ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! - บทที่ 121 พยายามจับผิด
ในขณะเดียวกัน อันจิ่วเม่ยก็เริ่มแนะนำให้ทุกคนฟัง “ช่วงนี้
อากาศร้อน มีแมลงวันเยอะ ฉันเลยให้คนไปหาตาข่ายประมงมาตัด
เป็นชิ้นเล็ก ๆ ทำเป็นม่านหน้าต่างและประตู
บนเพดานลานบ้านก็มีตาข่ายละเอียดกั้นไว้ด้วย แบบนี้ทั้งไม่
กระทบแสงสว่างและการระบายอากาศ แถมยังป้องกันแมลงวันและยุง
เข้ามาได้ด้วย”
ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย แม้แต่ในโรงงานก็ยังหลีกเลี่ยงแมลงวัน
และยุงไม่ได้ บางครั้งก็ต้องซื้อยามาใช้ แต่ก็ไม่ค่อยได้ผล ยังต้อง
กังวลว่าแมลงวันที่โดนยาจะไปทำลายของในโรงงาน ถ้าคนกินเข้าไป
ก็แย่เลย
“ดีมาก ๆ มีความคิดสร้างสรรค์จริง ๆ ”
หัวหน้าพรรคมองเธอด้วยสายตาชื่นชม รู้สึกว่าตนเข้าใจแล้วว่า
ทำไมผู้นำหมู่บ้านถึงให้ความสำคัญกับเด็กสาวคนนี้มาก
ฉลาด ขยัน และพูดจาคล่องแคล่ว หมู่บ้านมีคนแบบนี้ออกมาสัก
คนไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
หลังจากนั้น อันจิ่วเม่ยได้พาคณะผู้นำเข้าไปเยี่ยมชมภายใน
สถานที่ผลิต ทุกคนสวมหมวกและผ้ากันเปื้อนเหมือนกันหมด ดูเป็น
ระเบียบเรียบร้อย ให้ความรู้สึกถึงความเป็นมืออาชีพ ห้องแต่ละห้อง
ถูกแบ่งเป็นหมวดหมู่ชัดเจน ทั้งห้องเพาะถั่วงอกและห้องทำซอสปรุง
สำเร็จ ล้วนจัดการอย่างดี
เมื่อคณะผู้นำเดินมาถึงหน้าห้องทำซอสปรุงสำเร็จ หัวหน้าพรรค
หยุดแล้วถามขึ้นด้วยความสนใจ “นี่คืออะไรเหรอ?”
ภายในห้องมีชั้นไม้สามชั้นเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ แต่ละชั้นมี
โหลแก้วปากโหลมัดด้วยผ้าสีขาวสะอาด ภายในบรรจุของเหลวสี
น ้าตาลเข้มที่จัดเรียงไว้อย่างพิถีพิถัน อันจิ่วเม่ยยิ้มกว้าง พลาง
อธิบายด้วยความภาคภูมิใจ
“ห้องนี้เป็นห้องทำซอสปรุงสำเร็จสูตรพิเศษของหมู่บ้านค่ะ” เธอ
หยิบโหลแก้วหนึ่งออกมา ใช้ช้อนไม้ไผ่ที่เธอและคุณย่าเตรียมไว้ ตัก
ซอสให้เหล่าคณะผู้นำได้กลิ่นหอมและลองชิม รสชาติซอสกลม
กล่อม เข้มข้น จนทุกคนต้องตาเบิกกว้างเมื่อได้ชิม
อันจิ่วเม่ยยิ้มและอธิบายเพิ่มเติม “ซอสปรุงสำเร็จนี้ช่วยประหยัด
ค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องปรุง สามารถนำไปทำอาหารได้
หลากหลายประเภท ก่อนหน้านี้ฉันได้ทดลองขายในสหกรณ์แห่ง
หนึ่ง แต่ยังไม่ค่อยมีใครเชื่อมั่น เพราะไม่ได้เห็นกระบวนการผลิตที่
แท้จริงแบบวันนี้ค่ะ”
ผู้นำจากสหกรณ์และโรงงานต่าง ๆ เริ่มเห็นศักยภาพของ
ผลิตภัณฑ์ซอสนี้ หลายคนเริ่มสนใจและคิดถึงโอกาสที่จะสร้างความ
ร่วมมือกับหมู่บ้านหนานเทียน จากนั้นอันจิ่วเม่ยก็พาทุกคนเดินชม
ส่วนอื่น ๆ ต่อไป
ส่วนคนในโรงงานได้รับคำสอนจากอันจิ่วเม่ยล่วงหน้าแล้ว เมื่อ
เห็นคนเข้ามาก็ยิ้มทักทาย แล้วทำงานของตัวเองต่อไป ไม่ต้องคิด
อะไรมาก ทุกคนทำตาม แม้จะรู้สึกตื่นเต้นบ้าง แต่ก็ดีกว่าที่หัวหน้า
พรรคและคนอื่น ๆ คาดไว้มาก พวกเขารู้สึกพอใจมากที่สุดแล้ว
“ผู้นำหมู่บ้านเหวิน โรงงานของพวกคุณดีมาก เป็นระบบไม่ต่าง
จากโรงงานในเมืองเลย”
