ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก: GOURMET OF ANOTHER WORLD - บทที่ 458 เจ้ากล้าปั่นหัวท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้หรือ!
- Home
- ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก: GOURMET OF ANOTHER WORLD
- บทที่ 458 เจ้ากล้าปั่นหัวท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้หรือ!
หินหนืดสาดกระจายไปทั่วอย่างต่อเนื่อง
หลังตกลงมาสักพัก หมีซาก็รู้สึกว่าร่างกายสัมผัสกับพื้นผิวแข็งๆ
ครั้งนี้เขาไม่รู้สึกเหมือนถูกลวกอย่างตอนกำลังแหวกผ่านทะเลหินหนืดอีกแล้ว เขาสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่เย็นเยียบ และกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งในอากาศซึ่งฉุนเข้าจมูก เขารู้สึกว่า ารูขุมขนทั่วร่างเปิดกว้างและตื่นเต้นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
ชุดคลุมสีเลือดดูแดงจัดกว่าเดิมในสภาพแวดล้อมที่ชวนให้ต้องมนต์นี้ มันดูราวกับมีเลือดย้อยออกมาด้วย
ทุกก้าวย่างของเขาเหมือนมีเลือดหยดจากร่าง
ทั้งสองคนเดินไปข้างหน้าเงียบๆ หมีซาหรี่ตาลงขณะเดินไปตามทางที่ความผันผวนรุนแรงในใจชี้นำ
แม้พื้นที่โล่งกว้างไร้ขอบเขตเบื้องหน้าจะมีแต่สีเลือด แต่หมีซาก็ยังเดินหน้าต่อไปและรู้สึกตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆ
“อีกนิดเดียว… ใกล้จะถึงแล้ว”
หมีซาพึมพำทำให้ยอดฝีมือที่เดินตามหลังมาหรี่ตาลง
พวกเขารู้สึกว่าทุกครั้งก้าวย่าง ทุกสิ่งตรงหน้าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
ทันใดนั้นหอคอยสีเลือดที่ทรุดโทรมหลังหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า หอคอยหลังนี้เต็มไปด้วยเส้นสายและลวดลายมากมาย ลวดลายสีเลือดปล่อยคลื่นลึกลับแปลกประหลาดออกมา
“นั่นน่ะหรือหอคอยอสุรา” หมีซาพึมพำ
หมีซารู้ว่าหอคอยอสุราเสียหาย แต่ดูจากภายนอกแล้วเขาก็ไม่รู้สึกว่ามันบุบสลายแต่อย่างใด หอคอยปล่อยคลื่นผันผวนน่าเกรงขามออกมา และมันก็สะกดพลังปราณเที่ยงแท้ในตัวของเขาไว้จ จนไม่อาจเรียกใช้งานได้
มันคือพลังสะกดที่หอคอยอสุราใช้จัดการยอดฝีมือทุกคนของเมืองโบราณอสุรา
รูม่านตาของหมีซาขยายกว้างเมื่อสังเกตเห็นว่ามีคนอยู่ในหอคอยอสุราสีเลือด คนผู้นี้ยืนอยู่ตรงหน้าต่างบานหนึ่งของหอคอย
ชายตรงหน้ารูปร่างล่ำสัน ผมสีแดงเลือดสยายประบ่าและปลิวไปตามลม เขากำลังจ้องคนทั้งคู่ด้วยสายตาที่เหี้ยมเกรียมเย็นยะเยือก
…..
