ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก: GOURMET OF ANOTHER WORLD - บทที่ 507 พวกที่ก่อปัญหาจะต้องถูกจับแก้ผ้าต่อหน้าประชาชี
- Home
- ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก: GOURMET OF ANOTHER WORLD
- บทที่ 507 พวกที่ก่อปัญหาจะต้องถูกจับแก้ผ้าต่อหน้าประชาชี
“พะ… พี่หญิงอัน อย่า! อย่าทำเช่นนี้!”
ใบหน้าของต้วนอวิ๋นแดงก่ำ แววตาของเขาเผยให้เห็นถึงความทุกข์ใจและขุ่นเคือง สายตาขบขันและแปลกประหลาดจากผู้คนรอบข้าง ทำให้เขารู้สึกราวกับว่าตนเองกำลังถูกย่างบนเปลวเพลิง
ต้วนอวิ๋นรู้สึกหดหู่ใจอย่างมาก
ช่วงเช้าตรู่ ต้วนอวิ๋นวางแผนที่จะไปยังห้องเล่นแร่แปรธาตุในเรือรบ เพื่อฝึกฝนทักษะการควบคุมไฟของตนเอง แต่ใครจะคิดเล่าว่าทันทีที่ต้วนอวิ๋นเดินออกจากห้อง เขาจะเจอแม่มดอันเซิงซึ่งกำลังเอนตัวพิงผนังอย่างสบายใจ
ดวงตาของอันเซิงเป็นประกาย นางไม่ได้พูดอะไรสักคำ ก่อนจะรวบตัวเขาแล้วกระโจนออกมาจากเรือรบ
ชายร่างสูงเจ็ดฉื่อเช่นเขา… กำลังถูกผู้หญิงคนหนึ่งอุ้มเช่นนั้นหรือ
การที่เขาถูกกระทำเช่นนั้น มันช่างเป็นเรื่องที่น่าอับอายยิ่งนักถูกไหมเล่า
เหตุใดเขาถึงต้องมาเจอเรื่องเช่นนี้ด้วย แล้วในอนาคต เขาจะหาภรรยาได้อย่างไรกัน ต้วนอวิ๋นรู้สึกถึงความน่าอดสูที่ก่อตัวขึ้นในใจ
ขั้นปราณของแม่มดอันเซิงนั้นสูงส่งมาก แถมนางยังเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว ต้วนอวิ๋นที่ถูกอันเซิงอุ้มมีสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเศร้าสร้อยและโกรธเคือง ขณะที่ผมสีเทาของเขาสะบัดไปตามแรงลม มันก็ตีใส่หน้าของเขาไปด้วย
“เงียบเสีย พี่สาวคนนี้ต้องรีบแล้ว ข้าอยากรู้เรื่องเถ้าแก่ปู้ที่เจ้าพูดถึง เพราะฉะนั้นวันนี้ข้าจะลองไปสำรวจดู แต่พวกเจ้าสองคนรู้จักกันไม่ใช่หรือ ใช่แล้ว… พี่สาวคนนี้จะทำให้พวกเจ้าได้เจอหน้ากันอีกครั้ง”
แม่มดอันเซิงเหยียดขาออก ทันใดนั้นก็ดูเหมือนว่านางสามารถย่นระยะทางอันห่างไกลให้เหลือแค่คืบเดียวได้
รูปร่างอวบอัดและสัดส่วนโค้งเว้าของอันเซิงสั่นเทิ้มเล็กน้อยจากการเคลื่อนไหวอันรวดเร็ว หน้าอกหน้าใจขนาดมหึมาของนางกระเพื่อมขึ้นลง และนั่นทำให้ต้วนอวิ๋นทั้งเจ็บปวดและมีความสุขไปพร้อมๆ กัน
ทว่าคำพูดของแม่มดอันเซิงก็ทำให้เขาตะลึงงันไป
นี่พวกเขากำลังจะไปหาเถ้าแก่ปู้หรือ
เขา… เขายังไม่พร้อม!
…
ตู้ม!
