ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 418 ความร้อนแรง
บทที่ 418 ความร้อนแรง
จ้าวชิงซงถือนมที่ซื้อมาจากที่ไหนไม่รู้ เดินมานั่งข้าง ๆ ลี่หรง แล้วยื่นไปที่ริมฝีปากของเธอ “ดื่มหน่อยสิครับ วันนี้คุณแทบไม่ได้กินอะไรเลยนะ”
ลี่หรงดื่มนมไปเกือบครึ่งขวด แล้วส่งคืนให้จ้าวชิงซง พลางเอียงศีรษะพิงไหล่ของเขา แล้วถอนหายใจออกมา “คุณคิดว่าโชว์ครั้งนี้เป็นยังไงบ้างคะ?”
จ้าวชิงซงพยักหน้ายืนยัน “สวยมากครับ! คุณสวยที่สุดเลย!”
เขาพูดความจริง บนเวทีนั้น ภรรยาของเขาสวยที่สุดแล้ว!
จ้าวชิงซงยกมือขึ้นโอบลี่หรง ปลายนิ้วลูบไล้ไหล่เปลือยของเธอ ก่อนจะพูดว่า “คุณควรพักผ่อนสักหน่อยนะครับ ช่วงนี้คุณผอมลงไปเยอะเลย”
“ถือว่าลดน้ำหนักแล้วกันค่ะ”
“ลดน้ำหนักอะไรกันครับ? กลับบ้านไปกินข้าวกันเถอะ ผมบอกให้แม่เพิ่มน่องไก่ให้คุณด้วย” จ้าวชิงซงจับมือลี่หรง
หลังจากลี่หรงลุกขึ้นยืนแล้ว เธอกลับสะบัดมือจ้าวชิงซงออก ภายใต้สายตางุนงงของจ้าวชิงซง เธอปีนขึ้นไปบนเวทีแล้วยื่นมือไปหาจ้าวชิงซง “ฉันไม่อยากเดินแล้ว คุณแบกฉันแล้วกันนะคะ”
“ขึ้นมาสิครับ” จ้าวชิงซงหันหลังรอให้ลี่หรงปีนขึ้นมา เขาจับขาของลี่หรงแล้วยกขึ้นเล็กน้อย “ไปกันเลย!”
หลังจากฝูหรงย้ายมาที่นี่ มันก็อยู่ห่างจากบ้านล้อมลานพอสมควร ปกติลี่หรงมาที่นี่ด้วยรถยนต์ส่วนตัว แต่วันนี้ต้องเว้นที่จอดรถไว้สำหรับคนขับรถของแขก พวกเธอจึงจอดรถไว้ที่ปากทางเข้าข้าง ๆ ซึ่งอยู่ห่างจากสตูดิโอประมาณสองสามร้อยเมตร
เมื่อทั้งคู่ขับรถมาถึงบ้าน จ้างชิงซงก็ลงมา แล้วเดินอ้อมไปที่เบาะข้างคนขับ ทำท่าจะแบกลี่หรงอีก มาถึงหน้าประตูบ้านขนาดนี้แล้ว เขายังจะแบกเธออีก ถ้าเด็ก ๆ ในบ้านเห็นเข้า ลี่หรงคงอายจนหน้าไม่พอให้แดงแน่ ๆ!
ลี่หรงตบเขาเบา ๆ “คุณติดใจการแบกฉันแล้วสิคะ? เราถึงบ้านแล้วนะ เดี๋ยวอันอันกับคนอื่น ๆ ก็เห็นเข้าหรอก”
“ช่างพวกเขาสิครับ! ขึ้นมาเถอะครับคุณภรรยา” จ้าวชิงซงหัวเราะเบา ๆ “เราเดินเลาะตรอกสักรอบ ไม่ต้องรีบเข้าบ้านก็ได้นี่นา ใช่ไหมครับ?”
ลี่หรงเห็นว่าตอนนี้ในตรอกไม่มีใคร จึงถูกจ้าวชิงซงหลอกให้ขี่หลังไปด้วยคำพูดไม่กี่คำ ทั้งสองเดินเตร็ดเตร่ในตรอกหนึ่งรอบ โชคดีที่ไม่เจอใคร จนท้องของลี่หรงส่งเสียงร้องออกมาครั้งหนึ่ง จ้าวชิงซงหัวเราะเบา ๆ “กลับบ้านไปกินข้าวกันเถอะครับ”
จ้าวชิงซงตั้งใจจะปล่อยลี่หรงลงที่หน้าประตู แต่ไม่คิดว่าอันอันและจ้าวซีจะเปิดประตูใหญ่นั่งเล่นกันอยู่ พอเห็นพ่อแม่ เด็กน้อยทั้งสองก็โยนของในมือทิ้งแล้ววิ่งเข้ามาทันที
จ้าวซียื่นมือกระโดดหย็องแหย็ง ๆ “หนูก็อยากให้อุ้ม! หนูก็อยากให้อุ้ม!”
