ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก: GOURMET OF ANOTHER WORLD - บทที่ 486 พวกเราต่างเป็นพวกเดียวกันไม่ใช่หรือ
- Home
- ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก: GOURMET OF ANOTHER WORLD
- บทที่ 486 พวกเราต่างเป็นพวกเดียวกันไม่ใช่หรือ
“อะไรกัน นี่มันเรื่องอะไรเนี่ย”
พวกหมอแทบคลั่งเมื่อเห็นว่าปู้ฟางทำหน้าไร้เดียงสา พวกเขาอยากถอดรองเท้าเขวี้ยงใส่หน้าเขาจริงๆ
หากเจ้าไม่ทำอาหารสุ่มสี่สุ่มห้าที่ส่งกลิ่นเหม็นจนส่งผลต่อสมาธิของพวกเรา แล้วพวกเราจะทำผิดพลาดจนหม้อหลอมของตัวเองระเบิดได้อย่างไรกัน
ทั้งหมดนี้เป็นเพราะไอ้เวรนั่น!
ตอนแรกพวกเขาคิดว่าปู้ฟางไม่มีอันตรายอะไร และการที่ชายหนุ่มเข้าร่วมการทดสอบครั้งนี้ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเขาเลย
จะไม่เกี่ยวได้อย่างไรเล่า ใครจะไปคาดคิดว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะเป็นคนชั่วช้า เขาบังอาจทอดก้อนที่ดูคล้ายอุจจาระในลานทดสอบ...
เขาจะทำตัวไร้ยางอายได้ยิ่งกว่านี้อีกหรือไม่
ปู้ฟางค่อนข้างงุนงงกับสายตาขุ่นเคืองของพวกหมอ สามคนนั้นสมองทึบหรืออย่างไร
ชายหนุ่มไม่คิดสนใจพวกเขาอีกต่อไป เขาหันหน้ามองเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพลางพูดขึ้นอย่างสุขุม “นี่เป็นผลงานของข้า ข้าทำเสร็จแล้ว และมันก็เสร็จตามเวลาที่กำหนดไว้สองก้านธูป”
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่ยังคงตกตะลึงอยู่กลับมาได้สติอีกครั้ง
เขาเดินเข้าไปดูจานอาหารของปู้ฟาง
เอ่อ… รูปลักษณ์ของมันดูดีอย่างคาดไม่ถึงทีเดียว
แม้ว่าทักษะการจัดจานอาหารของปู้ฟางยังไม่ผ่านการฝึกฝนของระบบ แต่เขาก็มีประสบการณ์มาจากชีวิตในโลกก่อน ดังนั้นเขาจึงสามารถจัดจานได้อย่างน่าประทับใจ
อย่างน้อยที่สุดอาหารจานนี้ก็น่ามอง
แม้ว่าเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคนนี้จะทำงานเป็นผู้ตรวจสอบมานานหลายปี แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นคนทำอาหารบนเวทีคัดเลือก ดังนั้นเขาจึงรู้สึกสงสัยอาหารจานนี้ไม่น้อย
เขาดมอาหารเล็กน้อย กลิ่นของมันโชยขึ้นจากจานมาเตะจมูกของเขาทันที ทำให้ใบหน้าของเขาเปลี่ยนสี
“นี่มันกลิ่นอะไรกัน” เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอ่ยถามแทบจะอาเจียนออกมา ก่อนจะมองเต้าหู้เหม็นราดซอสเผ็ดหวานอย่างตกตะลึง
“มันคือกลิ่นเหม็น…” ปู้ฟางตอบคำถามของอีกฝ่ายอย่างเรียบเฉย
“เจ้าคือปรมาจารย์ด้านยาพิษหรือ ปรมาจารย์ด้านยาพิษในยุคนี้เรียนรู้ที่จะทำอะไรตามกระแสจนเกินเหตุเช่นนั้นหรือ เจ้าทำของที่น่ารังเกียจจริงๆ… เจ้าคงไม่ได้จงใจจะใช้มันทำให้คนอื่นรู้สึกคลื่นเหียนและขยะแขยงหรอกนะ” เจ้าหน้าที่ตรวจสอบมองปู้ฟาง
