ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 20 วัดตัวจ้าวชิงซง พร้อมกับฉวยโอกาส
บทที่ 20 วัดตัวจ้าวชิงซง พร้อมกับฉวยโอกาส
สุดท้ายลี่หรงก็วางรองเท้าไว้ในบริเวณที่จ้าวชิงซงเปลี่ยนรองเท้าทุกวัน
ตอนเย็น ขณะที่จ้าวชิงซงกำลังเปลี่ยนรองเท้า เขาก็เห็นรองเท้าคู่ใหม่คู่หนึ่งวางอยู่ข้าง ๆ
รองเท้าผู้ชายมีขนาดพอดีกับเท้าของเขาไม่ผิดเพี้ยน จ้าวชิงซงรู้โดยไม่จำเป็นต้องคิดซ้ำสองเลยว่าเธอต้องซื้อให้เขาแน่นอน เขาดีใจมาก รีบถอดรองเท้าคู่มอมแมมออก แล้วเดินเข้าไปหอมแก้มลี่หรงที่กำลังทำบัญชีอยู่ “ขอบคุณนะครับ”
เมื่อลี่หรงรู้ว่าเขาขอบคุณสำหรับอะไร ใบหน้าของเธอก็ร้อนผ่าว ขณะพูดว่า “มันเป็นรางวัลสำหรับการไปขายของ รองเท้าของคุณขาดรุ่งริ่งหมดแล้ว ต่อไปถ้ารองเท้าจะขาดก็อย่าลืมเปลี่ยนรองเท้าคู่ใหม่เลย อย่าใส่รองเท้าที่ขาดจนนิ้วเท้าแทบจะโผล่ออกมาเหมือนเดิมอีก”
“คุณก็ช่วยเตือนผมสิครับ คุณเป็นภรรยาของผม ต่อจากนี้ไปทุกอย่างขึ้นอยู่กับคุณ” จ้าวชิงซงรู้สึกอบอุ่นอีกครั้งที่ได้มีคู่ครอง
ลี่หรงพ่นลมหายใจ ไม่รู้ว่ายอมรับคำหรือไม่ เธอเพิ่งคำนวณบัญชีในมือเสร็จ ดวงตาสีเข้มคู่งามก็หรี่ลงพลางสังเกต จากนั้นก็หยิบสายวัดตัวจากตะกร้า แล้วบอกให้จ้าวชิงซงมายืนอยู่ตรงหน้าเธอ
“จะตัดชุดใหม่ให้ผมเหรอครับ? ไม่ต้องหรอก ผมมีเสื้อผ้าอีกหลายชุดให้ใส่ ชุดที่ผมเคยใส่ในกองทัพยังใส่ได้อยู่”
ลี่หรงเงยหน้าขึ้นมองเขา “ไม่เอาจริงเหรอ ฉันจะทำให้คุณด้วยตัวเองเลยนะ”
ลี่หรงทำเอง เสื้อผ้าที่ค่อย ๆ เย็บทีละตะเข็บอย่างประณีต… จ้าวชิงซงจะไม่อยากได้ได้อย่างไร แต่การทำเสื้อผ้านั้นลำบาก เขาไม่ต้องการให้ลี่หรงยุ่งมากเกินไป จึงต้องฝืนใจพูดว่า “ไม่เอาครับ ลำบากเกินไป”
“ได้ค่ะ” ลี่หรงแกล้งทำเป็นเก็บสายวัดตัว สายตาของจ้าวชิงซงจับจ้องไปที่สายวัดตัว อันที่จริง เขารู้สึกเสียใจทันทีที่เขาพูดจบ และลังเลที่จะพูดต่อ
ละสายตาไม่ได้ ทั้งยังพูดไม่ออก
แถมยังดูหงุดหงิดเล็กน้อย
ลี่หรงคิดว่าตลกดีที่ได้เห็นท่าทางแบบนี้ของเขา ชายคนนี้เป็นคนปากไม่ตรงกับใจจริง ๆ
ความจริงแล้วเธอแค่ล้อเขาเล่น ที่บอกว่าจะทำเสื้อผ้าให้เขา เธอย่อมทำมันแน่นอน เมื่อก่อนเธอเคยตัดเย็บเสื้อผ้าไว้เยอะมาก เพราะต้องทำงานส่งอาจารย์
