ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก: GOURMET OF ANOTHER WORLD - บทที่ 444 ข้าอยากสกัดเปลวเพลิงอัคนีแห่งสวรรค์และปฐพีจากตัวของเจ้า
- Home
- ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก: GOURMET OF ANOTHER WORLD
- บทที่ 444 ข้าอยากสกัดเปลวเพลิงอัคนีแห่งสวรรค์และปฐพีจากตัวของเจ้า
“นายท่านขาว หลีกไปเสีย ข้าจะจัดการเจ้าหมาแก่นั่นเอง”
หนานกงอู๋เชวียเหยียดหลังตรงพลางตะเบ็งเสียงออกมาดังสนั่น ตอนนี้ดวงตาของเขาแดงก่ำไปหมด
พลังรัศมีของเขาน่าเกรงขามยิ่งนัก ชายหนุ่มแผดเสียงดังกึกก้องจนทำให้หนานกงเสวียนอิงแทบอกแตกตาย
เจ้าเป็นใครถึงกล้าเรียกข้าว่าสุนัขแก่
สถานะของเขาสูงส่งและเป็นที่เคารพ แต่เจ้ากุ๊ยนี่กลับพูดจาสามหาวใส่ เช่นนี้อภัยให้ไม่ได้
ดวงตาของเจ้าขาววูบวาบด้วยแสงสีม่วงสักพักหนึ่ง ทันใดนั้นควันก็ลอยออกจากวงแหวนปราณบนตัวของมันซึ่งหยุดหมุนแล้ว จากนั้นมันก็หยุดยิงวงแหวนปราณปืนใหญ่
ร่างกายของหนานกงเสวียนอิงเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ เขาไม่เคยคิดว่ายอดฝีมือชั้นกายาศักดิ์สิทธิ์เช่นตนที่ทำลายโซ่ตรวนขั้นเทพได้ถึงสองชิ้น จะต้องหมดท่าเมื่อประจันหน้ากับหุ่นเช ชิด
พลังรัศมีของหนานกงเสวียนอิงหม่นแสงลงยิ่งกว่าเดิม พลางจ้องเจ้าขาวด้วยสายตาเย็นชา
หนานกงอู๋เชวียร้องลั่นขณะร่วงหล่นจากท้องฟ้า แล้วตกลงมาตรงหน้าหนานกงเสวียนอิงพอดิบพอดี
ฉ่า!
เม็ดฝนเย็นเฉียบที่ตกกระทบผิวของหนานกงอู๋เชวียระเหยทันทีจนทำให้เกิดไอน้ำขึ้นรอบตัว ชายหนุ่มรู้สึกว่าผิวของตัวเองกำลังไหม้ ความรู้สึกร้อนแผดเผานี้ช่างอึดอัดเสียเหลือเกิน ทว ว่าพลังปราณเที่ยงแท้ในแก่นพลังของเขากลับโคจรอย่างคลุ้มคลั่ง เช่นเดียวกับเพลิงสังเคราะห์ที่เพิ่งดูดซับเข้าตัวไป มันส่งเสียงคำรามไม่หยุดหย่อน
ความแข็งแกร่งของเขาเปลี่ยนแปลงไปมหาศาลในเสี้ยวลมหายใจ
เหตุใดความแข็งแกร่งของเขาถึงยกระดับขึ้นมาขนาดนี้ เป็นเพราะอะไรกัน
เมื่อหนานกงอู๋เชวียรู้สึกว่าร่างของตนร้อนแผดเผาขนาดไหน และความเผ็ดในปากทำให้น้ำตาไหลอาบแก้มมากเพียงไร เขาก็ตื่นตกใจสุดขีด
“หรือจะเป็นเพราะบะหมี่ชามนั้น”
เขารู้สึกขมขื่นใจยิ่งเมื่อนึกถึงบะหมี่โคตรเผ็ดที่ปู้ฟางโยนให้
‘อาการของเจ้าค่อนข้างสาหัส ข้าเลยเพิ่มปริมาณของวัตถุดิบให้…’ ปู้ฟางกล่าวเช่นนั้น ทั้งหมดนี่เป็นเพราะเขาเพิ่มปริมาณของวัตถุดิบจริงหรือนี่
เหมือนแอบหย่อนยาพิษลงมาด้วยชัดๆ
หนานกงอู๋เชวียคำรามลั่น ร่างกายท่อนบนที่เปลือยเปล่าเป็นสีแดงสด พลังปราณเที่ยงแท้ในกายเดือดพล่าน คราบเลือดบนตัวถูกน้ำฝนชะล้างทั้งยังมีไอน้ำลอยขึ้นมาจากตัว แม้ว่าสภาพของ งหนานกงอู๋เชวียจะยังน่าสมเพช แต่เมื่อกำหมัด เขากลับรู้สึกว่าร่างกายมีพลังเต็มเปี่ยม
หนานกงเสวียนอิงอึ้งกับภาพที่เห็น เหตุใดเจ้ากุ๊ยนี่กลับน่ากลัวขึ้นมาได้
ฉ่า…
ไอน้ำพุ่งออกจากจมูกของหนานกงอู๋เชวีย เขาจ้องหนานกงเสวียนอิงด้วยดวงตาที่ขึงขังราวกับกระทิงกลัดมันจ้องวัวสาว
“ไอ้หมาแก่… ตายเสียเถอะ!”
