ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 383 การแข่งขัน
บทที่ 383 การแข่งขัน
เมื่อหลี่เสี่ยวอ้ายได้ยินเรื่องการคบหาดูใจ ใบหน้าของเธอพลันแดงก่ำด้วยความเขินอาย “…อะไรกันคะ? ฉันไม่คบใครหรอกค่ะ”
ลี่หรงนึกถึงปี้ซิ่งสือ แล้วพูดแซวออกมาว่า “ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับปี้ซิ่งสือดูดีทีเดียวนะ”
“ก็ดีค่ะ” หลี่เสี่ยวอ้ายพูดอย่างงุนงง “พี่เขาเป็นคนดีมาก”
ลี่หรงมองท่าทางของอีกฝ่ายแล้ว ดูเหมือนจะไม่มีอะไรจริง ๆ เธอจึงถามอ้อม ๆ “พวกเธอเจอกันบ่อยไหม?”
“ไม่บ่อยหรอกค่ะ แต่ดูเหมือนเขาจะผ่านโรงเรียนฉันบ่อยมากกว่า บางครั้งเขาก็ไปส่งฉันกลับบ้าน บางครั้งยังพาไปกินข้าวด้วย…”
ลี่หรงฟังหลี่เสี่ยวอ้ายเล่าเรื่องราวเหล่านั้นอย่างละเอียด ในฐานะคนนอก ลี่หรงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกทึ่ง นี่มันไม่ใช่กลยุทธ์ต้มกบของผู้ชายอายุมากหรอกหรือ?
ปี้ซิ่งสือช่างเจ้าเล่ห์จริง ๆ!
ลี่หรงเห็นหลี่เสี่ยวอ้ายดูเหมือนจะไม่ได้คิดไปในทางนั้น เธอจึงตัดสินใจไม่พูดอะไร รอให้ปี้ซิ่งสือเปิดเผยความรู้สึกกับหลี่เสี่ยวอ้ายเองดีกว่า
ครั้งนี้ลี่หรงฟื้นตัวหลังคลอดลูกช้ากว่าตอนคลอดอันอัน เธอทำเข็มขัดรัดเอวขึ้นมาเอง และสวมใส่แม้ตอนนอนหลับ พลันรู้สึกว่าการคลอดลูกนั้นไม่เป็นมิตรกับผู้หญิงเลยจริง ๆ
จ้าวชิงซงกลับไปเมืองหยางแล้ว บ้านพักตากอากาศที่พวกเขาสร้างในเมืองหยางก็เสร็จเรียบร้อยแล้วเช่นกัน พวกเขาจ้างคนตกแต่งภายในโดยตรง แต่ยังไม่ได้ซื้อข้าวของเครื่องใช้ข้างใน เพราะวางแผนจะรอให้ลี่หรงมาถึงก่อนแล้วค่อยไปเลือกซื้อด้วยกัน ในตอนนี้จ้าวชิงซงจึงตัดสินใจซื้อเตียงพร้อมอุปกรณ์ทำครัวแบบเรียบง่าย ย้ายออกจากบ้านหลังเล็กของสวีจิ้งตานไปก่อน
บ้านในเมืองฝูเจี้ยนต้องปรับปรุงให้เป็นสตูดิโอ จำเป็นต้องวางแผนอย่างดี ภายในยังมีห้องสิบกว่าห้อง รวมทั้งลานด้านหน้าประตูที่ยังว่างเปล่า ลี่หรงไปที่ตลาดดอกไม้ เพื่อซื้อดอกไม้และต้นไม้กลับมาจำนวนมาก ทำให้บ้านดูมีชีวิตชีวาขึ้นบ้าง ส่วนสระน้ำเล็ก ๆ ที่ถูกจ้าวชิงซงพาคนมาทำความสะอาดจนสะอาดเอี่ยม ลี่หรงเพียงแค่เติมน้ำลงไปเท่านั้น
การปรับปรุงคฤหาสน์ใหญ่ในเมืองฝูเจี้ยนให้เป็นสตูดิโอ ลี่หรงมองการณ์ไกล ไม่ว่าจะผ่านไปสิบกว่าปีหรือหลายสิบปี ตราบใดที่ฝูหรงยังอยู่ ที่นี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของฝูหรงเสมอ
ห้องโถงกลางว่างเปล่า พื้นและผนังได้รับการฟื้นฟูให้กลับสู่สภาพเดิม ลี่หรงจัดให้ที่นี่เป็นส่วนต้อนรับของสตูดิโอ รวมถึงพื้นที่รับรองลูกค้าชั่วคราว
เธอเก็บห้องหนึ่งไว้เป็นสำนักงานของตัวเอง มีสามห้องเป็นสำนักงานของนักออกแบบ หนึ่งห้องสามารถรองรับโต๊ะทำงานของนักออกแบบได้ประมาณสี่คน และอีกห้าห้องใช้เป็นห้องตัดเย็บ