ยิ่งไปกว่านั้น ชุดที่จะตัดให้จ้าวชิงซงนั้นก็เป็นแบบพื้นฐานทั้งหมด ไม่จำเป็นต้องมีการออกแบบ ง่ายเหมือนปลอกกล้วยเข้าปาก ก่อนที่สายวัดตัวจะถูกเก็บกลับเข้าไปในตะกร้า ลี่หรงก็เปลี่ยนใจนำมันออกมาอีกครั้ง “รีบวัดขนาดตัวแล้วไปนอนกันเถอะ ฉันง่วงแล้ว”
ดวงตาของจ้าวชิงซงเป็นประกาย และเขาก็ไม่ปฏิเสธอีกต่อไป
ลี่หรงพูดว่า “อากาศหนาวแล้ว ฉันไม่เย็บเสื้อผ้าให้คุณทีละเข็มทีละเข็มหรอกนะ คุณช่วยซื้อจักรเย็บผ้าให้ได้ไหม?”
จ้าวชิงซงเลือดลมแล่นพล่าน “ได้ครับ”
ลี่หรงเคยคิดว่าจ้าวชิงซงมีรูปร่างดี หลังจากปลดประจำการก็ไม่ได้ปล่อยให้น้ำหนักขึ้น เขายังคงออกกำลังกาย ทำให้มีกล้ามเนื้อแข็งแรงบนร่างกาย
จากการวัดขนาดตัว ทำให้เธอเข้าใจแจ่มแจ้งว่ารูปร่างของจ้าวชิงซงดีแค่ไหน หัวกับไหล่ของเขาเป็นอัตราส่วนทองคำ ส่วนเอวและขาเรียวยาวแบบนี้ ถือเป็นขนาดที่ยังหาได้ยากในผู้ชายรุ่นหลัง ๆ
ลี่หรงสัมผัสกล้ามเนื้อหน้าท้องของเขา แล้วแอบเงยหน้าขึ้นมอง เมื่อคิดว่าชายหนุ่มไม่ได้สังเกต ลี่หรงก็ยิ่งกล้ามากขึ้นเรื่อย ๆ ใช้มือลูบไล้กล้ามเนื้อหน้าท้องของเขาหลายครั้งติดต่อกัน กล้ามเนื้อเหล่านี้แข็งพอ ๆ กับอิฐเลยเชียว พวกมันแน่นปั๊กไปทุกส่วน
ไม่มีทางที่การเคลื่อนไหวเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้จะรอดพ้นจากสายตาของชายหนุ่ม จ้าวชิงซงลอบมองภรรยาอย่างมีความสุข และแสร้งทำเป็นไม่สังเกตเห็น
มือเล็ก ๆ ที่นุ่มนิ่มยังคงลูบไล้ร่างกายตนเองอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั่นทำให้เขารู้สึกดีไม่น้อย ทั้งรู้สึกกระสับกระส่ายและลำคอแห้งผาก
ลี่หรงวัดทุกส่วน ทั้งยังสัมผัสร่างกายของชายหนุ่มหลายจุด แต่เธอก็กลัวว่าเขาจะรู้ตัว จึงแสร้งทำเป็นวางสายวัดตัวแล้วพูดว่า “อะแฮ่ม วัดเสร็จแล้ว”
ขนาดกำลังดีเลยทีเดียว ขณะเดียวกันลี่หรงก็รู้สึกง่วงขึ้นมา เธอเลยหาวเบา ๆ และกำลังเตรียมเข้านอน
ทว่าจ้าวชิงซงกลับคว้าเธอมากอดไว้อย่างรวดเร็ว แล้วจุมพิตเธออย่างรุนแรง เมื่อเขาผละริมปากออกแล้วก็ไม่กล้ามองลี่หรงอีก รีบหยิบชุดนอนแล้วออกไปอาบน้ำข้างนอก
ลี่หรงมองตามแผ่นหลังของเขา พลางยิ้มแล้วตะโกนว่า “เดินช้า ๆ อย่าล้มละ”