หนานกงอู๋เชวียคำรามพลางพุ่งตัวออกไป ความเร็วของเขารวดเร็วยิ่ง เขาเคลื่อนไหวเร็วมากจนยากจะมองได้ทันด้วยตาเปล่า
สายฝนกระจัดกระจายเพราะชายหนุ่มพุ่งทะยานไปข้างหน้า
ปัง…
เขาเหวี่ยงหมัดด้วยแรงที่เหมือนจะฉีกอากาศให้ขาดวิ่นได้
เมื่อเผชิญหน้ากับหนานกงอู๋เชวีย รูม่านตาของหนานกงเสวียนอิงก็ขยายกว้าง เขายกมือขึ้น
เกิดเสียงระเบิดดังลั่น ทั้งสองฝ่ายเซถอยหลังหลายก้าวหลังจากปะทะกัน
หนานกงเสวียนอิงตกใจมากจนหัวใจสั่นสะท้าน
เป็นไปได้อย่างไร เหตุใดเจ้าเด็กนี่จึงมีพลังขึ้นมาอย่างฉับพลัน
“อ๊าก!”
เมื่อถูกบีบให้ถอยร่น หนานกงอู๋เชวียก็หยุดเท้าหลังจากซวนเซออกมาหลายก้าว ชายหนุ่มคำรามอีกครั้งก่อนบุกเข้าใส่หนานกงเสวียนอิง
หนานกงเสวียนอิงสะกดความตกใจเอาไว้ พลางปลดปล่อยพลังปราณเที่ยงแท้ออกมา โซ่สองเส้นด้านหลังแกว่งไกวอย่างรุนแรงท่ามกลางกระแสลม มันกระทบกันเสียงดังลั่น
ปัง!
คลื่นที่น่าสะพรึงกลัวกระแทกใส่ร่างของหนานกงอู๋เชวีย แต่พลังปราณเที่ยงแท้ของชายหนุ่มกลับสั่นไหวเพียงเล็กน้อย เขาสามารถต้านทานแรงจู่โจมครั้งนี้ได้อย่างไม่คาดคิด หนานกงอู๋เชวี ยกระอักเลือดแล้วบุกเข้าใส่หนานกงเสวียนอิงอีกครั้ง ขณะที่ชายหนุ่มพุ่งเข้าใส่ คอของเขาตั้งตรง ดวงตาเบิกกว้างแฝงความชั่วร้าย ทำให้หัวใจของหนานกงเสวียนอิงวูบไหวอย่างไม่รู้ต ตัว
“บัดซบ…”
“ไอ้หมาแก่!”
เลือดหยดจากมุมปากของหนานกงอู๋เชวียขณะจ้องหนานกงเสวียนอิงตาเขม็ง ความเผ็ดของบะหมี่ทำให้ปากของเขาพอง
กระนั้นหนานกงอู๋เชวียก็ไม่สนใจเรื่องนี้แต่อย่างใด เขากลับรู้สึกเป็นอิสรเสรีเมื่อความแข็งแกร่งของตนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
หนานกงอู๋เชวียคว้าไหล่ของหนานกงเสวียนอิงด้วยมือข้างหนึ่งแล้วสาวหมัดอีกข้างใส่ศีรษะของอีกฝ่าย
ปัง!
สีหน้าของหนานกงเสวียนอิงเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ เขายกมือขึ้นปัดป้อง เมื่อแขนปะทะเข้ากับหมัดของหนานกงอู๋เชวีย คลื่นจากการปะทะกันก็กวาดต้อนไปทั่วบริเวณ
หนานกงเสวียนอิงครางออกมาเบาๆ ดูเหมือนเขาจะยิ่งโกรธมากขึ้น เขาอยากสลัดหนานกงอู๋เชวียให้หลุด แต่เจ้าเด็กนี่กลับคว้าไหล่ของเขาแน่นเพื่อป้องกันไม่ให้ถูกจับเหวี่ยง
หนานกงเสวียนอิงคำรามอีกครั้งเพราะเจ็บปวดจากการโจมตีอันโหดเหี้ยมด้วยศอกของหนานกงอู๋เชวีย
ตอนนั้นเองหนานกงอู๋เชวียก็รู้สึกตื่นเต้นอย่างยิ่งยวด
ใครให้เจ้าอวดเก่งต่อหน้าข้ากัน เจ้าต้องโดนข้าอัดจนบิดาเจ้ายังจำหน้าเจ้าไม่ได้
ปัง! ปัง! ปัง!
หมัดแล้วหมัดเล่า ฝ่ามือแล้วฝ่ามือเล่าซัดเข้าใส่…
หนานกงอู๋เชวียเล่นงานหนานกงเสวียนอิงด้วยศอกขณะแผดเสียงดังสนั่น
“อ๊าก! ไอ้บัดซบ กล้ากัดข้ารึ”
“ไอ้หมาแก่ ข้ากัดเจ้าแล้วจะทำไม”
…..
ปู้ฟางที่ยืนอยู่ไกลๆ มองทั้งสองคนกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอย่างหมดคำพูด
หนานกงอู๋เชวียต่อสู้จนกลายเป็นบ้า ถึงขนาดใช้ปากกัดแขนของหนานกงเสวียนอิง ทำให้ฝ่ายหลังเริ่มแผดเสียงดังลั่นด้วยความโกรธ
บะหมี่อาละวาดสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งให้คนกินอย่างน้อยหนึ่งเท่า ขึ้นอยู่กับพื้นฐานของคนผู้นั้น ด้วยพื้นฐานของหนานกงอู๋เชวีย ความแข็งแกร่งของเขาย่อมเพิ่มขึ้นมากกว่าแค่ห หนึ่งเท่า หากไม่ใช่เพราะร่างกายที่อยู่ในสภาพสะบักสะบอมสุดขีด เขาน่าจะปราบหนานกงเสวียนอิงได้ไม่ยากเย็น
น่าเสียดายที่อาการบาดเจ็บของชายหนุ่มหนักหนาเกินไป
แม้แต่บะหมี่อาละวาดก็ไม่อาจเปลี่ยนความจริงเรื่องที่เขาบาดเจ็บได้ ยิ่งไปกว่านั้น ฤทธิ์ของบะหมี่อาละวาดยังไม่อยู่ยืนยงด้วย
ปัง! ปัง! ปัง!
พื้นสั่นไหวไม่หยุด ทั้งคู่มีพลังปราณในชั้นกายาศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งฝีมือของพวกเขายังหาตัวจับยาก การต่อสู้ของทั้งสองจึงทำให้พื้นดินแตกเป็นเสี่ยงๆ
กระนั้นวงแหวนปราณป้องกันของเมืองหมอกนภาก็ซ่อมแซมพื้นถนนที่ถูกทำลายได้ด้วยตัวเอง แต่การซ่อมแซมนั้นไม่ร่วมถึงบริเวณรอบๆ ร้านโอสถทิพย์ ทำให้สภาพของแถบนี้ดูไม่จืดทีเดียว
มันพังทลายอย่างต่อเนื่อง
ไม่นานหลังจากนั้น หนานกงอู๋เชวียก็คลานขึ้นจากพื้น มีเลือดไหลออกจากตัวตลอดเวลา
ส่วนหนานกงเสวียนอิงถูกกระหน่ำจนฟุบลงกับพื้น ตัวของเขาไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
หนานกงอู๋เชวียหอบหายใจแรง หน้าอกของเขากระเพื่อมขึ้นลงอย่างหนักราวหีบเพลง เขาเหนื่อยเกินไป และหลังจากบะหมี่อาละวาดหมดฤทธิ์ ความอ่อนล้าก็เข้าท่วมท้นทันทีราวกับกระแสน้ำ เขา รู้สึกว่าร่างกายราวกับเป็นแป้งเปียก ทุกย่างก้าวช่างแสนเหนื่อยยากยิ่งนัก
หนานกงอู๋เชวียหรี่ตา ขยับมุมปากที่บวมเป่งขึ้น ก่อนมองปู้ฟางแล้วหัวเราะอย่างรื่นเริงใจ
“ไอ้… บัดซบ… แกต้องตาย”
ร่างกายของหนานกงอู๋เชวียแข็งทื่อทันใด เขาหมุนตัวกลับช้าๆ ไปมองหนานกงเสวียนอิงที่คลานขึ้นจากพื้น
หนานกงเสวียนอิงกลืนโอสถเม็ดสีดำเข้าไป โอสถนั้นมีลวดลายให้เห็นรางๆ
หลังจากกลืนโอสถ พลังรัศมีของหนานกงเสวียนอิงก็เริ่มฟื้นฟูแล้วเพิ่มขึ้นช้าๆ จากนั้นก็กลับคืนสู่จุดสูงสุดอย่างไม่คาดฝัน
กระนั้นหากเทียบกับตอนที่เพิ่งมาถึง สภาพของเขาก็ยังดูน่าสังเวชอยู่ดี
“แม่งเอ๊ย! อ๊าก!”
