ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก: GOURMET OF ANOTHER WORLD - บทที่ 490 เจ้ามาที่นี่เพื่อเล่นสนุกเช่นนั้นหรือ
- Home
- ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก: GOURMET OF ANOTHER WORLD
- บทที่ 490 เจ้ามาที่นี่เพื่อเล่นสนุกเช่นนั้นหรือ
เจ้าหมายความว่าอย่างไรกันที่บอกว่าตัวเองพร้อมแล้ว
พร้อมที่จะทำอาหารเช่นนั้นหรือ
ทุกคนที่อยู่รอบๆ ต่างตะลึงงันเมื่อได้ยินคำพูดของปู้ฟาง
ชุดอุปกรณ์เช่นนี้ดูไม่เหมือนสิ่งของที่จะสามารถใช้ประโยชน์ในงานประลองหัตถ์เวทได้ มันดูเหมาะจะเอาไปใช้ในการแข่งขันทำอาหารเสียมากกว่า
นี่เป็นเพียงการแข่งขันรอบแรก จึงคนสนใจไม่มากนัก ผู้ที่เข้าชมการแข่งขันรอบแรกนั้นมีน้อยมาก คนส่วนใหญ่รอจนกว่าจะถึงการแข่งขันรอบรองชนะเลิศและรอบชิงชนะเลิศจึงจะเข้ามาชม
ถึงตอนนั้นจะมีเพียงนักเล่นแร่แปรธาตุมากพรสวรรค์ที่เข้ารอบ ผู้ที่สามารถขึ้นเวทีในรอบนั้นล้วนแล้วแต่เป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุด
การประลองที่น่าตื่นเต้นและยอดเยี่ยมเท่านั้นที่จะสามารถดึงดูดความสนใจจากผู้คนส่วนใหญ่ได้
ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นกรรมการตัดสินในงานประลองหัตถ์เวทล้วนมาจากหอโอสถ พวกเขาเป็นสมาชิกของหอโอสถและเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุระดับสูงทั้งสิ้น
กรรมการคนนั้นไม่อาจทนต่อการกระทำของปู้ฟางได้อีกต่อไป…
ขณะกำลังเดินไปหาปู้ฟาง มุมปากของเขาก็เริ่มกระตุกเมื่อไล่ดูอุปกรณ์ทุกชิ้นที่วางอยู่บนแท่นสัมฤทธิ์ของปู้ฟาง “ผู้เข้าแข่งขัน เจ้ามาร่วมงานประลองครั้งนี้เพียงเพื่อความสนุกสนานเช่นนั้นหรือ งานประลองหัตถ์เวทที่จัดขึ้นโดยวังโอสถเป็นการแข่งขันที่สำคัญและจริงจังอย่างมาก หากเจ้ามาที่นี่เพียงเพื่อความสนุก ก็ออกไปเสียตั้งแต่ตอนนี้เถิด”
ปู้ฟางขมวดคิ้วขณะมองกรรมการคนนี้ “ทำไมเจ้าถึงคิดว่าข้าเข้าร่วมงานประลองครั้งนี้เพียงเพื่อความสนุกเล่า”
ทุกคนที่อยู่รอบข้างต่างมองปู้ฟางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน เขาเป็นคนที่หยิบมีดทำครัวและกระทะสีดำออกมาในงานแข่งขันเล่นแร่แปรธาตุ… แล้วยังพูดว่าตัวเองจริงจังกับการประลองอยู่อีกหรือ