เกิดเสียงระเบิดกึกก้องดังขึ้น
ทุกคนที่อยู่ในร้านอาหารแทบหายใจสะดุด พวกเขาเงยหน้าขึ้นพลางเบิกตากว้างขณะมองดูเหตุการณ์ตรงหน้า
หีบสัมฤทธิ์ที่อันกู่เหวี่ยงมานั้นถูกร่างใหญ่ร่างหนึ่งขวางแล้วจับเอาไว้ ก่อนที่หีบดังกล่าวจะลอยค้างอยู่กลางอากาศ
ร่างที่ว่านั้นคือหุ่นเชิด มันเป็นหุ่นเชิดที่สวมเกราะเหล็กไว้ ดวงตาสีม่วงของหุ่นเชิดส่องประกายวับวาวอย่างต่อเนื่อง แถมมันยังแผ่พลังรัศมีอันตรายออกจากตัว
หนานกงหวั่นและหนานกงอู๋เชวียต่างสูดลมหายใจเข้าลึก พวกเขารู้สึกสบายใจได้เสียที
พวกเขาถือเป็นลูกค้าประจำของร้านอาหารแห่งนี้ และคุ้นเคยกับเจ้าขาวเป็นอย่างดี พวกเขารู้ว่าปู้ฟางมีหุ่นเชิดที่แข็งแกร่งและน่าหวาดกลัวตัวนี้อยู่ในครอบครอง
แต่ลูกค้าหน้าใหม่ที่เพิ่งมาที่ร้านต่างตกใจ พวกเขาตกตะลึงที่ได้รู้ว่าไพ่เด็ดที่เถ้าแก่ปู้ซ่อนเอาไว้ก็คือหุ่นเชิดตัวนี้!
ทว่า… เมื่อผู้คนส่วนใหญ่มองดูเจ้าขาว สีหน้าของพวกเขาก็ค่อนข้างแปลกประหลาด
“เถ้าแก่ปู้… ข้าว่ามันจะไม่เหมาะนา ท่านกำลังเชิดหุ่นเชิดต่อหน้าสำนักหุ่นเชิดเลยนะ!”
“แต่ข้ากลับรู้สึกว่าเรื่องนี้น่าตื่นเต้นมากทีเดียว พวกเราไม่รู้เลยว่าหุ่นเชิดของสำนักหุ่นเชิดจะแข็งแกร่งกว่าหุ่นเชิดของเถ้าแก่ปู้หรือไม่”
“ดูเหมือนว่าในหีบสัมฤทธิ์ของอันกู่จะมีหุ่นเชิดอยู่หนึ่งตัว!”
…
เมื่อลูกค้าที่อยู่รอบข้างเห็นว่าปู้ฟางยังปลอดภัยดี พวกเขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะเริ่มส่งเสียงโห่ร้องออกมาไม่ขาดสาย พวกเขาทั้งอยากรู้อยากเห็นและตื่นเต้นเป็นอย่างมาก!
ปู้ฟางปัดผมที่ปรกหน้าก่อนจะมองอันกู่ สายตาของชายหนุ่มค่อยๆ เยือกเย็นขึ้นเรื่อยๆ
“ข้าบอกไปแล้วนะ… ไม่ว่าใครก็ไม่มีสิทธิ์สร้างปัญหาในร้านอาหารแห่งนี้ แต่ดูเหมือนเจ้าจะไม่เข้าใจคำพูดของข้าสักนิด”
อันกู่มองปู้ฟางก่อนจะกลอกตาสีแดงของตน จากนั้นเขาก็หันไปมองเจ้าขาว ดวงตาคู่นั้นเผยให้เห็นถึงความประหลาดใจ
หุ่นเชิดนั่น… ช่างพิเศษอะไรอย่างนี้!
หุ่นเชิดตัวนี้แตกต่างจากหุ่นเชิดที่สำนักหุ่นเชิดสร้างขึ้นอย่างสิ้นเชิง
“เจ้านี่ช่างน่าสนใจยิ่ง… หุ่นเชิดเช่นนั้นหรือ เจ้ากล้าเชิดหุ่นเชิดต่อหน้าข้าที่มาจากสำนักหุ่นเชิด เจ้าเป็นคนแรกที่กล้าทำเรื่องเช่นนี้…”
อันกู่หัวเราะด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ก่อนจะยกมือขึ้น ทำให้แขนเสื้อที่บดบังมือของเขาเลิกออก เผยให้เห็นมือที่มีเล็บสีดำสนิท ฝ่ามือของเขาอุ่นราวหยก และมีลายเส้นแปลกๆ จำนวนมากปกคลุมไปทั่ว
หึ่ง!
