้ารองยอมใช้เงินจำนวนมากเลี้ยงคนนอก แต่กลับไม่ยอมให้เงินเขาผู้เป็นพ่อสักตำลึง เขาแก่ขนาดนี้ยังต้องลงนาทำงานหนักอยู่เลย ส่วนเจ้ารอง…
ในเวลานี้เขาไม่ได้นึกถึงเรื่องที่อวิ๋นโส่วจงก็ต้องใช้วัวทำงาน แต่พอเขาเอ่ยปากขอ อวิ๋นโส่วจงก็ให้เขานำวัวไป
คนบางคนเป็นเช่นนี้ ในใจคิดถึงแต่ตัวเอง ต่อให้เจ้าทำดีกับเขามากเพียงใด เขาก็คิดว่าเป็นเรื่องที่สมควรได้รับ หากมีเรื่องใดที่เจ้าไม่อาจสนองความต้องการของเขาได้ ขอโทษที เช่นนั้นเจ้าก็เป็นคนผิดแล้ว
เขาจะมองข้ามความดีทั้งหมดของเจ้า แต่จะเน้นย้ำเรื่องที่เจ้าไม่อาจสนองความต้องการของเขาได้ นี่แหละคือความเคียดแค้นที่เกิดจากการตามใจจนเคยตัว
“หยุดพูดพล่ามได้แล้ว! มีเวลามากนักก็เอาเงินออกมา พรุ่งนี้เจ้าห้าต้องใช้เงิน!”
แล้วเถาซื่อจะทำอย่างไรได้? เนื่องจากคนที่ต้องใช้เงินคืออวิ๋นโส่วหลี่ ไม่ใช่คนอื่น นางจึงได้แต่บ่นพึมพำพลางหยิบเงินออกมา
เทียบกับความวุ่นวายในห้องนอนใหญ่ ห้องของอวิ๋นโส่วจู่เงียบสงบกว่ามาก ทั้งสองคนพูดคุยกันด้วยเสียงเบา ในห้องไม่มีแสงไฟ มีเพียงแสงจันทร์สลัวๆ ที่ส่องลอดเข้ามาจากนอกหน้าต่าง พอให้มองเห็นสิ่งของในมืออย่างเลือนราง บนเตียงอุ่นมีโต๊ะตัวเล็กๆ วางอยู่ บนโต๊ะมีไหสุราหนึ่งไหและไก่ต้มหนึ่งตัว
หลิ่วซื่อพูดด้วยเสียงเบา “…ท่านพี่ พวกเราปลุกเจ้าหู่หยาจื่อมากินด้วยกันเถิด”
อวิ๋นโส่วจู่เตะขาหลิ่วซื่ออย่างแรง ก่อนจะด่าเสียงเบา “มีอะไรกินแล้วยังปิดปากเจ้าไม่ได้อีก ปลุกหู่หยาจื่อขึ้นมาเดี๋ยวมันก็โวยวาย ท่านพ่อท่านแม่ได้ยินเข้า จะไม่รู้กันหมดหรือว่าพวกเราแอบเก็บของไว้กินกันเอง? เจ้าโส่วหลี่ไอ้หลุมไร้ก้นนั่นมันมาขอเงินอีกแล้ว หากท่านแม่รู้ว่าพวกเรามีเงินซื้อของกิน แต่ไม่มีเงินให้เจ้าห้าใช้จ่าย ข้าคงโดนนางตีตายเป็นแน่!”
กล่าวจบอวิ๋นโส่วจู่ก็ยกสุราขึ้นดื่ม ในมือจับน้องไก่มาแทะจนปากมันเยิ้ม
หลิ่วซื่อยัดเนื้อไก่เต็มปาก พูดเสียงอู้อี้ว่า “ท่านพี่ช่างฉลาดนัก เหตุใดข้าถึงคิดไม่ถึงนะ? ยังไงหู่หยาจื่อก็ยังเด็ก เด็กน้อยอยากกินเนื้อก็ไล่ไปกินที่บ้านพี่รองเอา เขาอายุแค่หกขวบ บ้านพี่รองคงไม่กล้าไล่เด็กตัวเล็กๆ ออกจากบ้านหรอกกระมัง?”