หมอทั้งสามคนที่อยู่ไม่ไกลมองเขาพลางพยักหน้า
“เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ท่านควรตัดสิทธิ์ของเขาเดี๋ยวนี้ หากเขาทำสิ่งที่น่ารังเกียจแล้วเอามันไปแสดงในงานประลองหัตถ์เวท เขาต้องทำให้เมืองหมอกนภาของพวกเราอับอายแน่ๆ”
หมอทั้งสามคนนั้นโกรธเคืองและไม่พอใจอย่างมาก พวกเขาบอกให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบตัดสิทธิ์ปู้ฟาง
ปู้ฟางขมวดคิ้วพลางหันไปมองคนเหล่านั้น
พวกเขาทั้งสามคนเสียสติเพราะกลิ่นเหม็นเช่นนั้นหรือ
“หุบปาก หากเจ้ายังกล้าพูดอะไรอีก ก็อย่ากล่าวหาข้าที่ไปต่อยตีเจ้าเลย” ปู้ฟางพูดอย่างเรียบเฉย
หา! เด็กหนุ่มคนนี้เพิ่งพูดจาด้วยถ้อยคำที่เย่อหยิ่งเอาแต่ใจเช่นนั้นหรือ
ตอนนี้หมอทั้งสามคนยิ่งโกรธแค้นขึ้นไปอีก พวกเขาจะหวาดกลัวปู้ฟางทำไมกันเล่า หนึ่งในพวกเขาเป็นผู้ฝึกตนชั้นกายาศักดิ์สิทธิ์ที่ทำลายโซ่ตรวนขั้นเซียนเทพได้หนึ่งชิ้น ในขณะที่อีกสองคนอยู่ในขั้นเซียนเทพ
แล้วพวกเขาจะกลัวเด็กหนุ่มขั้นเซียนเทพไปทำไมกัน
“บอกข้าสิว่าของสิ่งนี้ใช้งานอย่างไร กินมันเข้าไปหรือ” เจ้าหน้าที่ตรวจสอบห้ามพวกหมอที่ใกล้จะลุกเป็นไฟ พลางเลื่อนสายตาไปที่เต้าหู้เหม็นราดซอสเผ็ดหวานอีกครั้ง
“ก็ต้องกินมันเข้าไปแหงล่ะสิ” ปู้ฟางตอบ
กิน… กินของที่มีกลิ่นเหม็นราวอึเช่นนี้น่ะหรือ
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบกลืนน้ำลายพลางมองปู้ฟาง ก่อนจะตระหนักได้ว่าสายตาของชายหนุ่มดูจริงใจและซื่อตรง มันคือสายตาที่ส่งกำลังใจให้เขา
บนอัฒจันทร์ ทั้งฟูป้าและหนานกงหวั่นกำลังดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“ดูเหมือนว่าเด็กหนุ่มคนนั้นจะทำผลงานของเขาเสร็จแล้ว ลงไปดูกันเถอะ” ฟูป้าบอก
หลังจากพูดจบ ชายชราตาเดียวก็เดินลงจากอัฒจันทร์ เขาอยากจะเห็นจริงๆ ว่าเด็กหนุ่มผู้เย่อหยิ่งที่พยายามจะเข้าร่วมงานประลองหัตถ์เวทคนนี้มีทักษะระดับใด
อาหารอะไรที่ทำให้คนคนนี้หยิ่งผยองได้ขนาดนี้
ขณะที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบยังคงลังเลที่จะกินอาหาร หนานกงหวั่นและฟูป้าก็เดินเข้ามา เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเห็นฟูป้า ดวงตาของเขาก็ส่องประกายทันที
“ท่านฟูป้า มาแล้วหรือขอรับ” เจ้าหน้าที่ตรวจสอบกล่าวด้วยน้ำเสียงเคารพ
“นี่คืออาหารที่เด็กหนุ่มคนนั้นทำเช่นนั้นหรือ” ฟูป้าหรี่ตาลงมองเต้าหู้เหม็นราดซอสเผ็ดหวาน
กลิ่นเหม็นฉุนและกลิ่นหอมหวานผสานกันอยู่ในอาหารจานนี้ ทำให้ผู้คนรู้สึกแปลกใจอย่างมาก
ฟูป้าเบิกตากว้างอย่างอดไม่ได้เมื่อเขารับรู้ถึงกลิ่นของมัน กลิ่นเหม็นนั้นโชยออกมาจากจานจนทำให้เขาขนลุกซู่ไปทั้งตัว