เกิดคลื่นพลังบางอย่างพัดผ่านไปทั่วบริเวณ
อึดใจต่อมา หีบสัมฤทธิ์ที่อยู่ในมือของเจ้าขาวก็เริ่มสั่นไหว
เกิดเสียงดังขึ้นไปทั่วร้านอาหาร เสียงนั้นดูเหมือนมาจากอดีตอันห่างไกล หีบสัมฤทธิ์เริ่มสั่นสะเทือนแรงขึ้นกว่าเดิม ทำให้ฝาหีบค่อยๆ เปิดออก...
ดวงตาของอันกู่ในชุดคลุมดำแดงก่ำขึ้นเรื่อยๆ ดูเหมือนว่าจะมีเสียงหัวเราะอันแผ่วเบาดังขึ้นไปทั่วบริเวณ
ชั่วพริบตานั้นทุกคนก็รู้สึกราวกับว่าหัวใจของพวกตนสั่นระรัว
แม้แต่หนานกงอู๋เชวียก็ยังรู้สึกว่าหัวใจของตนสั่นสะท้านรุนแรง เขาหรี่ตาลง
ร่างร่างหนึ่งปรากฏตัวขึ้นจากหีบสัมฤทธิ์
เหตุการณ์ตรงหน้าพวกเขาในตอนนี้ช่างแปลกประหลาดยิ่ง
ในขณะที่ร่างนั้นกำลังคืบคลานออกมาจากหีบสัมฤทธิ์ เจ้าขาวก็ยังแบกถือหีบนั้นอยู่
ร่างที่คืบคลานออกมา ทำให้ผู้คนสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของความเยือกเย็นและน่าขนลุกที่แผ่ออกมาจากตัวมัน พวกเขาสูดลมหายใจเย็นเยือกเข้าปอด
หุ่นเชิดตัวนั้นมีสีดำสนิท เหตุผลเดียวที่มันถูกเรียกว่าหุ่นเชิด เพราะไม่มีใครมองว่ามันมีความคล้ายคลึงกับมนุษย์เลยแม้แต่น้อย
นี่คือศพโบราณซึ่งอยู่ในความครอบครองของอันกู่หรือ
หุ่นเชิดซากศพที่ถือว่าเป็นสมบัติของเขาตัวนี้มีสีดำสนิท จนไม่มีใครมองเห็นใบหน้าของมันได้ มันมีศีรษะโล้น มีลายเส้นปรากฏอยู่บนศีรษะของมัน ผิวของหุ่นเชิดตัวนี้มันวาว ทำให้มันดูราวกับสร้างมาจากโลหะอย่างไรอย่างนั้น
หุ่นเชิดตัวนี้มีแววตาสีแดงก่ำน่ากลัว เมื่อดวงตาสีแดงของหุ่นเชิดซากศพปะทะกับดวงตาสีม่วงของเจ้าขาว ก็ราวกับว่ามีการระเบิดเกิดขึ้น
โฮก!
หุ่นเชิดซากศพอ้าปากส่งเสียงร้องคำรามที่ฟังดูเหมือนเสียงของอสูรเวทดุร้ายออกมา
ดวงตาสีม่วงของเจ้าขาวส่องประกาย และเปลี่ยนเป็นสีเทาล้วน เจ้าขาวดูไร้เทียมทานยิ่งนัก
“คนที่ก่อปัญหา…จะต้องถูกจับแก้ผ้าต่อหน้าประชาชี!”
ตู้ม!
หุ่นเชิดซากศพพุ่งออกจากหีบสัมฤทธิ์แล้วหายตัวไปทันที เมื่อมันปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง มันก็มาอยู่ด้านข้างเจ้าขาวแล้วฟาดขาใส่ศีรษะของอีกฝ่ายเต็มแรง แรงเตะเพียงหนึ่งครั้งนั้นก่อให้เกิดลมแรงอันน่าสะพรึงราวกับว่าสามารถฉีกอากาศออกเป็นริ้วๆ ได้
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!