“เจ้าหนูปู้ฟาง ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่ผล็อยหลับแค่แวบเดียว เจ้าก็ริอ่านมีเรื่องกับคนจากยมโลกแล้ว เจ้านี่ยังเล่นซุกซนเหมือนเดิมไม่มีผิด”
เสียงอ่อนโยนของบุรุษดังก้องในใจปู้ฟาง
ทันใดที่ได้ยินเสียงนี้ปู้ฟางก็ตัวแข็งทื่อ ดวงตาเป็นประกายขึ้นมา มันคือเสียงของเจ้าดำสุนัขจอมเกียจคร้าน… เจ้าสุนัขอ้วนตื่นแล้วหรือนี่
เมื่อครั้งที่ปู้ฟางไปหนองน้ำปราณมายา เจ้าดำกินอะไรเข้าไปไม่รู้ จากนั้นก็กลับมาหลับเป็นเจ้าชายนิทราในนครหลวง มันหลับเป็นตายนับแต่นั้นซึ่งกินเวลายาวนานมาก
แต่สุดท้ายมันก็ตื่นขึ้นมาจนได้! แถมสุนัขจอมขี้เกียจตัวนี้ดูจะคุ้นเคยกับสิ่งที่เรียกว่ายมโลกไม่น้อย
เรือยมโลกที่ลอยอยู่กลางอากาศแผ่รัศมีน่าอึดอัดจนทำให้หายใจไม่ออกออกมา
เจ้าขาวเรืองแสงไปทั้งตัว วงแหวนปราณบนเกราะของมันวูบวาบต่อเนื่อง มันต้องการเป็นอิสระจากพลังกดดันของผู้หญิงคนนี้
ส่วนเจ้ากุ้งก็ดูเหมือนกำลังจะตื่นเพราะก้ามของมันโบกไปมา แม้จะเพียงเล็กน้อยก็ตาม
“เรือยมโลกมาจากยมโลก ผู้หญิงคนนั้นก็มาจากยมโลก การรับมือนางไม่ใช่เรื่องง่าย” เจ้าดำพูด
ปู้ฟางรู้สึกว่าพลังปราณเที่ยงแท้ในตัวเริ่มโคจรอย่างฉับพลัน เส้นแสงนับไม่ถ้วนเริ่มรวมตัวกันเหนือศีรษะของเขา ก่อนจะค่อยๆ ก่อตัวเป็นเงาพร่าเลือนรูปร่างเหมือน...สุนัข
ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่ปรากฏกายแล้ว
ผมดำยาวของหญิงสาวคนนั้นกระพือไปตามลม ผมทุกเส้นคล้ายลูกธนูมหาศาลที่พุ่งถล่มทำลายทุกสิ่งที่ขวางทาง หน้าผากของนางมีรอยกรีดบางๆ และดูเหมือนจะมีดวงตาแนวตั้งโผล่ออกมา มันแผ ผ่ความผันผวนน่าเกรงขามไม่หยุดหย่อน
หนานกงเสวียนเฮ่อหนีมาไกลลิบแล้วพุ่งลงไปในทะเลที่เต็มไปด้วยพายุ เขาใช้พลังปราณเที่ยงแท้ควบคุมเรือวิญญาณจากไปโดยไม่เหลียวหลัง เขาต้องหนีถ้ายังไม่อยากตาย
หญิงสาวคนนี้น่ากลัวเหลือเกิน พลังรัศมีของนางเหมือนจะฉีกอากาศเป็นริ้วๆ ได้ ช่างเป็นความรู้สึกที่… แม้แต่ยอดฝีมือผู้ทำลายโซ่ตรวนขั้นเซียนเทพได้สามชิ้นยังต้องเอาชีวิตมาทิ้ง งหากกล้าเผชิญหน้ากับนาง
ยอดฝีมือหน้าไหนก็ไม่อาจเทียบเทียมนางได้
เรือยมโลก... เรือต้องคำสาป… ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะพบเจอมันเข้า
ปู้ฟางกำลังรู้สึกจนตรอก ไม่รู้ว่าจะเอาตัวรอดได้นานเพียงใด อย่างไรเสียเขาก็ยังไม่อยากตาย
สายตาเย็นเยียบของหญิงสาวกำลังจดจ้องอยู่ที่ปู้ฟาง จิตสังหารของนางพวยพุ่งออกมา ดวงตาแนวตั้งบนหน้าผากลืมขึ้นช้าๆ และยิงลำแสงออกมาทันที
ลำแสงดังกล่าวทำให้อากาศบิดเบี้ยวขณะพุ่งเข้าใส่ปู้ฟาง
เปลวไฟสีดำสนิทซึ่งดูเหมือนวิญญาณมีชีวิตแผ่กระจายอยู่ในลำแสงทั้งยังหมุนวนอยู่รอบๆ
มันสะกดหมื่นไฟประลัยกัลป์ของปู้ฟางไว้ และบังคับให้เปลวไฟของเขาย้อนกลับเข้าตัว หญิงสาวคนนี้ไม่อาจต้านทานได้จริงๆ
เงาเหนือศีรษะของปู้ฟางขยับเดินไปข้างหน้าอย่าง่าเร่งรีบ ท่าแมวเยื้องย่างนี้เป็นท่าประจำตัวของเจ้าดำ ปรากฏเป็นภาพเงาของสุนัขที่กำลังนวยนาดเหมือนแมว ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่ยังสง่ างามเหมือนเช่นเคย!
หึ่ง…
เงามืดของท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่ซึ่งเกิดจากเส้นแสงจำนวนมากมาหยุดอยู่ตรงหน้าปู้ฟาง มันยกอุ้งเท้าเล็กๆ ขึ้นมา
ปัง!
