ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก: GOURMET OF ANOTHER WORLD - บทที่ 459 เกาะอาหารเลิศรส!
- Home
- ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก: GOURMET OF ANOTHER WORLD
- บทที่ 459 เกาะอาหารเลิศรส!
จู่ๆ เงามืดของหอคอยสีเลือดขนาดมหึมาก็โผล่ขึ้นบนฟากฟ้า ทุกคนต่างเป็นประจักษ์พยานกับการปรากฏตัวของมัน
เงามืดของหอคอยสีเลือดปล่อยคลื่นผันผวนรุนแรง ทุกคนสัมผัสได้ว่าเลือดและพลังปราณเที่ยงแท้ภายในกายของตนกำลังปั่นป่วน ต่างรับรู้ถึงรัศมีอันร้ายกาจที่แผ่ออกมาจากหอคอยได้อย่าง ชัดเจน
รัศมีทรงพลังนับไม่ถ้วนพวยพุ่งออกมา เสียงโซ่มากมายกระทบกันดังก้องไปทั่วดินแดนเร้นลับ ไม่มียอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์รายใดกล้าเพิกเฉยกับเสียงนี้
บนเกาะที่มีแต่หินสีเหลือง บุรุษโหดเหี้ยมซึ่งมีโซ่สองเส้นแกว่งไกวอยู่ข้างหลังยืนเลียริมฝีปากสีแดงสด
บนเกาะเขียวขจี ชายสองคนที่สวมชุดคลุมสีดำและแบกหีบไว้บนหลังเงยหน้าขึ้นมองหอคอยยักษ์สีเลือดด้วยสายตาลุ่มลึก
เสียงก้องกังวานดังขึ้น คนทั้งคู่ที่มีโซ่หลายเส้นบนหลังพุ่งเข้าหาหอคอยสีเลือดอย่างรวดเร็ว
เยี่ยเฉิงจากสำนักมหาพิภพ เซียวจ่างอวิ้นจากสำนักพลับพลาวายุและอสนีเองก็เคลื่อนไหวพร้อมคนอื่นๆ
การปรากฏของหอคอยยักษ์สีเลือดเหมือนประภาคารที่ส่องสว่างในความมืด มันดึงดูดความสนใจของยอดฝีมือทุกราย พวกเขาเหล่านี้ล้วนทำลายโซ่ตรวนขั้นเซียนเทพได้หนึ่งชิ้นหรือมากกว่านั้น แ และทั้งหมดต่างพุ่งออกจากเกาะนับร้อยนับพันแห่งไม่ต่างกัน
คลื่นลอยตัวสูงในทะเล ทำให้น้ำสาดกระเซ็นไปทั่ว
ทว่าเงามืดของหอคอยสีเลือดขนาดมหึมากลับหายวับไปทันทีไม่ต่างจากตอนที่มันปรากฏตัว รวดเร็วมากเสียจนเหล่ายอดฝีมือมองไม่ทันด้วยซ้ำ
อย่างไรก็ดี แม้ว่าหอคอยจะหายไปแต่ยังเหลือร่องรอยไว้ให้เหล่ายอดฝีมือได้ติดตาม ทุกคนรีบพุ่งไปยังจุดที่มันปรากฏขึ้นทันที
ปู้ฟางเองก็ย่อมไม่พลาดเรื่องนี้ เขาพาเจ้าขาวลงเรือวิญญาณแล้วมุ่งหน้าไปยังทิศทางเดียวกัน
ดูเหมือนว่ายอดฝีมือทุกคนในดินแดนเร้นลับทะเลเมฆาจะพุ่งไปจุดเดียวกันอย่างพร้อมเพรียง
รัศมีของหอคอยยักษ์สีเลือดกล้าแกร่งยิ่งนัก มันปลุกความอยากรู้อยากเห็นของทุกคน บางรายพุ่งไปด้วยความหวังว่าจะเจอโชคลาภด้วยซ้ำ
