ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี - ตอนที่ 93 เคราะห์ร้ายมาเยือน (3)
- Home
- ทะลุมิติพร้อมแอปเถาเปา โอ้ตาเฒ่า องค์หญิงอย่างเราขอเป็นเศรษฐี
- ตอนที่ 93 เคราะห์ร้ายมาเยือน (3)
“ท่านพ่อ ท่านไม่ต้องลำบากหรอกขอรับ ครอบครัวของพวกข้าบริสุทธิ์ใจ ทั้งเจียวเอ๋อร์และฉี่เยว่ล้วนได้รับการอบรมสั่งสอนมาเป็นอย่างดี ไม่มีทางทำเรื่องชั่วช้าเช่นนั้น! พวกท่านจะค้นก็ค้น แต่หากค้นไม่พบอะไร ก็ต้องชดใช้ให้พวกข้า!”
กล่าวจบ อวิ๋นโส่วจงก็พาครอบครัวออกจากบ้าน ปล่อยให้พวกเจ้าหน้าที่เข้าไปค้น อวิ๋นฉี่ซานรับเสี่ยวไป๋มาจากชุนเหมย ส่วนอวิ๋นเจียวนั่งยองๆ ลูบขนเสี่ยวไป๋เบาๆ เพื่อปลอบประโลมมัน
หัวหน้าส่งเจ้าหน้าที่สองนายไปคุมตัวพวกเขาเอาไว้ เจ้าหน้าที่ทั้งสองนายวางมือบนด้ามดาบ หากอวิ๋นโส่วจงและคนอื่นๆ คิดจะหลบหนี พวกเขาก็จะชักดาบออกมาทันที
ผู้ดูแลจางมองอวิ๋นเจียวด้วยแววตาเย้ยหยัน ขยับปากพูดว่า ‘คราวนี้แกตายแน่!’
สถานการณ์พลิกผันคราวก่อนเจ้าทำให้ข้าเสียเรื่อง คราวนี้ข้าจะลากเอาครอบครัวของเจ้าลงไปด้วย!
พวกเจ้าหน้าที่ค้นหาทั่วทั้งบ้านหนึ่งรอบ แต่ก็ไม่พบสิ่งใด ตอนที่จางหลิงพาคนมาถึง ก็เห็นพวกเจ้าหน้าที่กำลังเหยียบย่ำสิ่งของที่ท่านโหวมอบให้อวิ๋นเจียวไปมา เขาพลันรู้สึกโมโห
โอ้สวรรค์ ของเล่นพวกนั้นล้วนเป็นสิ่งของที่ท่านโหวทุ่มเงินมหาศาลจ้างช่างฝีมือชื่อดังในเมืองหลวงสั่งทำขึ้นเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตาหรือว่าวกระดาษ แต่ละชิ้นแต่ละอันมีราคาไม่ต่ำกว่าร้อยตำลึงเงินทั้งสิ้น!
โดยเฉพาะว่าวกระดาษ ท่านโหวของพวกเขาถึงกับไปขอร้องให้ท่านนักปราชญ์สีเหมียว ผู้เชี่ยวชาญด้านภาพวาดดอกไม้และนก จากสำนักฮั่นหลินวาดภาพให้ และเพื่อการนี้ ท่านโหวถึงกับยอมสละภาพวาดล้ำค่าจากราชวงศ์ก่อน
โอ้ย เขาไม่กล้าจินตนาการเลยว่า หากท่านโหวรู้เข้าจะเป็นอย่างไร อยู่ๆ เขาก็รู้สึกหนาวสะท้านไปทั้งแผ่นหลัง เดิมทีเขาอยากจะพาคนออกไปและใช้ชื่อของท่านโหวข่มขู่พวกนี้ให้ถอยกลับไป แต่พอเห็นคนตระกูลอวิ๋นดูนิ่งสงบ ไม่กังวลเลยสักนิด เขาก็เริ่มลังเล
ตอนนี้ท่านโหวของพวกเขายังไม่อยากให้คนตระกูลอวิ๋นรู้ถึงฐานะที่แท้จริงของเขา ดังนั้นเขาจึงได้แต่สั่งให้คนของตนคอยจับตาดูตระกูลอวิ๋น ซึ่งก็คือการปกป้องอย่างลับๆ
ส่วนตัวเขาเองแม้จะอาศัยอยู่ในจวนที่หมู่บ้านหยางหลิ่ว แต่กลับไม่ออกไปไหน และไม่มาเจอคนตระกูลอวิ๋น เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ จางหลิงก็ไม่เคลื่อนไหว รอดูสถานการณ์ก่อนแล้วกัน
เมื่อพวกเจ้าหน้าที่ไม่พบสิ่งของ ก็เริ่มทำลายแปลงผักและสวนดอกไม้ของอวิ๋นเจียว เห็นได้ชัดว่าพวกเขามาเพื่อก่อกวนจริงๆ ไก่และเป็ดถูกไล่จนวิ่งพล่าน ส่วนใหญ่หนีไปหมดแล้ว
และยังมีไก่กับเป็ดสองตัวที่วิ่งหนีไม่ทัน ถูกพวกเจ้าหน้าที่เหยียบตาย ต่อให้เป็นคนโง่ ก็ดูออกว่าเจ้าหน้าที่กลุ่มนี้มาด้วยความมุ่งร้าย
ชาวบ้านส่วนใหญ่ต่างเป็นห่วงครอบครัวอวิ๋นเจียว ดูเหมือนว่าคนพวกนี้จะเตรียมการมาเป็นอย่างดี วันนี้ต่อให้อวิ๋นเจียวไม่ได้ขโมยของ ก็คงจะกลายเป็นขโมยไปแล้ว แถมยังขโมยตราประทับส่วนตัวของนายอำเภออีกด้วย เรื่องนี้คงไม่อาจจบลงด้วยดี!
