ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก: GOURMET OF ANOTHER WORLD - บทที่ 504 หัวหน้ากรรมการผู้สิ้นหวัง
- Home
- ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก: GOURMET OF ANOTHER WORLD
- บทที่ 504 หัวหน้ากรรมการผู้สิ้นหวัง
หัวปลาราดพริกส่งกลิ่นเผ็ดร้อนออกมา…
กลิ่นรุนแรงดังกล่าวโชยไปทั่วทั้งบริเวณ พริกหนาเป็นชั้นที่โรยบนหัวปลาหนามีความตัดกันของสีแดงและสีเขียว และนั่นก็ทำให้อาหารจานนี้ยิ่งโดดเด่นไปใหญ่
กลิ่นที่ล่องลอยอยู่ในอากาศมีความละมุนบางอย่างแฝงอยู่ ส่วนความเผ็ดร้อนยังคงกระจายไปทั่วบริเวณไม่หยุด
ปู้ฟางพึงพอใจกับอาหารจานนี้มาก เนื้อปลาส่องประกายแวววาว มีพลังปราณล่องลอยอยู่รอบๆ ทั้งหมดนี้บ่งบอกว่าเขาควบคุมไฟได้เป็นอย่างดี และเนื้อปลาก็ดูดซับสารทั้งหมดในสมุนไพรได้อย่างสมบูรณ์
ทว่าเหล่านักเล่นแร่แปรธาตุบนลานแข่งขันกลับเกลียดชังอาหารจานนี้ของปู้ฟางมาก
ทันทีที่หัวปลาราดพริกเสร็จ มันก็ส่งกลิ่นฉุนรุนแรงอบอวลอยู่ในอากาศ ท่ามกลางกลิ่นดังกล่าวมีกลิ่นอายของรสชาติเผ็ดร้อนที่น่าหวาดกลัวอยู่ด้วย
ความเผ็ดร้อนยังคงอบอวลอยู่รอบข้างนักเล่นแร่แปรธาตุที่อยู่รายรอบ
เหล่านักเล่นแร่แปรธาตุปิดประสาทการรับกลิ่นของตัวเองไปแล้ว พวกเขาก็ไม่ได้กลิ่นจากหัวปลาราดพริก แต่พวกเขาไม่อาจปิดปากของตัวเอง เพราะสุดท้ายแล้วพวกเขาก็ต้องหายใจเข้าไปอยู่ดี
ในเสี้ยวอึดใจที่พวกเขาอ้าปากเพื่อหายใจ รสเผ็ดร้อนก็พรั่งพรูเข้ามาในลำคอ
นักเล่นแร่แปรธาตุต่างตั้งสมาธิเพื่อไม่ให้หม้อหลอมของตัวเองระเบิด แต่พวกเขาก็หวาดกลัวรสเผ็ดร้อนนี้สุดหัวใจ
บ้าเอ๊ย! ไอ้เวรนี่ทำเรื่องบ้าบออะไรกัน
ทันใดนั้นทุกคนก็รู้สึกว่าลิ้นของตนเองชาวาบ ความรู้สึกเหมือนถูกโยนลงในกองไฟ ร่างกายเกิดอาการแสบร้อนไม่น้อย
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
ทันใดนั้นเอง เสียงหม้อหลอมระเบิดก็ดังขึ้นให้ได้ยินอีกครั้ง คราวนี้เสียงนั้นดังถี่ หลังเกิดการระเบิดครั้งแรก มันก็ดังตามกันมาติดๆ ราวกับเป็นปฏิกิริยาต่อเนื่อง เหล่านักเล่นแร่แปรธาตุเกือบทุกคนทำผิดพลาดเพียงเล็กๆ น้อยๆ จนหม้อหลอมของตัวเองต้องระเบิด
อันที่จริงแล้วไม่มีใครอยากให้หม้อหลอมของตัวเองระเบิด แต่พวกเขาก็ไม่สามารถตั้งสมาธิได้ในขณะที่ปากของตนเองรู้สึกแสบร้อนเช่นนี้
ดวงตาของพวกเขาเริ่มแดงก่ำ น้ำตาเม็ดใหญ่ไหลรินออกมา ราวกับมีฝนตกหนักบนใบหน้าของพวกเขาก็ไม่ปาน น้ำตาเหล่านั้นร่วงหล่นบนพื้นจนเกิดเสียงดังเปาะแปะ
พวกเขารู้สึกโศกเศร้าและเจ็บปวดใจมากจนหายใจติดขัด
ล้มเหลว… พวกเขาตกรอบแล้วจริงๆ!