พวกเขามายังดินแดนเร้นลับเพื่อเสี่ยงโชคไม่ใช่หรือ ในเมื่อยังไม่มีใครมาขวาง พวกเขาย่อมไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอยไปแน่
ปู้ฟางกระทืบเท้าลงบนเรือวิญญาณเพื่อให้ทะเลตรงหน้าเปิดทาง ก่อนเร่งความเร็วไปที่เกาะดังกล่าว
ปู้ฟางอยู่ท่ามกลางยอดฝีมือนับไม่ถ้วนบนเรือวิญญาณของใครของมัน คนพวกนั้นปรายตามองปู้ฟางแต่ไม่ได้สนใจไยดีแต่อย่างใด
ปู้ฟางมองหนานกงเสวียนเฮ่อด้วยสายตาประหลาดใจ หนานกงเสวียนเฮ่อเองก็เหมือนจะตกตะลึงเช่นกันที่ปู้ฟางยังมีชีวิตอยู่
เป็นไปได้อย่างไร
เหตุใดเจ้าหนุ่มนี่ยังรอดมาได้โดยไม่บาดเจ็บหรือทุกข์ทรมานหลังเผชิญหน้ากับเรือยมโลก
หรือคำสาปของเรือยมโลกใช้กับคนคนนี้ไม่ได้
พลังรัศมีของหนานกงเสวียนเฮ่อค่อนข้างอ่อนแรง สีหน้าของเขาเองก็ไม่สู้ดี เมื่อพบว่าปู้ฟางยังมีชีวิตอยู่ สีหน้าของชายชรายิ่งย่ำแย่เข้าไปใหญ่
กระนั้นก็ดีเขายังไม่คิดมีเรื่องกับใครตอนนี้ จึงบังคับเรือวิญญาณเข้าสู่เกาะขนาดใหญ่ที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า
มันน่าจะเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดที่พวกเขาเคยเห็น มีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลและมีแนวชายฝั่งสูงตระหง่าน ทำให้ทุกคนแอบยำเกรงอยู่ในใจ
ปัง! ปัง!
พลังปราณเที่ยงแท้ของยอดฝีมือผู้หนึ่งพุ่งผ่านอากาศ ขณะลากเรือวิญญาณขึ้นไปบนเกาะยักษ์
พวกเขาคือยอดฝีมือขั้นเทพศักดิ์สิทธิ์ซึ่งมีพลังปราณแข็งแกร่ง ไม่มีใครหวั่นเกรงต่อแนวชายฝั่งที่สูงตระหง่านของมัน ทุกคนล้วนมุ่งหน้าต่อไป
เสียงคนเร่งฝีเท้าแหวกอากาศดังกึกก้องอย่างต่อเนื่อง
ทันทีที่ถึงชายฝั่ง ปู้ฟางก็พาเจ้าขาวปีนขึ้นจากเรือวิญญาณ เขาได้กลิ่นหอมฟุ้งในเสี้ยวอึดใจที่เหยียบชายฝั่งบนเกาะ
เกาะแห่งนี้มีผลไม้แปลกประหลาดมากมาย ทุกชนิดมีหน้าตาชอบกลและพิลึกยิ่ง แต่ละผลปล่อยไอน้ำออกมาราวกับเป็นขนมปังที่อบอย่างดี มีผลไม้กลิ่นหอมชนิดหนึ่งที่หน้าตาเหมือนฟองน้ำ และ ะเนื้อก็คล้ายขนมปังมากๆ
ปู้ฟางตาลายกับผลไม้เหล่านี้ รู้สึกเหมือนตัวเองมาถึงเกาะอาหารเลิศรสอย่างไรอย่างนั้น ของอร่อยพวกนี้งอกออกมาจากต้นไม้เช่นนั้นหรือ