เจ้าขาวใช้แรงมหาศาลผลักหีบสัมฤทธิ์ออกไป ก่อนจะยกกำปั้นขนาดใหญ่ของตนขึ้นมาชกขาของหุ่นเชิดซากศพตัวนั้น
เสียงกระทบกระทั่งของโลหะดังก้องไปในอากาศ หลังจากปะทะกัน เจ้าขาวก็ถอยห่างออกมาหลายก้าว ในขณะที่หุ่นเชิดซากศพตีลังกากลับหลัง ก่อนจะไปอยู่ข้างๆ อันกู่
หีบสัมฤทธิ์ตกลงมากระแทกพื้นเสียงดังปัง พลังรัศมีทะมึนยังคงแผ่ออกมาไม่หยุด
“น่าสนใจดี… น่าสนใจจริงๆ! มันสามารถต้านทานการโจมตีจากหุ่นเชิดซากศพของข้าได้! ช่างเป็นหุ่นเชิดที่น่าสนใจจริงๆ!” แสงสีแดงในดวงตาของชายชุดดำนามว่าอันกู่เริ่มส่องประกายออกมาขณะที่เขาอุทานเสียงดัง
เจ้าขาวปลดปล่อยพลังรัศมีอันดุร้ายออกมา ก่อนจะเริ่มเคลื่อนไหว มันดูราวกับเป็นลำแสงที่พุ่งเข้าใส่หุ่นเชิดซากศพ (<a href=”https://novel-lucky.com/”>อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky</a>)
หุ่นเชิดซากศพคำรามดังลั่นขณะบิดตัว มันพร้อมจะต่อสู้กับเจ้าขาวแล้ว
เจ้าดำที่นอนอยู่ใต้ต้นตื่นรู้ทางห้าสายซึ่งอยู่ไกลออกไป ลืมตาขึ้นมองหุ่นเชิดซากศพสีดำสนิทด้วยสายตาเกียจคร้าน ก่อนจะหาวหนึ่งครั้ง หลังจากที่เจ้าดำกลับมาอยู่ในท่วงท่าสบายๆ มันก็ไม่ได้ใส่ใจการต่อสู้นั้นแล้วหลับต่อไป
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
เจ้าขาวปะทะกับหุ่นเชิดซากศพจนเกิดเสียงระเบิดดังก้องไปทั่วทั้งบริเวณ
กลุ่มลูกค้าที่อยู่รอบข้างต่างตกตะลึงกับเหตุการณ์ตรงหน้าไม่รู้จบ
อันกู่ตื่นเต้นมากจนเนื้อตัวของเขาเริ่มสั่นสะท้าน
“ช่างน่าประหลาดจริงๆ! หากข้านำหุ่นเชิดตัวนี้กลับไปศึกษาต่อได้… ความสามารถของข้าก็จะต้องเพิ่มขึ้นอีกระดับอย่างแน่นอน!”
อันกู่คำรามด้วยน้ำเสียงแหบห้าว เขารู้สึกตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆ ลมหายใจหนักหน่วงขึ้น พลังปราณเที่ยงแท้ในตัวเริ่มไหลเวียนไปทั่วร่าง โซ่ตรวนสามเส้นปรากฏขึ้นที่ด้านหลัง
ปู้ฟางมองเหตุการณ์ทุกอย่างด้วยแววตาเฉยเมย เมื่อเห็นว่าอันกู่กำลังจะลงมือเขาก็ขมวดคิ้ว
ปู้ฟางหันหน้ามองเสี่ยวโยวผู้มีใบหน้าเรียบเฉยที่ยืนห่างออกไป ก่อนจะโบกมือให้นาง เมื่อเสี่ยวโยวเห็นการกระทำของชายหนุ่ม นางก็ตะลึงงันไปครู่หนึ่ง จากนั้นถึงค่อยได้สติ แล้วก้าวเรียวขายาวงามดั่งหยกมาหาปู้ฟาง ผมสีดำของนางยาวสยายอยู่ด้านหลังขณะเดิน
“เสี่ยวโยว จับไอ้คนที่ก่อปัญหานั่นโยนออกจากร้านไปซะ แล้วคืนนี้ข้าจะเพิ่มปริมาณข้าวหน้าโลหิตมังกรให้เจ้า” ปู้ฟางกระซิบข้างหูของเสี่ยวโยวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
คืนนี้เขาจะเพิ่มปริมาณข้าวหน้าโลหิตมังกรให้เช่นนั้นหรือ
ในที่สุดใบหน้าไร้อารมณ์ของเสี่ยวโยวก็เปลี่ยนไป นางยกริมฝีปากขึ้น ใบหน้าของหญิงสาวเต็มไปด้วยความตื่นเต้นขณะมองปู้ฟาง
“เพิ่มเป็นสองเท่า!”