ศัตรูของเหล่านักเล่นแร่แปรธาตุ! คนคนนี้สมควรได้รับฉายานี้ นี่มันไม่ใช่เรื่องตลกเลยแม้แต่น้อย
รสเผ็ดร้อนส่งพวกเขาขึ้นสวรรค์ไปเป็นที่เรียบร้อย
หัวหน้ากรรมการยังคงร้องไห้ราวกับเป็นเด็กตัวน้อย เมื่อหัวปลาราดพริกเริ่มส่งกลิ่นไปทั่วและโชยเข้ามาในจมูกของเขา เขาก็ร้องไห้หนักขึ้นกว่าเดิม เขารู้สึกเกลียดชังกลิ่นเผ็ดร้อนนี้สุดหัวใจ เขาผนึกประสาทการรับกลิ่นเอาไว้แล้วเช่นเดียวกับเหล่านักเล่นแร่แปรธาตุ แต่ความเผ็ดร้อนก็ยังทะลวงเข้ามาในปากอยู่ดี แถมมันยังโชยเข้าตาของเขาอีกด้วย
น้ำตาของเขาเริ่มไหลรินราวกับเป็นเม็ดฝนในช่วงฝนฟ้าคะนอง
ทำไมชีวิตถึงได้ยากลำบากเช่นนี้ เขาไม่ได้อยากร้องไห้ แต่ก็ไม่สามารถห้ามหยดน้ำตาที่กำลังหลั่งรินได้เช่นกัน
ทันทีที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวบนลานแข่งขันหมายเลขหนึ่ง ผู้ชมโดยรอบก็ต่างอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง เหล่าผู้ชมที่อยู่ด้านล่างลานแข่งขันต่างกะพริบตาด้วยความตกใจ น้ำตาขนาดเท่าเม็ดถั่วพรั่งพรูอาบใบหน้าของพวกเขา
นักเล่นแร่แปรธาตุบนลานแข่งขันกำลังร้องไห้พร้อมกับทำหม้อหลอมของตัวเองระเบิดไปพร้อมๆ กัน
หัวหน้ากรรมการนอนแผ่หราอยู่กับพื้นพลางร้องไห้ไปด้วย เขาร้องไห้จนแทบหายใจไม่ออก
มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่
เหตุการณ์ดังกล่าวดึงดูดความสนใจจากผู้คนจำนวนมาก พวกผู้ชมที่รวมตัวกันอยู่ที่ลานแข่งขันอื่นๆ ต่างมองมาทางนี้พลางรู้สึกสงสัยว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้น เมื่อทุกคนเห็นเหตุการณ์บนลานแข่งขันหมายเลขหนึ่ง สีหน้าของพวกเขาก็ดูแปลกประหลาด
ไม่ใช่แค่นักเล่นแร่แปรธาตุเท่านั้นที่ร้องไห้ แต่ผู้ชมด้านล่างลานแข่งขันต่างก็ร้องไห้ด้วยเช่นกัน… แม้แต่กรรมการที่ปกติแล้วเป็นคนเคร่งขรึมก็ยังหลั่งน้ำตาออกมา เป็นไปได้หรือไม่ว่าบนลานแข่งขันหมายเลขหนึ่งเกิดการทำลายล้างบางอย่างขึ้น
พวกผู้ชมที่อยากรู้อยากเห็นต่างมุ่งหน้าไปทางลานแข่งขันหมายเลขหนึ่ง เพราะต้องการรับชมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
มีผู้ชมบางคนเดินออกไป แต่ก็มีหลายคนเดินเข้ามาแทนที่
เมื่อพวกผู้ชมกลุ่มใหม่มาถึงด้านล่างลานแข่งขันหมายเลขหนึ่ง พวกเขาก็เริ่มร้องไห้ด้วยเช่นกัน