สำหรับโรงงานในชนบท นี่คือคำชมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้นำหมู่บ้านและคนในโรงงานต่างก็อดไม่ได้ที่
จะยิ้มออกมา รองหัวหน้าโรงงานผ้าไม่เชื่อว่าโรงงานเล็ก ๆ ในชนบท
จะมีมาตรฐานได้
ดังนั้น เขาจึงเริ่มจับผิดอย่างลับ ๆ เอามือลูบขอบหน้าต่าง คิดว่า
ต้องมีฝุ่นหนาแน่ ๆ แต่พอดูที่มือกลับไม่มีอะไรเลย
เขาไม่เชื่อจึงลูบอีกครั้ง ก็ยังไม่มีอะไร
มีคนสังเกตเห็นการกระทำของเขา เขาจึงยิ้มแหย ๆ อย่างเก้อ
เขินพลางพูดว่า “แหะ ๆ สะอาดจริง ๆ ขอบหน้าต่างไม่มีฝุ่นเลยสัก
นิด”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทุกคนในโรงงานก็แอบถอนหายใจด้วยความ
โล่งอก ในใจต่างชื่นชมอันจิ่วเม่ยที่ตั้งแต่แรกก็เน้นย ้าให้พวกเขา
รักษาความสะอาดอย่างพิถีพิถัน แต่ก่อนพวกเขาคิดว่ายุ่งยากเกินไป
เพราะสภาพแวดล้อมในโรงงานก็ดีกว่าที่บ้านพวกเขามากอยู่
แล้ว แต่พอเห็นรองหัวหน้าโรงงานผ้าทำแบบนี้ ก็รู้สึกโล่งใจที่พวก
เขาทำตามคำสั่งมาตลอด ไม่เช่นนั้นคงถูกจับผิดแน่
ส่วนคนอื่น ๆ ก็ยอมรับในโรงงานเล็ก ๆ แห่งนี้ เห็นว่าแม้จะเล็ก
แต่ทุกคนทำงานอย่างจริงจัง สะอาดสะอ้าน อาหารที่ผลิตออกมาต้อง
ถูกสุขอนามัยแน่นอน
หัวหน้าร้านสหกรณ์จากหมู่บ้านอื่นต่างพากันเสนอความร่วมมือ
หวังให้หมู่บ้านหนานเทียนช่วยจัดหาผักสดและแป้งถั่วให้กับพวกเขา
ตัวเมืองที่เป็นศูนย์กลางนั้นใหญ่โตเสมือนอำเภอขนาดใหญ่ มี
ประชากรหนาแน่น ร้านสหกรณ์เพียงแห่งเดียวจึงไม่เพียงพอต่อ
ความต้องการของผู้คน
แต่เดิมร้านสหกรณ์แต่ละแห่งไม่มีการแข่งขันกัน เพราะเป็นของ
รัฐ แต่เพราะหมู่บ้านหนานเทียนเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้ธุรกิจของร้าน
สหกรณ์แห่งหนึ่งดีขึ้น
คนที่อยู่ไกลถึงขนาดต้องปั่นจักรยานมาซื้อแป้งถั่วลันแล้วถือ
โอกาสซื้อของกินของใช้ที่ร้านสหกรณ์นั้นด้วย ไป ๆ มา ๆ ก็ส่งผล
กระทบต่อธุรกิจของร้านสหกรณ์อื่น ๆ
ของบางอย่างมีอายุการเก็บรักษาสั้น ถ้าขายไม่หมดในวันเดียวก็
เสียหาย การทิ้งอาหารต่างอะไรกับการฆ่าคนทั้งตระกูล
ดังนั้น ผู้จัดการของร้านสหกรณ์ขนาดใหญ่ต่าง ๆ จึงเริ่มแข่งขัน
กัน
ไม่ใช่ว่าไม่มีผู้นำหมู่บ้านจากหมู่บ้านอื่นมาพูดคุยเรื่องความ
ร่วมมือกับพวกเขา แต่หมู่บ้านอื่น ๆ ไม่มีถั่วงอกและแป้งถั่ว แม้ว่าจะ
สามารถผลิตถั่วงอกได้บ้าง แต่ก็ไม่ดีเท่ากับที่หมู่บ้านหนานเทียน
เพาะปลูก ทำให้ไม่มีใครสนใจ
ดังนั้น หลังจากปรึกษาหารือกัน พวกเขาจึงไปหาหัวหน้าผู้นำ
พรรคและตัดสินใจมาดูสถานการณ์จริงในหมู่บ้านนี้ก่อนที่จะ
พิจารณาว่าจะร่วมมือกันหรือไม่
ตอนนี้ดูเหมือนว่าทุกด้านเป็นไปตามที่พวกเขาคาดหวัง การ
ร่วมมือกันจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หลังจากพูดคุยกันสักพัก พวก
เขาก็พร้อมที่จะเซ็นสัญญากันทันที เพื่อความสะดวก พวกเขานำ
สัญญาติดตัวมาด้วยตั้งแต่ออกจากบ้านในตอนเช้า
รองหัวหน้าโรงงานผ้าไม่เห็นด้วยอย่างมาก เขาอดไม่ได้ที่จะพูด
ว่า “มีร้านสหกรณ์มากมายร่วมมือกับพวกเขา พวกเขาจะมีสินค้า
มากพอที่จะจัดหาให้ได้อย่างไร? อีกอย่าง จะทำให้คุณภาพลดลง
หรือเปล่า?”