ตระกูลอวิ๋นคงซวยแล้ว เฮ้อ… อยู่ดีๆ ที่เมืองหลวงไม่ชอบ ดันย้ายกลับมาบ้านเกิด คราวนี้เจอเรื่องใหญ่เข้าแล้วสิ เป็นเคราะห์กรรมจริงๆ!
ชาวบ้านต่างครุ่นคิด แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมา ได้แต่เฝ้ามองพวกเจ้าหน้าที่ค้นหาอย่างละเอียด ไม่นาน พวกเขาก็ไปที่คอกวัว อวิ๋นเจียวและคนอื่นๆ หัวเราะเยาะในใจ นี่คงแสดงละครเสร็จแล้ว กำลังจะเข้าสู่เรื่องหลักแล้วสินะ?
ฟางหญ้าแห้งในคอกวัวถูกเปิดออก เจ้าหน้าที่นายหนึ่งชี้ไปตรงจุดที่พื้นดินมีร่องรอยใหม่แล้วตะโกนขึ้นว่า “หัวหน้า ตรงนี้มีคนขุดดิน!”
พวกเจ้าหน้าที่กับผู้ดูแลจางได้ยินดังนั้นก็ตาลุกวาว รีบวิ่งไปที่คอกวัว สีหน้าของอาจารย์ตั่งพลันเคร่งขรึม เขาเตรียมจะเปิดเผยตัวตนเพื่อปกป้องครอบครัวอวิ๋นโส่วจง หากบอกว่าอวิ๋นเจียวกับอวิ๋นฉี่เยว่ไปขโมยตราประทับของนายอำเภอ เขาไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด
เรื่องนี้ต้องมีคนใส่ร้ายเป็นแน่ อาจารย์ตั่งมองอวิ๋นโส่วจู่และหลิ่วซื่อด้วยสายตาเย็นชา บทสนทนาของสองสามีภรรยาคู่นี้เมื่อครู่ รวมถึงคำพูดของหญิงชาวบ้านคนนั้น… ดูเหมือนว่าพวกเขารู้ล่วงหน้าว่าบ้านอวิ๋นโส่วจงจะเกิดเรื่อง! เรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับพวกเขาอย่างแน่นอน!
อวิ๋นโส่วจู่เห็นว่าแผนการกำลังจะสำเร็จ ก็ตื่นเต้นจนตัวสั่น ดวงตายิ่งเป็นประกาย ความโลภและความสะใจปรากฏชัดในแววตา จนชาวบ้านหลายคนมองเห็น คนที่เฉลียวฉลาดต่างสงสัยและคาดเดาว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นฝีมือของอวิ๋นโส่วจู่
หัวหน้าตระกูลอวิ๋นทั้งสงสารและเห็นใจครอบครัวอวิ๋นโส่วจง ในขณะเดียวกันก็คิดว่า หลังจากเรื่องนี้จบลง สิ่งแรกที่เขาจะทำก็คือลบชื่ออวิ๋นโส่วจู่ออกจากบันทึกผังตระกูล หากเจ้าสามไม่เห็นด้วย ก็จะลบชื่อทั้งบ้านสามออกไปเสียเลย
คนชั่วช้าเช่นนี้สักวันหนึ่งคงต้องก่อเรื่อง ไม่อาจเก็บไว้ในบันทึกผังตระกูลได้ เมื่อก่อนเขารู้แค่ว่าอวิ๋นโส่วจู่ขี้เกียจ คดโกงชอบเอาเปรียบ ตอนนี้เพิ่งรู้ว่าเป็นคนใจคอโหดเหี้ยมขนาดนี้ คิดร้ายกับพี่น้องตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า แถมยังถึงขั้นคิดจะเอาชีวิตกันอีกด้วย
ผู้ใหญ่บ้านก็คิดเหมือนกับหัวหน้าตระกูลอวิ๋น หลังจากเรื่องนี้จบลง ไม่ว่าครอบครัวอวิ๋นโส่วจงจะเป็นอย่างไร เขาจะต้องไล่อวิ๋นโส่วจู่กับหลิ่วซื่อออกจากหมู่บ้านให้ได้
ชาวบ้านต่างเห็นใจและสงสารครอบครัวอวิ๋นโส่วจง ที่ต้องพบกับเคราะห์ร้ายเช่นนี้ และก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่อิจฉาตาร้อนที่บ้านพวกเขาร่ำรวย แอบรู้สึกสะใจอยู่ลึกๆ