หนานกงเสวียนอิงคำรามอย่างโกรธแค้น กระทืบเท้าลงพื้นก่อนพุ่งใช้ขาเล่นงานเอวของหนานกงอู๋เชวีย
หนานกงอู๋เชวียอยู่ในสภาพอ่อนแรงสุดขีด แล้วเขาจะปัดป้องการโจมตีครั้งนี้ได้อย่างไร
หนานกงอู๋เชวียถูกซัดปลิวออกไป ก่อนตกลงบนร้านโอสถทิพย์แห่งหนึ่งแล้วถูกกลบในเศษอิฐเศษปูน
ผ่านไปพักใหญ่ หนานกงอู๋เชวียก็ยังไม่ออกมา
ผมของหนานกงเสวียนอิงสยายลงมาประบ่า เสื้อผ้าของเขามีรอยฉีกขาดพร้อมรอยกัดที่น่าเกลียดน่ากลัวนับไม่ถ้วน
หนานกงเสวียนอิงถูตัวเองเบาๆ ก่อนจ้องปู้ฟาง
“เจ้า… เจ้าให้มันกินบะหมี่ที่เพิ่มความแข็งแกร่งอย่างรวดเร็วใช่หรือไม่”
เขาเน้นย้ำทุกคำพูดขณะแผ่จิตสังหารที่ค่อยๆ หนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ ออกมาจากร่าง
ปู้ฟางยืนนิ่งอยู่ตรงทางเข้าร้านพลางมองหนานกงเสวียนอิงด้วยสีหน้าตายด้าน
“ใช่ เจ้าเดาได้ถูกต้อง น่าเสียดายที่ไม่มีรางวัลให้” ปู้ฟางบอก
“รางวัลรึ ข้าต่างหากจะให้รางวัลเจ้า และรางวัลนั้นก็คือความตาย” หนานกงเสวียนอิงพูดอย่างเย็นชา
ระหว่างพูด ร่องรอยความโลภและความตื่นเต้นก็ปรากฏในดวงตา
เปลวเพลิงอัคนีแห่งสวรรค์และปฐพี… เจ้าเด็กนี่มีเปลวเพลิงอัคนีแห่งสวรรค์และปฐพี เดิมทีเขาตั้งใจไว้ชีวิตปู้ฟางเพราะมาจากสำนักหุ่นเชิด แต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่าปู้ฟางครอบครองเปลว วเพลิงอัคนีแห่งสวรรค์และปฐพี…
เขาจะยังไว้ชีวิตอีกฝ่ายอีกไหม มีแต่คนปัญญาทึบเท่านั้นที่ทำเช่นนั้น
หากได้เปลวเพลิงอัคนีแห่งสวรรค์และปฐพีมาไว้ในครอบครอง สถานะของเขาต้องสูงขึ้นอย่างแน่นอน ทักษะด้านเล่นแร่แปรธาตุย่อมดีขึ้นตามลำดับ และเขาอาจบรรลุเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุเอกเมฆ ฆาก็ได้
ผลดีของการมีเปลวเพลิงอัคนีแห่งสวรรค์และปฐพีช่างยอดเยี่ยมนัก
“ข้าจะสกัดเปลวเพลิงอัคนีแห่งสวรรค์และปฐพีออกจากตัวเจ้าช้าๆ เหมือนที่พี่ใหญ่สกัดเพลิงราชันเก้าโลกันตร์ออกจากตัวหนานกงอู๋เชวีย”
หนานกงเสวียนอิงค่อยๆ สาวเท้าเข้าหาปู้ฟาง
ปู้ฟางถอนหายใจยาวพลางลืมตาขึ้น ครู่ถัดมาร่างของเจ้าขาวก็มาปรากฏอยู่ตรงหน้า