แม้แต่ตอนที่เขานั่งอยู่บนอัฒจันทร์ ก็ยังรู้สึกว่ากลิ่นนั้นเหม็นเกินจะทน และตอนนี้เขาเดินมารับกลิ่นเหม็นในระยะใกล้ชิด จึงรู้สึกว่ามันเหม็นฉุนยิ่งกว่าเดิม
มันเหม็นกว่ายาจากฝีมือของปรมาจารย์ด้านยาพิษระดับทั่วไปเสียอีก
พ่อครัวเช่นนั้นหรือ คนคนนี้คือพ่อครัวจริงๆ น่ะหรือ
ฟูป้ารู้สึกว่าสามัญสำนึกของตนเองกำลังถูกทำลายลง
“ก็ได้ เจ้าไม่จำเป็นต้องฝืนตัวเองหรอก ข้าจะชิมและตรวจสอบผลงานของเขาด้วยตัวเอง” ฟูป้าพูดพร้อมกระตุกมุมปากของตนเอง
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบส่งชามอาหารให้ฟูป้าแล้วเดินหนีไปไกล ดูเหมือนว่าเขาจะรู้สึกโล่งอกที่หลุดพ้นจากภารกิจอันหนักอึ้ง หลังจากนั้นเขาก็มองฟูป้าจากระยะไกลๆ
“ฟูป้า ท่านจะชิมมันหรือไม่ หากเจ้าไม่ชิมข้าจะชิมมันแทน” หนานกงหวั่นพูดพร้อมยิ้มให้อย่างอบอุ่น กลิ่นเหม็นนั้นไม่ส่งผลกระทบใดๆ กับนางแม้แต่น้อย อาหารจานนี้มีกลิ่นดีกว่าเต้าหู้เหม็นที่เถ้าแก่ปู้ทำที่ร้านอาหารของเขาหลายเท่าตัวนัก
ฟูป้ารู้สึกประหลาดใจกับคำพูดของหนานกงหวั่น นางเป็นถึงเทพธิดาตระกูลหนานกง แต่กลับเต็มใจชิมอาหารที่น่ารังเกียจเช่นนี้ อาหารจานนี้มีความลับอะไรซ่อนอยู่กันแน่
เขาใช้ตะเกียบคีบเต้าหู้เหม็นสีดำที่ส่องประกายมันวาวสีเหลืองเล็กน้อยขึ้นมาหนึ่งชิ้น
น้ำมันหยดย้อยลงมาและกลิ่นที่น่าสะอิดสะเอียนก็โชยออกมาจากเต้าหู้เหม็นชิ้นนี้
ฟูป้ารู้สึกว่าท้องไส้ของเขาปั่นป่วน ชายชราเหมือนต้องเสี่ยงชีวิตของตนเองเพื่อตรวจสอบอาหารจานนี้ เขาหลับตาแล้วยัดเต้าหู้เหม็นเข้าไปในปาก ก่อนจะเริ่มเคี้ยวอย่างเด็ดเดี่ยว
ฟูป้ารู้สึกได้ถึงผิวสัมผัสอันนุ่มนวลในปากของตนเอง มันนุ่มนวลเหมือนนมวัวและให้ความผ่อนคลาย จนเขารู้สึกราวกับมีบางอย่างกำลังนวดเฟ้นกล้ามเนื้อในปากอยู่
รสชาติดีอย่างไม่คาดคิด!
ฟูป้าลืมตาขึ้นด้วยความรู้สึกอัศจรรย์ พลางส่งเสียงออกมาอย่างประหลาดใจ
เต้าหู้เหม็นดูดซับน้ำมันเข้าไปจำนวนมาก และเมื่อกัดเพียงเล็กน้อยก็ทำให้น้ำมันรสหวานแผ่ซ่านออกมา
ความประทับใจแรกต่ออาหารจานนี้ของฟูป้าคือกลิ่นเหม็นฉุน ความประทับใจต่อจากนั้นคือความนุ่มนวลและรสชาติหวาน...
นี่เขารู้สึกว่าอาหารจานนี้มีรสชาติค่อนข้างหวานอย่างนั้นหรือ
ฟูป้าคิดว่ากลิ่นเหม็นของมันทำให้สมองของเขาวิกลจริตไปแล้ว แต่มันก็ทำให้เกิดความรู้สึกอันแสนมหัศจรรย์ภายในปากของเขาจริงๆ
อาหารจานนี้ไม่แย่เลย
ใบหน้าของฟูป้าเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ ความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงนี้ทำให้เขาประหลาดใจจริงๆ ฟูป้าที่ดูเหมือนกำลังเสพติดมันงอมแงมใช้ตะเกียบคีบเต้าหู้เหม็นอีกขึ้นมาอีกหนึ่งชิ้น ก่อนจะยัดมันเข้าปากทันที
หงับ! หงับ!