คนงานในบ้านอวิ๋นเจียวร้องไห้ด้วยความร้อนใจ นายจ้างดีๆ เช่นนี้ยังโดนใส่ร้าย ต่อไปพวกเขาจะทำอย่างไรเล่า พวกเขาไม่เพียงแต่เป็นห่วงความปลอดภัยของครอบครัวอวิ๋นโส่วจง แต่ยังเป็นกังวลว่าหากบ้านอวิ๋นโส่วจงเกิดเรื่องขึ้นมาจริงๆ ต่อไปคงหานายจ้างดีๆ แบบนี้ได้ยาก
ไม่นานก็ได้ยินเสียงดังมาจากคอกวัว “เจอแล้ว!” เจ้าหน้าที่นายหนึ่งหยิบกล่องไม้สีแดงที่เต็มไปด้วยโคลนออกมาจากพื้นดิน เจ้าหน้าที่นายนั้นเช็ดกล่องอย่างลวกๆ ไม่สะอาดสักเท่าไหร่ จึงนำผ้าสีเทามาวางรอง ก่อนจะส่งให้กับหัวหน้า
หัวหน้าเจ้าหน้าที่รับกล่องมา แต่ไม่ได้เปิดออก รีบเดินไปที่หน้าประตูบ้าน เพื่อให้ทุกคนได้เห็นหลักฐานความผิด สีหน้าของผู้ดูแลจางยิ่งเต็มไปด้วยความลำพองใจ ส่วนอวิ๋นโส่วจู่ก็ยิ้มจนแก้มแทบปริ
หลิ่วซื่อที่ใบหน้าบวมช้ำข้างหนึ่ง มองไปที่กลุ่มหญิงชาวบ้านด้วยแววตาเย้ยหยัน ในใจคิดอะไรก็แสดงออกมาทางสีหน้าหมด บอกแล้วไม่เชื่อ ก็ดูสิ ครอบครัวอวิ๋นโส่วจงเจอเรื่องเดือดร้อนเข้าแล้ว!
ท่าทางสะใจของนาง เหมือนกับว่าบ้านของนางกำลังมีเรื่องน่ายินดี มีพี่สะใภ้และน้องชายแบบนี้ คงซวยไปแปดชาติแน่
ทุกคนคิดในใจ พลางเปรียบเทียบกับพี่น้องและญาติสะใภ้ของตนเอง จู่ๆ ก็รู้สึกว่าเมื่อเทียบกับอวิ๋นโส่วจู่กับหลิ่วซื่อแล้ว พี่น้องที่ชอบก่อเรื่องของตนเองก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรมากนัก อย่างน้อยพวกเขาก็ไม่ได้วางแผนจะทำร้ายพี่น้องถึงตาย
พอเห็นท่าทางยิ้มเยาะของสองสามีภรรยาคู่นั้น เรื่องนี้ต้องเป็นฝีมือของพวกเขาแน่ น่าเสียดายครอบครัวอวิ๋นโส่วจงจริงๆ ทรัพย์สมบัติมากมายขนาดนั้น…
ผู้ดูแลจางยิ้มเยาะ แล้วถามอวิ๋นเจียวว่า “ยัยหนูน้อย เป็นอย่างไรเล่า? เจอของสิ่งนี้ในบ้านของเจ้า แถมยังฝังดินเอาไว้อีกด้วย เห็นได้ว่าระมัดระวังไม่น้อย คราวนี้คงยอมรับแล้วสินะ!”
ผู้เฒ่าอวิ๋นทำราวกับว่าไม่เห็นสีหน้าสะใจของลูกชายคนที่สี่ รีบตะโกน “โส่วจงไยเจ้าจึงเลอะเลือนเช่นนี้เล่า บอกให้ยัยหนูอวิ๋นเจียวยอมรับผิดไป เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้าแล้วก็ฉี่เยว่!”
อวิ๋นเหมยเอ๋อร์รีบดึงผู้เฒ่าอวิ๋น “ท่านพ่อ ท่านจะตะโกนทำไม ระวังเดี๋ยวพวกเจ้าหน้าที่จะจับท่านไปด้วย อีกอย่าง อวิ๋นโส่วจงก็บอกแล้วไม่ใช่หรือ ว่าไม่ต้องให้ท่านยุ่งเกี่ยว ท่านยังจะยุ่งวุ่นวายอะไรอีก!”
อวิ๋นเหมยเอ๋อร์พึ่งพูดจบ หัวหน้าเจ้าหน้าที่แสยะยิ้มพลางโบกมือ “จับพวกมันทั้งหมด คุมตัวไป!”
“ช้าก่อน!”
“ช้าก่อน!”
“ช้าก่อน!”
ทันทีที่หัวหน้าเจ้าหน้าที่พูดจบ ก็มีเสียงตะโกน ‘ช้าก่อน’ ดังขึ้นพร้อมกันสามเสียง