ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! - บทที่ 138 ความขัดแย้งที่ปะทุ
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน!
- บทที่ 138 ความขัดแย้งที่ปะทุ
“ฮึ พวกเธอคงไม่ได้รับผลประโยชน์อะไรจากหญิงบ้านนอกคน
นั้นหรอกนะ? ทำไมถึงได้ชมเชยหญิงบ้านนอกคนหนึ่งราวกับว่าเธอ
มาจากในเมืองเลยล่ะ”
เยี่ยนเอ๋อหัวเราะเยาะและพูดอย่างเยาะเย้ย
เรื่องที่อันจิ่วเม่ยตบรองหัวหน้าโรงงานผ้าตอนเช้านั้น เป็นเธอที่
แอบเปิดเผยออกไป หลังจากเรื่องแพร่กระจายออกไป เธอก็ทำเป็นไม่
รู้อะไรและไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว แค่ได้ยินอันจิ่วเม่ยถูกวิพากษ์วิจารณ์และ
ด่าว่าก็พอแล้ว แต่ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง คนพวกนี้กลับชมเชยเธอ
เธอจึงต้องออกมาอธิบายสักหน่อย
คนที่กำลังคุยกันอย่างออกรสได้ยินเยี่ยนเอ๋อพูดแบบนั้น สายตา
ทุกคู่จึงจับจ้องไปที่เธอทันที
เยี่ยนเอ๋อรู้สึกภาคภูมิใจขึ้นมาทันที และพูดอย่างภูมิใจว่า “ฉัน
เห็นกับตาตัวเองตอนเช้า จะเป็นเรื่องโกหกได้ยังไง?”
“ผู้หญิงแบบนั้น ต่อหน้าเป็นอย่างหนึ่ง ลับหลังเป็นอีกอย่าง ใคร
จะรู้ว่าเธอเป็นคนแบบไหนกันแน่!”
ภายนอกดูเรียบร้อย แต่ความจริงแล้วก็แอบแย่งหลี่เจียเฟิ่งไป
ไม่ใช่เหรอ!
เยี่ยนเอ๋อรู้สึกว่านี่เป็นโอกาส จึงพูดทั้งจงใจและไม่จงใจว่าอันจิ่ว
เม่ยแต่งงานกับสามีโดยใช้วิธีการที่ไม่ถูกต้อง และยังบอกอีกว่าถ้า
ไม่ใช่เพราะอันจิ่วเม่ยเข้ามาแทรกแซง คนที่ควรจะแต่งงานกับหลี่เจีย
เฟิ่งควรจะเป็นตัวเธอเองต่างหาก
ทุกคนจึงรู้ได้ทันทีว่าเยี่ยนเอ๋อรู้จักอันจิ่วเม่ย และเมื่อได้ยินเธอ
พูดแบบนี้ ก็ชัดเจนว่าอัจิ่วเม่ยเป็นคนที่มีความประพฤติไม่เหมาะสม
เพียงไม่นานทุกคนก็เปลี่ยนท่าทีต่างพากันด่าตามไป พูดคำ
หยาบคายมากมาย ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน คนที่ทำลายความสัมพันธ์
ของคนอื่นก็ไม่เป็นที่ต้อนรับทั้งนั้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเธอเป็นเพื่อนร่วมงานกับเยี่ยนเอ๋อไม่ว่า
ความสัมพันธ์จะดีหรือไม่ ก็เป็นคนที่รู้จักกันมาหลายปี ทุกคนเห็น
เธอเป็นพวกเดียวกันโดยปริยาย ส่วนอันจิ่วเม่ยที่ไม่เคยเจอหน้ากัน
มาก่อน ก็ย่อมเป็นคนนอก
พวกเธอยังคงต้องปกป้องพวกเดียวกันบ้าง
หลันฮวานึกย้อนถึงช่วงเวลาที่พวกเธอเคยใช้ร่วมกับอันจิ่วเม่ย
ความจริงมันไม่เป็นอย่างที่เยี่ยนเอ๋อพูดเลยสักนิด สหายอันไม่ได้แค่
สวยอย่างเดียว แต่ทั้งนิสัยใจคอก็ดีมาก อ่อนโยน และน่าประทับใจไม่
แพ้หน้าตา
ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังเป็นคนมีน ้าใจและใจกว้างเกินกว่าที่หลันฮ
วาคิดไว้
แม้พวกเธอจะไม่เคยรู้จักกันมาก่อน อันจิ่วเม่ยก็ยินดีมอบโอกาส
ให้พวกเธอตัดเย็บเสื้อผ้าที่เธอออกแบบเอง
เช่นเดียวกับชุดที่อันจิ่วเม่ยสวมใส่ในวันนี้ เธอได้อธิบายข้อมูล
และแบบอย่างละเอียด จนพวกเธอเข้าใจและสามารถนำไปปรับใช้ได้
ทันที เพียงแค่ซื้อผ้ามา ก็สามารถตัดเย็บกระโปรงทันสมัยที่
เหมือนกันได้
ด้วยนิสัยใจกว้างและเปิดโอกาสให้ผู้อื่นเช่นนี้ อันจิ่วเม่ยจะเป็น
คนอย่างที่เยี่ยนเอ๋อกล่าวหาได้อย่างไร?