ยิ่งกินความเร็วของเขาก็ยิ่งเพิ่มขึ้น
หมอทั้งสามคนต่างตะลึงงันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พวกเขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดฟูป้าจึงดูหลงใหลมันถึงขนาดนี้
มันทั้งเผ็ด กรอบ และหวาน
เต้าหู้เหม็นราดซอสเผ็ดหวานทำให้ฟูป้ารู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก
หมอทั้งสามคนตกตะลึง เกิดอะไรขึ้น เหตุใดฟูป้าที่มีท่าทีน่ากลัวเมื่อครู่จึงดูเสพติดอาหารจนงอมแงมขนาดนี้
มันคืออาหารที่ดูเหมือนอึ…ซึ่งน่าขยะแขยงไม่ใช่หรือ
“อร่อย! รสชาติอร่อยมาก!” ฟูป้าร้องออกมาด้วยความประหลาดใจ
ปู้ฟางมีสีหน้าสงบเพราะทุกอย่างนี้อยู่ในความคาดการณ์ของเขาอยู่แล้ว นอกจากนี้ประเด็นสำคัญของอาหารจานนี้ไม่ได้อยู่ที่รสชาติของมันเท่านั้น แต่ยังอยู่ในพลังปราณและประสิทธิภาพของมันด้วย
หลังจากที่ฟูป้ากินเต้าหู้เหม็นไปหลายชิ้น ร่างกายของเขาก็สั่นสะท้านอย่างที่ปู้ฟางคาดไว้ ฟูป้ารู้สึกได้ว่าพลังปราณเที่ยงแท้ในร่างของเขาไหลเวียนอย่างรวดเร็ว ทั้งยังสัมผัสได้อีกว่าของเสียที่อยู่ในร่างกายกำลังจะถูกชะล้างออกไป
ปู้ด! ป้าด!
เสียงผายลมดังสนั่นอยู่หลายครั้ง ทำให้ทุกคนตะลึงงัน
หนานกงหวั่นตอบสนองอย่างรวดเร็ว รีบยกแขนเสื้อขึ้นมาปิดจมูกของตนเอง พร้อมถอยห่างจากฟูป้า
ปู้ฟางเองก็ทิ้งตัวออกห่างชายชราทันทีเช่นกัน
ในทางกลับกัน ฟูป้ายังคงผายลมออกมาอย่างต่อเนื่อง เพราะร่างกายของเขาถูกบังคับให้กำจัดสิ่งสกปรกต่างๆ ออกไป
การผายลมแต่ละครั้งทำให้ฟูป้ารู้สึกว่าร่างกายของตนเองเบาลงและผ่อนคลายมากขึ้น จู่ๆ เขาก็รู้สึกเหมือนตัวเองอายุน้อยลง ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่สดชื่นและน่าพึงพอใจมาก
ประสิทธิภาพของอาหารจานนี้ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าโอสถทิพย์ระดับเก้าที่ชื่อว่า ‘โอสถบรรเทากายา’ เสียอีก
ฟูป้าอุทานในใจ เด็กหนุ่มคนนี้ไม่ได้โอ้อวดเกินจริงเลย ประสิทธิภาพของอาหารที่เขาทำนั้นเทียบเท่าโอสถทิพย์ระดับเก้าได้อย่างไม่คาดคิด
นี่คือเรื่องที่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ!
ดูเหมือนว่าเขามองเด็กคนนี้ผิดไป
กลิ่นผายลมของฟูป้านั้นเหม็นยิ่งกว่ากลิ่นของเต้าหู้เหม็นเสียอีก
บึ้ม!
หม้อหลอมของปรมาจารย์ด้านยาพิษเกิดระเบิดจนสั่นสะเทือนไปทั่วเวที ตอนนั้นเองใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความตกตะลึง แรงระเบิดทำให้สารสีเขียวกระเซ็นไปทั่ว
กลิ่นผายลมของฟูป้าเหม็นมากจนรบกวนสมาธิของผู้เชี่ยวชาญด้านยาพิษจนหม้อหลอมของเขาระเบิด
ปรมาจารย์ด้านยาพิษเจ็บปวดอย่างมากจนหายใจติดขัดและแทบจะร้องไห้ออกมา เขาเกือบจะทำสำเร็จอยู่แล้วเชียว! เขาเสียใจจนแทบคลั่ง!