“คนที่มีพรสวรรค์พิเศษทุกคนต่างได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมงานประลองนี้ไม่ใช่หรือ ตราบใดที่อาหารของข้ามีสรรพคุณตามข้อกำหนดก็ถือว่าผ่านเกณฑ์เหมือนกัน ในเมื่อพวกหมอ ปรมาจารย์ด้านยาพิษ และพวกนักเล่นแร่แปรธาตุได้รับอนุญาตให้เข้าร่วม แล้วทำไมถึงไม่ให้พ่อครัวเข้าร่วมด้วยเล่า” ปู้ฟางเอ่ยถามกรรมการอย่างจริงจัง
เมื่อคำพูดเหล่านั้นเปล่งออกมาจากปากของปู้ฟาง สีหน้าของกรรมการก็เคร่งขรึมขึ้นเล็กน้อย
กรรมการสูดลมหายใจเข้าลึกเพราะรู้สึกว่าพูดอะไรไม่ออก เขาไม่รู้ว่าจะตอบคำถามของปู้ฟางอย่างไรดี งานประลองไม่ได้ระบุเอาไว้ว่าพ่อครัวแม่ครัวไม่สามารถเข้าร่วม แต่ก็เป็นสิ่งที่ทุกคนรับรู้มาตลอดว่าไม่มีประโยชน์ที่จะให้พ่อครัวแม่ครัวเข้าร่วมการประลองนี้ เพราะการที่พวกเขาทำเช่นนั้นไม่มีความหมายอะไร
อาหารจานหนึ่งจะให้สรรพคุณเช่นเดียวกับผงโอสถได้อย่างไรกันเล่า
หรือต่อให้อาหารจานนั้นมีผลเช่นเดียวกับผงโอสถ แต่มันย่อมเทียบเท่าโอสถทิพย์ไม่ได้แน่นอน
“ก็ได้ เจ้าเข้าร่วมงานประลองต่อได้ ข้าเองก็อยากจะเห็นผลงานที่เจ้าทำ หากเจ้ามาที่นี่เพียงเพื่อความสนุก… ข้าจะเป็นคนไล่เจ้าลงจากเวทีด้วยตัวเองเอง” กรรมการรู้สึกโกรธปู้ฟางเล็กน้อย สีหน้าของเขาดูเย็นชาขณะที่พูดกับอีกฝ่าย
ปู้ฟางเพียงแค่กลอกตาใส่กรรมการแล้วเลิกสนใจอีกฝ่าย
ชายหนุ่มวางป้ายร้านลงบนแท่นสัมฤทธิ์ของตนเอง เขารอคอยให้การแข่งขันรอบแรกเริ่มขึ้นอย่างใจเย็น
ผู้คนที่อยู่รอบข้างต่างละสายตาออกไปและไม่ต้องการมองดูปู้ฟางอีก
ในลานแข่งขันทั้งแปดสนามมีผู้เข้าแข่งขันห้าสิบคน และหนึ่งในสามของคนเหล่านี้ก็เป็นนักเล่นแร่แปรธาตุ ส่วนกลุ่มคนที่เหลือเป็นพวกที่มีพรสวรรค์พิเศษ
“ข้อกำหนดของการแข่งขันรอบแรกนั้นง่ายมาก มีเวลาจำกัดที่สองก้านธูป นักเล่นแร่แปรธาตุจะต้องสกัดโอสถทิพย์ระดับเก้าออกมาหนึ่งตัว ปรมาจารย์ด้านยาพิษและหมอจะต้องสกัดผงหรือน้ำยาโอสถที่มีฤทธิ์เทียบเท่าโอสถทิพย์ระดับเก้า…” กรรมการที่ยืนอยู่ตรงกลางลานแข่งขันประกาศด้วยเสียงดัง