ทันทีที่พวกเขารับรู้ถึงการโจมตีของกลิ่นเผ็ดร้อน พวกเขาก็รู้สึกราวกับว่าจมูกของตนถูกแยกออกจากร่างกาย เหมือนถูกต่อยเข้าที่ใบหน้าอย่างจัง ทำให้รู้สึกถึงความแสบร้อนที่ไม่อาจทนได้ เมื่อกลิ่นแสบร้อนของพริกเข้าตา พวกเขาก็ไม่สามารถห้ามน้ำตาไม่ให้ไหลรินออกมาจากดวงตาได้
ในที่สุดพวกเขาก็เข้าใจว่าเหตุใดผู้คนมากมายถึงร้องไห้! ทั้งหมดเป็นเพราะพ่อครัวบนลานแข่งขันหมายเลขหนึ่ง! พ่อครัวคนที่ถูกขนานนามว่าเป็นศัตรูของนักเล่นแร่แปรธาตุทุกคน!
กลิ่นเผ็ดร้อนนี้… ช่างน่ากลัวเกินไปแล้ว!
พวกเขาไม่เคยได้กลิ่นเช่นนี้มาก่อน มันเป็นกลิ่นที่อาจทำให้ใครบางคนตายได้เลยทีเดียว
หลังจากนั้นไม่นาน หัวหน้ากรรมการก็ลุกขึ้นจากพื้น ดวงตาของเขาบวมเป่งและมีสีแดงก่ำจากการร้องไห้ จมูกของเขาก็แดงราวกับเป็นคนเมา นอกจากนี้ริมฝีปากของเขายังแดง บวม และร้อนผ่าว หลังจากที่เขาเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้า เขาก็รู้สึกอยากบีบคอปู้ฟางอย่างมาก
ชายคนนี้บังอาจปล่อยพิษร้ายในที่สาธารณะ!
ประเด็นหลักคือชายหนุ่มไม่ได้เตือนทุกคนเลยว่าจะปล่อยพิษร้ายออกมาเช่นนี้
เขาไว้ใจเด็กหนุ่มคนนี้มากเกินไป… เขามั่นใจว่าอาหารทุกอย่างที่ปู้ฟางทำจะมีกลิ่นหอม… แต่ครั้งนี้คนคนนี้ทำบ้าทำบออะไรนี่
มันเผ็ดร้อนเกินไปแล้ว!
คนคนนี้ใช้พริกชนิดใดกัน ทำไมมันถึงเผ็ดได้ขนาดนี้
หลังจากที่ทุกคนถูกโจมตีด้วยกลิ่นเผ็ดร้อนจากหัวปลาราดพริก หม้อหลอมทุกใบก็ระเบิด ครั้งนี้ไม่มีนักเล่นแร่แปรธาตุเหลือรอดแม้สักคนเดียว
นักเล่นแร่แปรธาตุทุกคนบนลานแข่งขันร้องไห้ไม่หยุด ริมฝีปากของพวกเขาบวมแดง ในขณะที่น้ำตาก็หลั่งรินอาบรดใบหน้าไม่หยุด
เมื่อความแวววาวของเนื้อปลาราดพริกค่อยๆ จางไป มันก็สั่นไหวเบาๆ ภายใต้การเคลื่อนไหวของไอน้ำรอบๆ
หัวหน้ากรรมการมองปู้ฟางอย่างเกลียดชัง พลางย่างเท้าช้าๆ ไปยังทิศที่ชายหนุ่มกำลังยืนอยู่
เขารู้สึกว่าการแข่งขันรอบคัดออกครั้งนี้มันช่างบ้าบอสิ้นดี แถมยังเลวร้ายกว่ารอบเมื่อวานที่มีคนผ่านเข้ารอบได้เพียงสามคน… เพราะวันนี้กลับมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ผ่านเข้ารอบ
ยิ่งไปกว่านั้นคนเดียวคนนั้นยังเป็นคนที่ก่อความวุ่นวายไปทั่ว… เขาไม่ใช่นักเล่นแร่แปรธาตุด้วยซ้ำ เป็นแค่พ่อครัวคนหนึ่งเท่านั้น
นักเล่นแร่แปรธาตุกลุ่มนี้ถูกพ่อครัวคนนี้จัดการเรียบ
ช่างเป็นเรื่องที่น่าละอายใจอย่างมาก