ลี่หรงรีบลงมาจับมืออันอันพาเข้าบ้านก่อน แล้วชายตาให้จ้าวชิงซง เป็นสัญญาณว่าให้เขาจัดการเอง
จ้าวชิงซงก้มตัวลงอุ้มจ้าวซีขึ้นมาแบกไว้บนหลัง แล้วตะโกนเสียงดัง “พ่อจะแบกลูกแล้วนะ!”
นักข่าวที่มาชมแฟชั่นโชว์ทำงานได้รวดเร็วมาก วันรุ่งขึ้นก็มีข่าวเกี่ยวกับแฟชั่นโชว์ของฝูหรงปรากฏในหนังสือพิมพ์แล้ว แต่ยังไม่เห็นในรายการโทรทัศน์ คาดว่าคงต้องผ่านการตรวจสอบก่อน
แน่นอนว่าลี่หรงไม่รู้ว่าสถานีโทรทัศน์จะรายงานข่าวแฟชั่นโชว์ของฝูหรงหรือไม่ เพราะค่าโฆษณาทางโทรทัศน์แพงมาก แต่วันนั้นก็มีนักข่าวโทรทัศน์มาที่งานด้วย
แต่ลี่หรงอาจจะกังวลมากไปหน่อย เพราะนักข่าวโทรทัศน์ไม่เพียงรายงานข่าวแฟชั่นโชว์ของฝูหรงเท่านั้น แต่ยังเขียนคำโฆษณามากมายเพื่อประชาสัมพันธ์แฟชั่นโชว์อีกด้วย
แฟชั่นโชว์ของฝูหรงไม่ใช่แค่แฟชั่นโชว์ธรรมดา แต่ยังเป็นงานแฟชั่นโชว์ครั้งแรกของแบรนด์ท้องถิ่นในประเทศ ซึ่งกระตุ้นความรู้สึกรักชาติโดยตรง
สำหรับแฟชั่นโชว์ครั้งแรกของแบรนด์เสื้อผ้า นักข่าวที่ไปงานใช้คำเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความพิเศษของฝูหรงในการบรรยายบรรยากาศงาน พวกเขายังกล่าวว่าแฟชั่นโชว์นี้สามารถเทียบชั้นกับแฟชั่นโชว์ของแบรนด์ต่างประเทศได้เลยทีเดียว
ในระหว่างการรายงานข่าว พร้อมกับคำบรรยาย คือภาพการเดินแบบของนางแบบที่ผ่านการตัดต่อโดยผู้สื่อข่าว แม้จะเป็นโทรทัศน์ขาวดำ แต่เมื่อได้เห็นเสื้อผ้า ก็สามารถรับรู้ถึงการออกแบบและความทันสมัยของแฟชั่นได้
ความจริงแล้ว สิ่งที่มีผลกระทบมากกว่าคือภาพสีในนิตยสาร!
นิตยสารค่อนข้างช้ากว่าหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์เล็กน้อย แต่กระบวนการตรวจสอบและออกอากาศทางโทรทัศน์ ถือว่าใช้เวลาพอ ๆ กับการตีพิมพ์นิตยสาร
คนที่อ่านนิตยสารมีไม่มาก แต่ผู้ที่สามารถอ่านนิตยสารได้ ล้วนเป็นคนมีเงินและมีเวลาว่าง หรือเป็นคนที่เกี่ยวข้องกับวงการแฟชั่น พวกเขาทั้งหมดสามารถเป็นลูกค้าที่มีศักยภาพของฝูหรง มันให้ความรู้สึกเหมือนการโฆษณาแบบเจาะกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งความจริงแล้ว ลี่หรงชอบนิตยสารมากกว่า แต่ถึงอย่างไร ค่าโฆษณาในนิตยสารแพงกว่าสถานีโทรทัศน์บางแห่งเสียอีก!
นอกจากนี้ บรรดาบรรณาธิการนิตยสารที่คิดว่าตัวเองเป็นผู้นำแฟชั่น ก็อารมณ์ร้อนมาก ไม่ใช่ว่าอยากขึ้นปกเมื่อไหร่ก็ได้ขึ้น ดังนั้น เมื่อลี่หรงรู้ว่าฝูหรงได้ขึ้นปกนิตยสาร เธอจึงรู้สึกประหลาดใจมาก นี่ถือเป็นความสุขที่ไม่คาดคิด ถือเป็นครั้งแรกที่ฝูหรงมีการวางแผนประชาสัมพันธ์สู่สายตาประชาชนเหมือนกับสินค้าชั้นนำ แม้พวกเขาจะไม่ซื้อ แต่ก็รู้จัก
เมื่อรวมกับนักข่าวที่ลี่หรงจ่ายเงินให้ และข่าวจากสำนักต่าง ๆ ฝูหรงเลยกลายเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็ว มีคนมากมายตั้งใจเดินทางมาจากเมืองอื่นเพื่อสั่งตัดชุดราตรี หรือซื้อชุดจากแฟชั่นโชว์ เรียกได้ว่า ประตูของฝูหรงแทบจะพังกันเลยทีเดียว!