หลังจากที่ประกาศเปิดตัวงานประลองรอบแรกไปแล้ว กรรมการก็มองปู้ฟางแล้วขมวดคิ้ว ก่อนจะพูดเสริมว่า “ข้าหวังว่าพวกเจ้าทุกคนจะจริงจังกับการประลองครั้งนี้ นี่คือบททดสอบความสำเร็จที่พวกเจ้าฝึกฝนมานานหลายปี และยังเป็นโอกาสให้พวกเจ้าได้โดดเด่น อย่ามาเล่นสนุกเหมือนคนบางคน”
ผู้เข้าแข่งขันทุกคนต่างรู้ดีว่ากรรมการกำลังพูดถึงใคร พวกเขาจึงหัวเราะลั่นออกมาอย่างไม่อาจห้ามตัวเองได้ เรื่องที่พ่อครัวเข้าร่วมงานประลองหัตถ์เวทนั้นช่างเป็นเรื่องที่น่าขำจริงๆ
นักเล่นแร่แปรธาตุเป็นอาชีพที่แพร่หลายที่สุดทั้งในเมืองโอสถนภาและเมืองแสงนภา หลังจากมีการคิดค้นโอสถอดอาหารรสชาติต่างๆ ขึ้น ร้านอาหารทุกแห่งของทั้งสองเมืองก็ปิดตัวลง มีเพียงเมืองหมอกนภาเท่านั้นที่ยังมีร้านอาหารหมอกเมฆาอยู่
ดังนั้นผู้เข้าแข่งขันทุกคนจึงดูถูกอาชีพพ่อครัว
ในขณะที่ปู้ฟางที่กำลังเผชิญกับการถูกเย้ยหยันยังคงทำตัวนิ่งเฉยไร้ความรู้สึกเช่นเคย เขามั่นใจในตัวเองอย่างมาก เสียงหัวเราะจากทั่วทุกสารทิศไม่ได้ส่งผลใดๆ ต่อเขาเลยแม้แต่น้อย
หลังจากที่กรรมการกล่าวสุนทรพจน์อันยืดยาวจบ ในที่สุดเขาก็ประกาศให้เริ่มต้นการแข่งขันรอบแรกได้
บรรยากาศในจัตุรัสแห่งนี้เปลี่ยนไปทันทีที่การแข่งขันเริ่มต้นขึ้น
พรึ่บ!
ไอร้อนเริ่มผุดขึ้น เมื่อเปลวไฟนับไม่ถ้วนพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า
พวกมันคือเพลิงสังเคราะห์ที่มีอุณหภูมิสูงมากของเหล่านักเล่นแร่แปรธาตุ
การเล่นและควบคุมไฟคือหนึ่งในทักษะของนักเล่นแร่แปรธาตุ นอกจากนี้นักเล่นแร่แปรธาตุบางคนยังฝึกฝนให้ตัวเองควบคุมไฟเป็นโดยเฉพาะ เพื่อที่จะเอาไปโอ้อวดได้
นักเล่นแร่แปรธาตุหลายคนที่อยู่ลานแข่งขันเดียวกับปู้ฟางต่างมีเพลิงสังเคราะห์ในครอบครอง และทันทีที่การแข่งขันเริ่มต้น เปลวไฟหลากสีจำนวนมากก็ลุกโชนขึ้นเหนือฝ่ามือของพวกเขาจนเกิดเสียงร้อนฉ่าดังขึ้นในอากาศ
นักเล่นแร่แปรธาตุบางคนบิดนิ้วของตัวเองเพื่อควบคุมเปลวไฟ เพลิงสังเคราะห์ของพวกเขากระโดดไปมาระหว่างนิ้ว ดูราวกับว่าพวกมันมีชีวิตก็ไม่ปาน