“เยี่ยนเอ๋อ เธออย่ามาใส่ร้ายป้ายสีเหลวไหล สหายอันไม่ใช่คน
แบบนั้นหรอก”
แม้หลันฮวาจะยอมรับว่าตัวเองอาจยังไม่ได้รู้จักอันจิ่วเม่ยดีนัก
เพราะเพิ่งพบกันได้ไม่นาน แต่สิ่งที่เธอเห็นมาก็เพียงพอให้มั่นใจว่า
อันจิ่วเม่ยไม่ใช่คนที่เยี่ยนเอ๋อกล่าวหา
แต่สำหรับเยี่ยนเอ๋อ หลันฮวารู้จักเธอดีเกินพอ เพราะเป็นเพื่อน
ร่วมงานกันมาหลายปี เธอมองนิสัยของเยี่ยนเอ๋อทะลุปรุโปร่ง เยี่ย
นเอ๋อฐานะทางบ้านไม่ได้แย่จึงมักวางตัวห่างเหิน
ไม่ค่อยสนใจเพื่อนร่วมงานเท่าไร หากไม่มีธุระสำคัญ เธอก็ไม่
เสียเวลามาพูดคุยด้วย และทุกครั้งที่เปิดปาก ก็มักจะมีเรื่องให้คนอื่น
ช่วยเสมอ
และทุกครั้งที่ช่วยแม้แต่คำขอบคุณก็ไม่เคยพูด คิดว่าการที่พวก
เธอช่วยเหลือเป็นเรื่องที่ควรทำอยู่แล้ว คนธรรมดาอย่างพวกเธอเกิด
มาก็ต้องรับใช้ตัวเอง สรุปคือเป็นคนที่ไม่น่าคบหาเอาเสียเลย
วันนี้ช่างผิดปกติจริง ๆ พอมาถึงก็มีคนกระซิบซุบซิบว่ามีคนไป
ทำร้ายรองหัวหน้าโรงงานผ้าที่หน้าโรงงาน หลังจากข่าวแพร่ออกไป
ตัวเองก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แล้วทำงานต่อ พอพวกเธอกลับมาก็เริ่ม
ชมเชยสหายอัน เธอก็อดไม่ไหวต้องออกมาพูดเบี่ยงเบนประเด็นอีก
ครั้ง
หลัวฮวาเดาได้ว่าคนสองคนนี้ต้องมีปัญหากันแน่ ๆ แต่อันจิ่วเม่ย
ไม่เคยพูดถึงเยี่ยนเอ๋อลับหลังเลย แต่อีกฝ่ายกลับคอยใส่ร้ายป้ายสี
สหายอันตลอด
เรื่องแย่งผู้ชายนี่ ใครเป็นคนทำจริง ๆ ก็ยังไม่แน่นอนหรอก
หลันฮวาเป็นคนค่อนข้างตรงไปตรงมาอยู่แล้ว ปกติไม่ค่อยพูด
กับเยี่ยนเอ๋อเพราะไม่อยากมีเรื่อง วันนี้ได้รับความช่วยเหลือจาก
อันจิ่วเม่ย ทนฟังคนอื่นพูดถึงเธอในแง่ลบไม่ได้ จึงลุกขึ้นมาเถียง
ทันที
“เธอไม่ใช่คนแบบนั้น แล้วฉันเป็นคนแบบนั้นหรือ? พวกเราเป็น
เพื่อนร่วมงานกันมานาน พวกเธอจะเชื่อคนนอกมากกว่าฉันเหรอ? ฮึ
พวกคุณถูกซื้อตัวไปแล้วจริง ๆ”
หลันฮวายังไม่ทันพูดอะไร ก็ได้ยินเยี่ยนเอ๋อพูดต่อว่า “ทำไม?
หรือว่าหล่อนสอนเทคนิคแย่งผู้ชายให้ด้วย สอนให้พวกเธอแต่งงาน
กับคนรวยใช่ไหม พวกเธอถึงได้ยอมเป็นสุนัขรับใช้ปกป้องหล่อน?”