ปู้ฟางหยิบผลไม้ที่หน้าตาคล้ายขนมปังขึ้นมา มันร้อนมือเล็กน้อย เขาจับมันควงเหมือนควงมันฝรั่งอบก่อนฉีกเนื้อของมันเหมือนฉีกขนมปัง ของเหลวร้อนๆ กลิ่นหอมหวานร้อนไหลออกมาทันที
เมื่อได้กลิ่นหอมและเห็นหน้าตาที่น่าลิ้มลองของมัน เขาก็อดใจไม่ไหวจึงกัดเข้าไปเต็มคำ
รสชาติดีไม่น้อยทีเดียว
ให้รสธรรมชาติบริสุทธิ์รื่นใจ
ช่างเป็นเรื่องที่ลึกลับและมหัศจรรย์จริงๆ
ปู้ฟางเดินหน้าทดสอบต่อ มีต้นไม้สารพัดสายพันธุ์บนเกาะแห่งนี้ และมีอสูรเวทมากมายเกินจะนับไหว การมาของเหล่ายอดฝีมือทำให้อสูรเวททั้งหลายกางปีกบินหนีไป
แม้ว่าเกาะนี้จะงดงามมาก แต่ไม่มียอดฝีมือรายใดหยุดชื่นชมความสวยงามของมัน พวกเขารีบเร่งพยายามหาหอคอยสีเลือดให้พบโดยเร็ว เป้าหมายของพวกเขาคือโชคลาภที่ได้มาโดยบังเอิญ
แต่เป้าหมายของปู้ฟางคือการตามหาวัตถุดิบประกอบอาหาร และดูเหมือนว่าเกาะใหญ่เกาะนี้จะสร้างมาเพื่อเขา
ปู้ฟางเริ่มออกสำรวจอย่างตื่นเต้น
บนเกาะมีต้นไม้สารพัดสายพันธุ์ บางสายพันธุ์ปู้ฟางเองก็ไม่เคยเห็นมาก่อน มีต้นไม้หน้าตาเหมือนต้นมะพร้าวในโลกที่เขาจากมา แต่ไม่มีลูกมะพร้าว มีแค่ขนมปังแผ่นขาวหอมๆ ร้อนๆ
ปู้ฟางแตะเท้าข้างหนึ่งกับพื้นก่อนกระโดดขึ้นกลางอากาศ จากนั้นก็ดึงขนมปังแผ่นขาวออกมา ขนมปังนุ่มมาก พอกัดเข้าปากก็สัมผัสได้ว่ามันอุ่นเหมือนเพิ่งอบเสร็จหมาดๆ แต่ไม่มีรสชา าติ
หลังจากกัดขนมปังเข้าไปหลายคำ ปู้ฟางก็อดนิ่วหน้าไม่ได้ แม้ว่าขนมปังจะหอมและนุ่มไม่น้อยแต่รสชาติของมันกลับจืดชืด
เมื่อไม่ถูกใจจึงต้องค้นหาต่อไป เขาเก็บเกี่ยวผลไม้แปลกๆ หลากหลายชนิดระหว่างทาง
มีผลไม้บางอย่างงอกจากพื้น ปู้ฟางชิมแล้วพบว่าเนื้อของมันมีรสชาติเหมือนเนื้อย่าง
ผลไม้เหล่านี้ปล่อยไอน้ำออกมา ซึ่งดูเป็นลักษณะร่วมของผลไม้บนเกาะนี้
ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าก็ดังเข้าหูของปู้ฟาง
หมูป่าตัวอ้วนปล่อยไอน้ำร้อนผ่าววิ่งผ่านหน้าเขาไป หลังอวบอ้วนของมันมีสีแดงเลือด ดูราวกับถูกย่างจนกลายเป็นสีแดงก่ำ มีเปลวไฟลุกไหม้อยู่บนหลังเล็กน้อย จมูกของหมูป่าพ่นไอน้ำ ำออกมาขณะพุ่งผ่านเกาะ มันมีเขี้ยวยาวที่ดูน่าเกลียดน่ากลัว
ดวงตาของปู้ฟางเป็นกระกาย เขาเอากระทะฟาดมันจนหมดสติแล้วเริ่มตรวจสอบ
เขาเฉือนเนื้อส่วนที่ถูกย่างบนหลังหมูป่าออกมาอย่างระมัดระวัง
