ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70 - บทที่ 433 หาเงิน
บทที่ 433 หาเงิน
โรงงานน้ำยาล้างจานถือเป็นการทำเงินจากตลาดเช่นกัน แต่น้ำยาล้างจานต้องลงทุนสูงในช่วงแรก เฟยหนิงและพวกเขาก็เพิ่งเริ่มทำธุรกิจเคมีภัณฑ์เป็นครั้งแรก ทำให้ยากที่จะรักษาสมดุลรายรับรายจ่าย
ตอนนี้จ้าวชิงซงบริหารจัดการได้ค่อนข้างดี เขาไปติดต่อร้านค้าทั้งเล็กและใหญ่ในท้องถิ่นด้วยตัวเอง และยังติดต่อกับชิวเฉิงหาวและเย่เหลยที่เมืองหยางด้วย โดยเสนอให้พวกเขาเป็นคนกลางจัดจำหน่ายน้ำยาล้างจาน เพื่อพัฒนาตลาดน้ำยาล้างจานในเมืองหยาง
จุดขายส่งผลไม้อยู่ภายใต้การดูแลของชิวเฉิงหาว เขารู้สึกว่าตัวเองไม่มีเวลาไปทำธุรกิจอื่น จึงปฏิเสธข้อเสนอของจ้าวชิงซงอย่างสุภาพ แต่เขายังบอกว่า “ถ้าได้เจอกับพ่อค้าผลไม้พวกนั้น ฉันจะบอกพวกเขาให้ บางทีอาจมีใครสักคนที่มีร้านขายของชำหรือขายของใช้ประจำวันอยู่”
ไม่ใช่ว่าชิวเฉิงหาวไม่อยากก้าวหน้า เขายังเสียดายโอกาสนี้เหมือนกัน แต่สองปีนี้จุดขายส่งผลไม้เริ่มใหญ่ขึ้น ภายใต้การนำของจ้าวชิงซง ธุรกิจนี้จึงติดอันดับสามในเมืองหยางแล้ว เขาเลยมีงานล้นมือ
แม้ชิงเฉิงหาวจะไม่ว่าง แต่เย่เหลยทำได้!
ครอบครัวของเย่เหลยมีคนทำงานในระบบราชการ แต่แม่ของเขาไม่ค่อยคาดหวังอะไรกับเขามากนัก ขอแค่เขาไม่อยู่เฉย ๆ ก็พอ
ตอนแรกที่เย่เหลยสามารถอยู่กับจ้าวชิงซงได้นานขนาดนั้น แม่ของเขา ไช่อันฉิงถือว่ามีส่วนช่วยอย่างมาก
หลังจากที่เย่เหลยติดตามจ้าวชิงซงและหาเงินได้มากขึ้นเรื่อย ๆ เขาจึงชอบทำธุรกิจมาก ตอนที่เขารู้ว่าจ้าวชิงซงกลับเมืองหลวง เพื่อไปทำโรงงานน้ำยาล้างจาน เขาเคยคิดจะไปด้วย แต่เพราะเรื่องต่าง ๆ เขาจึงไม่สามารถไปได้ ดังนั้นเมื่อจ้าวชิงซงบอกว่าพวกเขาสามารถรับสินค้าจากเมืองหลวงและทำน้ำยาล้างจานได้ เย่เหลยรู้สึกว่านี่เป็นโอกาสที่ดีจริง ๆ
เขาเชื่อมั่นในตัวจ้าวชิงซงมาก หลังจากปรึกษากับครอบครัวก็ตัดสินใจสั่งน้ำยาล้างจานหนึ่งหมื่นขวดจากจ้าวชิงซงมาลองก่อน
เมื่อจ้าวชิงซงได้ยินว่าเขาจะสั่งหนึ่งหมื่นขวดก็เงียบไปครู่หนึ่ง แล้วบอกให้เย่เหลยคิดให้ดีอีกครั้ง เพราะของพวกนี้ถ้าขายไม่ได้ก็กินไม่ได้เช่นกัน
เย่เหลยไม่ได้รู้สึกกลัว เพราะตอนนี้เขาเก่งและขยันกว่าแต่ก่อนมาก แค่แน่ใจว่ามีโอกาส เย่เหลยก็พร้อมพุ่งเข้าไปอย่างบ้าบิ่น ไม่แพ้ผู้ประกอบการคนอื่น ๆ
เย่เหลยรู้จักคนในเมืองหยางมากมาย แต่การจะขายหนึ่งหมื่นขวดให้หมดโดยอาศัยแค่คนรู้จักนั้นเป็นไปไม่ได้
เขาติดตามจ้าวชิงซงมานาน เขารู้ว่าถ้าอยากทำธุรกิจให้สำเร็จ ต้องอดทนและทำงานหนัก เขาขับรถเล็ก ๆ ไปเคาะประตูบ้านคนอื่น ไปขายตามร้านค้าต่าง ๆ และยังไปโปรโมตน้ำยาล้างจานในเมืองใกล้เคียง เขาจ้างคนงานที่อายุใกล้เคียงกันและขับรถเป็น โดยขอให้ซ่งอี้เฉิงช่วยทำใบอนุญาตให้