“ไม่มีปัญหา” ปู้ฟางพยักหน้า
หลังได้รับคำยืนยันจากปู้ฟาง ดวงตาของเสี่ยวโยวก็เปล่งประกาย
ปู้ฟางรู้สึกราวกับมีลมพัดผ่านตัว เสี่ยวโยวที่ยืนอยู่ข้างเขาเมื่อครู่นี้หายตัวไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
เจ้าขาวและหุ่นเชิดซากศพยังคงต่อสู้กันอยู่
ทันใดนั้นการเคลื่อนไหวของหุ่นเชิดซากศพก็หยุดนิ่ง ส่วนเจ้าขาวเองก็ตกตะลึงไปชั่วขณะเช่นกัน
ทั้งสองหยุดต่อสู้กันเมื่อเห็นหญิงรูปงามคนหนึ่งมายืนขวางพวกมันทั้งคู่ ผมดำยาวของนางปลิวไสวไปตามสายลม…
เสี่ยวโยวมองหุ่นเชิดซากศพที่กำลังต่อสู้กับเจ้าขาว
สายตาของนางคืออะไรกันแน่
หุ่นเชิดซากศพอ้าปากพลางร้องคำรามใส่เสี่ยวโยว
ทว่าอึดใจต่อมา เสี่ยวโยวก็เดินเข้าไปอีกหนึ่งก้าว และจู่ๆ ก็ไปปรากฏตัวอยู่เหนือศีรษะของหุ่นเชิดซากศพ ฝ่ามือขาวนวลของนางจับศีรษะมันไว้ และไม่ว่ามันจะดิ้นรนเพียงใด ก็ไม่สามารถหลุดพ้นจากเงื้อมมือของเสี่ยวโยวได้
หนึ่ง สอง สาม…ออกไป!
หลังจากที่เขย่าหุ่นเชิดซากศพอยู่หลายครั้ง เสี่ยวโยวก็สะบัดข้อมือแล้วเหวี่ยงหุ่นเชิดซากศพตัวนั้นไปนอกร้าน ราวกับเป็นกระสุนปืนใหญ่ที่ยิงไปสู่ท้องถนน เมื่อหุ่นเชิดซากศพตกลงกระแทกพื้น พื้นด้านล่างก็แตกเป็นเสี่ยงๆ
ชายชุดน้ำเงินและชายที่ถือกระบี่ขนาดใหญ่รีบวิ่งมาที่ร้านอาหารของปู้ฟาง ขณะที่พวกเขาเข้ามาใกล้ร้าน ทั้งคู่ก็เห็นร่างหนึ่งกระเด็นออกมาซึ่งทำให้พวกเขาตกใจอย่างมาก
จริงๆ แล้วชายคนที่ถือกระบี่ขนาดใหญ่คือซีเหมินเซวียน เขาเป็นอัจฉริยะอันดับสามจากในบรรดายอดอัจฉริยะทั้งสิบคนของสำนักมหาพิภพ และเป็นคนที่รับหน้าที่สืบสวนการเสียชีวิตของเยี่ยเฉิง หนึ่งในสิบผู้สืบทอดแห่งสวรรค์
ส่วนชายชุดน้ำเงินนั้นไม่ใช่ใครอื่น นอกจากเซียวเหอยอดฝีมือจากสำนักพลับพลาวายุและอสนี
ตอนที่พวกเขามาถึงหน้าร้าน ทั้งสองคนไม่คิดว่าจะได้เห็นเหตุการณ์ที่น่าตื่นเต้นและดุเดือดเช่นนี้
ดูเหมือนว่าจะมีใครบางคนมาถึงที่นี่ก่อนพวกเขา
ทุกคนที่อยู่ในร้านต่างอ้าปากค้างและตื่นตะลึง
อันกู่เริ่มหายใจช้าลงและดูสับสน... นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น
เจ้าขาวยังคงยืนอยู่ที่เดิม และดูเหมือนว่ามันจะงุนงงเช่นกัน มันยกฝ่ามือรูปพัดขึ้นมาเกาศีรษะกลมๆ ของตนเอง พลางมองเสี่ยวโยวที่ลอยตัวอยู่บนอากาศด้วยสายตาอึ้งๆ