ลำแสงซึ่งดูเหมือนไม่มีสิ่งใดหยุดยั้งได้หยุดกลางคันแล้วฟาดใส่อุ้งเท้าของท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่เต็มเหนี่ยว
ทั้งเกาะสั่นไหวรุนแรงจนแทบแตกเป็นเสี่ยงๆ
คลื่นยักษ์สาดซัด ก้อนหินนับไม่ถ้วนแตกยับแล้วร่วงลงทะเลผ่านทางรอยแยกของพื้นดิน
ใบเรือสีดำดูน่าขนลุกของเรือยมโลกที่ลอยอยู่ในอากาศพัดกระพือตามแรงลม
เส้นผมสีดำของหญิงสาวเองก็สะบัดไปตามแรงลมเช่นกัน แต่ใบหน้าไร้เลือดฝาดของนางยังคงไร้ความรู้สึกดังเดิม
ปู้ฟางเองก็จ้องกลับไปอย่างไร้อารมณ์เช่นกัน
คลื่นอากาศปั่นป่วนพัดผ่านไปทั่วแต่ไม่ปะทะตัวเขาสักนิด พลังรัศมีที่เกิดจากการปะทะกันสลายตัวไปในเวลาสั้นๆ ควันและฝุ่นก็ปลิวหายไปไม่ต่างกัน
ภาพเงาของท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่ยังคงชูอุ้งเท้าอย่างสงบ แม้ว่าภาพของมันจะค่อนข้างเลือนลาง แต่ก็ยังปรากฏให้เห็น
“หญิงสาวจากยมโลกผู้มาท่องดินแดนเร้นลับ… หากเจ้ามีอะไรข้องใจก็คุยกันดีๆ อย่าสู้กันเลย” เสียงนิ่งเรียบของท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่ดังมาจากเงานั้น
เมื่อฟังคำของท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่ ร่องรอยความมีชีวิตก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าเยือกเย็นของหญิงสาว แสงในรูม่านตาของนางส่องประกายวาบ
“เจ้า… รู้จักชื่อของข้า… ได้อย่างไร เจ้าเป็นใครกัน”
เสียงเย็นชาของนางแหบเล็กน้อย
“ข้ารู้จักเจ้า แต่บอกไม่ได้ว่าข้าเป็นใคร ไม่ต้องกังวลไป ถือว่าเห็นแก่หน้าท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้ ไว้ข้ากลับยมโลกแล้วจะชดเชยให้เจ้า”
ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่ตอบอย่างคลุมเครือ
เมื่อได้ยินคำพูดของเจ้าดำ ปู้ฟางก็กลอกตาทันที เจ้าสุนัขอ้วนนี่ช่างไร้ยางอายเหลือเกิน
‘นางไม่รู้ว่าเจ้าเป็นใครด้วยซ้ำ เหตุใดต้องไว้หน้าเจ้าด้วย’
รอยกรีดบนหน้าผากของนางปิดลงช้าๆ ร่อยรอยความสงสัยปรากฏบนสีหน้าไร้อารมณ์แวบหนึ่ง นางจ้องภาพเงาสุนัขเหมือนกำลังขบคิดบางอย่าง
ดวงตาไร้ชีวิตชีวาของนางมีร่องรอยความตื่นตระหนกและแปลกใจ
“เจ้า…เองรึ”
ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่ชูอุ้งเท้าขึ้นพลางพยักหน้า
หญิงสาวจากยมโลกไม่ได้เอ่ยอะไรอีก เท้าของนางแตะพื้นเบาๆ ส่งร่างตัวเองกลับไปที่เรือยมโลกซึ่งเปล่งรัศมีเย็นยะเยือกออกมา
ประตูห้องโดยสารเรือเปิดออกพร้อมเสียงดังสนั่น จากนั้นนางก็หายวับเข้าไปในนั้น
“พวกนั้นชิงแก่นผลึกม่วงของข้าไป… แต่ครั้งนี้ข้าจะไว้หน้าเจ้า อย่าลืมที่รับปากไว้ด้วย”
เสียงของนางดังก้องราวสายลมที่พัดผ่านก่อนจะสลายหายไป
ทะเลหยุดปั่นป่วนและกลับคืนสู่ความสงบ
ดวงตาของปู้ฟางเบิกกว้าง เขามีสีหน้าแปลกประหลาดขณะมองเรือยมโลก
ถ้าไม่ได้ตาฝาด… เหมือนมีคนกำลังกระเสือกกระสนอยู่ในห้องโดยสารเรือ แถมหน้าตาของคนผู้นั้นยังดูคลับคล้ายคลับคลา หนานกงอู๋เชวีย? เจ้าบ้านั่นไปทำอะไรบนเรือยมโลก หรือว่าถูกหญ ญิงสาวคนนั้นจับตัวไปทำสามี