“เอ้าอู้อื๋อไอ่ว่าเอ้าอำอะไอองไป (เจ้ารู้หรือไม่ว่าเจ้าทำอะไรลงไป)” หัวหน้ากรรมการตะโกนออกไปอย่างโกรธแค้น แต่ด้วยปากที่บวมเป่ง ทำให้เกิดเป็นเสียงอู้อี้ฟังไม่ได้ศัพท์ หลังจากพยายามพูดไม่กี่คำ เขาก็รู้สึกเหนื่อยใจไม่น้อย
เขาเสียใจกับการกระทำของตนเอง ทำไมเขาถึงไม่ระแวดระวังแผนการของปู้ฟางเลย
“เจ้าพูดว่าอะไรนะ ช่วยพูดให้ชัดเจนขึ้นได้หรือไม่” ปู้ฟางขมวดคิ้วอย่างสับสน เขาขอให้หัวหน้ากรรมการพูดใหม่อีกครั้ง
หัวหน้ากรรมการเบิกตาที่แดงก่ำกว้าง พร้อมกับพูดย้ำถ้อยคำเดิมที่จับใจความไม่ได้
ปู้ฟางกล่าว “เจ้าควรจะพูดให้ชัดเจนกว่านี้ หากเจ้าพูดไม่ได้ศัพท์เช่นนั้น แล้วข้าจะเข้าใจคำพูดที่ออกมาจากปากของเจ้าได้อย่างไรกัน”
เมื่อหัวหน้ากรรมการเห็นสีหน้าสับสนของปู้ฟาง เขาก็แทบจะกระอักเลือดออกมา เขาหายใจอย่างรุนแรง ไม่เพียงแค่ปากของเขาที่บวมเป่งเท่านั้น แม้แต่ลิ้นก็ยังด้านชาอีกด้วย ทำให้เขาไม่สามารถพูดได้อย่างชัดถ้อยชัดคำนัก
“เริ่มประเมินอาหารของข้าได้แล้ว” หลังจากที่คิดอยู่ครู่หนึ่ง ปู้ฟางก็เอ่ยขึ้น
หัวหน้ากรรมการอยากจะร้องไห้ เขาเหนื่อยใจอย่างมาก
หัวหน้ากรรมการเลิกพูดคุยกับปู้ฟางแล้วหยิบยันต์ออกมา พลังปราณเที่ยงแท้พุ่งเข้าไปในยันต์จนเกิดแสงสว่างวาบ วงแหวนปราณขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นแล้วปกคลุมรอบจานหัวปลาราดพริก
ในที่สุดกลุ่มผู้ชมที่อยู่ด้านล่างก็หยุดร้องไห้ พวกเขาสั่งน้ำมูกก่อนจะจับตาดูผลการประเมินบนลานแข่งขัน
กลุ่มผู้ชมรู้สึกหดหู่ใจ พวกเขาแค่เข้ามารับชม… เหตุใดถึงต้องได้รับผลกระทบจากอาหารจานนี้ด้วยเล่า
แต่พวกเขาก็รู้สึกสนใจว่าอาหารที่ส่งกลิ่นเผ็ดร้อนออกมาอย่างรุนแรง จะมีคุณสมบัติที่ทำให้ผ่านเข้ารอบได้จริงๆ หรือ
เหล่านักเล่นแร่แปรธาตุจำนวนมากเองก็กำลังคิดเช่นนี้อยู่ในใจ
อาหารที่มีกลิ่นเผ็ดร้อนรุนแรงจนแสบตา จะทำให้คนคนนี้ผ่านการแข่งขันรอบนี้ไปได้จริงๆ หรือ
ทว่าไม่นานนักผู้คนที่กำลังคลางแคลงใจอยู่ก็ต้องผิดหวัง
รัศมีจากวงแหวนปราณสว่างเจิดจ้าจนแทบทำให้พวกเขาตาบอด เมื่อเห็นแสงสว่างที่พุ่งออกมาจากวงแหวนปราณ ก็หมายความว่าอาหารจานนี้มีพลังปราณในปริมาณที่ไม่ธรรมดาเลย พลังปราณที่อยู่ในอาหารจานนี้มีมากกว่าโอสถทิพย์หลายเท่าตัวนัก
อาหารที่มีพลังปราณมากกว่าในโอสถทิพย์เรอะ!