ประการแรก ผักเป็นเพียงสิ่งที่ปลูกในที่ดินส่วนตัว ไม่ได้มีการ
เพาะปลูกขนาดใหญ่ ไม่สามารถรับประกันปริมาณและคุณภาพได้
ประการที่สองเมล็ดพันธ์ถั่วงอกก็ไม่ใช่สิ่งที่หาซื้อได้ง่าย ส่วนซอส
ปรุงสำเร็จถ้าวัตถุดิบไม่ดี คุณภาพก็จะไม่ดีด้วย
การเซ็นสัญญาแบบสุ่มสี่สุ่มห้าแบบนี้ มันไม่ใจร้อนเกินไปหน่อย
เหรอ?
อันจิ่วเม่ยกล่าวว่า “ขอบคุณรองหัวหน้าโรงงานผ้าที่เป็นห่วง แต่
เมื่อเราพร้อมที่จะเซ็นสัญญา เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้เราย่อมแก้ไข
ได้ โปรดวางใจเถอะค่ะ”
คนอื่นๆ พยักหน้า รู้สึกว่ารองหัวหน้าโรงงานผ้าคนนี้ช่างเป็นคน
ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน คนที่เซ็นสัญญาก็ไม่ใช่เขา ทำไมถึงมีเรื่อง
มากมายขนาดนี้?
เหวินฟู่ยิ้มกว้างจนปิดปากไม่ลง เขาไม่คิดเลยว่าการบรรลุ
ข้อตกลงความร่วมมือจะง่ายดายขนาดนี้ แทบไม่ต้องเสียน ้าลายเลย
พวกหัวหน้าสหกรณ์ก็เสนอความร่วมมือมาเองแล้ว
อย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุดแล้วก็เป็นเพราะอันจิ่วเม่ยเตรียมการมา
อย่างดี สุขอนามัยและการจัดวางในโรงงานนี้ไม่มีที่ติจริง ๆ ตอนที่
เขาเพิ่งเข้ามาก็ถึงกับอึ้งไปเหมือนเดินผิดที่
หลังจากตกลงความร่วมมือกันแล้ว ทุกคนก็เตรียมตัวกลับ
อันจิ่วเม่ยและเหวินฟู่เตรียมจะไปส่งทุกคนที่ปากทางเข้าหมู่บ้าน
ด้วยกัน แต่ไม่คิดว่าระหว่างทางจะถูกคนขวางทางไว้
คนที่ขวางทางพวกเขานั้นคือซื่อหง ซึ่งถือไม้เท้าพยุงตัวเอง
เนื่องจากอาการขาหัก อันจิ่วเม่ยหรี่ตามองอย่างระแวง ไม่รู้ว่าซื่อหง
ต้องการทำอะไร แต่คงไม่ใช่เรื่องดีแน่
เหวินฟู่เองก็ไม่คิดว่าแม่เลี้ยงอันจิ่วเม่ยจะกล้าออกมาป่วนในเวลา
นี้ เขาจึงตวาดอย่างไม่พอใจ “ซื่อหง เธอกำลังทำอะไรอยู่ รีบหลีกทาง
ไปเดี๋ยวนี้!”
ซื่อหงมองอันจิ่วเม่ยอย่างอาฆาตแค้น พูดว่า “ฉันแค่ไม่อยากให้
ทุกท่านถูกยายตัวดีคนนี้หลอก! หล่อนมีเล่ห์เหลี่ยมลึกล ้า ผู้นำ
หมู่บ้านจนหัวปั่น ตอนนี้ก็มาหลอกพวกคุณอีก ไม่ใช่คนดีหรอก
อย่าได้ฟังหล่อนเชียว!”
ทุกคนขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจว่าทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงพูดแบบนี้
เหวินฟู่กลัวว่าซื่อหงจะทำเรื่องเสียหาย ทำให้ความร่วมมือที่ตน
พยายามจัดการมาอย่างยากลำบากต้องล้มเหลว จึงรีบห้ามปราม
ทันที
“เธอกำลังพูดเหลวไหลอะไรอยู่! รีบกลับไปพักรักษาตัวเดี๋ยวนี้!
ถ้าหายดีแล้วก็ไปทำงานในไร่ซะ อย่ามาก่อกวนที่นี่!”