มันค่อนข้างแห้ง ไม่ได้ชุ่มซอสหรือฉ่ำด้วยน้ำมัน แต่รสชาติถือว่าใช้ได้ เนื้อย่างที่งอกบนหลังของหมูป่าตัวเป็นๆ ช่างพิลึกพิลั่นและมหัศจรรย์โดยแท้
ปู้ฟางกัดเนื้อย่างอีกหนึ่งคำและรู้สึกได้ว่าเป็นรสชาติของเนื้อหมูป่า แต่ถูกย่างนานแล้วจึงค่อนข้างเหนียวและแข็ง
ดังนั้นเขาจึงเดินทางต่อ เก็บเกี่ยวผลไม้หลากชนิดและตีหมูป่าตัวอ้วนจนสลบบ้าง ก่อนเฉือนเนื้อที่งอกบนหลังของมัน หลังถูกเฉือนออกจากตัวหมูป่า แผ่นเนื้อยังโดดเด้งไปมาและพยาย ยามหนีด้วย
ไกลออกไปจากจุดที่ปู้ฟางอยู่ มีฝูงแกะสันหลังยาวกำลังกินหญ้าพลังปราณซึ่งมีพลังปราณเอ่อล้น หญ้าชนิดนี้มีกลิ่นหอมฟุ้งจนทำให้คนที่สูดดมเข้าไปรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า
เนื้อของฝูงแกะเหมือนจะเรืองแสงสีทองจางๆ ซึ่งสะดุดตาอย่างยิ่ง เนื้อของแกะเหล่านี้ต้องเป็นวัตถุดิบที่ยอดเยี่ยมแน่นอน
หัวใจของปู้ฟางเต้นแรงทันทีที่เห็นพวกมัน
เขารู้สึกเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ ได้เจอเกาะที่มีวัตถุดิบชั้นดีมากมายจนต้องร้องอุทานออกมาอย่างไม่รู้ตัว
ยอดฝีมือหลายคนที่พุ่งมาถึงเกาะล้วนหลงทาง พวกเขาหาหอคอยยักษ์สีเลือดไม่พบ
มันเพิ่งโผล่ออกมาเองไม่ใช่หรือ
หลายคนรู้สึกปวดศีรษะกับการพลิกแผ่นดินทั่วเกาะเพื่อตามหาหอคอยสีเลือด
ปู้ฟางเก็บเกี่ยววัตถุดิบมากมายอย่างสบายอารมณ์ ต่างจากเหล่ายอดฝีมือที่เริ่มไร้ความอดทนขึ้นเรื่อยๆ
แม้วัตถุดิบเหล่านี้จะไม่ได้มาจากอสูรเวทระดับสูง สมุนไพรพลังปราณระดับสูง หรือโอสถวิญญาณ แต่ปู้ฟางก็ยังสนใจพวกมันที่เติบโตขึ้นมาตามธรรมชาติอยู่ดี
ปู้ฟางพบต้นไม้บนเกาะที่มีผลขนาดเล็กสีน้ำตาลมากมาย หลังเด็ดจากต้นจึงรู้ว่าผลไม้เล็กๆ เหล่านี้หน้าตาเหมือนช็อกโกแลต
เขาลองบีบดูและรู้สึกว่ามันนุ่มมือมาก เมื่อลองชิมก็พบว่ารสชาติของมันขมอมหวานเหมือนช็อกโกแลต
…..
ที่นี่คือเกาะอาหารเลิศรส ปู้ฟางแน่ใจว่ามันคือหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของธรรมชาติ
เขาชื่นชมเกาะแห่งนี้ในใจไม่หยุดหย่อน
ยอดฝีมือรายอื่นที่มาหาโชคลาภต่างสิ้นหวังสุดขีด พวกเขาไม่สนใจด้วยซ้ำว่าเกาะแห่งนี้แปลกประหลาดเช่นใด ทุกคนแค่อยากเจอหอคอยยักษ์สีเลือดและรับโชคโดยบังเอิญเท่านั้น
ตุ้บ!