มีหนึ่งห้องใช้เป็นคลังเก็บเสื้อผ้าสำเร็จรูป ฝูหรงทำเสื้อผ้าตัดเย็บตามสั่ง โดยทั่วไปเมื่อทำเสร็จก็จะติดต่อลูกค้ามารับ แทบจะไม่มีการสะสมเป็นสินค้าคงคลัง ดังนั้น ใช้เพียงหนึ่งห้องก็พอแล้ว
ส่วนที่เหลือใช้เป็นห้องเก็บของ และยังมีอีกสองห้องที่ลี่หรงจัดทำเป็นห้องนอนรวมขนาดใหญ่ เผื่อว่าในอนาคตหากตอนเที่ยงคนงานไม่อยากกลับบ้าน พวกเขาจะสามารถมาพักผ่อนที่นี่ได้เช่นกัน
สำหรับส่วนต้อนรับ ลี่หรงลงทุนอย่างหนัก เนื่องจากพื้นที่ค่อนข้างใหญ่และเป็นตำแหน่งด้านหน้า เธอจึงแบ่งออกเป็นสองฝั่ง ด้านหนึ่งเป็นการออกแบบแบบจีน ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นแบบตะวันตก
เมื่อเข้ามาจะสามารถเห็นการออกแบบของฝูหรง การออกแบบชุดแต่งงานที่เคยทำให้เสิ่นรั่วหนิงก่อนหน้านี้ ถูกวางไว้ในตำแหน่งที่เด่นที่สุด ภายหลังมีคนมากมายอยากซื้อ แต่ลี่หรงไม่ยอมขาย
จักรยานที่บ้านก่อนหน้านี้ถูกต้าหนิวเอาไปใช้ที่โรงเรียน ลี่หรงออกไปข้างนอกเลยต้องนั่งแท็กซี่ ซึ่งไม่สะดวกนักเพราะแถวนั้นมีรถแท็กซี่น้อย วันหนึ่งลี่หรงทนไม่ไหวจึงต้องบอกจ้าวชิงซงถึงปัญหา
จ้าวชิงซง “ซื้อรถสักคันเถอะครับ ที่เมืองหยางนี่ซื้อรถยาก แต่ที่เมืองหลวงน่าจะซื้อได้ง่ายกว่า ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ก็ลองถามพี่ใหญ่ดู”
ลี่หรงมีความคิดที่จะซื้อรถอยู่เหมือนกัน “ฉันจะลองดูก่อนแล้วกันค่ะ แล้วบ้านของคุณตกแต่งเสร็จแล้วเหรอคะ?”
จ้าวชิงซงรู้ว่าเธอถามถึงนั้นคือบ้านที่เมืองหยาง “ไม่ได้ตกแต่งอะไรมากครับ ผมแค่ซื้อเตียงมาหลังหนึ่ง คุณไม่ได้อยู่ที่นี่ ผมเลยไม่ได้เลือกอะไรพิถีพิถันขนาดนั้น”
ลี่หรงยิ้มและพูดว่า “คุณคงเหงามากเลยนะคะที่ต้องอยู่คนเดียว”
จ้าวชิงซงถอนหายใจ “ผมไม่มีทางเลือกนี่ครับ เพราะคุณและลูก ๆ ก็ไม่ได้อยู่ที่นี่”
ลี่หรงเงียบไปครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “คุณจะโกรธฉันไหมคะ ที่ตอนนั้นบอกว่าจะสร้างบ้าน แต่ตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่าเมื่อไหร่จะได้ย้ายไปอยู่ และงานที่นี่คงยุ่งอีกนาน”
“พูดอะไรอย่างนั้นครับ? ซื้อแล้วก็ซื้อไป ไม่จำเป็นต้องย้ายไปอยู่ ถ้าอยู่ไม่ได้ก็ปล่อยเช่า ผมเคยคุยกับคนอื่นแล้ว ราคาบ้านที่นี่ในอนาคตต้องขึ้นแน่ ๆ ถือว่าเป็นการลงทุนของพวกเราแล้วกันครับ”
การซื้อรถในสมัยนี้ ลี่หรงไม่รู้ว่าจะซื้ออย่างไร? พอดีลี่รุ่ยจือกลับมา ลี่หรงจึงถามเขาตรง ๆ
ลี่รุ่ยจือทำธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน เขาจึงรู้เรื่องการซื้อรถยนต์บ้าง เขาช่วยลี่หรงจัดการเรื่องเอกสาร หลังจากรอเกือบสองเดือน ในที่สุดลี่หรงก็ได้เป็นเจ้าของรถยนต์คันแรกของตัวเอง
ในขณะเดียวกัน สตูดิโอฝูหรงก็ตกแต่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ของจากบ้านล้อมลานใช้เวลาหลายวันกว่าจะถูกขนย้ายมา แม้จะเป็นเพียงการย้ายสตูดิโอ แต่ลี่หรงก็ยังตั้งใจจะจัดพิธีเปิดร้านใหม่ด้วย