บรรดาหมอและปรมาจารย์ด้านยาพิษต่างมองภาพตรงหน้าด้วยความอิจฉา เพราะในกลุ่มพวกเขา ไม่มีใครควบคุมไฟได้ หม้อหลอมของพวกเขาใช้เพียงเปลวไฟธรรมดาที่หมอหรือปรมาจารย์ด้านยาพิษเป็นคนจุดขึ้นมาเอง ซึ่งเป็นเปลวไฟที่มีคุณภาพต่ำอย่างมาก
คุณภาพของเปลวไฟที่เหลื่อมล้ำกันเป็นหนึ่งในสาเหตุของความไม่เท่าเทียมระหว่างนักเล่นแร่แปรธาตุกับพวกเขา
ขณะที่เหล่านักเล่นแร่แปรธาตุกำลังเล่นกับเปลวไฟของตนเอง พวกเขาก็รู้สึกภาคภูมิใจและหยิ่งผยองอย่างมาก พวกเขาสัมผัสได้ถึงแววตาอิจฉาจากบรรดาหมอที่มองดูอยู่ จึงโบกมือแล้วโยนเพลิงสังเคราะห์ของตนเองลงในหม้อหลอมโอสถ ซึ่งทำให้อุณหภูมิของลานแข่งขันพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก
นักเล่นแร่แปรธาตุทุกคนต่างมีสีหน้าเย้ยหยันขณะมองดูเหล่าหมอและปรมาจารย์ด้านยาพิษ เมื่อเทียบกับคนสองกลุ่มนั้นแล้ว พวกเขาก็มีความเหนือชั้นกว่าโดยกำเนิด
พวกหมอและปรมาจารย์ด้านยาพิษมีสีหน้าบึ้งตึงแล้วหันหน้ากลับมาอย่างขุ่นเคือง
ทันใดนั้นพวกเขาก็นึกถึงสิ่งมีชีวิตที่ต้อยต่ำที่สุดที่อยู่ตรงนี้ขึ้นมาได้ นั่นก็คือเด็กหนุ่มที่มาแข่งขันพร้อมถือป้ายร้าน
แม้ว่าเปลวไฟของพวกเขาจะเอาชนะนักเล่นแร่แปรธาตุไม่ได้ แต่พวกเขาจะพ่ายแพ้ให้กับพ่อครัวได้อย่างไรกันเล่า
พวกเขาต่างหันหน้าไปมองปู้ฟาง
พรึ่บ!
จู่ๆ เปลวไฟสีทองก็เจิดจ้าขึ้นจนทำให้ทุกคนแทบจะตาบอด
ปู้ฟางอ้าปากพ่นเปลวไฟสีทองออกมา
ขณะที่เปลวไฟพุ่งออกมานั้น มันดูราวกับเป็นดวงอาทิตย์ที่ส่องแสงเจิดจ้าเปล่งแสงสว่างระยิบระยับ
ดูเหมือนว่าจะมีเสียงอสูรเวทคำรามแผ่วเบาออกมาจากเปลวไฟนั้น รวมถึงมีอสูรเวทจำนวนนับไม่ถ้วนวิ่งกรูกันเข้ามา อสูรเวททุกตัวต่างคำรามร้องด้วยความโกรธเคือง เสียงคำรามที่ฟังดูไม่จบสิ้นดังออกมาจากอสูรเวทที่หลั่งไหลอยู่ในเปลวไฟนั้น
โฮก...
หัวใจของทุกคนที่อยู่ในลานแข่งขันที่แปดต่างสั่นสะท้าน สีหน้าของนักเล่นแร่แปรธาตุทุกคนเปลี่ยนไปเป็นเคร่งขรึมแทน
ทุกคนหันหน้ามามองเปลวไฟสีทองที่ปู้ฟางเพิ่งพ่นออกมา
เปลวไฟนั้นดูราวกับเป็นราชาในบรรดาเปลวไฟทั้งปวง มันไปกระตุ้นแก่นพลังของเปลวไฟทั้งหลาย เพลิงสังเคราะห์ทั้งหมดของพวกเขาเริ่มสั่นไหวราวกับต้องการเคารพเปลวไฟของปู้ฟางอย่างไรอย่างนั้น
“เปลวเพลิงอัคนีแห่งสวรรค์และปฐพีเช่นนั้นหรือ”