คนคนนี้เป็นพ่อครัวจริงๆ หรือ มันจะน่ากลัวเกินไปแล้ว
หัวหน้ากรรมการไม่เชื่อผลประเมินที่วงแหวนปราณแสดงออกมา เขาไม่คิดว่าอาหารที่ปู้ฟางทำจานนี้จะเต็มไปด้วยพลังปราณมากมายขนาดนี้
“ลองชิมดูก่อนสิ… อาหารจานนี้รสชาติอร่อยใช้ได้… และสรรพคุณของมันก็ไม่เลวเลยทีเดียว” ปู้ฟางพูดอย่างอ่อนโยน
หัวหน้ากรรมการเงียบไปครู่หนึ่ง หัวใจของเขาเต้นไม่เป็นจังหวะ
หัวหน้ากรรมการเงยหน้ามองปู้ฟาง รับรู้ได้ว่าชายหนุ่มกำลังส่งสายตาให้กำลังใจกับเขา
ให้กำลังใจเช่นนั้นหรือ ให้กำลังใจกับผีน่ะสิ!
อาหารจานนี้… เขาจะกล้ากินมันจริงๆ น่ะหรือ
แค่กลิ่นที่โชยออกมาจากจานก็ทำให้เขาหมดหวังแล้ว ส่วนรสชาตินั้น… มันก็น่าจะเผ็ดร้อนจนเขาต้องตั้งคำถามกับชีวิตของตัวเองแน่ๆ
“กินเลย! ท่านหัวหน้ากรรมการ พวกเราเชื่อมั่นในตัวท่าน!”
“ฮือ ฮือ ฮือ… กลิ่นของมันเผ็ดร้อนเหลือเกิน! ท่านหัวหน้ากรรมการลองชิมดูเถิด! อย่าให้พวกเราต้องทุกข์ทรมานโดยเปล่าประโยชน์เลย”
“พริกกองเบ้อเริ่มขนาดนี้ แค่เห็นมันปากของข้าก็ชาวาบแล้ว!”