อวิ๋นโส่วจู่พูดอย่างดูถูก “ฮึ พี่รอง เจ้าคอยดูเถอะ อีกไม่นานเขาก็จะไม่ได้มีชีวิตสุขสบายอีกแล้ว ถึงตอนนั้นบ้านและที่ดินของพวกเขา ข้าจะเอาคืนมาให้หมด!”
หลิ่วซื่อได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย นางรีบถาม “ท่านว่าอะไรนะ? อีกไม่นานพี่รองจะไม่มีชีวิตสุขสบายแล้ว? ท่านรู้ได้อย่างไร? ข้าบอกแล้วไงท่านพี่ อย่าไปสร้างปัญหาอีกเลย คราวที่แล้วท่านก็พูดเช่นนี้ สุดท้ายคนติดคุกกลับเป็นพวกเราสองคน ส่วนบ้านพี่รองไม่เป็นอะไรเลย!”
อวิ๋นโส่วจู่พูดอย่างหงุดหงิด “เจ้าจะไปรู้เรื่องอะไร ครั้งนี้ไม่เหมือนกัน ครั้งนี้… ช่างเถอะ อธิบายให้ยายแก่อย่างเจ้าฟังก็คงไม่เข้าใจหรอก ก่อนที่เรื่องนี้จะสำเร็จ เจ้าห้ามพูดออกไปเด็ดขาด!”
หลิ่วซื่อ “วางใจเถิดท่านพี่ ข้าไม่โง่หรอก! เรื่องนี้ข้าไม่พูดออกไปแน่นอน!”
อวิ๋นโส่วจู่หัวเราะเบาๆ “รอให้ข้าจะยึดทรัพย์สมบัติของพี่รองได้ ข้าจะซื้อสาวใช้มาปรนนิบัติสักสองสามคน แถมยังจะซื้ออนุภรรยาสวยๆ อีกสองคน!”
หลิ่วซื่อ “อะไรนะ ท่านพี่ ท่านยังจะซื้ออนุภรรยาอีกหรือ!?” ทันทีที่ได้ยินดังนั้น หลิ่วซื่อก็ไม่อาจสงบใจได้อีกต่อไป เสียงดังขึ้นมาทันที
“กลางดึกกลางดื่นร้องโวยวายอะไร หากนอนไม่หลับก็ลุกขึ้นมาซักผ้าให้ข้า! พวกเจ้าแต่ละคนมันตัวซวยจริงๆ ชาติที่แล้วข้าไปทำกรรมอะไรมา ถึงได้มาเจอสะใภ้โง่เง่าเช่นพวกเจ้า” ทันทีที่หลิ่วซื่อพูดจบ ก็ได้ยินเสียงดุด่าของเถาซื่อดังมาจากห้องนอนใหญ่
อวิ๋นโส่วจู่ถลึงตาใส่หลิ่วซื่ออย่างเกรี้ยวกราด เตะนางตกเตียง ก่อนจะตอบกลับไปว่า “ท่านแม่ นางคนนี้มันเพ้อเจ้อ ข้าจัดการนางเอง”
รอจนกระทั่งเสียงในห้องนอนใหญ่เงียบลง อวิ๋นโส่วจู่จึงข่มขู่หลิ่วซื่ออย่างเกรี้ยวกราด “หากเจ้ายังพูดจาเหลวไหล ข้าจะหย่ากับเจ้าซะ! ยายแก่หน้าเหลืองเช่นเจ้า ยังกล้ามาห้ามข้ามีอนุภรรยาอีกหรือ?”
กล่าวจบเขาก็กระดกสุราในมือจนหมด ในหัวพลันนึกถึงรูปร่างอันเย้ายวนและใบหน้าอันงดงามสะคราญตาของอวิ๋นเหนียง ผู้หญิงแบบนี้ หากได้หลับนอนด้วยสักคืน ไม่ว่าจะให้ทำอะไรเขาก็ยอม
ในหัวของอวิ๋นโส่วจู่เต็มไปด้วยภาพของอวิ๋นเหนียง เมื่อหันมามองหลิ่วซื่อก็ยิ่งรู้สึกขยะแขยง เขาคิดว่า หลังจากที่เขาแย่งชิงทรัพย์สมบัติของพี่รองมาได้ เรื่องแรกที่เขาจะทำก็คือหย่ากับยายแก่หน้าเหลืองคนนี้