เหล่านักเล่นแร่แปรธาตุทุกคนสูดอากาศเยือกเย็นเข้าปอด เปลวไฟที่เด็กหนุ่มคนนี้เพิ่งพ่นออกมาคือเปลวเพลิงอัคนีแห่งสวรรค์และปฐพีจริงๆ หรือ
ตรงข้ามกับเหล่านักเล่นแร่แปรธาตุ พวกหมอและปรมาจารย์ด้านยาพิษรู้สึกงุนงงเล็กน้อย เปลวไฟของพวกเขาเป็นเพียงเปลวไฟธรรมดาที่เกิดจากมนุษย์ ไม่ได้มีจิตวิญญาณใดๆ และพวกเขาก็ไม่สัมผัสถึงความเกลียดชังที่มาจากหมื่นไฟประลัยกัลป์ไม่ได้เลย
สิ่งเดียวที่พวกเขารับรู้คือเปลวไฟของปู้ฟางนั้นน่าทึ่งมาก แต่มันจะน่าทึ่งขนาดไหนไม่มีใครรู้ได้ชัดเจน
กรรมการคนนั้นอ้าปากกว้าง เปลวเพลิงอัคนีแห่งสวรรค์และปฐพี… เด็กหนุ่มคนนี้ครอบครองเปลวเพลิงอัคนีแห่งสวรรค์และปฐพีได้อย่างไรกัน
“นักเล่นแร่แปรธาตุเป็นคนเพียงกลุ่มเดียวที่สามารถพิชิตเปลวเพลิงอัคนีแห่งสวรรค์และปฐพีได้ไม่ใช่หรือ หรือว่าเด็กหนุ่มคนนั้นคือ…”
กรรมการหรี่ตาลงพลางนึกถึงความเป็นไปได้ดังกล่าว ปู้ฟางเพียงแค่หลอกเขาหรือ ความจริงแล้วคนคนนี้คือนักเล่นแร่แปรธาตุที่มีความสามารถมากอย่างนั้นใช่ไหม
ใช่แล้ว มันต้องเป็นเช่นนั้นแน่นอน
ทว่าการกระทำต่อมาของปู้ฟางก็ทำให้การคาดเดาของเขาพังทลาย
ปู้ฟางหยิบไหดินเผาออกมาจากกระเป๋าคลังเก็บ แล้ววางลงบนแท่นสัมฤทธิ์ของตนเอง นอกจากไหดินเผาแล้ว เขายังหยิบวัตถุดิบในการทำอาหารออกมาด้วย
ของที่เขาหยิบมานั้นเป็นวัตถุดิบสำหรับทำอาหารจริงๆ พวกมันไม่ใช่โอสถวิญญาณที่มีชื่อเสียงแต่อย่างใด
กรรมการที่ยืนอยู่ตรงหน้าแท่นสัมฤทธิ์ของปู้ฟางมีสีหน้าที่ดูเสียใจอย่างเห็นได้ชัด
การกระทำต่อมาของปู้ฟางยิ่งทำให้เขารู้สึกเศร้าใจและเจ็บปวดมากขึ้นกว่าเดิม กรรมการผู้นี้ไม่ใช่คนเดียวที่รู้สึกเช่นนั้น เหล่านักเล่นแร่แปรธาตุทุกคนในลานแข่งขันที่แปดต่างก็รู้สึกเช่นเดียวกัน
ปู้ฟางพ่นเปลวเพลิงอัคนีแห่งสวรรค์และปฐพีไปใต้ของกระทะสีดำเพื่อทำให้กระทะใบนั้นร้อนขึ้น…
‘เจ้าเด็กนี่ใช้เปลวเพลิงอัคนีแห่งสวรรค์และปฐพีทำอาหารเช่นนั้นหรือ เขากำลังดูถูกเปลวเพลิงอัคนีแห่งสวรรค์และปฐพีและผลาญมันอย่างสิ้นเปลืองชัดๆ! เหตุใดเขาถึงไม่โดนฟ้าผ่าตายให้มันจบๆ ไปนะ’ กรรมการคำรามในใจ
ฉ่า! ฉ่า! ฉ่า!