ลี่หรงจ้างคนเพิ่มอีกหนึ่งคน เพื่อให้มาช่วยป้าเฟินทำอาหาร
ในวันเปิดร้าน ลี่หรงจุดประทัดที่หน้าประตู แจกลูกอมมงคล และจัดโต๊ะสองโต๊ะ เพื่อเชิญญาติและเพื่อน ๆ มาร่วมงานด้วยกัน
พี่สะใภ้คนโตและคนรองรวมถึงเสิ่นรั่วหนิงมากันหมดแล้ว ลี่หรงจึงทำเสื้อผ้าใหม่ให้พี่สะใภ้ทั้งสองคนและคุณแม่ลี่
พี่สะใภ้คนโตเจียงซิ่วอวี้ รู้มาก่อนแล้วว่าลี่หรงเปิดสตูดิโอ ก่อนหน้านี้เธอยังคิดที่จะมาหาลี่หรงเพื่อทำเสื้อผ้า แต่ก็ยังไม่ได้มาสักที ทุกครั้งที่ลี่หรงกลับบ้านเกิด เธอก็ไม่กล้าพูดถึงเรื่องนี้
สามีของเธอ ลี่ข่ายจือ เป็นผู้บัญชาการกองพล เธอจึงรู้จักภรรยาของผู้มีอำนาจมากมาย ทุกครั้งที่มีงานเลี้ยง มีภรรยาหลายคนมารวมตัวกันพูดคุยเรื่องชุดราตรีของฝูหรง เธอจึงรู้ว่าชื่อเสียงของฝูหรงในแวดวงสังคมนี้ไม่ธรรมดาเลย เจียงซิ่วอวี้ฟังพวกเขาพูดคุยกันอย่างเงียบ ๆ เธอไม่รู้เลยว่าสตูดิโอที่น้องสาวสามีของเธอทำได้ยอดเยี่ยมขนาดนั้น
และตอนนี้ร้านใหม่ของลี่หรงก็เปิดแล้ว เจียงซิ่วอวี้และพวกเธอมาเยี่ยมชมรอบหนึ่ง จึงพบว่าสตูดิโอของลี่หรงนั้นใหญ่มาก การตกแต่งภายในดูหรูหราเต็มไปด้วยความทันสมัย
ไม่รู้ว่าลี่หรงลงทุนไปเท่าไหร่ เจียงซิ่วอวี้ซึ่งกำลังทำธุรกิจของครอบครัวตัวเองอยู่ อดไม่ได้ที่จะถามด้วยความอยากรู้
เพราะเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน ลี่หรงจึงยิ้มและตอบตรง ๆ ว่า “ประมาณสองสามหมื่นค่ะ เงินที่ลงทุนได้ก็ลงไปหมดแล้ว เฟอร์นิเจอร์สั่งทำก็ต้องใช้เงินไม่น้อย ก่อนหน้านี้ให้คนอื่นเช่า ตอนปรับปรุงใหม่ยังต้องใช้เงินอีก”
เงินเหล่านี้ยังไม่รวมค่าเครื่องจักรใหม่ในอนาคต แต่ลี่หรงยังไม่ได้รับพนักงานใหม่ เลยไม่ได้รีบร้อนอะไร แต่เงินที่ต้องใช้ในวันหน้ายังมีอีกไม่น้อยเลย
ลี่ข่ายจือถอนหายใจ “เสี่ยวหรงตัดเสื้อผ้าให้แม่กับพวกเธอเท่านั้น แต่พวกเราไม่ได้อะไรเลย”
ลี่สวนจือพูดติดตลกว่า “ใช่เลย แต่ชุดผู้หญิงที่ลี่หรงทำ เธอก็จะเอาด้วยหรือ?”
เจียงซิ่วอวี้ตบลี่ข่ายจือเบา ๆ “นั่นสิ ชุดผู้หญิงคุณก็ใส่ไม่ได้หรอก”
ในวันเปิดร้านฝูหรง จ้าวชิงซงตั้งใจกลับมาจากเมืองหยาง การขยายธุรกิจของภรรยาเป็นเรื่องใหญ่ จ้าวชิงซงจึงมีข้ออ้างที่จะทิ้งงานในเมืองหยางให้คนอื่นทำ แล้วรีบกลับมาอย่างมีความสุข
เมื่อได้ยินคำหยอกล้อของพี่ชายและพี่สะใภ้ จ้าวชิงซงก็หัวเราะ โอบลี่หรงไว้แล้วพูดอย่างภาคภูมิใจว่า “ผมไม่เหมือนพวกคุณหรอก เพราะภรรยาทำเสื้อผ้าให้ผมไม่น้อยแล้ว”
เมื่อก่อนตอนอยู่ที่หมู่บ้านต้าเจียง ลี่หรงเคยทำเสื้อผ้าให้จ้าวชิงซงมาแล้ว ตอนนั้นเป็นช่วงปีใหม่ เขาได้ใส่เสื้อผ้าใหม่ที่ลี่หรงทำให้ ดีใจจนบอกไม่ถูกเลยทีเดียว
แม้กระทั่งตอนนี้ ลี่หรงได้ตัดสูทให้เขาหลายตัวแล้ว เขาก็ยังไม่สามารถลืมความรู้สึกครั้งแรกที่ได้สวมใส่เสื้อผ้าที่ลี่หรงตัดให้ได้เลย