มุมปากของปู้ฟางคลี่ออกเป็นรอยยิ้มน้อยๆ…เขาเองก็หมดสิ้นถ้อยคำจะพูด
เขาอยากจะบอกเสี่ยวโยวเหลือเกินว่า… แม่นางเอ๋ย… เจ้าโยนผิดคนแล้ว
ปู้ฟางต้องการให้เสี่ยวโยวโยนอันกู่ที่ทำตัวเป็นอันธพาลออกไปจากร้าน แต่ชายหนุ่มไม่คาดคิดว่านางจะโยนหุ่นเชิดของอีกฝ่ายออกไปแทน
นี่เสี่ยวโยวกลายคนเป็นซื่อบื้อเพราะถูกอาหารครอบงำไปแล้วหรือ
มันเป็นความผิดพลาดที่นางไม่ได้ตั้งใจ อย่างไรก็ตามมันก็เป็นเรื่องดีที่นางทำผิดพลาดเช่นนี้
หลังจากที่เสี่ยวโยวโยนหุ่นเชิดซากศพออกไปแล้ว นางก็หันหน้ามามองอันกู่ที่สวมชุดคลุมสีดำด้วยแววตาดำสนิท
ผมสีดำยาวของนางสะบัดแล้วพุ่งไปทางอันกู่ราวกับเป็นน้ำตก
อันกู่ตกใจมาก ก่อนจะตะโกนร้องเสียงดังลั่น พลังปราณเที่ยงแท้ของเขาเริ่มไหลเวียนไปทั่วร่างกาย เขาต้องการขัดขวางการจู่โจมของเสี่ยวโยว
แต่อึดใจต่อมาเขาก็ต้องสิ้นหวัง อันกู่ตระหนักแล้วว่าตนเองไม่สามารถป้องกันการโจมตีของเสี่ยวโยวได้
ทันใดนั้นมือและขาของเขาก็ถูกมัดเข้าด้วยกัน โซ่สามเส้นที่อยู่ด้านหลังเขาแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ
เขาไม่สามารถขยับตัวได้แม้แต่น้อย
เสี่ยวโยวก้าวเท้าสั้นๆ มาทางอันกู่… เมื่อนางมาอยู่ตรงหน้า ดวงตาสีดำสนิทของนางก็จับจ้องอันกู่ไม่วางตา ดวงตานั้นดูเหมือนจะส่งปราณมรณะหนาแน่นออกมาไม่หยุด
ปราณมรณะทำให้อันกู่สั่นสะท้านไปทั้งตัว
น่ากลัว! ช่างน่ากลัวเกินไปแล้ว!
ผู้หญิงคนนี้เป็นใครกัน
ขวับ!
“ผู้ที่ก่อปัญหาจะต้องถูกจับแก้ผ้าต่อหน้าประชาชี!”
ทันใดนั้นเสียงจักรกลก็ดังขึ้น ไม่มีใครรู้ว่าเจ้าขาวโผล่มาจากด้านหลังของเสี่ยวโยวตั้งแต่เมื่อไหร่
เสี่ยวโยวอึ้งไปชั่วขณะ… เช่นเดียวกับอันกู่
แก้ผ้าต่อหน้าประชาชีเช่นนั้นหรือ
แก้ผ้า… แก้ผ้าบ้าบออะไรกันเล่า
“ไอ้หุ่นเชิดโง่เง่า…อย่าเข้ามานะ! อย่าเข้ามา!”
อันกู่เห็นแววตาของเจ้าขาวทอประกายแล้วหัวใจของเขาก็หล่นวูบ เขาตะโกนร้องลั่นด้วยเสียงแหบพร่า
อึดใจต่อมา
แควก! แควก!
นอกจากเสียงกรีดร้องของอันกู่แล้ว ยังมีเสียงเสื้อผ้าถูกฉีกขาดด้วย
ชุดคลุมสีดำบนร่างของอันกู่ถูกฉีก เผยให้เห็นใบหน้าและเรือนร่างที่ปกปิดอยู่ใต้ชุดคลุมสีดำ
และ… เมื่อทุกคนเห็นรูปร่างของอันกู่ พวกเขาก็ต่างสูดอากาศเย็นเยือกเข้าปอด