ปู้ฟางเทน้ำมันใส่กระทะ จากนั้นก็หยิบมีดทำครัวกระดูกมังกรทองออกมา ก่อนจะเริ่มควงมันไปรอบๆ เขาหั่นและเปลี่ยนรูปจัดการวัตถุดิบทั้งหมด หลังจากเตรียมวัตถุดิบทุกอย่างแล้ว ชายหนุ่มก็โยนมันลงในกระทะแล้วเริ่มผัด พวกมันค่อยๆ ส่งกลิ่นหอมหวานออกมา
ทุกคนในลานแข่งขันต่างตกตะลึงเมื่อเห็นเหตุการณ์ดังกล่าว
แม้แต่ผู้คนที่อยู่รอบข้างเมื่อเห็นเช่นนั้นก็ยังรู้สึกว่ามันทั้งน่าขำและน่าอับอาย
เขากำลังทำอาหารอยู่จริงๆ
มีคนมายังงานประลองหัตถ์เวทเพื่อทำอาหารจริงๆ… ในโลกที่กว้างใหญ่ใบนี้มีพวกประหลาดอยู่ทุกประเภทโดยแท้
กรรมการที่ยืนอยู่ด้านหน้าแท่นของปู้ฟางเบิกตากว้างขณะมองดูชายหนุ่ม เขาต้องการรู้ว่าปู้ฟางจะใช้เปลวเพลิงอัคนีแห่งสวรรค์และปฐพีทำอาหารประเภทใดกันแน่
“เจ้าควรถอยห่างจากข้าไว้หน่อย”
ตอนที่ปู้ฟางซึ่งถือไหดินเผาอยู่กำลังจะเปิดฝาไหออก ชายหนุ่มก็รับรู้ได้ถึงสายตาของกรรมการ เขาจึงหันหน้าไปทางชายผู้นั้นแล้วเอ่ยถามด้วยความสงสัย
หา?
“เจ้าหมายความว่าอย่างไรกัน ทำไมข้าต้องถอยห่างจากเจ้าด้วย อย่าแม้แต่จะคิดใช้เล่ห์เหลี่ยมใดๆ ข้าจะจับตาดูทุกการเคลื่อนไหวของเจ้า” กรรมการพูดกับปู้ฟาง
จะจับตาดูทุกการเคลื่อนไหวของข้าหรือ
ปู้ฟางอดไม่ได้ที่จะยกมุมปากขึ้นเมื่อได้ยินกรรมการพูดเช่นนั้น ‘ก็ได้… ตราบใดที่เจ้าไม่ถือสา ข้าแค่หวังว่าสุดท้ายแล้วเจ้าจะไม่ร้องไห้ออกมาก็พอ…’
ปู้ฟางมองกรรมการคนนั้นราวกับว่าอีกฝ่ายเป็นคนโง่เขลา ขณะที่พลังปราณเที่ยงแท้ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของเขา ปู้ฟางก็ยกมือขึ้นมาตบไหดินเผาใบนั้น
เปรี้ยง…
เกิดเสียงดังกังวานไปทั่ว สายตาของกรรมการที่ยืนเอามือไพล่หลังอยู่ตรงหน้าแท่นสัมฤทธิ์ของปู้ฟางกำลังจับจ้องไหดินเผาใบนั้น ดวงตาของเขาเป็นประกายขึ้นเมื่อปู้ฟางตบฝาไห
เด็กหนุ่มคนนี้คิดจะใช้ของที่อยู่ในไหใบนี้หรือ
กรรมการยื่นคอเข้าไปใกล้ เพราะต้องการจะเห็นของที่อยู่ในไห เขาอยากรู้ว่ามีอะไรอยู่ภายในนั้น
ตอนที่เสียงเปิดดังขึ้น ฝาของไหก็กระเด็นไปบนฟ้า
กรรมการที่ยื่นคอเข้ามาหยุดชะงักอยู่กับที่ สีหน้าที่ดูอยากรู้อยากเห็นของเขาหายวับไปทันที
มีกลิ่นบางอย่างโชยออกมาจากไหดินเผาใบนั้น และทันใดนั้นเอง กลิ่นนั้นก็พุ่งเข้าสู่รูจมูกของเขาทันที