คำพูดนี้ช่างยั่วโทสะจนเกินจะอดกลั้น หลันฮวาทนไม่ไหวอีก
ต่อไป เธอโยนงานในมือลงแล้วลุกขึ้นตรงไปหาเยี่ยนเอ๋อ จากนั้น
ฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าของอีกฝ่ายเต็มแรง
ยังไม่ทันที่เยี่ยนเอ๋อจะตั้งตัว หลันฮวาก็คว้าผมที่จัดแต่งไว้อย่าง
ประณีต อีกมือฟาดลงไปอีกครั้ง พร้อมตะโกนด้วยน ้าเสียงเกรี้ยว
กราด
“ปากแบบนี้มันชวนให้ฉันอดไม่ไหวจริง ๆ! อีกอย่างนะ ฉันไม่ถูก
ชะตาเธอมานานแล้ว ทำตัวเหมือนคนอื่นต ่าต้อยกว่า พวกเราเป็น
คนงานเหมือนกัน พ่อแม่เธอไม่เคยสอนให้พูดจาดี ๆ บ้างหรือไง? ถ้า
ไม่ งั้นวันนี้ฉันจะอาสาสอนแกเอง!”
ครั้งนี้เยี่ยนเอ๋อพูดเกินไปจริง ๆ คนรอบข้างต่างมองว่าสิ่งที่เธอ
พูดนั้นไม่เหมาะสม แถมเยี่ยนเอ๋อยังเป็นคนที่ไม่ค่อยมีมนุษยสัมพันธ์
ในโรงงานอยู่แล้ว เมื่อเธอโดนหลันฮวาตบซ ้า ไม่มีใครยื่นมือเข้ามา
ช่วย สุดท้ายเสียงอึกทึกไปถึงหัวหน้ากลุ่มที่รีบรุดมาดูสถานการณ์
หัวหน้ากลุ่มสั่งให้คนงานช่วยแยกทั้งสองออกจากกัน แต่กว่าจะ
จับแยกได้ เยี่ยนเอ๋อก็ถูกหลันฮวาตบจนใบหน้าบวมปูด ผมเผ้ายุ่ง
เหยิงจนดูแทบไม่ต่างจากคนเสียสติ
จากเหตุการณ์นี้ หลันฮวาและเยี่ยนเอ๋อกลายเป็นศัตรูกันโดย
สมบูรณ์ แต่สิ่งที่ตามมาคือข่าวลือในโรงงานว่า อันจิ่วเม่ยแย่งชายคน
รักของเยี่ยนเอ๋อไปจนเธอแค้นและพยายามแก้แค้นอย่างร้ายกาจ
เรื่องเล่าลือนี้ยิ่งพูดต่อ ๆ กันก็ยิ่งเกินจริง จนกระทั่งไปถึงหูกงหยางซื่อ
เขากลอกตาอย่างเหนื่อยหน่าย เขารู้สึกว่าข่าวนี้มีพิรุธอยู่ไม่
น้อย จึงรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรออกทันที เพื่อหาความจริง
เกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน
อีกด้านหนึ่ง อันจิ่วเม่ยเก็บผ้าสี่พับเข้าไปในพื้นที่ว่าง เหลือไว้
เพียงหนึ่งพับและเศษผ้าที่เหลือใส่ไว้ในตะกร้ากลับบ้าน
เพิ่งเข้าหมู่บ้านก็เจอคนคุ้นเคยหลายคน เห็นผ้าที่โผล่ออกมา
จากตะกร้าของเธอ ในใจก็ทั้งอิจฉาทั้งริษยา
ไม่ต้องไปทำงานในทุ่งนาก็แล้วไป ยังได้ไปเดินเที่ยวทุกวัน ใคร
บ้างที่กล้าเล่นแบบนี้!
โชคดีที่แต่งงานกับหลี่เจียเฟิ่งมีเงินถึงได้ใช้ชีวิตสุขสบายแบบนี้
แต่คิดแล้วก็ยังรู้สึกเสียดาย ถ้ารู้แต่แรกก็จะยกลูกสาวให้หลี่เจีย
เฟิ่งแล้ว ตัวเองจะได้อยู่บ้านใหม่ ไม่มีพ่อแม่สามีและพี่สะใภ้มารบกวน
สามีไม่อยู่บ้านแต่ทุกเดือนก็ส่งเงินกลับมา นี่มันชีวิตในฝันอะไร
กันเนี่ย!
อันจิ่วเม่ยไม่รู้ว่าพวกเขาอิจฉาในใจมากแค่ไหน เธอฮัมเพลง
กลับมาที่ลานบ้านเล็ก ๆ ของตัวเอง แต่กลับพบว่ามีแขกอยู่ ทำให้
รู้สึกประหลาดใจ
ตามความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม อันจิ่วเม่ยจำได้ว่านี่คือ ป้า
อันหนิงเหอเป็นลูกสาวของพี่ชายคุณย่าของเธอ
ครอบครัวของป้าอันหนิงเหอปรากฏในความทรงจำของเจ้าของ
ร่างเดิมไม่มากนัก หลายปีถึงจะมาเยี่ยมเยียนกันสักครั้ง ไม่ได้สนิท
สนมกันมาก แต่ก็เป็นญาติเพียงคนเดียวที่เต็มใจช่วยเหลือเธอและย่า