…
แม้เหล่าผู้ชมจะมีดวงตาบวมแดง แต่พวกเขาก็ยังไม่ลืมที่จะสร้างความโกลาหล ทุกคนต่างตื่นเต้นราวกับว่าถูกฉีดเลือดไก่เข้าร่างกายก็ไม่ปาน
ที่ทุกคนมาอยู่ที่นี่เพราะต้องการความสนุกสนาน พวกเขาต้องเผชิญกับเรื่องราวมากมายเพื่อที่จะได้รับชมการแข่งขันสนุกๆ ในรอบนี้… แล้วพวกเขาจะกลับไปก่อนที่การแสดงดีๆ จะเริ่มต้นได้อย่างไรกันเล่า
ขนาดกลิ่นของอาหารจานนี้ยังเผ็ดจนน้ำตาไหล ถ้ามีคนกินมันเข้าไป คนคนนั้นจะกลายเป็นคนสมองทึบเลยหรือไม่นะ
“ลองกินดูสิ” ปู้ฟางเกลี้ยกล่อมหัวหน้ากรรมการ ชายหนุ่มรู้ดีว่าหลังจากที่อีกฝ่ายกินอาหารของเขาเข้าไป คนคนนี้จะทิ้งจังหวะบางช่วงให้ตนได้โฆษณาร้านอาหารได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และหลังจากโฆษณาจบ ปู้ฟางก็จะทำมาค้าขายในร้านอาหารของตนเองได้ง่ายดายขึ้น
หัวหน้ากรรมการกลืนน้ำลายของตนเอง ในใจอยากปฏิเสธข้อเสนอของปู้ฟางสุดๆ
เหตุใดเขาจึงอาสามาเป็นกรรมการรอบคัดออกในครั้งนี้ด้วย เขาช่างโง่เขลายิ่งนัก
ตอนนี้เขารู้สึกเสียใจกับการตัดสินใจของตนเองอย่างมาก
แต่ไม่มีโอสถใดที่ช่วยรักษาความเสียใจได้ แถมเขายังย้อนเวลากลับไปแก้ไขการตัดสินใจของตนเองไม่ได้ด้วย เขาจึงทำได้เพียงหยิบตะเกียบบนโต๊ะขึ้นมาด้วยร่างที่สั่นเทา
เมื่อหัวหน้ากรรมการมองหน้าปู้ฟาง และมองไปที่ผู้ชมด้านล่างลานแข่งขัน หัวใจของเขาก็สั่นระรัวขณะนึกถึงสิ่งที่ตนเองกำลังจะทำ
เขาจำเป็นต้องกินมันจริงๆ หรือ
หัวหน้ากรรมการค่อยๆ เอื้อมมือไปเขี่ยพริกบนหัวปลาออก เมื่อเขาทำเช่นนั้น น้ำมันจากพริกสีแดงก็ไหลเยิ้มออกมา กลิ่นเผ็ดพุ่งใส่จมูกของหัวหน้ากรรมการอีกครั้ง ดวงตาของเขาก็เป็นประกายขึ้นทันที น้ำสีแดงข้นไหลเยิ้มออกมาจากพริกทั้งหลาย และเมื่อกลิ่นของมันโชยออกมา ดวงตาของหัวหน้ากรรมการก็ทอประกาย
แม้ว่าอาหารจานนี้จะส่งกลิ่นเผ็ดร้อน แต่เมื่อเขาเข้ามาใกล้ มันกลับไม่ได้ดูน่ากลัวขนาดนั้น
เขาออกแรงจิ้มตะเกียบลงไปในเนื้อปลาเล็กน้อย ก่อนคีบมันขึ้นมาอย่างแผ่วเบา ไอร้อนโชยออกมาจากเนื้อปลา เห็นได้ว่าเนื้อปลานุ่มและเด้งอย่างมาก ขณะที่เขาคีบเนื้อปลาขึ้นมา เนื้อปลาก็ดูเหมือนกำลังสั่นระริกเล็กน้อย
เนื้อปลาส่องประกายวับวาว แถมยังมีพลังปราณวนเวียนอยู่รอบๆ มันดูราวกับเป็นหยกขาวชิ้นหนึ่งก็ไม่ปาน
ดูเหมือนว่าน่าจะมีรสชาติอร่อยไม่เบา…
หัวหน้ากรรมการรู้สึกประหลาดใจและมองเนื้อปลาอย่างหวาดหวั่น เขามองดูเนื้อสีขาวเนียนเด้งที่ราวกับว่าไม่มีความเผ็ดจากพริกเลยแม้แต่น้อย