หลังสำรวจทั่วเกาะและเก็บเกี่ยววัตถุดิบจนไม่หวาดไม่ไหว ปู้ฟางก็วางกระทะลงกับพื้นจนพื้นดินสั่นสะเทือนเบาๆ
บรรดายอดฝีมือที่เหน็ดเหนื่อยเล็กน้อยจากการหาหอคอยสีเลือดไม่พบ พากันมองปู้ฟางด้วยความสงสัย
พวกเขามีสีหน้าชอบกลขณะมองปู้ฟางที่กำลังง่วนอยู่กับสิ่งตรงหน้า
“เจ้าหนุ่มนี่กำลังทำอะไร”
“คิดจะปรุงอาหารบนเกาะรึ สติดีหรือเปล่า ทุกคนมายังดินแดนเร้นลับเพื่อแสวงหาโชคลาภ ไม่ใช่ทำอาหาร”
“น่าสนใจดีแฮะ… หมอนี่เป็นพ่อครัวหรือ หน้าตาคุ้นๆ”
…
หลายคนเคยได้ยินชื่อของปู้ฟาง แต่น้อยคนนักในเมืองหมอกนภาที่จำเขาได้ ชื่อของเขาเป็นที่โจษจันเพราะเรื่องของตระกูลหนานกง ถึงคนพวกนี้จะรู้ว่ามีพ่อครัวเข้ามาในดินแดนเร้นลั บ แต่พวกเขาก็ไม่คาดคิดว่าจะเห็นพ่อครัวปรุงอาหารอย่างจริงจังอยู่ตรงหน้า
ท่าทางน่าสนุกเหมือนกันแฮะ
ปู้ฟางก็ไม่ได้ใส่ใจคนพวกนี้แต่อย่างใด เขาแค่คันไม้คันมืออยากปรุงอาหารเพราะตื่นเต้นกับวัตถุดิบแปลกประหลาดจากธรรมชาติที่เก็บเกี่ยวได้
มีดทำครัวกระดูกมังกรทองปรากฏขึ้นในมือ เขาควงมีด เมินเฉยต่อสายตาหยอกเย้าของเหล่ายอดฝีมือรอบตัว ชายหนุ่มเริ่มจากแกะที่เรืองแสงอ่อนๆ
แกะค่อนข้างสงบ ทั้งยังเคลื่อนไหวเชื่องช้า
มันไม่ดิ้นรนหรือคร่ำครวญระหว่างขั้นตอนทั้งหมด ได้แต่ร้องแบะๆ อย่างเกียจคร้าน
ปู้ฟางไม่จำเป็นต้องใช้ทักษะมีดสิบสามมหากาฬระหว่างเตรียมเนื้อแกะ แค่หั่นด้วยทักษะมีดฝนดาวตกเท่านั้น
ปู้ฟางใช้กระทะสีดำเตรียมน้ำซุปหอมกรุ่นจากเนื้อหมูป่า เอากระดูกแกะที่เตรียมเสร็จใส่ลงไป จากนั้นก็เริ่มเคี่ยว
ไม่นานไอน้ำหนาแน่นก็พวยพุ่งออกจากกระทะ
เยี่ยเฉิงจากสำนักมหาพิภพ เซียวจ่างอวิ้นจากสำนักพลับพลาวายุและอสนี เหล่ายอดฝีมือจากสำนักหุ่นเชิดและคนอื่นๆ พากันมองปู้ฟางด้วยสายตาหยอกเย้า
ส่วนหนานกงเสวียนเฮ่อที่ซ่อนตัวอยู่ในฝูงชนส่งสายตาเหยียดหยามมาให้ปู้ฟาง
ปู้ฟางไม่แยแสต่อสายตาพวกนั้น เขาปรุงอาหารต่ออย่างมุ่งมั่น
กลิ่นหอมฟุ้งโชยมาเมื่อชายหนุ่มหยิบเนื้อแกะออกจากกระทะใส่ลงในชามอย่างช่ำชอง หลังจากเคี่ยวในน้ำซุป ชั้นไขมันบนเนื้อแกะก็เรืองแสงออกมา
กลิ่นหอมกระตุ้นความอยากอาหารของยอดฝีมือทุกคนที่จับตาดูอยู่