หลังจากนั้นเย่เหลยจึงเริ่มก่อตั้งบริษัทการค้าขึ้นมา
แน่นอนว่าเขาไม่สามารถก่อตั้งได้ด้วยตัวคนเดียว คนในครอบครัวเกือบทั้งหมดเป็นคนในระบบ สุดท้ายสวีจิ้งตานจึงช่วยลงทุนและถือหุ้นส่วนน้อย
การขายน้ำยาล้างจานไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อน้ำยาล้างจานหนึ่งหมื่นขวดมาถึงเมืองหยาง เย่เหลยหาคนมาจัดเก็บเข้าโกดัง เงินที่ซื้อน้ำยาล้างจานเป็นเงินกู้ ส่วนการเช่าโกดังก็เช่นกัน ตอนนี้เย่เหลยจึงเป็นหนี้ท่วมหัว ไช่อันฉิงเห็นลูกชายทำธุรกิจก็อยากจะให้เงินช่วยเหลือ แต่เย่เหลยไม่รับ
แต่ถึงแม้จะรับเงินมา เย่เหลยก็จะเขียนใบรับรองหนี้ไว้ด้วย “แม่ครับ วางใจเถอะ ผมจะหาเงินมาคืนให้ได้ เมื่อถึงเวลานั้น แม่ก็รอรับความสุขได้เลยครับ”
พ่อแม่ในโลกนี้มักจะซาบซึ้งกับคำพูดของลูก ๆ ได้ง่าย ไช่อันฉิงจึงคิดจะให้เงินเย่เหลยอีกหนึ่งแสนทันที
เย่เหลยและคนงานที่เขาจ้างมาขับรถเล็กออกไปวิ่งงานนอกเมืองเป็นเวลากว่าหนึ่งเดือน แต่ก็ขายได้เพียงห้าพันกว่าขวดเท่านั้น แต่ไม่เป็นไร เย่เหลยยังมีเวลาอีกมาก เขาเพิ่งเริ่มทำธุรกิจและมีความทะเยอทะยานมาก เขาต้องการสร้างช่องทางการจำหน่ายน้ำยาล้างจานของตัวเอง การวิ่งไปหลายที่เช่นนี้ เย่เหลยต้องการสร้างความคุ้นเคยเป็นหลัก เพราะการจะขายน้ำยาล้างจานหนึ่งหมื่นขวดให้หมดในตอนนี้คงเป็นไปได้ยาก
เขาไม่ใช่เด็กหนุ่มคนเดิมอีกต่อไปแล้ว ตอนนี้เขารู้ดีว่าการทำธุรกิจในช่วงแรกคือการสะสมเครือข่ายความสัมพันธ์
จ้าวชิงซงก็เคยทำธุรกิจผลไม้มาก่อนไม่ใช่หรือ?
จากบ้านชั้นเดียวหลังเล็กจนถึงบ้านชั้นเดียวหลังใหญ่พร้อมโกดังหลายหลังในปัจจุบัน เย่เหลยได้เห็นความพยายามของจ้าวชิงซง ถือว่าตัวเขาเองยังได้เรียนรู้จากอีกฝ่ายมาบ้าง
แน่นอนว่าในระหว่างการพัฒนาตลาด หากมีเรื่องทางธุรกิจที่เย่เหลยคิดไม่ตก เขาก็จะไปคุยกับจ้าวชิงซง
ลี่หรงไม่รู้เรื่องของเมืองหยาง แต่เมื่อเธอเห็นจ้าวชิงซงกำลังปวดหัวกับเรื่องของโรงงานน้ำยาล้างจาน ลี่หรงจึงถามเขาว่า “ผลิตไม่ทันเหรอคะ?”
“ไม่ใช่ครับ” จ้าวชิงซงปวดหัวกับเรื่องการขายต่างหาก! เย่เหลยสั่งไปหนึ่งหมื่นขวด ทางนี้ก็ไม่ได้กำไรมากนัก แต่จะให้จ้าวชิงซงวิ่งไปหาพ่อค้าคนกลางตามที่ต่าง ๆ เพื่อขาย เขาก็ไปไม่ได้ “การผลิตมากเกินไป เลยมีของเหลืออยู่เต็มโกดังเลยครับ”
“ไม่น่าจะเป็นแบบนั้นนะคะ น้ำยาล้างจานเป็นผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค ครอบครัวส่วนใหญ่น่าจะใช้กันไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงขายไม่ออกล่ะ?”