ดวงตาสีม่วงของเจ้าขาวเปลี่ยนเป็นสีเทา จิตสังหารที่เย็นเยียบไร้อารมณ์แผ่พุ่งออกมาจากตัว วงแหวนปราณทั้งหมดในตัวเจ้าขาวเริ่มส่องแสง
“หุ่นเชิดของเจ้าแข็งแกร่งก็จริง แต่ก็ไม่สามารถหยุดข้าได้” หนานกงเสวียนอิงเอ่ยถากถางพลางมองเจ้าขาว
เขาพุ่งตัวออกไป ร่างของเขาพุ่งทะลวงความเร็วเสียงมาปรากฏตัวตรงหน้าเจ้าขาวในพริบตา
เจ้าขาวถูกหนานกงเสวียนอิงเล่นงานจนกระเด็นก่อนจะมีโอกาสใช้วงแหวนปราณปืนใหญ่ กลุ่มพลังปราณเที่ยงแท้พุ่งตามเจ้าขาวอย่างรวดเร็วแล้วซัดมันจนลอยไปไกลอีกรอบ เจ้าขาวไม่อาจรับมือ อหนานกงเสวียนอิงได้
ความเร็วของทั้งคู่แตกต่างกันไม่น้อย
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า รูม่านตาของปู้ฟางก็หดเล็กลง
เจ้าขาวตกที่นั่งลำบากโดนหนานกงเสวียนอิงเล่นงานชนิดไม่ได้พักหายใจ ทั้งสองฝ่ายไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกัน
เจ้าขาวถูกหนานกงเสวียนอิงเล่นงานจนฟุบลงกับพื้นไปเสียทุกครั้ง
“เห็นหรือไม่ หุ่นเชิดของเจ้าต้องพังเพราะข้าในไม่ช้า เจ้ายังมีไพ่ตายอะไรอยู่อีก”
หนานกงเสวียนอิงเริ่มเย้ยหยันแล้วมองปู้ฟางอย่างเย็นชา
ปู้ฟางหรี่ตา เจ้ากุ้งที่นอนซบไหล่เขาอยู่โบกก้ามไปมา ดูเหมือนไม่พอใจความโอหังของหนานกงเสวียนอิง
ดวงตาสีเทาของเจ้าขาวส่องแสงวูบวาบขณะกองอยู่บนพื้นก่อนที่นัยน์ตาของมันจะเริ่มสลับกันระหว่างสีม่วงและสีขาว พลังรัศมีน่าสะพรึงกลัวจากร่างของมันค่อยๆ เพิ่มขึ้นทีละน้อย
กระนั้นขณะที่พลังรัศมีของเจ้าขาวกำลังจะระเบิดออกมา
กริ๊กๆ!
เจ้ากุ้งบนไหล่ของปู้ฟางแผดเสียงแล้วกลายเป็นลำแสงสีทองพุ่งออกไป มันว่องไวมากจนเหมือนลำแสงสีทองนั้นสามารถฉีกอากาศเป็นริ้วๆ ได้ รวดเร็วจนยากที่ใครจะเห็นด้วยตาเปล่า
หนานกงเสวียนอิงตื่นตกใจ รู้สึกว่าหัวใจสั่นระรัวเล็กน้อยด้วยความกลัว
เขายกฝ่ามือขึ้นโบกใส่เจ้ากุ้งที่พุ่งตรงเข้ามา
“หุ่นเชิดกับกุ้ง เจ้ามีดีแค่นี้รึ”
“หนานกงเสวียนอิงแผดเสียง พลังรัศมีของเขาเพิ่มขึ้นทีละน้อย แสงจากโซ่สองเส้นด้านหลังเปล่งประกายเจิดจรัส
กระนั้นรูม่านตาของเขากลับหดลงกะทันหันจนเหลือขนาดเท่าเมล็ดงา
หนานกงเสวียนอิงพบว่าลำแสงสีทองซึ่งพุ่งตรงมาหายวับไปอย่างไม่คาดฝัน