หากเธอไม่ตะโกนคงไม่เป็นอะไร พอเมื่อเธอตะโกนขึ้น จ้าวชิงซงก็เซจนเกือบจะล้มลง ทำให้ลี่หรงหัวเราะลั่น การกระทำของชายคนนี้ค่อนข้างเอาแต่ใจ เขากอดรัดลี่หรงไว้แน่นจนเธอขยับตัวไม่ได้ แต่หลังจากทำแบบนั้นแล้ว เขากลับรู้สึกเขินอายยิ่งกว่าสาวแรกรุ่นเสียอีก
ยังไม่ทันได้ซื้อจักรเย็บผ้า ก็มีข่าวเรื่องกุนเชียงที่ถูกขโมยไป
วันนี้แม่จ้าวกลับมาบอกว่าหวงต้าหลานคนให้อาหารหมูของหมู่บ้าน จู่ ๆ ก็ขอลางาน เพราะเธอรู้สึกไม่สบาย มาทำงานให้ไม่ได้
แม่จ้าวที่ได้ยินแบบนั้นก็ประหลาดใจ จนถึงกับพูดว่า “ไม่ใช่แค่ต้าหลานเท่านั้นนะ แต่ทั้งสามีและพ่อแม่สามีของเธอก็ไม่มาเหมือนกัน เรื่องมันแปลกจริง ๆ ทั้งครอบครัวจะขอลางานพร้อมกันได้ยังไง หรือว่าทั้งครอบครัวจะกินข้าวด้วยกัน ท้องเลยเสียกันทั้งบ้าน?”
คำพูดของแม่จ้าวเกือบจะเผยความจริงออกมาแล้ว หากครอบครัวของหวงต้าหลานขโมยกุนเชียงไป คาดว่าทั้งครอบครัวจะมีอาการท้องเสียจริง ๆ หลังจากกินกุนเชียงที่เธอเพิ่มส่วนผสมบางอย่างเข้าไป
ลี่หรงหัวเราะเยาะ “เดาว่าคงต้องใช้เวลาหลายวันแน่ค่ะ!”
แม่จ้าวส่ายหน้า “ไม่รู้สิ เธอบอกแค่ว่าลางาน ตอนนี้ทำให้ขาดคนให้อาหารหมู มีหลายคนอยากทำหน้าที่นี้ แต่ไม่รู้ว่าวันนี้ใครจะได้เป็นคนให้อาหารหมู เฮ้อ”
ให้อาหารหมูเป็นงานที่ง่ายที่สุดในชุมชน แค่ให้อาหารหมูตรงเวลาทุกวัน และตักมูลหมูทุก ๆ สองสามวัน นอกจากความสกปรกแล้วก็ไม่มีอะไรซับซ้อน ช่วงปลายปีก็จะได้ส่วนแบ่งเนื้อหมูเล็กน้อย คะแนนงานก็ไม่ใช่น้อย ๆ ใครที่ได้งานให้อาหารหมู่จึงเป็นที่อิจฉาของคนจำนวนมาก และทุกคนต่างแย่งกันทำงานนี้ทั้งนั้น
จ้าวเจี้ยนผิง หัวหน้าฝ่ายผลิตในหมู่บ้านต้าเจียง เป็นลุงของหวงต้าหลาน ไม่น่าแปลกใจเลยที่หวงต้าหลานจะได้ทำงานนี้
หลังจากที่ลี่หรงเก็บข้าวของแล้ว เธอก็บอกให้ต้าหนิวพาเธอไปที่บ้านของหวงต้าหลาน
หวงต้าหลานเพิ่งออกมาจากห้องน้ำ เมื่อเห็นลี่หรงก็รู้สึกประหลาดใจว่าทำไมยุวชนคนนี้ถึงมาที่บ้านเธอได้ ครั้นคิดถึงสิ่งที่ตนเองทำลงไปก็รู้สึกผิดเล็กน้อย แต่เธอก็ทำมันไปหลายครั้งแล้ว ลี่หรงคงจับไม่ได้หรอกมั้ง ดังนั้นจึงพยายามปลอบใจตัวเอง จากนั้นพยายามกดความรู้สึกไม่พอใจไว้แล้วตะโกนว่า “ยุวชนลี่เหรอ?”