ปู้ฟางรู้สึกลังเล เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น และตอนนี้เรือยมโลกเองก็หายไปกับสายหมอกแล้ว
ช่างเถอะ ใครจะสนใจคนพรรค์นั้นกัน…
“แก่นผลึกม่วงหรือ เจ้าหนูปู้ฟาง เจ้าขโมยของนางมาเช่นนั้นหรือ”
น้ำเสียงสั่นเครือของท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่ดังก้องในหูของปู้ฟาง
“เอ่อ คือว่า…”
ปู้ฟางพยักหน้าไม่แยแส
“เจ้ารู้หรือไม่ว่ามันมีค่าขนาดไหน ในเหมืองผลึกนับร้อยจะเจอเพียงเหมืองเดียว ข้าคงติดหนี้นางก้อนใหญ่เสียแล้ว…” ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่พึมพำท่าทางกลุ้มใจ
“เจ้าหนู ถ้ากลับไปแล้วเจ้าไม่ทำซี่โครงเนื้อมังกรเปรี้ยวหวานให้ข้ากินวันละสามมื้อ ข้าจะกัดเจ้า” ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่พูดอย่างขุ่นเคือง
“รู้แล้ว! ตกลงตามนี้” ปู้ฟางตอบอย่างไม่ไยดี
เขาหยิบขวดหยกซึ่งมีกลิ่นหอมฟุ้งโชยออกมาจากกระเป๋าคลังเก็บของระบบ “นางเรียกมันว่าแก่นผลึกม่วงเช่นนั้นหรือ” ปู้ฟางเขย่าขวดหยกต่อหน้าท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่พลางเอ่ยถาม
ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่ขนลุกชันไปทั้งตัวเมื่อเห็นขวดนั้น
“เจ้าหนูปู้ฟาง นี่เจ้ากล้าปั่นหัวท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้หรือ ในขวดนั่นมีแก่นผลึกม่วงอยู่จริงๆ หรือ เช่นนั้นก็ไม่แปลกที่นางอยากเอาชีวิตเจ้า หากเป็นข้าก็คงไล่ล่าเจ้าจนสุ ดขอบโลกเช่นกัน” ท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแต่เฉียบขาด
เหตุผลที่เจ้าดำหลับเป็นตายอย่างยาวนานเพราะดื่มแก่นผลึกม่วงเข้าไป แต่ที่มันดื่มตอนนั้นมีเพียงไม่กี่หยด เทียบไม่ได้กับปริมาณที่อยู่ในขวดของปู้ฟาง
ภาพเงาของท่านสุนัขผู้ยิ่งใหญ่หมุนวนก่อนกระจายหายไป
“เจ้าตัวแสบ รอข้าก่อนเถอะ ข้าจะรีบมาหาเจ้าทันที เหลือแก่นผลึกม่วงไว้ให้ข้าด้วย”
เสียงของมันเบาลงทีละน้อยจนกระทั่งเลือนหายไป บริเวณโดยรอบคืนสู่ความสงบอีกครั้ง
ทั้งเกาะมีสภาพเละตุ้มเป๊ะ ผลของต้นกรงเล็บปีศาจรวมปราณร่วงอยู่ไม่ไกล ปู้ฟางตะลึงงันไป เขาเดินไปหลายก้าวก่อนหยิบมันขึ้นมา ง่ายดายเช่นนี้เลยหรือ
ดูเหมือนไม่ต้องออกแรงสักนิด
ใบหน้าไร้ความรู้สึกของปู้ฟางอดกระตุกเกร็งไม่ได้
ปู้ฟางเก็บผลไม้ไว้ในกระเป๋าของระบบ ไม่ว่าจะได้มาอย่างไร เขาก็พอใจที่ได้วัตถุดิบระดับสิบมาครอง
เจ้าขาวคลานขึ้นจากพื้น ดวงตากลับมาเป็นประกายสีม่วงอีกครั้ง
ส่วนเจ้ากุ้งเองก็ตื่นแล้ว มันกลอกตาโปนๆ พลางจ้องมองปู้ฟาง
โครม!
จู่ๆ ทั้งเกาะก็เริ่มสั่นไหว หัวใจของปู้ฟางสั่นระรัวด้วยความกลัว เขาหันไปมองจุดที่อยู่ห่างออกไป
ไอน้ำก้อนใหญ่ลอยขึ้นจากคลื่นทะเลพร้อมเสาหินเพลิง ราวกับปรากฏการณ์พิเศษบางอย่างกำลังอุบัติขึ้น
“หืม?” ปู้ฟางตกตะลึง
คลื่นพลังผันผวนแผ่ออกมาจากจุดที่เสาหินเพลิงโผล่พ้นน้ำ ภาพเงาของหอคอยสีเลือดขนาดมหึมาปรากฏขึ้น จู่ๆ พลังรัศมีร้ายกาจนับไม่ถ้วนก็ระเบิดออกมาภายในดินแดนเร้นลับทะเลเมฆาอย่างฉ ฉับพลัน