เรามันพวกเดียวกันไม่ใช่หรือ
ฟูป้ารู้สึกเขินอาย นี่คือสิ่งที่เขาไม่สามารถควบคุมได้ เขาไม่สามารถห้ามตัวเองไม่ให้ผายลมได้จริงๆ
หลังจากที่เขาผายลมออกไปหลายครั้ง ประสิทธิภาพของอาหารจานนี้ก็ค่อยๆ อ่อนลง ในทางตรงกันข้าม ฟูป้ากลับรู้สึกสบายตัวมากขึ้น และจิตใจของเขาก็แจ่มชัดมากขึ้นด้วย ผลลัพธ์ของอาหารจานนี้ทำให้เขาประหลาดใจอย่างมาก
“ดีๆๆ เจ้าผ่าน เจ้าสอบผ่าน!” ฟูป้าพูดอย่างมีความสุข
เป็นเรื่องน่าแปลกใจมากที่ศิลปะการทำอาหารสามารถขึ้นมาอยู่ในระดับนี้ได้
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและหมอทั้งสามคนตะลึงงันกับคำพูดของฟูป้า ปู้ฟางผ่านการทดสอบเช่นนั้นหรือ
ไม่ยุติธรรม!
ทว่าปู้ฟางไม่สนใจคำคัดค้านของพวกเขา ในเมื่อเขาได้สิทธิ์เข้าร่วมงานประลองหัตถ์เวทแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่อีก เขาจะกลับไปเปิดร้านอาหารของตนเองต่อ
ชายหนุ่มหมุนตัวแล้วเดินไปตรงทางออก
“ปู้ฟางคนเก่งเอ๋ย เจ้ามีสิทธิ์เข้าร่วมงานประลองหัตถ์เวทแล้ว ดังนั้นในอีกสามวัน เจ้าก็อย่าลืมไปที่จัตุรัสใจกลางเมืองหมอกนภาเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันรอบแรกด้วย”
ขณะที่ปู้ฟางกำลังจะเดินลับสายตาไป ฟูป้าก็กลับมาได้สติอีกครั้งก่อนรีบตะโกนออกไป
ฟูป้ารู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก เขารู้สึกว่าการปรากฏตัวของปู้ฟางจะเป็นความหวังที่จุดประกายให้เหล่าคนที่มีพรสวรรค์พิเศษในงานประลองที่กำลังจะจัดขึ้น
เด็กหนุ่มคนนี้อาจจะประสบความสำเร็จและถูกจารึกไว้เป็นตำนานก็เป็นได้!
“ผู้อาวุโสฟู พวกเราไม่ยอมรับผลการตัดสินเมื่อครู่ ผลงานของเด็กหนุ่มคนนั้นรบกวนพวกเรา แล้วเหตุใดท่านจึงไม่ตัดสิทธิ์เขาเล่า” หมอทั้งสามคนมองฟูป้าอย่างต้องการคำอธิบาย
ทั้งๆ ที่พวกเขามีโอกาสติดห้าสิบอันดับแรก แล้วจะรับได้อย่างไรที่ตัวเองต้องถูกคัดออกโดยที่ยังไม่ได้แข่งขันในงานประลองด้วยซ้ำ
ยิ่งไปกว่านั้น เด็กหนุ่มนั่นยังเป็นสาเหตุที่ทำให้พวกเขาถูกคัดออกอย่างง่ายดาย แถมหมอนั่นยังได้สิทธิ์ในการเข้าร่วมงานประลองอย่างไม่ต้องพยายามอะไรเลย แล้วพวกเขาจะทนได้อย่างไรกัน
ฟูป้าเลียริมฝีปากของตนเองพลางมองคนเหล่านี้อย่างสุขุมโดยไม่พูดอะไรสักคำ เขายื่นเต้าหู้เหม็นชิ้นสุดท้ายที่เหลืออยู่ในชามกระเบื้องให้พวกเขา
“หากพวกเจ้าได้ลิ้มรสชาติของมันก็จะรู้เองว่าทำไม”
หมอทั้งสามคนผงะกับคำพูดของชายชรา ก่อนจะมองหน้ากันอย่างตะลึงงัน พวกเขาเบ้ปากอย่างอดไม่ได้ขณะมองดูเต้าหู้เหม็นชิ้นสุดท้ายที่ยังส่งกลิ่นเหม็นเน่าออกมา