สีหน้าของลี่หรงเรียบนิ่ง “พี่สะใภ้ท้องเสียเหรอคะ?”
หวงต้าหลานยิ้ม “ใช่ ๆ ท้องเสียหนักเลย”
แม่สามีของหวงต้าหลานเดินกุมท้องเดินออกมาจากห้องด้านหลัง โดยไม่สังเกตเห็นลี่หรงด้วยซ้ำขณะรีบวิ่งกุมท้องเข้าไปในห้องน้ำ
ลี่หรงได้ยินเสียง “ป้าด” ดังออกมาจากห้องน้ำมุงหญ้า ต้าหนิวจึงปิดจมูกแล้วบ่น “โอ้โฮ~ เหม็นมาก!”
เมื่อหวงต้าหลานเห็นว่าลี่หรงไม่ได้พูดอะไรก็คิดว่าคงไม่มีอะไรผิดปกติ แต่เนื่องจากเธอรู้สึกผิดจึงรีบขอกลับอย่างรีบร้อน “ยุวชนลี่ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันจะขอกลับบ้านก่อนแล้ว”
ห้องน้ำอยู่นอกบ้าน หวงต้าหลานรีบจ้ำอ้าวกลับบ้าน แต่ลี่หรงกลับเดินตามเธอไปติด ๆ “แน่นอนว่ามีสิคะ ฉันอยากขอยืมบางอย่างจากบ้านพี่สะใภ้หน่อยน่ะค่ะ”
“ยืมอะไร?” ต้องบอกก่อนว่าพวกเธอไม่ได้สนิทสนมอะไรกัน สถานะของลี่หรงในฐานะยุวชน หวงต้าหลานไม่สามารถจินตนาการได้ว่าลี่หรงมีอะไรที่อยากจะยืมจากเธอ เมื่อเห็นลี่หรงเดินดุ่มไปที่ห้องครัวโดยไม่ให้คำอธิบายใด ๆ หวงต้าหลานก็ตื่นตระหนกเมื่อคิดได้ว่าซ่อนกุนเชียงไว้ในนั้น!
หวงต้าหลานรีบวิ่งไปดึงลี่หรงออกมา “เธอจะทำอะไรน่ะ!”
หวงต้าหลานบีบมือของอีกฝ่ายแน่น แรงจนลี่หรงสะบัดเธอออกไปด้วยความเจ็บปวด และเริ่มค้นห้องครัว
ลี่หรงค้นบริเวณที่สามารถซ่อนสิ่งของได้จนกระทั่งพบถังใส่ข้าวสาร หากแต่ไม่พบกุนเชียง ทว่าหากพูดตามความเป็นจริง กุนเชียงเหล่านั้นไม่มีทางที่จะกินได้หมดภายมื้อเดียวหรอก
มันยังต้องมีเหลืออยู่บ้างแหละน่า
เมื่อเห็นว่าลี่หรงหาไม่เจอ หวงต้าหลานก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก แล้วตะโกนเสียงดังว่า “ใครก็ได้ช่วยด้วย! ยุวชนรังแกคนแล้ว ช่วยด้วยเธอจะขโมยของแล้ว!”
แม่สามีของหวงต้าหลานที่เพิ่งออกมาจากห้องน้ำ วิ่งเข้ามาทันทีเมื่อได้ยินลูกสะใภ้ตะโกน “ทำอะไรกันน่ะ!”