จ้าวชิงซง “ที่ไห่ซื่อมีโรงงานผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภคที่เปิดก่อนพวกเราครับ ชื่อน้ำยาล้างจานอะไรสักอย่าง ห้างสรรพสินค้าในเมืองหลวงหลายแห่งก็ขายแต่ของพวกนี้”
“อ๋อ ก็คือคนอื่นชิงความได้เปรียบไปก่อนแล้ว” แต่ตอนนี้โรงงานผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภคในประเทศยังหายากเหมือนเขาสัตว์มงคล แม้ว่าน้ำยาล้างจานของไห่ซื่อจะได้เปรียบ แต่ลี่หรงไม่เชื่อหรอกว่าพวกเขาจะเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาโรงงานน้ำยาล้างจานของจ้าวชิงซงและคนอื่น ๆ
คู่แข่งผลิตน้ำยาล้างจานขวดแรกในปี 1985 ถือว่าไม่ได้ทิ้งห่างจากโรงงานของจ้าวชิงซงมากนัก
คู่แข่งสามารถขายได้ถึงเมืองหลวงก็เพราะระยะทางไม่ไกลนัก แล้วที่อื่น ๆ ล่ะ? ตลาดทั่วประเทศใหญ่มาก ยังมีเค้กอีกมากมายให้แบ่งปัน ลี่หรงจึงไม่รู้สึกว่ามันจะขายยากขนาดนั้น หลังจากน้ำยาล้างจานเริ่มแพร่หลายก็จะสามารถทำเงินได้มหาศาล
แต่จะทำให้แพร่หลายได้อย่างไรล่ะ?
ลี่หรงเกิดความคิดขึ้นมา เธอลืมไปได้อย่างไรกัน “พวกคุณไม่เคยคิดจะทำโฆษณาประชาสัมพันธ์เหมือนอย่างลวี่สุ่ยบ้างเหรอคะ? พวกคุณก็หาสถานีโทรทัศน์มาทำโฆษณา อันดับแรกสร้างชื่อแบรนด์น้ำยาล้างจานของพวกคุณให้เป็นที่รู้จัก ถึงตอนนั้นยังกลัวว่าจะขายไม่ดีอีกเหรอ?”
จ้าวชิงซงอึ้งไปครู่หนึ่ง เขาไม่เคยคิดถึงเรื่องการทำโฆษณามาก่อนเลย ไม่ว่าจะทำธุรกิจผลไม้ หรือขายเครื่องสำอางควบคู่ไปด้วย เขาและติงลี่เหรินต่างอาศัยคนไปประชาสัมพันธ์ การมีลูกค้ามาหาถึงที่เลยเป็นเรื่องปกติ
ลี่หรงเห็นท่าทางของเขาก็รู้ว่าเขาไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้ เธอดูโทรทัศน์ไม่มาก มีเวลาว่างตอนกลางคืนเท่านั้นที่ได้ดูกับลูก ๆ สักชั่วโมง แต่ดูเหมือนไม่ค่อยได้เห็นโฆษณาน้ำยาล้างจานเลย
เธอรู้สึกว่าวิธีนี้น่าจะได้ผลมากทีเดียว “พวกคุณทำโฆษณาเถอะค่ะ ถ้าไม่รู้ขั้นตอน เดี๋ยวฉันสอนให้ได้ แต่ว่าจะเลือกสถานีโทรทัศน์หรือหนังสือพิมพ์ บางทีคุณอาจต้องกลับไปปรึกษากันก่อน เพราะราคาสถานีโทรทัศน์แพงกว่าหนังสือพิมพ์มาก”
โรงงานน้ำยาล้างจานมีหนี้สินเยอะ และไม่ใช่จ้าวชิงซงคนเดียวที่จะตัดสินใจเรื่องค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ได้ ถ้าจะทำโฆษณาทางโทรทัศน์ อย่างน้อยต้องเริ่มที่หนึ่งแสนหยวน แน่นอนว่าจ้าวชิงซงต้องกลับไปปรึกษากับคนที่เหลือก่อน
ลี่หรงมีเงินอยู่หนึ่งล้านสองแสนกว่าหยวน แปดแสนกว่าหยวนเป็นเงินที่ได้จากการขายนิตยสาร ส่วนเงินที่จะได้รับส่วนแบ่งต่อมา ลี่หรงยังไม่ได้ไปรับ แต่ได้ยินซินอวี่บอกว่ามีถึงห้าแสนหยวนเลยทีเดียว
เธอรู้สึกว่าตอนนี้เธอน่าจะติดอันดับบัญชีมหาเศรษฐีในประเทศได้แล้วใช่ไหม?
ลี่หรงรู้สึกดีใจจนอดยิ้มออกมาไม่ได้ เมื่อก่อนยังคิดจะเกาะขาจ้าวชิงซงอยู่เลย แต่ไม่คิดว่าตัวเองจะทำเงินได้มากมายขนาดนี้!
เธอรู้ว่าโรงงานน้ำยาล้างจานมีหนี้สินจำนวนมาก เธอเคยคิดจะให้จ้าวชิงซงยืมเงินไปชำระหนี้ก่อน เธอถามจ้าวชิงซงถึงเรื่องนี้ แต่เขากลับบอกว่าเธอบ้าไปแล้ว…