ทันทีที่เขาใส่เนื้อปลาเข้าปาก ความรู้สึกอบอุ่นก็เริ่มกระจายออกไป เนื้อปลาชิ้นนี้นุ่มมาก มันแยกตัวออกจากกันทันทีที่เขาเคี้ยว เขารู้สึกว่าเนื้อปลาไหลลงท้องไปอย่างไร้แรงขัดขืน
ปากของหัวหน้ากรรมการเต็มไปด้วยกลิ่นหอมที่ปะทุออกมาพร้อมกลิ่นเผ็ดร้อน ภายในปากรับรู้ถึงรสชาติเผ็ดร้อนที่ไม่ได้ทำให้สำลักและไร้ซึ่งกลิ่นรบกวนใดๆ ความรู้สึกเผ็ดร้อนนั้นทำให้รูขุมขนทั่วทั้งร่างกายของเขาเปิดออกอย่างผ่อนคลาย
“มัน… อร่อยมาก!” ดวงตาของหัวหน้ากรรมการทอประกาย รสชาติของมันอยู่เหนือความคาดหมายของเขาอย่างสิ้นเชิง อาหารที่ปู้ฟางทำจานนี้อร่อยมากจริงๆ! จู่ๆ กลิ่นเผ็ดร้อนที่โชยออกมาจากมัน ก็ไม่ได้เป็นเรื่องยากเกินกว่าจะยอมรับได้แต่อย่างใด
เขาคีบเนื้อปลาอีกชิ้นขึ้นมายัดใส่ปาก
เนื้อปลามีทั้งกลิ่นและรสชาติเผ็ดร้อน ความเผ็ดที่แทรกซึมเข้าไปในเนื้อปลาทำให้รสชาติของมันอ่อนลง และไม่ได้เผ็ดรุนแรงเกินไป ดูเหมือนจะกินได้อย่างพอดิบพอดี
กลุ่มผู้ชมมองหัวหน้ากรรมการด้วยท่าทางตกตะลึง ทุกคนเห็นว่ายิ่งหัวหน้ากรรมการกินมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งตื่นเต้นขึ้นเท่านั้น มันไม่ควรจะเป็นแบบนี้สิ…
อาหารจานนี้ควรจะเผ็ดร้อนอย่างมากไม่ใช่หรือ แล้วเหตุใดยิ่งหัวหน้ากรรมการยัดเนื้อปลาใส่ปาก เขาก็ยิ่งดูตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆ เล่า
เมื่อดูจากท่าทางที่เขากินอาหารจานนี้ มันเหมือนไม่ได้มีความเผ็ดเลยแม้แต่น้อย!
ตึง!
ในขณะที่หัวหน้ากรรมการยังคงกินหัวปลาราดพริกอย่างตื่นเต้น ปู้ฟางก็หยิบป้ายร้านขนาดใหญ่ขึ้นมาวางบนแท่นสัมฤทธิ์ด้วยสีหน้าจริงจัง ก่อนจะเริ่มประชาสัมพันธ์ร้านอาหารของตัวเองต่อหน้ากลุ่มผู้ชมที่อยู่ด้านล่าง
ตอนนี้กลุ่มผู้ชมเริ่มคุ้นเคยกับการโฆษณาของปู้ฟางแล้ว
ชายหนุ่มคนนี้โฆษณาร้านอาหารของตนทุกรอบ และวันนี้หลายๆ คนก็เริ่มรู้จักร้านอาหารหมอกเมฆาแล้ว
หลังจากการแข่งขันรอบนี้ ร้านอาหารหมอกเมฆาจะต้องโด่งดังในเมืองหมอกนภาอย่างแน่นอน
และการแข่งขันรอบคัดออกครั้งที่สามก็จบลง
ปู้ฟางเป็นเพียงคนเดียวในลานแข่งขันหมายเลขหนึ่งที่ผ่านเข้ารอบ...
แม้ว่าทุกคนจะดูประหลาดใจที่มีคนผ่านเข้ารอบเพียงคนเดียว แต่พวกเขาก็แอบคาดคิดว่าเรื่องเช่นนี้จะเกิดขึ้นอยู่แล้ว
ทว่าเมื่อการแข่งขันรอบคัดออกเสร็จสิ้นลง บรรยากาศในจัตุรัสแห่งนี้ก็เปลี่ยนไป มีเรือรบขนาดใหญ่ที่ไม่รู้แหล่งที่มาปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าและบดบังดวงอาทิตย์เอาไว้ มันแผ่พลังรัศมีน่าสะพรึงกลัวขณะที่กำลังลอยค้างอยู่เหนือจัตุรัส
ร่างของมนุษย์สองสามคนค่อยๆ เดินออกมาจากเรือรบลำนี้