ความนิยมของฝูหรงพุ่งสูงกว่าที่ลี่หรงคาดการณ์ไว้มาก ตอนนี้คำสั่งซื้อเต็มไปจนถึงต้นปีหน้าแล้ว
เมื่อมีคำสั่งซื้อย่อมหมายถึงทำเงินได้ ลี่หรงรู้สึกดีใจมาก แม้แต่สถานีโทรทัศน์กลางก็ยังรายงานข่าวเกี่ยวกับแฟชั่นโชว์ของฝูหรง
การปฏิรูปและเปิดประเทศผ่านมากี่ปีแล้ว?
อุตสาหกรรมเสื้อผ้าได้ปรากฏแบรนด์ที่เป็นเสมือนมาตรฐานเช่นนี้ขึ้นมา สร้างความฮึกเหิมให้กับประชาชนโดยตรง สถานีโทรทัศน์กลางยังส่งผู้สื่อข่าวมาสัมภาษณ์อีกด้วย
ลี่หรงตอบคำชมและคำถามของนักข่าวอย่างใจเย็น “ฉันไม่คิดว่าโชว์ครั้งนี้จะได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จุดประสงค์สุดท้ายของการจัดโชว์นั้น ความรู้สึกเป็นเรื่องรอง แต่สิ่งสำคัญคือฉันต้องการทำเงินค่ะ เพราะฉันก็เป็นแค่นักธุรกิจคนหนึ่งเท่านั้น”
นักข่าวรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย “คุณช่างตรงไปตรงมาจริง ๆ”
ต่อมาเมื่อการสัมภาษณ์ของสถานีโทรทัศน์กลางออกอากาศ ลี่หรงดูการสัมภาษณ์ทั้งหมดแล้วถึงกับอึ้ง เธอไม่ได้พูดแบบนั้นแน่ ๆ แต่หลังจากการตัดต่อ พวกเขาได้สลับลำดับคำพูดของลี่หรงใหม่ ทำให้ลี่หรงกลายเป็นเยาวชนผู้มีความมุ่งมั่นที่รักชาติและเดินตามนโยบายของรัฐบาล
ถ้าหากพวกเขาตัดต่อให้เธอกลายเป็นนักธุรกิจเจ้าเล่ห์ ลี่หรงคงไม่รู้จะไปล้างชื่อเสียงที่ไหน นี่เป็นสถานีโทรทัศน์กลาง ลี่หรงไม่มีหลักฐาน หากคนอื่นพูดอะไรก็ต้องเป็นอย่างนั้น
ลี่หรงอดยิ้มไม่ได้ ก็ยังดีที่พวกเขาไม่ได้ตัดต่อให้เธอกลายเป็นนักธุรกิจเจ้าเล่ห์
หลังจากที่สถานีโทรทัศน์กลางรายงานข่าวเช่นนี้ นิตยสารและหนังสือพิมพ์หลายฉบับในประเทศก็พากันรายงานเรื่องราวของฝูหรง ดูเหมือนว่าประชาชนจะชื่นชอบเรื่องนี้มากขึ้น
นักข่าวเหล่านั้นที่ลี่หรงเคยให้เงินได้มาหาเธออีกครั้ง พวกเขาบอกว่าไม่ต้องการเงิน แต่ถามลี่หรงว่าพวกเขาจะสามารถถ่ายภาพแบบอื่น ๆ ของเธอได้หรือไม่ นี่เป็นความพยายามที่จะหาข้อมูลที่นักข่าวคนอื่นไม่มี เพื่อทำข่าวเกี่ยวกับฝูหรง
สำหรับลี่หรงแล้ว นี่ถือเป็นเรื่องดี แทนที่จะปล่อยให้พวกเขาแอบถ่ายก็ควรแนะนำให้พวกเขาถ่ายแบบบางอย่างอย่างเปิดเผยดีกว่า
ลี่หรงชี้ไปที่พื้นที่จัดแสดง “พวกคุณสามารถถ่ายภาพสิ่งเหล่านี้ได้ทั้งหมดค่ะ ส่วนอื่น ๆ ต้องขอโทษด้วยนะคะที่ไม่สามารถทำตามได้ เพราะมันเป็นแบบของคนอื่น ถ้าเอาออกมาให้พวกคุณทำข่าว จะถือเป็นการไม่รับผิดชอบต่อลูกค้า”
มีคนทำโปสเตอร์ชุดของนางแบบจากแฟชั่นโชว์ของฝูหรง ภาพที่ลี่หรงสวมชุดออกแบบและพูดเปิดงานก็ถูกถ่ายเอาไว้ มีคนทำเป็นโปสเตอร์ ทั้งลี่หรงและชุดราตรีที่เธอสวมใส่ก็สวยงาม ราวกับดาราภาพยนตร์เลยทีเดียว
แม้แต่ผู้ก่อตั้งแบรนด์ยังดูดีขนาดนั้น ไม่แปลกเลยที่แฟชั่นโชว์จะออกมาดีขนาดนี้
ฝูหรงปรากฏอยู่ในข่าวติดต่อกันเป็นเวลานาน เริ่มจากการรายงานในหน้าใหญ่ แล้วค่อย ๆ ลดขนาดลง แถมยังมีคนนำไปรายงานในต่างประเทศอีกด้วย
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
5ZWJ9RW3